แม่กำลังจะมา (ฟรี)
เสี่ยวรั่วเว่ยรับช้อนตะเกียบจากหูเส้าด้วยท่าทีเรียบร้อย สุภาพ แล้วกวาดตามองไปรอบโต๊ะ
บรรยากาศรอบ ๆ เต็มไปด้วยความคึกคักจากกลิ่นหอมของปิ้งย่างและเสียงหัวเราะของผู้คนมันเป็นกลิ่นอายแบบที่ต่างจากร้านอาหารตะวันตกที่เธอเคยไปกับเสิ่นหลินอย่างสิ้นเชิง
และแปลกแต่เธอกลับชอบบรรยากาศแบบนี้มากกว่าอย่างเห็นได้ชัด
เธอหันไปมองเสิ่นหลิน ยิ้มเล็กน้อยแล้วถามว่า
“ที่แท้คุณชอบมาที่แบบนี้ แล้วทำไมไม่พามาฉันตั้งแต่แรกล่ะ?”
เสิ่นหลินยักไหล่บ่นเสียงอ่อน
“ก็พวกเราผู้ชายล้วน กินเหล้า พูดเรื่องชีวิต บางทีก็จีบสาว แน่นอนว่าต้องมีบรรยากาศโรแมนติกหน่อยสิ”
อาจารย์หวังช่วยเสริมทันที
“ใช่เลย พี่สะใภ้ พวกเราน่ะผู้ชายเต็มตัว ไม่ค่อยชอบร้านหรู ๆ ตะวันตกพวกนั้นหรอก น่าเบื่อจะตาย แต่ก็ต้องไปบ้างเพราะอยากให้สาว ๆ มีความสุข”
เสิ่นหลินพยักหน้าเห็นด้วย
เสี่ยวรั่วเว่ยยิ้มบาง “อันที่จริง ฉันก็ชอบแบบนี้นะ คนเยอะดี บรรยากาศสบาย ๆ ไม่ต้องฝืน ไม่ต้องเสแสร้งอะไรเลย”
เสิ่นหลินหัวเราะก่อนจะหยิบไม้ปิ้งย่างเนื้อแกะส่งให้เธอ เสี่ยวรั่วเว่ยก็รับมาอย่างเรียบง่าย แล้วนั่งกินดื่มคุยเฮฮากับกลุ่มชายหนุ่มรอบโต๊ะอย่างกลมกลืน
จนเวลาล่วงเลยไปเกือบตีหนึ่ง ทุกคนจึงแยกย้ายกันกลับ
ก่อนกลับ เสี่ยวรั่วเว่ยก็คล้องแขนเสิ่นหลินไว้แล้วหันไปบอกกับทุกคน
“งั้นพวกเราขอตัวก่อนนะคะ กลับไปพักผ่อนกันบ้างล่ะ ใครดื่มแล้วอย่าขับรถนะคะ เรียกคนขับแทนด้วย!”
ทุกคนพากันพยักหน้ารับด้วยความนอบน้อม
สายตาแต่ละคู่มองตามสองคนที่ขึ้นรถเบนท์ลีย์ของเสี่ยวรั่วเว่ยอย่างอิจฉาเงียบ ๆ ส่วนรถ ปากานี ของเสิ่นหลินนั้น หูเส้าจะเป็นคนจัดการให้มีคนขับกลับไปส่งที่วิลล่า
หลังรถออกไปได้พักหนึ่ง หวังเว่ยก็ถอนหายใจ
“ว้าว เมื่อกี้พี่สาวเสี่ยวรั่วโคตรมีออร่าเลย!”
“ก็แน่ล่ะ นั่นมันเสี่ยวรั่วเว่ย ลูกสาวคนโตของตระกูลเสี่ยวนะ!”
อาจารย์หวังเอ่ยเสียงจริงจัง ถึงแม้ตระกูลเสี่ยวจะไม่ใช่ตระกูลที่ร่ำรวยที่สุด แต่ก็ถือว่ามีฐานะและบารมีสูงระดับประเทศ
สูงกว่าครอบครัวเขาเล็กน้อยด้วยซ้ำ เพราะคุณพ่อกับคุณปู่ของเสี่ยวรั่วเว่ยเคยเป็นผู้นำระดับสูงของหนึ่งในสี่ธนาคารยักษ์ใหญ่ของประเทศจีน
หูเส้าพยักหน้าแล้วกล่าวเสริม
“ฐานะก็ดี แถมนิสัยยังไม่จุกจิกแบบผู้หญิงทั่วไปอีก นั่งคุยกับพวกเราผู้ชายได้แบบสบาย ๆ แบบนี้หายากนะ”
“แต่เสิ่นหลินก็ใช่ว่าจะเป็นคนเรียบร้อยนัก”
ถังเจียเฉิงพูดพลางจิบเหล้า
อาจารย์หวังหัวเราะแล้วตอบ
“พวกนายไม่ต้องห่วงเรื่องเสิ่นหลินหรอก ผู้หญิงอย่างเสี่ยวรั่วเว่ยน่ะ ดูเงียบ ๆ แต่ฉลาดมาก จะไม่รู้เหรอว่าสามีตัวเองนิสัยยังไง?
