กำเนิดมหาเศรษฐี (ฟรี)
ไม่นานนัก เสิ่นหลินกับสวี่ซินก็เดินทางมาถึงห้องแถลงข่าว โดยมีหวังเว่ยและคนอื่น ๆ นำทางเข้าไป
ห้องประชุมที่ใช้จัดงานในครั้งนี้เป็นห้องประชุมขนาดใหญ่ภายในบริษัท ลักษณะคล้ายอัฒจันทร์ทรงโค้งที่ออกแบบมาให้รองรับผู้เข้าร่วมจำนวนมาก
บนจอขนาดใหญ่ด้านหลังเวที ข้อความที่ปรากฏอยู่บนนั้นเขียนไว้ชัดเจนว่า
“พิธีลงนามความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่างกลุ่มบริษัทเยียนหลินกับจินริแคปปิตอล”
เมื่อเสิ่นหลินกับสวี่ซินเดินมาถึงที่นั่งบริเวณด้านหน้า เหล่านักข่าวที่นั่งอยู่ด้านล่างต่างก็พากันเปิดแฟลช ถ่ายรูปทั้งสองกันอย่างขะมักเขม้น
เหตุผลที่นักข่าวมากมายมารวมตัวกันในวันนี้ เป็นเพราะชื่อของสวี่ซิน
ท้ายที่สุดแล้ว นี่คือหนึ่งในราชินีแห่งวงการเงินร่วมลงทุนที่เป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ
นักข่าวจำนวนมากที่มางานนี้ เรียกได้ว่ามากันเพราะเห็นแก่หน้าเธอโดยแท้
แต่ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า ประธานกลุ่มบริษัทเยียนหลินจะเป็นเสิ่นหลิน คนเดียวกับที่เป็นประธานของเยียนหลินเอนเตอร์เทนเม้นท์ และกลายเป็นที่พูดถึงไปทั่ว
เพราะสิ่งที่เสิ่นหลินทำลงไปเมื่อวานนี้ ทำให้นักข่าวสายการเงินหลายรายต่างก็อยากขอสัมภาษณ์นักธุรกิจหน้าใหม่ที่มาแรงคนนี้
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อราคาหุ้นของเยียนหลินเอนเตอร์เทนเม้นท์พุ่งทะยานขึ้นสูงเป็นประวัติการณ์ในวันนี้ จนมูลค่าตลาดทะลุ 7 พันล้านไปแล้ว
เมื่อเทียบกับตอนที่บริษัทยังใช้ชื่อว่า หัวอี้ บราเธอร์ส ซึ่งมีมูลค่าอยู่ที่ 6.4 พันล้าน นั่นเท่ากับว่ามูลค่าของบริษัทเพิ่มขึ้นถึง 600 ล้านในเวลาอันสั้น
เมื่อเสิ่นหลินกับสวี่ซินมาถึง เหล่านักข่าวที่นั่งอยู่ด้านล่างต่างก็เตรียมตัวจะยิงคำถามกันให้พรึ่บ
แต่ในตอนนั้น หวังเว่ยที่สวมสูทผูกเนคไทเรียบร้อยก็ขึ้นไปยืนที่โพเดียมด้านข้าง และเริ่มกล่าวเปิดงานด้วยน้ำเสียงมั่นใจ
“แขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนทุกท่าน ยินดีต้อนรับสู่พิธีลงนามความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่างกลุ่มบริษัทเยียนหลินกับจินริแคปปิตอล ในวันนี้”
หวังเว่ยกล่าวต้อนรับและเกริ่นถึงภาพรวมอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเข้าสู่เนื้อหาสำคัญ
“การลงนามในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่างกลุ่มทุนจินริกับเยียนหลินกรุ๊ปเท่านั้น แต่ยังถือเป็นงานแถลงข่าวระดมทุนรอบแรกของบริษัทในเครืออย่าง เยียนหลิน แพนเอนเตอร์เทนเม้นท์ อีกด้วย”
“โดยในรอบนี้ กลุ่มทุนจินริ ซูเปอร์แมน กรุ๊ป เยียนหลินเอนเตอร์เทนเม้นท์ บริษัทภาพยนตร์แห่งประเทศจีน รวมถึงผู้ถือหุ้นรายบุคคลอีกสิบสองราย ได้ร่วมลงทุนในเยียนหลินแพนเอนเตอร์เทนเม้นท์ บริษัทได้รับการประเมินมูลค่าที่ 5 พันล้าน และได้ปล่อยหุ้นออก 20% เพื่อระดมทุนเป็นจำนวน 1 พันล้าน”
โครม!
