บทที่ 171 ปฏิกิริยาจากทุกฝ่าย (ฟรี)
หนี่หยวนยิ้มเหี้ยม เลือดในดวงตาไหลเวียนพล่าน ก่อนจะพูดกับเสิ่นหลินด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
ถัดมาเพียงเสี้ยววินาที เขาชูมีดกรงเล็บขึ้นสูง พร้อมจะกระแทกลงกลางอกของเสิ่นหลิน
“ชาติหน้าจำไว้ให้ดี เกิดมาเป็นคนธรรมดาซะเถอะ!”
ดวงตาของเสิ่นหลินเบิกโพลง ขณะที่ใบมีดกำลังจะจ้วงแทงลงมา
เขาชักมือกลับอย่างรวดเร็ว ทิ้งเสื้อคลุมไว้เบื้องหลัง แล้วกลิ้งตัวหลุดออกมา กระแทกพื้นเสียงดัง
ท่ากลิ้งหลังของเขาราบรื่นไร้ที่ติ
หนี่หยวนเห็นดังนั้นก็เหวี่ยงเสื้อคลุมทิ้งด้วยความโมโห กระโจนเข้าไป คว้าข้อเท้าของเสิ่นหลินข้างหนึ่งแล้วลากเข้าหาตัวเองอย่างแรง
เสิ่นหลินยกมือขึ้นยันพื้นแน่น พยายามขัดขืนไม่ให้ตัวเองถูกลากเข้าไปง่าย ๆ
“ไม่มีประโยชน์หรอก คุณชาย ยอมแพ้เถอะ แต่ต้องยอมรับจริง ๆ ว่าคุณเกินความคาดหมายของฉันไปมาก”
“ถ้าพวกนั้นไม่ช่วยระบายพลังคุณมาก่อน ฉันก็คงไม่มีทางฆ่าคุณได้ง่าย ๆ เด็กกำพร้าแท้ ๆ แต่กลับมีพลังถึงระดับสูงสุด โชคดีจริง ๆ ที่ฉันหาคุณเจอก่อน มิฉะนั้นคุณคงเป็นคนเดียวที่เหลือรอดจากรุ่นสาม แล้วตระกูลเสิ่นก็คงไม่มีวันจบสิ้น ซึ่งแบบนั้น มันยอมรับไม่ได้!”
พูดจบ หนี่หยวนก็ออกแรงกระชากสุดตัว กล้ามเนื้อทั่วร่างของเสิ่นหลินตึงจนเส้นเลือดปูดโปน แต่ร่างของเขาก็ยังถูกลากเข้าไปใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ
แม้สถานการณ์จะดูเลวร้าย แต่เสิ่นหลินกลับไม่แสดงความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย แววตายังคงนิ่งสงบเยือกเย็น
ทันใดนั้น เขาก็เห็นช้อนเหล็กตกอยู่ข้างตัว
เสิ่นหลินรีบคว้ามันขึ้นมาถือไว้แน่น
ร่างของเขายังคงถูกหนี่หยวนลากไถไปกับพื้น เสิ่นหลินหัวเราะในลำคออย่างเย็นชา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหน็บแนม
“งั้นเหรอ? ตัวร้ายตายเพราะพูดมากไม่มีใครบอกแกบ้างเลยรึไง? ไอ้งั่ง!”
หนี่หยวนชะงักไปเล็กน้อย
เพียงพริบตาเดียว เขาก็เห็นว่าเสิ่นหลินอาศัยแรงลากกลับตัวถอยหลังมาจนมาอยู่ตรงปลายเท้าของเขาพอดี
“อ๊ากกกก!”
หนี่หยวนกรีดร้องสุดเสียง เพราะทันใดนั้น เสิ่นหลินฟาดช้อนเหล็กลงบนหลังเท้าของเขาอย่างแรง
เขาปล่อยมือทันที เสิ่นหลินไม่รอช้า ใช้จังหวะนั้นยันตัวลุกขึ้นยืน ก่อนที่หนี่หยวนจะทันตั้งตัว ก็ฟาดช้อนใส่หน้าท้องมัน แล้วตามด้วยเตะกวาดเสยเข้าไปเต็มแรง
หนี่หยวนเซถอยหลังหลายก้าว มีดกรงเล็บในมือหลุดกระเด็นไปตกบนพื้น
เสิ่นหลินส่ายศีรษะไปมา เดินเข้าหาด้วยแววตาเย็นเยียบไร้ปรานี
หนี่หยวนหันขวับ เห็นมีดผลไม้อยู่ใกล้มือ ก็คว้าขึ้นมาทันที แล้วพุ่งแทงเสิ่นหลินโดยไม่ลังเล
“พลาดจังหวะฆ่าเมื่อไหร่ ก็ได้เจอยมบาลเมื่อนั้น!”
