โครงสร้างกลุ่มบริษัทเยียนหลินเสร็จสมบูรณ์ (ฟรี)

หลังเสียงแจ้งจากระบบดังขึ้น เสิ่นหลินก็เอ่ยลาอาจารย์หวังกับคนอื่น ๆ แล้วรีบกลับโรงแรมทันที

เสิ่นหลินให้ความสำคัญกับระบบเสมอมา

เขาจึงปฏิเสธคำชวนไปสนุกต่อจากอาจารย์หวังและพรรคพวก

ทันทีที่กลับถึงโรงแรม

ระบบก็อัปเดตเสร็จพอดี เสิ่นหลินจึงเปิดดูรายละเอียดคะแนนจากการโพสต์เวยป๋อทันที

[ทุกครั้งที่โพสต์เวยป๋อ จะได้รับการประเมินคะแนนดังนี้:

หากยอดไลค์ คอมเมนต์ และแชร์รวมกัน ≤ 1,000 ถือว่าไม่ผ่านเกณฑ์ ได้สิทธิ์เช็คอินขั้นต่ำ
หากยอดรวมไลค์ คอมเมนต์ แชร์ ≥ 50,000 และ ≤ 100,000 และคะแนนยอดเยี่ยม จะได้สิทธิ์เช็คอินพิเศษเพิ่ม 1 ครั้ง
หากยอดรวมเกิน 100,000 และคะแนนทะลุโควตา จะได้รับสิทธิ์เช็คอินพิเศษใน ‘หมวดไอเท็มที่กำหนดได้’ (รวมเช็คอินขั้นต่ำด้วย เท่ากับได้ 2 ครั้ง)
หมายเหตุ: จากนี้ไป ระบบจะนับโพสต์เวยป๋อแรกของโฮสต์เป็นเกณฑ์ หากตรวจไม่พบโพสต์เวยป๋อ จะคำนวณจากโพสต์ในเฟรนด์เซอร์เคิลแทน! ]

เสิ่นหลินจ้องมองฟังก์ชันใหม่นี้อย่างตั้งใจ

แต่พอเห็นบรรทัดสุดท้ายที่พูดถึง ‘คะแนนทะลุโควตา’ หัวใจเขาก็เต้นแรงแทบจะทะลุอก

“เลือกหมวดไอเท็มได้เหรอ?”

เสิ่นหลินสูดหายใจลึก เขารู้ดีว่าสิทธิ์เช็คอินแบบนี้สำคัญแค่ไหน เมื่อเทียบกับการเช็คอินแบบเดิมที่สุ่มหมด ไร้ทิศทาง การได้เลือกหมวดไอเท็มเองได้นั้นเปรียบเสมือน ‘ยาช่วยชีวิต’ ในจังหวะที่เหมาะเจาะที่สุด

ทำไมถึงสำคัญ?

ก็เพราะเสิ่นหลินอยากได้การ์ดเทคโนโลยีเกาะส่วนตัวมานานแล้ว

หากเป็นระบบเช็คอินเดิม ๆ ก็ไม่รู้เลยว่าจะได้เมื่อไร หรือได้หรือเปล่าก็ยังไม่แน่

แต่ตอนนี้ ด้วยระบบเช็คอินที่เลือกหมวดไอเท็มได้ โอกาสที่จะได้การ์ดเกาะส่วนตัวก็เพิ่มขึ้นมหาศาล

เสิ่นหลินถึงกับอดถอนหายใจไม่ได้ระบบของเขานี่มันตามโลกทันจริง ๆ

แบบนี้ยังจะดีกว่าระบบที่ให้รางวัลแค่ทำภารกิจอีก!

อย่างไรก็ตาม เสิ่นหลินก็รู้ดีว่าการจะได้รางวัลจากการเช็คอินแบบคะแนนทะลุโควตานั้นไม่ง่ายเลย

“ดูท่าว่างานเลี้ยงฉลองมะรืนนี้ต้องจัดให้ใหญ่กว่าที่คิด แล้วงานปาร์ตี้ต่อจากนั้นก็ต้องยิ่งน่าจดจำจะได้มีแฟนคลับมากขึ้น ถึงจะมีไลค์ มีคอมเมนต์ตามมา”

เสิ่นหลินวางแผนแล้วว่า ช่วงสองวันนี้จะยังไม่ใช้เวยป๋อ แต่จะเล่นผ่าน วีแชท ต่อไป เพื่อรีดประโยชน์สูงสุดจากระบบ

…..