เสียงฮือฮาดังขึ้นพร้อมกัน นักข่าวที่อยู่ในงานต่างหันไปมองหน้ากันด้วยความตกตะลึง
บริษัทอะไรกันแน่ถึงได้มีมูลค่ารอบแรกสูงขนาดนี้!?
แต่ยังไม่ใช่เวลาของพวกเขาจะเอ่ยถามอะไร หวังเว่ยยังคงกล่าวต่อไป
“ตอนนี้ ในฐานะตัวแทนจากกลุ่มผู้ร่วมลงทุนในรอบแรก คุณสวี่ซินจากจินริแคปปิตอลจะทำการลงนามในสัญญาระดมทุนร่วมกับคุณเสิ่นหลิน ประธานกลุ่มบริษัทเยียนหลิน สำหรับบริษัทเยียนหลินแพนเอนเตอร์เทนเม้นท์”
เมื่อสิ้นเสียงของหวังเว่ย สาวงามสี่คนในชุดกี่เพ้าก็เดินเรียงแถวขึ้นมาบนเวที แบ่งเป็นสองกลุ่ม
สองคนด้านหน้าถือแฟ้มเอกสาร ส่วนอีกสองคนด้านหลังถือถาดที่มีปากกาวางอยู่บนนั้น
ไม่นานนัก สัญญาสองชุดก็ถูกนำไปวางไว้ตรงหน้าเสิ่นหลินและสวี่ซิน
ทั้งคู่สบตากัน ยิ้มน้อย ๆ แล้วจึงลงลายเซ็นอย่างมั่นใจต่อหน้าสื่อมวลชน
จากนั้นจึงแลกสัญญากัน
หลังจากเสร็จสิ้น ทั้งสองลุกขึ้นพร้อมกัน เดินมายังด้านหน้าของเวที จับมือกันและหันมายิ้มถ่ายภาพให้กับสื่อมวลชนท่ามกลางแสงแฟลชที่พร่างพราย
หลังจากนั้นจึงเปิดช่วงถามตอบกับสื่อ
เสิ่นหลินกวาดสายตาไปรอบ ๆ แล้วพยักหน้าให้หญิงสาวในกระโปรงสีน้ำเงินที่ยกมือขึ้น
หญิงสาวคนนั้นจึงลุกขึ้นทันที
“สวัสดีค่ะคุณเสิ่น คุณสวี่ ดิฉันอู๋ม่าน จากสำนักข่าวการเงินเซี่ยงไฮ้ ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับคุณเสิ่นสำหรับการได้รับเงินลงทุนในรอบแรกค่ะ ต่อมาดิฉันขอถามว่า เยียนหลิน แพนเอนเตอร์เทนเม้นท์ของคุณนั้นทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไร ถึงได้รับการประเมินมูลค่าที่สูงขนาดนี้?”