ถึงเสิ่นหลินจะเล่นเยอะ เธอก็คงไม่คิดมาก เพราะเท่าที่ฉันเห็น ยังไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนรอบตัวเสิ่นหลินที่เหนือไปกว่าเสี่ยวรั่วเว่ยได้เลย ไม่ว่าจะเรื่องฐานะ วุฒิภาวะ หรือความสามารถ เข้าใจยัง?”
“เอาน่า เลิกคุยกันเถอะ ดื่มกันต่อ!”
อาจารย์หวังยกแก้วขึ้น
“เหมาน้อย พาพวกเราไปนวดที่เสิ่นหลินเคยบอกหน่อยดิ! อยากรู้เหมือนกันว่ามันดีขนาดไหน!”
...
อีกด้าน เสี่ยวรั่วเว่ยเป็นคนขับรถเอง ส่วนเสิ่นหลินนั่งเบาะข้าง มือจับมือเธอไว้อย่างแน่น
“ที่มาเซี่ยงไฮ้วันนี้เพราะเรื่องธนาคารใช่ไหม?”
เสิ่นหลินเอ่ยพลางมองเสี้ยวหน้าของเธอที่ดูคมชัดแม้เพียงแสงไฟในรถ
“อืม ประชุมตั้งหลายชั่วโมงเลยล่ะ วันมะรืนฉันจะพาคุณไปพบประธานธนาคารเจียงหนานนะ”
เสี่ยวรั่วเว่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
เสิ่นหลินได้ยินแล้วก็รู้สึกอบอุ่นในใจ เธอไม่เคยลืมนึกถึงเขาเลย และเธอก็มีความสามารถพอที่จะช่วยเหลือเขาได้จริง ๆ
ผู้หญิงแบบนี้นับว่าหาได้ยาก
แต่จะรีบร้อนอะไรไปค่อย ๆ ไปทีละก้าวก็แล้วกัน
ทั้งสองคุยกันไปเรื่อย ๆ จนถึง คฤหาสน์ตานกง
หลังจากเข้าบ้าน เสิ่นหลินกอดรอบเอวบางของเสี่ยวรั่วเว่ยจากด้านหลัง พูดเบา ๆ ข้างหู
“ไปอาบน้ำด้วยกันนะ”
เสี่ยวรั่วเว่ยหันมายิ้ม ก่อนจะโอบเขากลับ
เสิ่นหลินมองดวงตาหวานชวนฝันของเธอ แล้วกระซิบใกล้ ๆ
“ผมอยากจับคุณพิงกระจกห้องน้ำ แล้วจัดหนักให้หายคิดถึงเลย”
หน้าเสี่ยวรั่วเว่ยขึ้นสีทันที เธอหลบตาแล้วตอบกลับอย่างเขินอายว่า
“บ้า! ไม่อยากให้ต้องคิดเรื่องแบบนี้ทุกวันในหัวเลย!”
พูดพลาง เสี่ยวรั่วเว่ยก็ตั้งท่าจะผลักเสิ่นหลินออก แล้วปล่อยให้เขาไปอาบน้ำคนเดียว
แต่เสิ่นหลินกลับหัวเราะในลำคอเบา ๆ แล้วไม่ทันให้เธอได้ตั้งตัวก็อุ้มเธอขึ้นจากพื้นด้วยท่าทางคุ้นมือ
เสี่ยวรั่วเว่ยรีบตีเขาเบา ๆ แล้วบ่นอย่างเขินอาย
“คนบ้า! คิดแต่เรื่องไม่ดีอยู่ได้!”
เสิ่นหลินหัวเราะขำแล้วตอบ
“กล้าพูดว่าไม่ในวิลล่าผมเหรอ? เด็กดื้อ แค่หายหน้าไปสามวัน นี่ถึงขั้นจะปีนหลังคาแล้วนะ คืนนี้ผมต้องเรียกความเป็นสามีกลับคืนหน่อยแล้วล่ะ”
“บ้า! เกลียดที่สุดเลย!”
...
