คุณคือคุณเสิ่นใช่ไหม? (ฟรี)
จงฉู่ซินไม่เคยคิดเลยว่า แค่เดินชนโจวซีอวี่เบา ๆ
จะกลายเป็นเรื่องใหญ่โตขนาดนี้
เธอรู้ตัวดีว่า วันนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องเป็นฝ่ายเสียเปรียบแน่นอน
และในขณะที่ทุกคนในห้องกำลังมองดูความซวยของจงฉู่ซินด้วยสีหน้าขำขัน
เสิ่นหลินที่นั่งอยู่ด้านหน้า ก็ค่อย ๆ ลุกขึ้น ยกมือปรับกระดุมสูทเรียบ ๆ แล้วเดินตรงเข้าไปยังจุดเกิดเหตุอย่างช้า ๆ
โดยปกติ เขาไม่คิดจะเข้าไปยุ่งกับเรื่องวุ่นวายในหมู่ดาราแบบนี้
แต่ใครใช้ให้เขาเห็นกับตาว่ามีคนใส่ร้ายกันหน้าด้าน ๆ แบบนี้ล่ะ?
ยิ่งเป็นดาราในสังกัดของตัวเองแล้วด้วย จะปล่อยผ่านได้ยังไง
ถ้าเรื่องนี้เป็นการทะเลาะกันของดาราต่างค่าย เสิ่นหลินคงไม่คิดจะยื่นมือ เพราะมันไม่ได้เกี่ยวกับเขา
แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป
แน่นอนว่าส่วนหนึ่งก็เพราะเด็กคนนี้ หน้าตาน่ารัก
“เฮ้ ๆ ดูเด็กใหม่นั่นสิ จะเข้าไปทำอะไรน่ะ?”
“หรือว่าจะเข้าไปง้อพี่โจว?”
“ไม่มั้ง ฉันว่าน่าจะไปขอโทษมากกว่า มันก็ใช่ เขาแย่งที่พี่โจวนั่งไปก่อนหน้านี่นี่นา”
“ยังไงก็น่าดูดีนะวันนี้ ฮ่า ๆ ๆ”
ดาราระดับล่างที่นั่งอยู่พากันกระซิบซุบซิบมองเสิ่นหลินอย่างสนุกสนาน
เสิ่นหลินไม่ได้สนใจเสียงพวกนั้นแม้แต่น้อย
ช้างเคยแคร์เสียงมดหรือยังไง?
เขาเดินเข้าไปตรงหน้าจงฉู่ซินกับโจวซีอวี่ โดยไม่แม้แต่จะชายตามองอีกฝ่าย เอ่ยขึ้นเสียงเรียบ
“จงฉู่ซินใช่ไหม? เธอไปเตรียมตัวเดินพรมแดงได้แล้ว”
จงฉู่ซินยืนอึ้ง ยังไม่ทันพูดอะไร ก็เห็นชายหนุ่มหน้าตาหล่อจัดในชุดสูทหรูเดินตรงมาหา พูดกับเธอด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“เดี๋ยว! นายเป็นใคร ไม่เห็นเหรอว่าเรากำลัง”
เพียะ!!
เสียงตบหน้าดังสนั่นขัดจังหวะคำพูดของผู้จัดการโจวซีอวี่ ก่อนที่เขาจะพูดจบ
เสิ่นหลินหันไปมองเขาด้วยสายตาเย็นชา
“พูดจาเหลวไหลอีกคำเดียว ฉันไม่ไว้หน้าแน่”
เสียงของเสิ่นหลินเรียบ แต่แฝงด้วยแรงกดดันมหาศาล
ผู้จัดการของโจวซีอวี่ยกมือกุมหน้า มองเขาด้วยความงุนงง ส่วนโจวซีอวี่เองก็ตกใจจนพูดไม่ออก ก่อนจะตั้งสติได้แล้วตวาดกลับอย่างเดือดดาล
“นายเป็นใคร! กล้าตบผู้จัดการของฉันแบบนี้ คิดว่าอยู่ในวงการบันเทิงแล้วทำอะไรก็ได้เหรอ?”