เสิ่นหลินยิ้มบาง ๆ เมื่อได้ยินคำถาม ก่อนจะหยิบไมโครโฟนขึ้นมาตอบ
“สวัสดีครับ คุณนักข่าวอู๋ ผมเชื่อว่าคำถามของคุณคงตรงกับที่หลายคนสงสัย ผมขอถือโอกาสตอบอีกครั้งก็แล้วกันครับเยียนหลินแพนเอนเตอร์เทนเม้นท์ เป็นบริษัทที่ทำธุรกิจบันเทิงครบวงจรครับ ครอบคลุมทั้งบาร์ ไลฟ์เฮาส์ และแพลตฟอร์มชุมชนออนไลน์ เรามีความสามารถในการแข่งขันในตลาด และมีทีมงานที่แข็งแกร่งมาก ส่วนเรื่องที่ว่ามูลค่าที่ได้รับการประเมินนี้สมเหตุสมผลหรือไม่วันข้างหน้าพวกเราจะเป็นคนให้คำตอบเองครับ”
น้ำเสียงและท่าทีของเสิ่นหลินยังคงถ่อมตัวเช่นเคย แต่กลับแฝงความมั่นใจอย่างชัดเจน
“ค่ะ ขอบคุณคุณเสิ่นที่ช่วยคลายข้อสงสัยให้ค่ะ”
ทันใดนั้น สวี่ซินก็ชี้ไปที่นักข่าวอีกคนหนึ่ง
นักข่าวชายในภาพที่แสดงบนจอก็ลุกขึ้นมายืน กล่าวกับทั้งสวี่ซินและเสิ่นหลินว่า
“สวัสดีครับคุณสวี่ คุณเสิ่น ผมเป็นผู้สื่อข่าวจากช่องการเงินของ CCTV ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับคุณเสิ่นที่ได้รับเงินลงทุนครั้งนี้ และขอแสดงความยินดีกับคุณสวี่ที่ได้เลือกโครงการใหม่อีกหนึ่งโครงการ ผมมีคำถามครับ คุณสวี่เลือกลงทุนในบริษัทเยียนหลิน แพนเอนเตอร์เทนเม้นท์ เพราะเชื่อมั่นในศักยภาพของบริษัทในอนาคต หรือเพราะเสน่ห์เฉพาะตัวของคุณเสิ่นครับ?”
พอได้ยินคำถาม สวี่ซินก็รู้ทันทีว่านี่คือกับดัก
ถ้าตอบว่าลงทุนเพราะเชื่อในศักยภาพของบริษัท ก็อาจฟังดูเหมือนไม่ให้เกียรติเสิ่นหลิน
แต่ถ้าตอบว่าถูกใจในตัวเสิ่นหลิน ผู้คนก็อาจจะหาว่าเธอใช้อคติหรือสายสัมพันธ์ส่วนตัวมาประเมินการลงทุน
ทว่าคนอย่างสวี่ซินน่ะหรือจะเสียเหลี่ยมง่าย ๆ?
เธอคิดอยู่แค่ครู่เดียวก่อนจะตอบกลับด้วยรอยยิ้มมั่นใจ
“คำถามนี้น่าสนใจมากค่ะคุณนักข่าว อย่างแรกเลย ไม่ว่าจะเป็นจินริแคปปิตอลหรือแม้แต่กลุ่มนักลงทุนในรอบนี้ พวกเราทุกคนต่างมองเห็นอนาคตที่สดใสของบริษัทเยียนหลิน แพนเอนเตอร์เทนเม้นท์
“ตอนที่คุณเสิ่นยื่นแผนธุรกิจมาให้เรา พวกเรามองเห็นได้ชัดว่า บริษัทมีศักยภาพในการเติบโตสูงมาก แต่ในขณะเดียวกัน พวกเราก็ให้ความสำคัญกับคนที่อยู่เบื้องหลังแผนนั้นด้วย คุณเสิ่นเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่มีความเด็ดขาดและมองการณ์ไกลมากที่สุดคนหนึ่งที่ฉันเคยพบเจอมาและขอบอกไว้ก่อนว่านี่ไม่ใช่แผนการที่ดีที่สุดของเขาด้วยซ้ำค่ะ”
“หืม?”