ตลอดสองวันที่ผ่านมานั้น เสิ่นหลินแทบไม่มีเวลาว่าง

การเช็คอินในสองวันแรก เขาได้เช็คอินไปทั้งหมด 4 ครั้ง

และได้รับไอเท็มทั้งหมด 4 ชิ้น ได้แก่

การ์ดทักษะการเงินระดับสูง (ใช้กับผู้อื่น x1)
การ์ดทักษะผู้ช่วยระดับสูง (ใช้กับผู้อื่น x1)
การ์ดทักษะทนายระดับสูง (ใช้กับผู้อื่น x1)
การ์ดทักษะบริหารธุรกิจระดับสูง (ใช้กับผู้อื่น x1)

โดยแต่ละการ์ดมีผลดังนี้

[การ์ดทักษะการเงินระดับสูง (ใช้กับผู้อื่น x1): เมื่อนำการ์ดนี้ไปใช้กับบุคคลใด บุคคลนั้นจะได้รับทักษะการเงินระดับสูงทันที และจะภักดีต่อโฮสต์ 100% ในด้านธุรกิจ]

[การ์ดทักษะผู้ช่วยระดับสูง (ใช้กับผู้อื่น x1): เมื่อนำการ์ดนี้ไปใช้กับใครก็ตาม บุคคลนั้นจะได้รับทักษะบริหารจัดการผู้ช่วยระดับสูงทันที เทียบได้กับพ่อบ้านชั้นยอดของตะวันตก และจะภักดีต่อโฮสต์เต็มร้อยในหน้าที่]

[การ์ดทักษะทนายระดับสูง (ใช้กับผู้อื่น x1): เมื่อใช้การ์ดนี้กับใคร คน ๆ นั้นจะกลายเป็นทนายชั้นแนวหน้าโดยทันที และภักดีต่อโฮสต์ 100% ในการทำงาน]

[การ์ดทักษะบริหารธุรกิจระดับสูง (ใช้กับผู้อื่น x1): เมื่อใช้กับบุคคลใด บุคคลนั้นจะมีทักษะบริหารระดับเดียวกับผู้จัดการมืออาชีพระดับโลก เช่น ไคฟู ลี และจะภักดีต่อโฮสต์ 100% ในการทำงาน]

การ์ดทั้งสี่ใบนี้ เรียกได้ว่าเป็นของวิเศษในเวลาที่เหมาะเจาะที่สุดสำหรับเสิ่นหลิน

เพราะผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างเครื่องดื่มแก้เมาเยียนหลินที่กลุ่มบริษัทเยียนหลินกำลังจะเปิดตัว กำลังจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในอนาคตของบริษัทนี้

ในความเป็นจริงแล้ว ภายในบริษัทหนึ่ง มีตำแหน่งสำคัญที่สุดอยู่เพียงสองตำแหน่งเท่านั้น ซีอีโอ และซีเอฟโอ

ด้วยการ์ดทั้งสี่ใบที่ได้มา เสิ่นหลินจะสามารถมีทั้งซีอีโอและซีเอฟโอระดับโลกมาอยู่ข้างกายได้ทันที

เพราะอย่าลืมว่า เสิ่นหลินเองก็ไม่ได้มีบทบาทจริงจังในการพัฒนาธุรกิจนัก ทุกอย่างล้วนมอบหมายให้คนอื่นจัดการ โลกใบนี้ช่างกว้างใหญ่ และเขาไม่อยากใช้ชีวิตอยู่แค่ในกรอบของการทำงาน