เสิ่นหลินพูดอย่างสงบนิ่ง แล้วชูช้อนในมือขึ้น ชี้ไปยังหนี่หยวนที่กำลังพุ่งเข้ามา
แต่เขาเร็วกว่าหนี่หยวนเล็กน้อย หลบออกด้านข้าง จากนั้นงอเข่าลงเล็กน้อย ก่อนจะกระแทกช้อนเข้าไปใต้รักแร้ของหนี่หยวนอย่างรุนแรง
หนี่หยวนผงะเฮือก กระโดดตัวลอย มีดในมือหลุดออกมา เขากัดฟันพยายามจะโจมตีต่อ แต่เสิ่นหลินไม่ปล่อยโอกาส
เขาใช้มือข้างหนึ่งยันเขียงไม้ แล้วถีบตัวลอยขึ้นกลางอากาศ หมุนตัวเตะเข้าที่ต้นคอของหนี่หยวนอย่างจัง
เสียงกระแทกดังสนั่น หนี่หยวนร่วงลงไปกองกับพื้น
เสิ่นหลินไม่เอ่ยคำใด หยิบมีดผลไม้ข้างตัวขึ้นมา เหยียบลงบนร่างของหนี่หยวน แล้วกระแทกปลายมีดลงไปบนฝ่ามือมันอย่างแรง
“อ๊ากกกก!”
เสียงกรีดร้องดังลั่น ฝ่ามือของหนี่หยวนถูกเจาะทะลุ เขานอนดิ้นพล่านไปมากับพื้น
เสิ่นหลินกระชากมีดออกมา แล้วฟันลงไปที่มืออีกข้างหนึ่ง ตัดเส้นเอ็นจนขาดสะบั้น
เขาไม่สนใจเสียงร้องโหยหวน ก้มลงไปตัดเอ็นร้อยหวายที่ส้นเท้าทั้งสองข้างของมันต่อ
ตอนนี้ หนี่หยวนไม่อาจขยับแขนขาได้แม้แต่น้อย ได้แต่นอนแน่นิ่งอยู่กับพื้น
เสิ่นหลินเหยียบหน้ามันอย่างแรง
“แกไม่มีค่าอะไรแล้ว เอาไว้จัดการทีหลังก็ยังได้”
พูดจบ เขาเตะเข้าที่หัวของหนี่หยวนอย่างจัง ส่งมันสลบในพริบตา
จากนั้นเสิ่นหลินหันไปมองอีกเจ็ดคนที่นอนร้องครวญครางอยู่ไม่ไกล เขาเดินเข้าไปหาแต่ละคนอย่างไม่รีบร้อน แล้วกรีดคอพวกมันทีละคน จนแน่ใจว่าทุกคนตายหมด
จนถึงตอนนี้เอง เสิ่นหลินถึงได้ถอนหายใจแรง ๆ
และในขณะที่เสิ่นหลินเพิ่งจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น
บนถนนนอกวิลล่า
เสิ่นซานถีบเตะองครักษ์ลับคนสุดท้ายของตระกูลหนี่กระเด็นไปด้วยท่ากลางอากาศ ก่อนจะเหวี่ยงมีดทหารปลายแหลมสามด้านในมือปาเข้าใส่หน้าผากมันอย่างแม่นยำ
ไม่หยุดรอแม้แต่ลมหายใจเดียว เขาหันหลังพุ่งตรงไปยังวิลล่าของเสิ่นหลินทันที พลางตะโกนสั่งเสียงเข้ม
“ทิ้งคนไว้สองคน รอให้สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติมาเก็บกวาด ส่วนที่เหลือ ตามข้าไปช่วยคุณชายเดี๋ยวนี้!”
…
อีกฟากหนึ่ง ใกล้บริเวณคฤหาสน์เมืองเซี่ยงไฮ้ เสิ่นอี้กำลังแบกร่างชายคนหนึ่งไว้ ท่ามกลางศพองครักษ์ในชุดดำที่นอนเกลื่อนพื้น
“พูดมา! แกเป็นใครกันแน่!!!”
ชายผู้นั้นแสยะยิ้มเยาะ มองเสิ่นอี้อย่างไม่สะทกสะท้าน
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า เสิ่นอี้ แกไม่เคยแพ้ในการรบสักครั้ง แต่กลับช่วยคุณชายแห่งตระกูลเสิ่นไว้ไม่ได้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”
คำพูดนั้นทำให้ดวงตาของเสิ่นอี้หรี่ลงทันที
“ไอ้เวร!”
พูดจบ เขาก็ใช้ดาบปลายปืนแทงเข้าไปกลางอกของชายคนนั้นอย่างเฉียบขาด แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
“ไม่ต้องห่วงหรอก ถ้าคุณชายเป็นอะไรไป ฉันจะถอนรากถอนโคนพวกที่อยู่เบื้องหลังแก ฆ่าทิ้งให้หมด แล้วค่อยตามไปอยู่กับคุณชายเอง!”
