ก้าวเข้าสู่สปอตไลต์ (ฟรี)

ในขณะที่ดราม่ากำลังลุกลามเต็มที่บนโลกออนไลน์ อาจารย์หวัง ฉินเฟิง และถังเจียเฉิง ก็พากันเดินขึ้นเวทีอย่างสง่าผ่าเผย

ทันทีที่ทั้งสามปรากฏตัว เสียงกรี๊ดจากเหล่าดาราและผู้ชมในงานก็ดังสนั่น

แม้ว่าตอนนี้ชื่อเสียงของเยียนหลินเอนเตอร์เทนเม้นท์บนโลกออนไลน์จะกำลังติดลบ แต่คนที่ขึ้นเวทีไม่ใช่บริษัท เป็นอาจารย์หวังและพวกเขา

ดังนั้นทั้งผู้ชมและดาราในงานจึงยังคงให้ความเคารพอย่างมาก

“พระเจ้า! นั่นอาจารย์หวัง!”
“ฮ่าๆๆ อาจารย์หวังยืนอยู่กับฉินเฟิงแล้วก็ถังเจียเฉิงด้วย โอ้โห ลุคนี้หล่อกินกันไม่ลง!”
“ฮ่าๆๆ นี่มันตลกชะมัด! ใครจะคิดว่าตอนจบของงานจะเป็นแก๊งอาจารย์หวัง!”

เสียงกรี๊ดร้องดังกระหึ่มไปทั่ว ดาราในสังกัดของบริษัทก็ลุกขึ้นยืนปรบมือ ต้อนรับอย่างสมเกียรติ

อาจารย์หวังถือไมโครโฟน หันหน้าเข้ากล้องหลักบนจอใหญ่ แล้วยกมือขึ้นเบาๆ บรรยากาศก็เงียบลงทันที

เขายิ้มออกมา ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“วันนี้คือวันประกาศเปลี่ยนชื่อบริษัทอย่างเป็นทางการ จาก หัวอี้ บราเธอร์ส เป็น เยียนหลินเอ็นเตอร์เทนเมนต์

ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หัวอี้ บราเธอร์ส จะกลายเป็นเพียงอดีต
และสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าเรา คืออนาคตในชื่อของ เยียนหลินเอ็นเตอร์เทนเมนต์

“ผม อาจารย์หวัง เป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นของเยียนหลิน”

“ผม ฉินเฟิง ผู้ถือหุ้นของเยียนหลินเช่นกัน”

“ผม ถังเจียเฉิง ก็เป็นผู้ถือหุ้นของเยียนหลินอีกคนหนึ่ง”

“และในค่ำคืนนี้ พวกเราทั้งสามขอร่วมกันส่งมอบบทเพลง ‘สวัสดีพรุ่งนี้’
แด่อนาคตของเยียนหลินและวงการบันเทิงที่กำลังเปลี่ยนแปลง!”

เสียงเชียร์จากทั้งคนในงานและห้องถ่ายทอดสดออนไลน์ระเบิดขึ้นทันที

จากนั้นเสียงดนตรีก็ดังขึ้น

ทั้งสามคนเริ่มร้องเพลงด้วยน้ำเสียงไพเราะ เสิ่นหลินที่ยืนฟังอยู่หลังเวทีถึงกับอดยิ้มไม่ได้ไม่น่าเชื่อว่าร้องเข้าคีย์กันหมด ไม่มีใครเพี้ยนเลย

ดูท่าจะฝึกกันหนักที่ร้านคาราโอเกะมาก่อนแน่ๆ

เพลงจบลงอย่างสวยงาม เป็นการปิดฉากพิธีเปิดสุดยิ่งใหญ่ของเยียนหลินเอนเตอร์เทนเม้นท์

แต่แทนที่ทั้งสามจะเดินลงจากเวที พวกเขายังคงยืนอยู่ ทำเอาผู้ชมและคนดูไลฟ์สดเริ่มสงสัยว่าจะมีอะไรต่อหรือเปล่า