แถมด้วยการ์ดจากระบบที่มอบให้ เสิ่นหลินก็สามารถใช้ชีวิตอย่างหรูหราขึ้นไปอีก

เพราะไม่ว่าจะเป็นซีอีโอหรือซีเอฟโอ ล้วนไม่ใช่แค่มีความสามารถระดับแนวหน้า แต่ยังซื่อสัตย์ต่อเขาแบบไร้ข้อกังขา

แบบนี้เขาก็สามารถใช้ชีวิตแบบสบาย ๆ ทุกวัน ปล่อยให้กลุ่มบริษัทเยียนหลินเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ พร้อม ๆ กับสถานะทางสังคมของตัวเองที่สูงขึ้นอย่างมั่นคง

และอีกอย่างในอนาคต หากเกิดข้อพิพาททางธุรกิจขึ้นมา การมีทนายดี ๆ อยู่เคียงข้างก็ถือเป็นเรื่องจำเป็น

ด้วยการ์ดทักษะทนายที่ได้จากระบบ เสิ่นหลินจึงมั่นใจได้ทันทีว่าจะมีทนายระดับโลกอยู่ข้างตัว

เมื่อก่อนใคร ๆ ก็พูดกันว่า “ทีมกฎหมายเพนกวินแข็งแกร่งระดับพิซซ่าฮัทหนานซาน”?

งั้นตอนนั้นเราก็มาดูกันว่า ระหว่างทนายของเพนกวิน กับทีมกฎหมายของเยียนหลิน ใครจะแน่กว่ากันแน่

อย่างน้อยต่อจากนี้ เสิ่นหลินก็ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกเพนกวินแบนบัญชีแบบไม่มีเหตุผลอีกแล้ว

ถ้าใครกล้าแบนเขาอีกครั้ง เขาก็พร้อมจะส่งทีมพิซซ่าฮัทหนานซานของตัวเองไปสู้ทันที

ส่วนการ์ดสุดท้ายคือการ์ดผู้ช่วย

นี่คือการ์ดที่เสิ่นหลินอยากได้มาตลอด เพราะเมื่อธุรกิจของเขาเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ เขาจะต้องมีผู้ช่วยที่ดูแลทั้งเรื่องกินอยู่หลับนอน ไปจนถึงคอยกระจายคำสั่งไปยังบริษัทในเครือต่าง ๆ ให้ครบถ้วน

ดังนั้น เมื่อเขาได้การ์ดทั้งสี่ใบนี้มา เสิ่นหลินก็รีบโทรหาเพื่อนอีกสองทันที

พวกเขาคือ จ้าวเผิงเฉิง และจางปั๋ว

ทำไมถึงเป็นสองคนนี้? ก็เพราะพวกเขาคือเพื่อนที่ดีของเขาเหมือนกัน ตอนนี้หวังเว่ยก็กำลังช่วยเขาทำเงินอยู่ จะปล่อยให้สองคนนี้นั่งเฉย ๆ ได้ยังไง?

บางที พวกเขาอาจอยากทำเงินให้เขาเหมือนกัน

เสิ่นหลินคิดแล้วก็อดรู้สึกไม่สบายใจไม่ได้เมื่อเห็นเพื่อนของเขาว่างงานอยู่

เขาจึงใช้การ์ดทักษะบริหารธุรกิจระดับสูงกับจ้าวเผิงเฉิง และใช้การ์ดทักษะการเงินระดับสูงกับจางปั๋ว

เพียงเท่านี้ ตำแหน่งซีอีโอของกลุ่มเยียนหลินก็เป็นของจ้าวเผิงเฉิงอย่างเป็นทางการ

และตำแหน่งซีเอฟโอ ก็ยกให้จางปั๋วไปเรียบร้อย

ส่วนตำแหน่งที่ปรึกษากฎหมายหลัก เสิ่นหลินได้ให้บริษัทจัดหาบุคลากรช่วยหาผู้สมัครให้ในช่วงสองวันที่ผ่านมา

สุดท้ายพวกเขาก็เลือกทนายหนุ่มวัย 30 ปีชื่อเจียงเจิ้นเขาเคยเป็นทนายหัวกะทิ แต่ถูกไล่ออกจากสำนักงานเพราะไปขัดแข้งขัดขาผู้มีอำนาจ ปัจจุบันจึงว่างงานอยู่บ้าน

