กลับสู่ตระกูล 1) (ฟรี)

เมืองหลวง ภายในตระกูลเสิ่น

ในศาลาหลังสวน คุณปู่เจ้าของผมสีขาวโพลนคนหนึ่งนอนเอนตัวอยู่บนเก้าอี้ไม้ ใช้พัดใบหว้าค่อยๆ โบกไล่ความร้อนอย่างเชื่องช้า

ถึงแม้มองไปรอบๆ จะไม่เห็นเงาใครเลย แต่ทั่วทั้งวิลล่ากลับเงียบสงัดอย่างผิดปกติ

มีสายตาคู่หนึ่งคอยจับจ้องเขาอยู่ตลอดเวลาแค่เพียงเขาขยับตัวนิดเดียว คนเหล่านั้นก็พร้อมจะโผล่มาให้ความช่วยเหลือทันที

แค่เห็นแบบนี้ ก็พอเดาได้ว่าชายชราในศาลาไม่ใช่คนธรรมดา

ในตอนนั้นเอง ชายวัยกลางคนคนหนึ่งเดินเข้ามาช้าๆ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้างชายชรา

บุคลิกของเขาดูทรงอำนาจและน่าเกรงขาม แม้ไม่พูดจาอะไร แต่แววตาและท่าทางกลับแผ่รัศมีผู้นำออกมาอย่างชัดเจน

แต่คนเช่นเขาเมื่อมาอยู่ต่อหน้าชายชราแล้วกลับต้องหุบรัศมีเก็บความน่าเกรงขามไว้ทั้งหมด แล้วพูดกับชายชราอย่างนอบน้อม

เวลาผ่านไปพักหนึ่ง ชายชราจึงค่อยๆ ลืมตาขึ้น เอ่ยเสียงแผ่วเบา น้ำเสียงแฝงความอ่อนแรงเล็กน้อยว่า

“งั้นเจ้าหนูนั่น ฆ่าลูกชายหนี่เซี่ยงไปเลยอย่างนั้นหรือ?”

ชายวัยกลางคนพยักหน้าอย่างช้าๆ ดวงตาแฝงความกังวล แต่เสียงตอบกลับกลับสงบนิ่ง

“ครับพ่อ”

ชายวัยกลางคนผู้นั้น ไม่ใช่ใครอื่น เสิ่นเสวี่ยจวิน ผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจเด็ดขาดแทบทุกเรื่องในสายตาคนนอก

แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าพ่อของตัวเอง เขากลับสงบเสงี่ยมราวกับลูกชายที่ไม่กล้าทำผิด

“เฮ้อ ไอ้เด็กคนนี้”

ชายชรายิ้มบาง พึมพำพลางยันตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ มือยังคงพัดใบหว้าไปอย่างใจเย็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“น่าสนใจ แล้วเขาจะมาหาฉันเมื่อไหร่?”

พอได้ยินแบบนั้น ความกังวลในใจของเสิ่นเสวี่ยจวินก็หายวับไปในทันที ดูท่าท่านพ่อคงไม่โกรธเท่าไร

“อีกไม่นานแล้วครับ!”

เขาตอบพร้อมรอยยิ้ม บอกไม่ถูกว่ารู้สึกตื่นเต้นแค่ไหนที่จะได้พบหน้าลูกชายในอีกไม่นานนี้

“ดีเลย! ไอ้เด็กบ้านี่ ชักจะน่าสนใจเข้าไปทุกที!”

“ครับ!”

“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับพ่อ”

เสิ่นเสวี่ยจวินลุกขึ้น โค้งตัวลาอย่างสุภาพก่อนจะเดินออกจากศาลา

ชายชราเงยหน้ามองฟ้าสีคราม ดวงตาเปี่ยมไปด้วยความคิดบางอย่าง ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ

“บางที การที่เด็กนั้นหายตัวไป อาจจะเป็นเรื่องที่ดีเสียด้วยซ้ำ ทุกกลเม็ดเล่ห์เหลี่ยมพอเจอพลังที่แท้จริงเข้าไป มันก็ไร้ความหมายทั้งนั้นแหละไอ้เด็กคนนี้...อย่าทำให้ฉันผิดหวังก็แล้วกัน”

…..

ที่เขตทหารแห่งหนึ่งในเมืองหลวง

หลังจากเสิ่นหลินส่งตัวหนี่หยวนปาให้หลินปินแล้ว เขาก็พูดออกมาตรงๆ

“ดูแลเขาดีๆ ล่ะ เค้นเอาเรื่องที่เป็นประโยชน์มาให้ได้ เข้าใจไหม?”