อาจารย์หวังยกไมค์ขึ้นอีกครั้ง หายใจหอบน้อยๆ แล้วพูดว่า

“วันนี้คือวันเปิดตัวของเยียนหลินเอนเตอร์เทนเม้นท์ หลายคนคงสงสัยว่าใครกันคือประธานของเรางั้นตอนนี้ ขอเชิญท่านประธานของเยียนหลินเอนเตอร์เทนเม้นท์ คุณเสิ่นหลิน ขึ้นเวทีครับ!”

ทันทีที่เสียงอาจารย์หวังดังขึ้น เหล่าดาราในแถวหน้าทั้งหมดยกเว้นศิลปินของเยียนหลินต่างก็หันไปมองด้านหลังเวทีด้วยความสงสัย อยากรู้ว่าชายผู้ที่ว่ากันว่าสามารถชี้เป็นชี้ตายคนในวงการได้ด้วยคำพูดเดียวคือใคร

ในขณะที่ทุกคนกำลังรออย่างใจจดใจจ่อ

จู่ๆ ลำแสงสปอร์ตไลต์ก็สาดลงมายังข้างเวที ก่อนที่ทุกคนจะเห็นร่างหนึ่งก้าวออกมาใต้แสงนั้น

เพราะแสงจ้านั้นแรงมาก แถมยังมีภาพฉายขึ้นจอบนเวทีหลัก ผู้ชมทั้งหมดจึงจ้องมองไปยังชายปริศนาอย่างตั้งใจ

เขาก้าวอย่างมั่นคงไปยังกลางเวที จนมายืนเคียงข้างอาจารย์หวัง

แล้วแสงไฟก็ดับลง ก่อนที่ไฟสว่างเวทีจะเปิดขึ้นทันที เผยให้เห็นชายหนุ่มในชุดสูทเรียบหรู เสิ่นหลิน

“สวัสดีครับทุกคน ผมคือแขกรับเชิญลึกลับ และเป็นประธานของเยียนหลินเอนเตอร์เทนเม้นท์ เสิ่นหลิน”

ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมา ทั้งในงานและในห้องไลฟ์สดก็แทบระเบิด เสียงฮือฮาดังขึ้นพร้อมกับข้อความเต็มหน้าจอ

“เฮ้ย! ไม่ใช่เหรอว่านี่คือหน้าใหม่ของเยียนหลินที่โดนด่าอยู่บนเวยป๋อ?”

“ให้ตายเถอะ! ผู้ชายที่ขับบูกัตติคันนั้นน่ะเหรอคือประธานใหม่ของเยียนหลินเอนเตอร์เทนเม้นท์?”

ผู้ชมทางออนไลน์และเหล่าสตรีมเมอร์ต่างพากันอ้าปากค้าง

ขณะเดียวกัน ในที่นั่งผู้ชม พวกดาราระดับสามที่ก่อนหน้านี้กำลังจะช่วยโจวซีอวี่ ต่างก็หน้าซีดเผือดเมื่อเห็นใบหน้าของเสิ่นหลินชัดเจน

“จบกัน วงการบันเทิงของฉันจบแน่ๆ ไปล่วงเกินตัวพ่อเข้าแล้ว!”

“ชิบหาย! ทำยังไงดีล่ะ? ฉันรีโพสต์เวยป๋อของโจวซีอวี่ไปแล้วนะ!”

“ขอบคุณพระเจ้า! ฉันยังไม่ได้รีโพสต์เลย โชคดีจริงๆ ถ้าเผลอไปโพสต์เข้า คงไม่มีใครช่วยได้”

“ให้ตายเถอะทั้งหมดนี้ผิดที่โจวซีอวี่คนเดียวเลย!”