นักข่าวที่อยู่ในห้องแถลงข่าวต่างก็หันไปมองสวี่ซินด้วยความสงสัย
สวี่ซินหันไปมองหน้าเสิ่นหลิน ซึ่งพยักหน้าให้อย่างเห็นด้วย จากนั้นเธอจึงพูดต่อว่า
“จริง ๆ แล้ว โครงการที่พวกเราสนใจมากที่สุดในตอนแรกไม่ใช่บริษัทเอนเตอร์เทนเมนต์ค่ะ แต่เป็นเครื่องดื่มแก้เมาของคุณเสิ่นต่างหาก
“ผลิตภัณฑ์นี้ถือว่าเป็นนวัตกรรมที่พลิกวงการเลยทีเดียว และการที่คุณเสิ่นสามารถคิดค้นของแบบนี้ขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง ก็ยิ่งทำให้พวกเรารู้สึกเสียดายมากที่พลาดโอกาสในตอนนั้น แต่ในเมื่อวันนี้พวกเรามีโอกาสได้ร่วมงานกับเขาอีกครั้ง ก็มั่นใจมากค่ะว่าเขาจะสร้างอะไรที่ยิ่งใหญ่ขึ้นได้อีกแน่นอน อ้อ เกือบลืมบอกไปเครื่องดื่มแก้เมาของบริษัทบริษัทอาหารเยียนหลินจะเริ่มวางขายตามซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำตั้งแต่วันนี้ค่ะ ดิฉันลองดื่มมาแล้ว บอกเลยว่าได้ผลดีมากค่ะ! ในงานค็อกเทลที่จะจัดขึ้นหลังจากนี้ ทุกท่านจะได้ลองดื่มกันด้วยนะคะ อย่าลืมช่วยประชาสัมพันธ์ให้พวกเราด้วยล่ะ!”
หลังจากสวี่ซินพูดจบ ผู้คนในห้องประชุมก็ต่างสนใจในเครื่องดื่มที่เธอพูดถึงกันอย่างเห็นได้ชัด
เสิ่นหลินเองก็หันมามองเธอด้วยสายตาซาบซึ้ง
ไม่แปลกเลยที่เธอจะได้รับฉายาว่าเป็นราชินีแห่งวงการลงทุนความสามารถในการพูดจาอย่างมีไหวพริบแบบนี้ ช่างน่าทึ่งจริง ๆ
หลังจากตอบคำถามนักข่าวไปอีกหลายราย เสิ่นหลินก็เชิญทุกคนไปร่วมงานค็อกเทลที่ทางกลุ่มเยียนหลินจัดเตรียมไว้ ซึ่งในงานนั้นก็มีการเสิร์ฟไวน์และเครื่องดื่มต่าง ๆ ให้ได้ลองกัน
เดิมทีนักข่าวทั้งหลายก็สนใจในเครื่องดื่มแก้เมาของเสิ่นหลินอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากนัก
แต่พอได้ลองจริง ๆแววตาของพวกเขาก็เปล่งประกายขึ้นมาทันที
และในวินาทีนั้น พวกเขาก็เข้าใจได้ทันทีว่าทำไมสวี่ซินถึงเลือกลงทุนกับเสิ่นหลิน
ผลิตภัณฑ์นี้เรียกได้ว่าเหนือชั้นจนทิ้งห่างคู่แข่งแบบไม่เห็นฝุ่นย่างแท้จริงสามารถล้มคู่แข่งทั้งยาทั้งแคปซูลแก้เมาในตลาดได้แบบขาดลอย
ยิ่งไปกว่านั้น เหล่านักข่าวเหล่านี้ ต่างก็มีเซนส์ทางธุรกิจเฉียบแหลม
หากไม่มีอะไรผิดพลาด ผู้ชายที่โผล่มาอย่างกะทันหันคนนี้ เสิ่นหลินจะสามารถปั้นยูนิคอร์นระดับมหึมาขึ้นมาได้ภายใต้กลุ่มเยียนหลิน มูลค่าตลาดอาจพุ่งทะลุหมื่นล้าน หรือกระทั่งแตะหลักแสนล้านได้ในไม่ช้า
นี่ยังไม่รวมถึงมูลค่าบริษัทเยียนหลินเอนเตอร์เทนเม้นท์ที่แตะ 7 พันล้านไปแล้ว และเยียนหลิน แพนเอนเตอร์เทนเม้นท์ ที่เพิ่งระดมทุนในมูลค่าเบื้องต้นถึง 5 พันล้าน
ทั้งหมดนี้
ชายหนุ่มที่ดูเหมือนอายุเพียงยี่สิบต้น ๆ คนนี้ กำลังจะกลายเป็นหนึ่งในผู้ติดอันดับมหาเศรษฐีของ ฟอบส์ ในปีนี้อย่างไม่ต้องสงสัย
และพวกเขา...ก็กำลังจะได้เป็นพยานในวันที่ อภิมหาเศรษฐี คนใหม่ถือกำเนิด!