เมื่อหลินปินได้ยินเช่นนั้น ก็หันมามองเสิ่นหลินด้วยแววตาลุกวาว

นายพลเสิ่นคนนี้มันช่างเด็ดขาดจริงๆ! ตลอดหลายปีที่ผ่านมาที่เขาอยู่ในเขตทหารของเมืองหลวง พวกเขาต้องคอยก้มหน้ารับแรงกดดันจากตระกูลใหญ่พวกนั้นอยู่เสมอ

ไม่คิดเลยว่าวันนี้นายพลเสิ่นจะกล้ายิงประหารต่อหน้าต่อตาแบบนั้นโคตรเท่!

“รับทราบครับ นายพลเสิ่น!”

เสิ่นหลินได้ยินแล้วก็ยิ้มบางๆ ก่อนจะตบไหล่หลินปินเบาๆ หนึ่งที

จากนั้นเขาก็หมุนตัวเดินออกจากค่ายทหาร และทันทีที่เดินพ้นประตูออกมา เสิ่นหลินก็เห็นเสิ่นชู่ยืนพิงรถอยู่กับชายคนหนึ่ง ทั้งคู่กำลังสูบบุหรี่

พอเห็นเสิ่นหลินเดินออกมา เสิ่นชู่ก็รีบก้าวเข้ามาหา ก่อนจะชกไหล่เขาเข้าให้หนึ่งทีแบบหยอกๆ

“ไอ้เด็กเวร! กล้าทำในสิ่งที่พี่ไม่เคยกล้าทำ แถมยังมีเหตุผลมารองรับอย่างดีอีก แบบนี้แหละถึงจะคู่ควรเป็นน้องชายพี่!”

“อย่าเพิ่งหลงตัวเองน่าทั้งหมดมันก็เพราะเสี่ยวหลินวางแผนมาเป๊ะต่างหาก”

สิ้นคำเสิ่นชู่ ชายอีกคนที่ยืนอยู่ข้างหลังก็เดินเข้ามา สีหน้าดูทะเล้นแต่แววตาคมจัด

เขาหันมามองเสิ่นหลินอย่างจับสังเกต

เสิ่นหลินมองอีกฝ่ายอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมา

“พี่รองใช่ไหมครับ?”

“โอ้โห เด็กนี่ฉลาดนะ รู้ได้ไงว่าเป็นพี่?”

เสิ่นฮุ่ยถามกลับด้วยสีหน้าสนุกสนาน

เสิ่นหลินยิ้มแล้วชี้ไปที่เสิ่นชู่

“ก็พี่สองคนนี่ หน้าตาเหมือนกันซะขนาดนั้น ใครจะดูไม่ออกล่ะครับ”

“ฮ่าฮ่าฮ่า! เด็กคนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ วันนี้ทำได้ดีมาก!”

เสิ่นฮุ่ยเดินเข้ามาตบไหล่เสิ่นหลินเต็มแรง ถึงแม้เพิ่งได้เจอกัน แต่เพราะสายเลือดเดียวกัน ความเป็นกันเองก็มาแบบไม่ต้องใช้คำพูดมากนัก

“ว่าแต่ แม่ผมล่ะครับ?”

พอมีจังหวะ เสิ่นหลินก็นึกถึงหนี่เวยทันที เลยถามออกมาอย่างร้อนใจ

“ป้ากลับมาพร้อมพวกเรานั่นแหละ กำลังรอนายอยู่ที่บ้าน กลับบ้านกัน!”

เสิ่นชู่พูดพลางตบไหล่เสิ่นหลินเบาๆ แต่แววตายังคงมีเงากังวลอยู่ลึกๆ

ถึงแม้จะโล่งใจที่เสิ่นหลินจัดการเรื่องทุกอย่างได้ดี แต่สิ่งที่รออยู่ข้างหน้าคือการพบคุณปู่

แต่เอาเถอะ เสี่ยวหลินมันหัวไว จะมีอะไรที่มันรับมือไม่ได้อีก

บางเรื่องต่อให้เราอยากช่วยแค่ไหน คนที่ต้องก้าวข้ามมันไปให้ได้ ก็คือตัวเขาเอง

เสิ่นหลินยิ้มบางก่อนจะพยักหน้าเบาๆ ในใจเต็มไปด้วยคำถามเกี่ยวกับตระกูลเสิ่นที่เขาเพิ่งได้กลับเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งอีกครั้ง

แล้วทั้งสามคนก็พากันขึ้นรถจี๊ปทหาร มุ่งหน้ากลับสู่วิลล่าตระกูลเสิ่น

…..

ในลานบ้านตระกูลเสิ่น หนี่เวยเห็นเสิ่นเสวี่ยจวินเดินออกมาจากหลังบ้าน ก็รีบตรงเข้าไปถามด้วยความเป็นห่วง

“ท่านพ่อ ไม่ได้ว่าอะไรเสี่ยวหลินใช่ไหม?”