“……”

ขณะนี้ เหล่าดาราเกรดสามทั้งหมด ต่างก็หันไปมองโจวซีอวี่ที่นั่งอยู่แถวที่สอง

โจวซีอวี่ ซึ่งกำลังถือมือถือของพี่โจว อ่านคอมเมนต์ด่าทอเสิ่นหลินผ่านบัญชีของตัวเอง พอเห็นเสิ่นหลินเดินออกมาจากหลังเวที สีหน้าของเธอก็ซีดเผือดทันที

เป็นไปไม่ได้

เขา เขาคือประธานของเยียนหลินเอนเตอร์เทนเม้นท์จริงๆ งั้นเหรอ!!!

แต่โจวซีอวี่ชะงักไปเพียงครู่เดียวเท่านั้นนึกถึงตอนที่พี่โจวบอกว่าจะซัพพอร์ตเต็มที่ ใจเธอก็กลับมามั่นใจอีกครั้ง

เยียนหลินเอนเตอร์เทนเม้นท์น่ะเหรอ เทียบอะไรได้กับ เพนกวินเอนเตอร์เทนเม้นท์? อีกอย่าง ตอนนี้ชื่อเสียงของเขาในออนไลน์ก็ตกต่ำขนาดนั้น ต่อให้เป็นประธานบริษัท ก็คงต้องลงมาขอโทษเธออยู่ดี

“พี่โจวพี่ไม่เป็นไรใช่มั้ย?”

“ไม่เป็นไรๆ แค่บริษัทเล็กๆ เอง ไม่มีอะไรหรอก”

ยังไม่ทันที่โจวเถิงจะพูดจบ มือถือที่อยู่ในมือของโจวซีอวี่ก็ดังขึ้น

เธอกับพี่โจวหันไปดูหน้าจอ พร้อมกัน แล้วก็พบว่าผู้โทรเข้าคือเผิงซิน ประธานของ เพนกวินเอนเตอร์เทนเม้นท์

โจวซีอวี่รีบส่งมือถือคืนให้โจวเถิง พี่โจวรับมากดรับสายทันที

“ฮัลโหล ท่านประธาน มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ?”

น้ำเสียงของโจวเถิงอ่อนประจบประแจงราวกับลูกน้องที่หวังเอาหน้า

แต่สิ่งที่ตามมากลับเป็นเสียงคำรามจากปลายสาย

“ใครสั่งให้นายโพสต์เวยป๋อนั่น?! ใครอนุญาตให้นายโพสต์?! นายอยากฆ่าฉัน หรืออยากลาก เพนกวินกรุ๊ป ลงเหวกันแน่?!”

โจวเถิงถึงกับชะงัก พูดอะไรไม่ออก

“ประธาน มันก็ไม่ขนาดนั้นมั้งครับ แค่เยียนหลินเอนเตอร์เทนเม้นท์เอง”

“นายมันขยะ! เยียนหลินไม่สำคัญหรอก แต่เสิ่นหลินน่ะสำคัญมาก! นามสกุลเขาคือเสิ่นเขามาจากตระกูลเสิ่นแห่งเมืองหลวง!”

“จากนี้ไปนายโดนไล่ออก!”

โครม!

ทันทีที่คำพูดนั้นจบลง มือถือก็ร่วงจากมือโจวเถิง ราวกับโดนฟ้าผ่า

ร่างเขาสั่นสะท้านทั้งตัว หน้าถอดสี เขารู้ดีว่านี่คือจุดจบของอาชีพเขาในวงการ

โจวซีอวี่รีบแสร้งเข้ามาปลอบด้วยเสียงนุ่ม

“พี่โจว เป็นอะไรไปคะ?”

เพียะ!

ถ้าเธอไม่พูดยังจะดีกว่าทันทีที่เธอเอ่ยปาก โจวเถิงก็เงื้อมือตบหน้าเธอเต็มแรง โดยไม่สนว่าอยู่ต่อหน้าคนเป็นร้อย!

“กรี๊ด!”

