ทำให้ทั้งวงการปักกิ่งต้องตะลึง (ฟรี)
หลายคนยังคงสงสัยในตัวตนของเสิ่นหลิน
แม้แต่เฉินเจิ้น บล็อกเกอร์สายรถชื่อดังก็ยังแอบส่งข้อความไปถามถงจิ่งเฉิงว่า หมอนั่นเป็นใครกันแน่
แต่คำตอบที่ได้รับกลับคือความเงียบ
ขณะเดียวกัน บนโลกออนไลน์ก็กำลังปะทุการถกเถียงอย่างร้อนแรงเกี่ยวกับแขกปริศนาในงานเยียนหลินเฟสติวัล
ทางฝั่งเสิ่นหลินเองกลับมีความสุขอย่างเห็นได้ชัด
เพราะในหัวของเขา ตอนนี้ระบบกำลังแจ้งว่า “แต้มชื่อเสียงเพิ่มขึ้นเป็นหลักหมื่นแบบต่อเนื่อง”
ใบหน้าเขาฉายแววยิ้มพอใจทันที
สงสัยคืนนี้ถ้าโพสต์เวยป๋ออีกสักรอบ แต้มคงทะลุแน่
เขาคิดในใจ พลางเดินคู่กับจงฉู่ซินเข้าสู่หลังเวทีหลังจบช่วงสัมภาษณ์
…..
เวลา สองทุ่มตรง งานเลี้ยงค่ำคืนนี้จะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
เสิ่นหลินกับจงฉู่ซินเดินตามเจ้าหน้าที่ไปยังโซนด้านหลังของเวที
ทันทีที่ก้าวเข้าไป เขาก็ได้ยินพิธีกรกำลังวอร์มบรรยากาศให้ผู้ชมในงาน
“และกิจกรรมในค่ำคืนนี้ ได้รับการสนับสนุนจาก บริษัทอาหารเยียนหลินบริษัทในเครือของเยียนหลินกรุ๊ป! ดื่มเหล้าไม่กลัวเมา แค่มีเครื่องดื่มแก้เมาเยียนหลิน ก็เป็นเจ้าพ่อโต๊ะเหล้าได้แล้ว!”
เมื่อเดินเข้ามาจนถึงพื้นที่จัดงานด้านใน เสิ่นหลินก็เห็นเหล่าผู้บริหารของเยียนหลินกรุ๊ป เยียนหลินเอนเตอร์เทนเม้นท์ และบริษัทในเครืออื่น ๆ ต่างก็นั่งอยู่แถวหน้าอย่างเป็นระเบียบ
ถัดไปด้านหลังคือโซนของเหล่าดาราชั้นนำระดับประเทศ
“คุณเสิ่น หนูขอตัวก่อนนะคะ!”
จงฉู่ซินหันมายิ้มให้เสิ่นหลินอย่างสุภาพ
เสิ่นหลินพยักหน้ารับ เขารู้ดีว่า ที่นั่งของเธออยู่แถวที่สาม ซึ่งเป็นโซนของดาราระดับกลาง
พอเห็นเธอเดินจากไป เสิ่นหลินก็กำลังจะมองหาเก้าอี้ของตัวเองในแถวหน้า
แต่ก่อนที่เขาจะได้ก้าวเท้าไป หวังจินฮวาก็เดินเข้ามาหาพร้อมกระซิบเบา ๆ
“คุณเสิ่นคะ ตอนนี้คุณสามารถไปยังห้องรับรอง วีไอพี ได้แล้วค่ะ”
“ไปทำไม? ไม่ได้นั่งแถวหน้าหรือไง?”
เสิ่นหลินถามพลางชี้ไปยังที่นั่งด้านหน้าอย่างสงสัย
“คุณเสิ่นจะต้องขึ้นเวทีภายหลังค่ะ และตอนนี้ประธานบริษัทบันเทิงหลายแห่งก็กำลังรอพบคุณอยู่ในห้องรับรองค่ะ”
เสิ่นหลินพยักหน้าอย่างเข้าใจทันที
อ้อไม่แปลกใจเลยว่าทำไมไม่เห็นอาจารย์หวังกับหวังเว่ยนั่งอยู่แถวหน้า พวกเขาคงไปรออยู่ที่ห้อง วีไอพี กันหมดแล้ว
“โอเค งั้นไปกันเลย”
…..