รุ่งเช้า
เสี่ยวรั่วเว่ยค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆ หันมามองใบหน้าของเสิ่นหลินที่ยังหลับอยู่ข้าง ๆ
เธอเบะปากน้อย ๆ แล้วชูกำปั้นในอากาศเบา ๆ ด้วยสีหน้าเขินปนขัดเขิน
คิดถึงเรื่องเมื่อคืนที่ร้อนแรงและไร้การควบคุมจนแทบหมดแรง เธอก็หน้าแดงขึ้นมาโดยอัตโนมัติ
แม้จะว่าห่างกันนิดหน่อยทำให้รู้สึกเหมือนแต่งงานใหม่ก็จริง แต่เสิ่นหลินนี่มันช่าง ไม่ไว้หน้าเอาเสียเลย
พอเสี่ยวรั่วเว่ยขยับตัวจะลุกขึ้น เสิ่นหลินก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นแล้วโอบเธอไว้แน่นอีกครั้ง
“พอเลย ฉันมีประชุมวันนี้นะ!” เสี่ยวรั่วเว่ยรีบพูด
เสิ่นหลินพึมพำงัวเงีย
“ก็โดดงานไปสิ ยังไงคุณก็ถือหุ้นอยู่ ใครจะกล้ามายุ่ง”
เสี่ยวรั่วเว่ยยื่นมือมาบีบแก้มเขาเบา ๆ แล้วพูดเสียงอ่อน
“พอเลย เด็กดี วันมะรืนคุณต้องเข้าร่วมประชุมภายในของธนาคารเจียงหนานนะ เวลาค่อนข้างกระชั้นแล้ว ต้องเตรียมตัวล่วงหน้า”
พูดจบ เธอก็โน้มตัวลงมาจูบหน้าผากเขา แล้วจึงลุกไปแต่งตัว
เสิ่นหลินนอนมองเธออยู่อย่างนั้นอยู่ดี ๆ ก็แอบคิดว่า การมีผู้หญิงแบบนี้อยู่ข้างกายก็ไม่เลวนะ
แต่พอความคิดนั้นโผล่มา เสิ่นหลินก็รีบกดมันทิ้งไป
“นายยังสนุกไม่พอ อย่าเพิ่งยอมทิ้งทั้งสวนเพราะดอกไม้ดอกเดียวเลย”
อย่างน้อย ตอนนี้เขายังอยากเป็น คนสวนที่ทำงานหนัก ต่อไปก่อน
หลังจากเสี่ยวรั่วเว่ยแต่งตัวเสร็จ เธอกลับมาหาเสิ่นหลินแล้วจูบอำลา
“ฉันไม่ทานข้าวเช้านะ ไว้เสร็จงานแล้วจะติดต่อมาอีกที”
“อื้ม” เสิ่นหลินพยักหน้ารับแบบงัวเงีย
“ไปละนะ”
แล้วเธอก็รีบเดินลงบันไดไป
หลังจากนั้นไม่นาน เสิ่นหลินก็ได้ยินเสียงเครื่องยนต์เบนท์ลีย์ที่ขับออกไปไกลขึ้นเรื่อย ๆ
เขากลิ้งตัวลุกขึ้นล้างหน้าแปรงฟัน เตรียมตัวออกไปคลับเรือใบตามแผนวันนี้
พออาบน้ำเสร็จ กำลังจะเรียกพ่อบ้านให้เตรียมอาหารให้ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
เขาหยิบมาดู เบอร์พี่ชายโทรเข้า
คิดอยู่แวบหนึ่ง เสิ่นหลินก็กดรับสายทันที
“ว่าไงพี่?”
“เสี่ยวหลิน ตอนนี้นายอยู่ที่คฤหาสน์ตานกงรึเปล่า?”
“อยู่สิ มีอะไรรึเปล่า?”
“ดีแล้วล่ะ ที่อยู่ ป้า หมายถึงแม่ของนาย มาถึงเซี่ยงไฮ้ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว จริง ๆ ตั้งใจจะไปหานายเมื่อวาน แต่เห็นว่าดึกเกิน วันนี้เดี๋ยวพี่จะพาเธอไปหานายเลยนะ”
โครม!
สิ้นคำของเสิ่นชู เสิ่นหลินถึงกับช็อก
หัวใจเต้นแรง ทั้งตื่นเต้น ทั้งประหม่าในเวลาเดียวกัน
“เฮ้ยเสี่ยวหลิน ยังอยู่ไหม?”
เสียงปลายสายดังขึ้นอีกครั้ง ดึงเขากลับมาจากภวังค์
เสิ่นหลินสูดลมหายใจลึก ๆ แล้วพูดว่า
“พี่ ผมฟังอยู่ครับ มาเลย ผมอยู่บ้านทั้งวัน ไม่ไปไหนแน่นอน”
“ดีมาก งั้นพี่จะพาป้าไปเดี๋ยวนี้เลย นายก็เตรียมตัวให้ดีล่ะ!”