โจวซีอวี่ร้องออกมาเสียงหลง มือจับหน้าตัวเองไว้แน่น ก่อนจะมองโจวเถิงด้วยแววตาโกรธจัด

“โจวเถิง! นายกล้า”

“อีสารเลว! หุบปากซะ! เพราะเธอคนเดียว ฉันถึงได้ไปล่วงเกินเสิ่นหลิน!”

“ฉันบอกเลยนะ ฉันถูกไล่ออกแล้ว! แล้วเธอก็จบเหมือนกัน! อาชีพในวงการของเธอพังแน่ ต่อให้เบจิงเซอร์เคิลก็ช่วยอะไรไม่ได้!”

“รู้มั้ยว่าเขาเป็นใคร? เขาจากตระกูลเสิ่นในเมืองหลวง! เตรียมตัวโดนแบนทั้งชีวิตได้เลย!”

ตึง

โจวซีอวี่ ที่ก่อนหน้านี้ยังไม่ใส่ใจนัก ตอนนี้กลับตัวสั่นเทา มองเสิ่นหลินบนเวทีอย่างไม่อยากเชื่อ

จบแล้ว ทุกอย่างจบสิ้นแล้วจริงๆ!

ในขณะที่เธอกำลังคิดว่าจะหาทางสงบความโกรธของเสิ่นหลินยังไงดี ปัญหาใหม่ก็ระเบิดขึ้นอีกระลอก

ผู้จัดการของโจวซีอวี่ ซึ่งก่อนหน้านี้ยังอึ้งอยู่ ตอนนี้ก็ตะโกนออกมาท่ามกลางฝูงชน

“เยียนหลินเอนเตอร์เทนเม้นท์ต้องออกมาขอโทษ!”

และเหมือนเสียงนั้นไปกระตุ้นฝูงชนในเวยป๋อให้ยิ่งคลั่งคนดูบางส่วนที่ไม่รู้ความจริงก็เริ่มโห่ใส่เสิ่นหลินอย่างพร้อมเพรียง

ไม่นาน ทั่วทั้งฮอลล์ก็เต็มไปด้วยเสียงตะโกน

“เสิ่นหลิน ขอโทษ!”
“เสิ่นหลิน ขอโทษ!”
“เสิ่นหลิน ขอโทษ!”

อาจารย์หวังกับพรรคพวกที่อยู่ข้างๆ เห็นภาพนั้นก็เริ่มกังวล แต่เสิ่นหลินกลับเพียงยิ้ม แล้วพยักหน้าให้ทั้งสามคน ก่อนจะรับไมโครโฟนขึ้นมา

“ได้ยินกันมั้ยครับ?”

“เสิ่นหลิน ขอโทษ!”

เสียงโห่ยังคงดังขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางสายตาที่จ้องมองอย่างจับจ้อง

เสิ่นหลินยิ้มบางๆ อย่างจนใจ แล้วพูดต่อ

“ให้ผมขอโทษงั้นเหรอ? แน่นอนครับผมต้องขอโทษจริงๆ

แต่ไม่ใช่ผม!”

“เดี๋ยวผมจะโพสต์เวยป๋อเพื่อชี้แจงเรื่องทั้งหมด จะได้ให้เพื่อนๆ ที่ด่าผมอยู่ในไลฟ์ดูเข้าใจด้วยว่ามันเกิดอะไรขึ้น”

เสิ่นหลินพูดพร้อมกับหยิบมือถือขึ้นมาต่อหน้าผู้ชมทั้งในฮอลล์และทางไลฟ์

แม้จะยังมีบางเสียงพูดถึงดราม่าอยู่บ้าง แต่ก็น้อยลงไปมาก

ขณะนี้ ผู้ชมทั้งในงานและในไลฟ์สดก็เห็นภาพจากมือถือของเสิ่นหลินฉายขึ้นจอใหญ่

เสิ่นหลินเปิดแอคเคานต์เวยป๋อของตัวเอง แล้วเริ่มพิมพ์ข้อความ

【สวัสดีครับ ผมชื่อเสิ่นหลิน เสพข่าวดราม่าก็ขอให้มีสตินิดนึง อย่าหัวร้อนกันไปก่อนนะครับ
เวลาจะเปิดแชมเปญ ก็อย่าลืมว่าอาจจะโดนแชมเปญพุ่งใส่หน้าจนบวม