ระหว่างที่ทั้งสองกำลังเดินไปยังห้องรับรอง วีไอพี ก็เกิดเสียงโวยวายดังขึ้นจากอีกฝั่งของทางเดิน
เสิ่นหลินหันไปมองหวังจินฮวาด้วยสีหน้าประหลาดใจ อีกฝ่ายก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนที่ทั้งสองจะเดินเลี้ยวไปยังโถงด้านหน้าห้องรับรอง
สิ่งที่เห็นคือ ผู้หญิงสองคนยืนโวยวายใส่ผู้บริหารคนหนึ่งของเยียนหลินเอนเตอร์เทนเม้นท์
ไม่ใช่ใครอื่น นั่นคือ โจวซีอวี่ และผู้จัดการส่วนตัวของเธอ
ทั้งคู่กำลังพูดใส่หน้าผู้กำกับใหญ่ของงานนี้ ซึ่งก็คือผู้บริหารที่ดูแลโปรเจกต์ในคืนนี้
“หนึ่งทำไมถึงยกเลิกคิวพรมแดงของซีอวี่!? เราประกาศตารางออกไปแล้วนะ! แฟนคลับนั่งรอดูเต็มโซเชียล พอไม่ออกไปเดิน มันทำลายภาพลักษณ์เธอหมดเลย!”
“สอง มีพนักงานในเยียนหลินกล้าด่าว่าเธอด้วย! แล้วจะเอาหน้ายังไงถ้าเรื่องนี้หลุดออกไป!?”
“สาม ถ้าทางเยียนหลินไม่ให้คำอธิบายที่ชัดเจน เรื่องนี้ได้ขึ้นศาลแน่!”
ขณะที่ผู้จัดการร่ายยาวด้วยความไม่พอใจ โจวซีอวี่ก็ยืนกอดอกอยู่ข้าง ๆ ด้วยสีหน้าเย็นชา แม้ไม่ได้พูด แต่ก็เห็นได้ชัดว่าเธอโกรธจัด
ผู้กำกับงานเหงื่อตก รีบตอบกลับอย่างสุภาพ
“งั้นแบบนี้ดีไหมครับ เชิญคุณทั้งสองไปนั่งแถวหน้าห้องรับรองก่อนนะครับ เดี๋ยวหลังจบงาน ผมจะเข้าไปคุยเรื่องนี้กับประธานโดยตรง”
หวังจินฮวาทำท่าจะก้าวออกไป แต่กลับถูกเสิ่นหลินยกมือห้ามไว้
“ก็แค่ตัวประกอบไม่ต้องเสียเวลา ไปห้องรับรองเถอะ”
เห็นว่าเสิ่นหลินไม่คิดเอาเรื่อง หวังจินฮวาก็ได้แต่พยักหน้าตามอย่างว่าง่ายเพราะ คำพูดของเสิ่นหลินคือคำสั่ง
…..