เสิ่นหลินยักไหล่ ยิ้มบาง ๆ
“ขอโทษที ฉันไม่ได้อยู่ในวงการของเธอ แค่ไม่ชอบคนรังแกคนอื่นก็เท่านั้น จงฉู่ซิน ได้เวลาเธอเดินพรมแดงแล้ว”
เขาหันกลับไปพูดกับจงฉู่ซิน สีหน้าอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด
จงฉู่ซินยังคงมึนงงอยู่
“ไม่ต้องกลัว ไปเถอะ เรื่องนี้เธอไม่ผิด ฉันเห็นหมดทุกอย่างแล้ว”
เสิ่นหลินพูดพร้อมกับขยิบตาให้เบา ๆ
เห็นอย่างนั้น จงฉู่ซินก็เม้มปาก พยักหน้าอย่างรวดเร็ว หันไปมองโจวซีอวี่ด้วยแววตาแน่วแน่ แล้วกล่าวกับเสิ่นหลินเสียงเบาแต่ชัดเจน
“ขอบคุณนะคะ พี่ชาย”
จากนั้นเธอก็หมุนตัว เตรียมจะเดินออกไป
“คิดจะเมินฉันเหรอ!?”
โจวซีอวี่เห็นอีกฝ่ายกำลังจะเดินจากไปก็ยื่นมือออกไปจะคว้าแขน แต่ยังไม่ทันแตะตัว เสิ่นหลินก็คว้ามือเธอไว้ก่อน
“คุณ ปล่อยฉันนะ! ใครก็ได้ช่วยที! เขารังแกฉัน!”
เสิ่นหลินขยับนิ้วเกาหู แล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ไม่เปลี่ยน
“ร้องอีกคำเดียว ฉันจะลบเธอให้หายไปจากวงการเลย!”
เขาหันกลับไปมองจงฉู่ซินอีกครั้ง
“เดินพรมแดงไปเถอะ ฉันรับประกันว่าจะไม่มีใครกล้ามาเอาเรื่องเธออีกแน่นอน”
จงฉู่ซินชะงักไปชั่วครู่ เพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ตอนที่เสิ่นหลินมาบริษัท เธอกำลังติดถ่ายละครอยู่ ยังไม่เคยเจอกันเลย
แม้แต่ในงานแฟนมีตวันนี้ เธอก็พึ่งถูกแจ้งให้มาร่วมงานกะทันหัน
เพราะแบบนั้น เธอจึงไม่รู้ว่าเขาคือใคร
แต่ถึงอย่างนั้น สัญชาตญาณของเธอกลับบอกว่า เชื่อเขาได้
จงฉู่ซินจึงยิ้มบาง ๆ ให้เสิ่นหลิน แล้วเดินออกไปโดยไม่ลังเล
ส่วนโจวซีอวี่ที่พยายามดิ้นให้หลุดจากมือของเสิ่นหลิน กลับทำไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
“นายเสร็จแน่! ต่อให้นายไม่ได้อยู่ในวงการ ฉันก็จะลากนายให้จมให้ได้!”
เสิ่นหลินหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา
“เหรอ? งั้นก็ดีเลย ฉันจะรอดู”
น้ำเสียงนั้นเรียบ แต่เย็นยะเยือกจนบรรยากาศทั้งห้องเงียบกริบลงทันที
หลังจากเสิ่นหลินพูดจบ เขาก็มองโจวซีอวี่ด้วยรอยยิ้มเหยียดหนึ่งครั้ง ก่อนจะปล่อยแขนของเธอแล้วหันหลังเดินจากไปอย่างไม่ใยดี
ทันทีที่เขาก้าวพ้นจากห้องโถง เหล่าดาราระดับล่างที่ก่อนหน้านี้นั่งเงียบงันก็พากันกรูเข้ามาหาโจวซีอวี่ทันที
“พี่โจว เขามันอวดดีเกินไปแล้ว! เดี๋ยวพี่โพสต์เวยป๋อเมื่อไหร่ พวกเราจะช่วยแชร์ ช่วยดันให้หมดเลย!”
“ใช่ค่ะพี่โจว! เราอยู่ข้างพี่เต็มที่เลย คนแบบนี้น่าจะโดนสั่งสอนตั้งนานแล้ว!”
“เขาดูมีพฤติกรรมใช้ความรุนแรงเลยนะคะ เราว่าพี่ตั้งกลุ่มลับไว้ พอถึงเวลาก็บอกพวกเรา เดี๋ยวช่วยโพสต์ปั่นกระแสให้ค่ะ!”
โจวซีอวี่มองกลุ่มคนที่แย่งกันเอาใจเธอ ความหงุดหงิดในใจเริ่มคลายลงนิดหน่อย เธอเหลือบมองแผ่นหลังของเสิ่นหลินที่เดินหายไปนอกห้องด้วยสายตาเย็นชา แล้วแค่นหัวเราะเบา ๆ
“เดี๋ยวจะได้รู้ ว่าคิดล้ำเส้นฉัน มันต้องจบยังไง!”