เขาเหวี่ยงศพทิ้งลงพื้น ก่อนจะหันไปสั่งการทันที
“ไปยังที่อยู่ของคุณชายเดี๋ยวนี้! หน่วยข่าวกรอง! ขุดรากพวกนี้มาให้หมด ฉันจะไปเก็บหนี่้จากพวกมันทีละราย!”
…
ในเซี่ยงไฮ้ ณ สนามบินทหารแห่งหนึ่ง เฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งค่อย ๆ ร่อนลงจอดบนลานบิน
ไม่นานนัก ชายหนุ่มวัยราวสามสิบก็กระโดดลงจากเครื่อง
ใบหน้าของเขามีเค้าละม้ายคล้ายคลึงกับเสิ่นหลินและเสิ่นชู่อย่างชัดเจน
ที่บ่าของเขาประดับด้วยดาวทองส่องประกาย
“พี่รอง!”
ทันทีที่เขาก้าวลงจากเฮลิคอปเตอร์ เสิ่นชู่ก็รีบวิ่งเข้ามาหา
“เสี่ยวหลินละ”
“ยังไม่รู้”
ชายผู้นั้นไม่ใช่ใครอื่น เขาคือเสิ่นฮุ่ย คุณชายคนที่สองแห่งรุ่นสามของตระกูลเสิ่น
เมื่อได้ยินคำตอบ เสิ่นฮุ่ยก็เม้มปากแน่น กำมือจนเส้นเลือดปูด
“ถ้าเสี่ยวหลินเป็นอะไรขึ้นมา ฉันจะฆ่าตระกูลหลี่ให้ยกตระกูลด้วยตัวเอง!”
ในสายตาของเสิ่นฮุ่ย ไม่มีข้อสงสัยเลยว่าเรื่องนี้ต้องเป็นฝีมือตระกูลหลี่อย่างแน่นอน
“พี่รอง พูดมากไปก็เท่านั้น ไปกันเถอะ!”
พูดจบ ทั้งสองก็กระโดดขึ้นรถจี๊ปทหาร พุ่งตรงไปยังคฤหาสน์ตานกง
เบื้องหลังพวกเขาคือรถบรรทุกทหารสามคัน ที่อัดแน่นไปด้วยหน่วยรบพิเศษเต็มคัน
…
ด้านนอกวิลล่าคฤหาสน์ตานกง หวังเหมาจวินเจี๋ยเห็นทั้งหมดด้วยสายตาของตัวเอง
“เสิ่นหลิน นายผ่านอะไรมาบ้างตลอดหลายปีนี้?”
“ถึงได้มีพลังแบบนี้!”
ตอนที่เสิ่นอี้และเสิ่นซานถูกขัดขวางกลางทาง เสิ่นอี้ได้ติดต่อให้หวังเหมาจวินเจี๋ยรีบไปช่วยเสิ่นหลิน
แต่เขากลับไม่คาดคิดว่า พอไปถึง ก็ได้เห็นภาพของเสิ่นหลินฆ่าศัตรูทั้งหมดด้วยตัวเอง
หวังเหมาจวินเจี๋ยไม่ได้ออกมาให้เห็น เพียงแค่มองอยู่เงียบ ๆ
จนกระทั่งได้เห็นฝีมือของเสิ่นหลินกับตา เขาก็เข้าใจได้ทันทีว่าเสิ่นหลินคนนี้ปิดบังความสามารถไว้ตลอด
แต่เขากลับยิ้มน้อย ๆ อย่างพึงพอใจ ยิ่งพี่น้องเขาแข็งแกร่งมากเท่าไร เขาก็ยิ่งดีใจมากเท่านั้น
จากนั้นเขาจึงออกจากวิลล่า แล้วส่งข้อความหาเสิ่นอี้
:ทุกอย่างเรียบร้อย ไม่ต้องห่วง
เสิ่นอี้ที่กำลังมุ่งหน้าไปยังวิลล่าของเสิ่นหลิน เมื่อได้รับข้อความก็ถอนหายใจโล่งอก
เขาตอบกลับทันที
: ขอบใจ
หวังเหมาจวินเจี๋ยตอบกลับสั้น ๆ
: ไม่ต้องขอบใจ เสิ่นหลินเป็นคนจัดการทั้งหมดเอง
เสิ่นอี้เบิกตากว้างทันทีหลังอ่านข้อความนั้น
คุณชาย ทำงั้นเหรอ???
…
อีกด้านหนึ่ง ในตัววิลล่า เสิ่นหลินค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน มองความวุ่นวายที่เบื้องหน้า ใบหน้าเต็มไปด้วยความเดือดดาล
เขาไม่ได้เรียกหนี่หยวนขึ้นมาสอบสวนทันที
แต่กลับเปิดระบบของตัวเองแทน
ถ้าเขาคาดไม่ผิด ยังมีภารกิจเช็คอินอยู่!