ในขณะที่เสียงปะทะยังไม่จางหายด้านนอก หวังจินฮวาก็พาเสิ่นหลินเข้ามาในห้องรับรอง วีไอพี
ห้องนี้ตกแต่งอย่างหรูหราในโทนวินเทจ สว่างอบอุ่น แฝงกลิ่นอายความโรแมนติก
เสิ่นหลินมองไปรอบห้อง ก็พบว่าผู้บริหารระดับสูงของเยียนหลินกรุ๊ปอย่างหวังเว่ยและทีมงานนั่งอยู่เรียบร้อยแล้ว
อาจารย์หวังก็นั่งพูดคุยกับแขกอีกกลุ่ม ซึ่งล้วนเป็นคนที่เสิ่นหลินเคยเจอในงานเลี้ยงของ หัวอี้ บราเธอร์ส มาก่อน
กงอวี่ ประธาน คิวอี้วิดีโอ
กู้หย่งเฉียง ประธาน เหลียงคู่
ซือหมิงหราน บุตรชายคนโตของสืออวี้จู แห่งกลุ่ม ซูเปอร์แมน กรุ๊ป
ทั้งสามคนนั่งอยู่ด้วยกัน กำลังคุยกับผู้บริหารคนอื่น ๆ อย่างสนิทสนม
และอีกด้านหนึ่งสายตาเสิ่นหลินก็ไปสะดุดกับชายหนุ่มคนหนึ่ง
เสิ่นชู่ พี่ชายของเขาเอง
เพราะงานนี้จัดในเขตของเสิ่นชู่ เขาจึงได้รับเชิญอย่างเป็นทางการในฐานะเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น
รอบตัวเสิ่นชู่ตอนนี้ มีชายวัยกลางคนหลายคน และหญิงวัยกลางคนอีกสามคนล้อมวงคุยด้วยอย่างกระตือรือร้น
เสิ่นหลินจำชายสองคนในนั้นได้ แต่เขารู้ดีว่าอีกฝ่ายยังไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร
และนั่นแหละคือสิ่งที่น่าสนใจที่สุด
หนึ่งในชายวัยกลางคนที่ล้อมวงคุยกับเสิ่นชู่อยู่ คือ อู๋จิง นักแสดงแถวหน้าที่เพิ่งปิดกล้องภาพยนตร์ หน่วยเสือพิฆาต ไปหมาด ๆ
อีกคนคือ จางอวี้โหมว ผู้กำกับอันดับหนึ่งของประเทศจีน ผู้เป็นตำนานในวงการภาพยนตร์จีน
ส่วนอีกไม่กี่คนที่เหลือ แม้จะไม่รู้จักชื่อโดยตรง แต่แค่ยืนเฉย ๆ ก็รู้สึกถึงออร่าความใหญ่บางอย่างได้ทันที
ทุกคนกำลังนั่งสนทนาอยู่กับเสิ่นชู่
แต่เมื่อเห็นหวังจินฮวาพาเสิ่นหลินเดินเข้ามาในห้อง วีไอพี บรรยากาศเปลี่ยนไปทันที
ผู้คนในห้องต่างเริ่มลุกขึ้นยืนทีละคนด้วยท่าทางยิ้มแย้ม โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริหารอย่างกงอวี่
“คุณชายหลิน ยินดีที่ได้เจออีกครั้งนะครับ! ผมเห็นคุณตอนเดินพรมแดงเมื่อกี้ หล่อมากเลย!”
กงอวี่ ลุกขึ้นทันที เดินตรงเข้ามาหาเสิ่นหลินด้วยความเคารพ แล้วยื่นมือมา
เสิ่นหลินยิ้มรับ พลางยื่นมือไปจับอย่างไม่ถือตัว
“คุณกง ขอบคุณที่มาร่วมงานวันนี้นะครับ”
“ต้องขอบคุณคุณต่างหากครับ”
น้ำเสียงของกงอวี่เต็มไปด้วยความนับถือ
หวังจินฮวาที่ยืนข้าง ๆ เดิมตั้งใจจะช่วยแนะนำประธานของตนให้กับแขกคนสำคัญ แต่กลับกลายเป็นว่าอีกฝ่ายรู้จักเสิ่นหลินอยู่ก่อนแล้ว!
ทันใดนั้น หวังจินฮวาก็นึกย้อนกลับไปถึงเรื่องของโจวฝานที่จู่ ๆ ก็ถูกส่งเข้าคุก
หรือว่าจริง ๆ แล้วโจวฝานโดนเล่นงานเพราะไปล่วงเกินประธานตัวจริง!?
ก่อนที่เธอจะได้คิดอะไรต่อ ก็เห็นกู้หย่งเฉียงกับซือหมิงหรานเดินเข้ามาทักเสิ่นหลินเช่นกัน
“คุณชายหลิน ไม่รบกวนมากนะครับ แค่อยากมาทักทาย”
“คุณชายหลิน ไม่เจอกันไม่กี่วัน ทำไมดูหล่อขึ้นอีกล่ะเนี่ย!”