สำหรับคุณโจวซีอวี่ที่ไม่ได้เดินพรมแดงนั้นผมคงพูดได้แค่ว่า เธอเป็นคนก่อเรื่องเองทั้งหมด

เดี๋ยวผมมีดราม่ามาเสิร์ฟให้ครับ ผมชื่อเสิ่นหลิน เสพดราม่าเสร็จอย่าลืมกดติดตามนะครับ

@โจวซีอวี่ ขโมยแล้วดันร้องว่าถูกขโมย โอ๊ย มันมั่วไปหมดแล้ว! 】

หลังจากพิมพ์เสร็จ เสิ่นหลินก็กดแนบวิดีโอหลักฐานที่เขาถ่ายไว้จากในตึกเล็ก

อัปโหลดรวดเร็ว และเมื่อไฟล์พร้อมเขาก็กดโพสต์ทันที

จากนั้นวางมือถือลงบนโต๊ะ พร้อมกับพูดว่า

“เพื่อให้ทุกคนที่นี่เข้าใจตรงกัน ผมจะเปิดวิดีโอต้นฉบับให้ดูกันชัดๆ เลยนะครับรบกวนทุกคนช่วยหมุนปากกระบอกปืนไปให้ถูกทิศหน่อยนะ อย่ายิงผิดคนอีก!”

ทุกคนหัวเราะกันใหญ่ และแน่นอน ต่างก็อยากรู้ว่าวิดีโอนั้นคืออะไร

ไม่นานนัก ภาพจากวิดีโอที่เสิ่นหลินถ่ายไว้ในตึกเล็กก็ปรากฏบนจอใหญ่กลางเวที

ตึง!

ทันทีที่วิดีโอปรากฏขึ้นบนจอ สีหน้าของโจวซีอวี่ซีดเผือด ตัวสั่นเทิ้ม พึมพำกับตัวเองเบาๆ

“จบแล้ว ฉันจบแน่ๆ ฉันพังแล้ว!”

เมื่อผู้คนในงานดูจบ ภาพที่หันกลับมามองเธอล้วนเต็มไปด้วยความตกตะลึง

“โจวซีอวี่ ขอโทษ!”
“โจวซีอวี่ ขอโทษ!”
“โจวซีอวี่ ขอโทษ!”

เสียงตะโกนกึกก้องกังวานไปทั่วสนามที่จุคนได้กว่าแสนคน

เสิ่นหลินยิ้มนิดๆ แล้วพูดว่า

“ผู้กำกับครับ ช่วยซูมให้คุณโจวซีอวี่หน่อยสิครับ เธอชอบเรียกร้องความสนใจ อยากได้แสงเยอะๆ เราก็ต้องมอบให้เธอ!”

ทีมถ่ายทอดสดได้ยินดังนั้นก็ตัดภาพกล้องไปยังใบหน้าของโจวซีอวี่ที่ตอนนี้ซีดขาวไร้สีเลือด

เสียงตะโกนดังขึ้นเป็นรอบที่สอง

“โจวซีอวี่ ขอโทษ!”
“โจวซีอวี่ ขอโทษ!”
“โจวซีอวี่ ขอโทษ!”

โจวซีอวี่ปิดหน้าร้องไห้ ตัวสั่นไม่หยุด ขณะนี้ผู้จัดการของเธอเดินเข้ามา สีหน้าซีดขาวไม่ต่างกัน ก่อนจะรีบพาเธอออกจากฮอลล์ท่ามกลางเสียงก่นด่าของฝูงชน

กล้องยังคงตามทั้งสองคนไปจนพ้นประตู จากนั้นจึงตัดภาพกลับมาที่เวที

เสิ่นหลินกระแอมเบาๆ

“ได้ยินกันมั้ยครับ?”