…..
อีกด้านหนึ่ง เสิ่นหลินเดินออกมาจากตึกก็เห็นจงฉู่ซินยืนอยู่ใกล้ ๆ ทางเข้าเดินพรมแดง กำลังคุยโทรศัพท์ด้วยสีหน้าร้อนรน
เสิ่นหลินเลิกคิ้ว แล้วเดินเข้าไปหา
“เกิดอะไรขึ้น?”
“อะคุณ!” จงฉู่ซินหันมาเจอเขาก็ตกใจ ก่อนจะรีบพูด “ขอบคุณมากนะคะเรื่องเมื่อกี้ แต่เหมือนมีปัญหานิดหน่อยค่ะ ผู้จัดการของโจวซีอวี่คงโทรไปสั่งงาน ตอนนี้รถที่จะมารับหนูไม่มาแล้ว หนูกำลังพยายามติดต่อผู้จัดการอยู่”
ได้ยินแบบนั้น เสิ่นหลินขมวดคิ้วเล็กน้อย
เงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะตัดสินใจ
“งั้นฉันไปส่งเธอเองแล้วกัน”
“เอ๊ะได้เหรอคะ?”
จงฉู่ซินเบิกตากว้าง มองเขาด้วยความซาบซึ้ง
เสิ่นหลินพยักหน้าเรียบ ๆ “ตามฉันมา”
พูดจบ เขาก็เดินนำไปยังลานจอดรถ
จงฉู่ซินเดินตามหลังเขาอย่างสงสัย ใจหนึ่งก็อดมองแผ่นหลังของชายหนุ่มไม่ได้เขาหล่อมาก หล่อแบบที่แทบจะหาไม่ได้ในชีวิตจริง
แต่เขาเป็นใครกันแน่
เสิ่นหลินไม่รู้ว่าเด็กสาวด้านหลังคิดอะไรอยู่ เพราะในใจเขายังเต็มไปด้วยความโมโห
ให้ตายเถอะ เวทีพรมแดงก็สร้างโดยบริษัทเรา
แล้วไอ้พวกดารานอกค่ายกลับมากลั่นแกล้งเด็กในสังกัดฉัน? แบบนี้มันจะมากเกินไปแล้ว!
หรือพวกแกคิดว่า เสิ่นหลิน คนนี้ เป็นแค่ไม้ประดับ?
เสิ่นหลินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาติดต่ออาจารย์หวังทันที พร้อมสั่งให้ประกาศว่า หลังจากจงฉู่ซินและตัวเขาเดินพรมแดงแล้ว จะไม่มีดาราคนไหนได้ขึ้นเวทีอีก รวมถึงโจวซีอวี่ด้วย
พอกดส่งข้อความเสร็จ เขาก็ไม่ได้รอคำตอบจากอีกฝ่าย
และไม่นาน พวกเขาก็มาถึงรถของเสิ่นหลิน
เสิ่นหลินหยิบกุญแจออกมาแล้วกดปลดล็อก
เสียง คลิ๊ก ดังขึ้น พร้อมกับตัวถังรถที่เปล่งประกายสะท้อนแสงไฟ
จงฉู่ซินที่เดินตามมาถึงถึงกับอ้าปากค้าง เธอจ้องรถสปอร์ตสุดหรูตรงหน้าด้วยแววตาเหลือเชื่อ
เธอไม่รู้ว่ามันคือรถยี่ห้ออะไร แต่ดูยังไงก็เป็นซูเปอร์คาร์ระดับไฮเอนด์
ชายหนุ่มตรงหน้าเธอนี่มัน ไม่ธรรมดาแน่นอน
เสิ่นหลินหันกลับมายิ้มบาง ๆ ให้เธอ
“ขึ้นรถสิ”
พูดจบ เขาก็เปิดประตูให้
จงฉู่ซินขึ้นรถไปในสภาพเหม่อลอย และยังไม่หายตกใจ
เสิ่นหลินเองก็นั่งฝั่งคนขับ รัดเข็มขัดเรียบร้อย แล้วหันไปมองเธอ
“ฉันจะเดินพรมแดงกับเธอ”
“เอ๊ะ?”
จงฉู่ซินยังตั้งตัวไม่ทัน
แต่ทันใดนั้น โทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้นเป็นสายจากผู้จัดการส่วนตัว
เธอรีบกดรับสาย
ไม่กี่วินาทีต่อมา เธอก็ค่อย ๆ หันมามองเสิ่นหลินด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตกตะลึง
“คุณคือประธาน!?”