เสิ่นหลินหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะจับมือกับทั้งคู่ แล้วตบไหล่อย่างสนิทสนม
“ไม่ต้องเกรงใจเลยครับ ขอบคุณที่มา เดี๋ยวหลังงาน พวกเราขึ้นวิลล่าผมไปดื่มกันสักหน่อยนะ”
น้ำเสียงเป็นกันเอง แสดงถึงความสนิทสนมอย่างแท้จริง
หวังจินฮวาแทบจะอ้าปากค้าง
เพราะตอนแรกก็แค่รู้ว่าเสิ่นหลินมีแบ็คใหญ่ แต่ไม่ได้คิดเลยว่าจะใหญ่ขนาดนี้
แต่ยังไม่จบแค่นั้น
ไม่นาน เสิ่นชู่ อาจารย์หวัง และคนกลุ่มใหญ่ที่เมื่อครู่ยังล้อมวงอยู่ ก็เดินตรงมาทางเสิ่นหลิน
หวังจินฮวากำลังจะกระซิบเตือนว่า “นั่นคุณเสิ่นชู่นะคะ!” แต่เธอก็ต้องกลืนคำพูดนั้นกลับเข้าไปในลำคอทันที
เพราะสิ่งที่ได้ยินคือ
“น้องชาย มาแล้วเหรอ! พี่เห็นนายเดินพรมแดงเมื่อกี้ ดูสมกับเป็นลูกหลานตระกูลเสิ่นจริง ๆ!”
เสิ่นชู่ยิ้มกว้าง เดินเข้ามาตบไหล่เสิ่นหลินอย่างอบอุ่น แล้วหันไปแนะนำให้ทุกคนได้รู้จัก
“ทุกคนครับ ขอแนะนำอย่างเป็นทางการ นี่คือน้องชายของผมลูกชายของลุงผมเอง เสิ่นหลิน ฝากดูแลด้วยนะครับในวงการนี้!”
คำพูดนี้ทำเอาทุกคนในห้องเงียบกริบ
โดยเฉพาะพวกที่ไม่รู้มาก่อน เช่น จางอวี้โหมว และบรรดาผู้มีอิทธิพลที่เพิ่งเคยเจอเสิ่นหลินครั้งแรก
“ลูกชายของลุงเสิ่นชู่”
“น้องชายของเสิ่นชู่”
“ทายาทสายตรงของตระกูลเสิ่น”
แปลเป็นภาษาวงในก็คือ ทายาทอันดับหนึ่งของตระกูลเสิ่น!
ว่าที่เจ้าชายแห่งหนึ่งในตระกูลใหญ่สุดของประเทศ!
หวังจินฮวาแทบจะทรุดคิดไม่ถึงเลยว่าคนที่ตัวเองติดตามอยู่ทุกวัน คือ ทายาทอันดับหนึ่งของตระกูลเสิ่น!
ด้วยสถานะนี้ ใครในวงการจะกล้ายุ่งกับเขาอีก!?
ขนาดจางอวี้โหมว ผู้กำกับเบอร์หนึ่งที่ว่าแน่ ยังอดไม่ได้ที่จะมองเสิ่นหลินด้วยแววตาตื่นตะลึง
พวกเขาเหล่านี้ ต่างก็เป็นวงในปักกิ่งที่มีสายสัมพันธ์แน่นแฟ้น
แต่ก็รู้กันดีว่า ในหมู่ผู้ทรงอิทธิพล ยังมีบางคนที่แม้แต่พวกเขาเองก็ยังไม่กล้าหายใจแรงเมื่อเจอหน้า
และหนึ่งในนั้นก็คือตระกูลเสิ่น
ตอนแรกยังสงสัยว่า ทำไมเสิ่นชู่ถึงมางานวันนี้
ตอนนี้คำตอบก็ชัดเจนแล้ว
เพราะเบื้องหลังของ เยียนหลินเอนเตอร์เทนเม้นท์ คือทายาทแห่งตระกูลเสิ่น
ทันทีที่รู้ความจริง ทุกคนในห้องก็เปลี่ยนท่าที
แววตาเต็มไปด้วยความเคารพ รู้ทันทีว่า วงการบันเทิงในประเทศจีนกำลังจะเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
และแม้แต่วงการปักกิ่ง เองก็คงไม่อาจแตะเยียนหลินได้ง่าย ๆ อีกต่อไป
เพราะตอนนี้
ในสนามนี้ มี เจ้าชาย ตัวจริง ยืนอยู่กลางเวทีแล้ว