คราวนี้ผู้ชมตอบกลับอย่างพร้อมเพรียง

“ได้ยิน!”

“งั้นตอนนี้ผมยังต้องขอโทษอยู่มั้ยครับ?”

“ไม่ต้อง!!! ”

เสิ่นหลินยิ้มแล้วพูดต่อ

“เพราะงั้น ครั้งหน้าก็ช่วยใช้เหตุผลนิดนึงนะครับ อย่างน้อยคราวนี้ผมยังมีหลักฐาน ไม่งั้นโดนด่าจนร้องไห้ไปแล้วมั้ง ฮือออ”

ฮ่าๆๆๆ!

เสียงหัวเราะดังไปทั่วฮอลล์ ผู้ชมและแฟนคลับต่างก็ยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ ประธานเสิ่นคนนี้ ทั้งหนุ่ม ทั้งรวย ทั้งหล่อ แถมยังติดดินและมีอารมณ์ขันอีกต่างหาก

เสิ่นหลินยังกล่าวต่อ

“ก่อนอื่น ผมต้องขอขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมงานเปิดตัวเยียนหลินเอนเตอร์เทนเม้นท์

และผมอยากใช้โอกาสนี้ประกาศให้ชัดว่าศิลปินของเยียนหลิน ยินดีรับการตรวจสอบจากทุกคน

ใครทำตัวกร่าง ใครไม่มีจรรยาบรรณ ผมเปิดให้แจ้งผ่านเวยป๋อผมได้เลย ผมจะตรวจสอบด้วยตัวเอง

แต่ถ้าใครรังแกศิลปินของเยียนหลินล่ะก็ผมจะปกป้องพวกเขาอย่างเต็มที่!”

ทันทีที่สิ้นคำ เสียงปรบมือก็ดังขึ้นกึกก้อง

ไม่ใช่แค่คนดู แต่ศิลปินในสังกัดเยียนหลินเองก็พากันมองเสิ่นหลินด้วยแววตาเปล่งประกาย

โดยเฉพาะจงฉู่ซินที่มองเขาราวกับพระเอกในฝัน

ส่วนทางออนไลน์ ตอนนี้เวยป๋อของเสิ่นหลินเต็มไปด้วยคอมเมนต์บวก

ชาวเน็ต 1: ว้าว! ประธานสายเปย์ หล่อ รวย หนุ่ม แถมปกป้องเด็กในค่ายอีก! อยากเป็นเด็กในค่ายให้พี่ดูแลบ้าง~

ชาวเน็ต 2: ขอโทษค่ะคุณเสิ่น หลุดด่าคุณไปก่อนหน้าเอง แง~

ชาวเน็ต 3: ใครรวยกว่ากันคะ คุณเสิ่นหรืออาจารย์หวัง? อยากรู้มาก 555

ชาวเน็ต 4: กดฟอลแล้วค่ะ ประธานเสิ่น! ถ้ามีดราม่าวงการบันเทิงเมื่อไหร่ จะมาถามคุณก่อนเลย

เสิ่นหลินมองยอดชื่อเสียงของตัวเองที่ทะลุสิบล้านแต้มแล้ว ยิ้มนิดๆ อย่างพอใจ

“โอเคครับพิธีวันนี้จบลงเท่านี้นะครับ

ผมขอลาทุกคนตรงนี้เลย

อย่าลืมกดติดตามเวยป๋อผมด้วยนะครับ ผมจะแชร์ไลฟ์สไตล์ และดราม่าให้ทุกคนได้กินกันเรื่อยๆ”



ตอนก่อน

จบบทที่ ก้าวเข้าสู่สปอตไลต์ (ฟรี)

ตอนถัดไป