เสิ่นหลินไม่ลังเลที่จะใช้การ์ดทักษะทนายระดับสูงกับเขา และตั้งให้เจียงเจิ้นรับตำแหน่งหัวหน้าทนายประจำกลุ่มเยียนหลินทันที

หลังจากใช้การ์ดทั้งสามใบเรียบร้อย เสิ่นหลินก็จัดโครงสร้างบริหารกลุ่มเยียนหลินใหม่อีกครั้ง

โดยเขายังคงดำรงตำแหน่งประธานกลุ่มเยียนหลิน แต่ไม่ลงมาบริหารงานโดยตรง

จ้าวเผิงเฉิง ดำรงตำแหน่งประธานกลุ่มเยียนหลินรับผิดชอบการบริหารภาพรวมและพัฒนาบุคลากรของทั้งกลุ่ม เงินเดือนปีละ 20 ล้าน + หุ้นกลุ่ม 2% หลังจาก 4 ปี
จางปั๋ว เป็นรองประธานกลุ่มเยียนหลิน และประธานเจ้าหน้าที่การเงิน รับผิดชอบด้านการเงินของกลุ่มทั้งหมด สร้างทีมการเงิน และฝึกอบรม เงินเดือนปีละ 15 ล้าน + หุ้น 1.5% หลัง 4 ปี
หวังเว่ย เป็นรองประธานกลุ่มเยียนหลิน และประธานบริษัทการเงินเยียนหลินรับผิดชอบการเงินและทำงานร่วมกับจางปั๋วในด้านการควบรวมกิจการ เงินเดือน 10 ล้านต่อปี + หุ้นกลุ่ม 1% + ออปชัน 20% ของบริษัทการเงินเยียนหลินหลัง 4 ปี
เจียงเจิ้น เป็น รองประธานกลุ่มเยียนหลิน และหัวหน้าฝ่ายกฎหมาย รับผิดชอบกฎหมายของกลุ่มทั้งหมด สร้างทีมกฎหมาย และก่อตั้งบริษัทกฎหมายในเครือชื่อบริษัทกฎหมายเยียนหลินโดยดำรงตำแหน่งประธานบริษัทด้วย เงินเดือน 10 ล้านต่อปี + หุ้นกลุ่ม 1% + ออปชัน 20% ของบริษัทกฎหมายเยียนหลินหลัง 4 ปี
ดร. สวีฮ่าว เป็นรองประธานกลุ่มเยียนหลิน และหัวหน้าที่ปรึกษาการแพทย์ดำรงตำแหน่งประธานบริษัทยาเยียนหลิน และรักษาการประธานบริษัทอาหารเยียนหลิน พร้อมทำวิจัยด้านการแพทย์ เงินเดือน 10 ล้านต่อปี + หุ้นกลุ่ม 1% หลัง 4 ปี + ออปชัน 20% ของบริษัทยาเยียนหลิน
เมื่อทุกตำแหน่งสำคัญของกลุ่มเยียนหลินถูกเติมเต็มแล้ว เรื่องตำแหน่งอื่นอย่าง ผู้อำนวยการฝ่ายบุคคล หรือผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ ก็จะปล่อยให้จ้าวเผิงเฉิงเป็นคนสรรหาต่อไป

ค่าตอบแทนอยู่ในช่วงหลักล้านต่อปี + ออปชันของกลุ่ม (อยู่ระหว่าง 0.1% – 0.5%)

ส่วนเรื่องผู้ช่วยส่วนตัวเสิ่นหลินยังไม่มีเวลาไปจัดการ เพราะหลังจากจัดโครงสร้างบริษัทเสร็จ คืนนี้ก็ต้องเตรียมตัวสำหรับงานเลี้ยงฉลองแล้ว


ตอนก่อน

จบบทที่ โครงสร้างกลุ่มบริษัทเยียนหลินเสร็จสมบูรณ์ (ฟรี)

ตอนถัดไป