กว่าหนี่เวยจะรู้ว่าเกิดเรื่องใหญ่ขนาดไหนกับลูกชาย ก็เมื่อตอนมาถึงเมืองหลวงนี่เอง

ดังนั้น หลังจากกลับมาถึงบ้าน เธอก็ให้เสิ่นเสวี่ยจวินไปพบคุณปู่ก่อน เพื่อดูว่าท่านจะมีท่าทีอย่างไร

แม้ว่าตระกูลเสิ่นจะเป็นครอบครัวที่รักใคร่กลมเกลียวกัน แต่ก็มีระเบียบแบบแผนเข้มงวด จะทำอะไรโดยพลการไม่ได้

และตอนนี้เสี่ยวหลินยิงลูกชายของญาติพี่น้องตัวเองตาย

ถ้าคุณปู่ไม่ออกหน้าปกป้อง เรื่องมันอาจจะไม่จบง่ายๆ ก็ได้

ด้วยเหตุนี้ หนี่เวยจึงเป็นห่วงมาก พอเห็นเสิ่นเสวี่ยจวินกลับมา ก็รีบถามทันที

เสิ่นเสวี่ยจวินจับมือหนี่เวยไว้ แล้วลูบเบาๆ อย่างปลอบโยน

“ไม่เป็นไรหรอก ถึงท่านพ่อจะไม่ได้พูดอะไรชัดเจน แต่ก็แค่บอกว่าอยากเจอเสี่ยวหลินสักครั้ง ดูจากสีหน้าท่านแล้วน่าจะอารมณ์ดีอยู่นะ”

ได้ยินแบบนั้น หนี่เวยก็ยกมือทุบอกตัวเองเบาๆ ด้วยความโล่งอก ก่อนจะหันขวับไปมองเสิ่นเสวี่ยจวินตาขวาง

“เรื่องทั้งหมดในวันนี้ พูดกันตามตรงนะ เสวี่ยจวิน มันเป็นความผิดของคุณทั้งนั้น! คุณโตมาจนใหญ่โตขนาดนี้แล้ว ยังมีหน้ามาปิดบังฉันอีกเหรอ?”

พูดจบยังไม่พอ หนี่เวยคว้าหูเสิ่นเสวี่ยจวินมาเน้นๆ แล้วบิดแรงๆ อย่างไม่ไว้หน้า

“ภาวนาไว้เลยว่าลูกชายคุณจะไม่เป็นอะไร ไม่งั้นนะตลอดชีวิตนี้อย่าหวังจะได้ขึ้นเตียงเดียวกับฉันอีก!”

“โอ๊ยๆๆ ท่านหญิง! เบาๆ หน่อยเจ็บนะ พี่สามยังอยู่ตรงนี้นะ!”

“พี่สะใภ้ ไม่ต้องสนใจผมหรอกครับ ผมขอทำตัวเป็นอากาศไปเลยแล้วกัน เอ่อ ขอตัวไปสูบบุหรี่แป๊บนึงนะครับ”

เสิ่นเสวี่ยอู่พูดพลางชิ่งออกจากห้องรับแขกแทบไม่ทัน พอหนี่เวยหันมามองเขา แผ่นหลังก็เย็นวาบทันที

ตั้งแต่แม่เสีย พ่อก็วางมือจากเรื่องในบ้าน ทุกอย่างเลยตกมาอยู่ที่พี่สะใภ้คนนี้หมด

พูดตรงๆ คือเขากลัวพี่สะใภ้ยิ่งกว่ากลัวพ่อเสียอีก

เสิ่นเสวี่ยอู่เดินออกมาอย่างเงียบๆ โดยไม่ชายตามองสายตาคาดโทษของพี่ชายเลยแม้แต่น้อย

พอออกมานอกบ้าน เขาก็ยิ้มพลางพึมพำกับตัวเองว่า

“เสี่ยวหลิน กลับมาเร็วๆ เถอะพ่อแม่ทะเลาะกันอีกแล้ว!”

เขาหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดเตรียมจะสูบ ทว่าไม่ทันได้จ่อปาก มือเรียวสวยคู่หนึ่งก็ฉวยบุหรี่จากมือเขาไปซะก่อน

“ใครน่ะ!”

เสิ่นเสวี่ยอู่หันขวับไปมอง ก็เห็นเด็กสาวคนหนึ่งยืนเท้าเอว มืออีกข้างถือบุหรี่ไว้ แววตาดูไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด

เธอดูอายุพอๆ กับเสิ่นหลิน และเมื่อเสิ่นเสวี่ยอู่เห็นว่าใครมา ก็เปลี่ยนจากหน้าขรึมเป็นยิ้มแป้นในทันใด รีบถูมือไปมาเหมือนพยายามเอาใจ

“โถๆๆ ใครกันเนี่ย? นี่มันลูกสาวสุดที่รักของพ่อไม่ใช่เหรอ? กลับมาเยี่ยมบ้านพ่อซะทีนะ!”

“พ่อ! หยุดเลยนะ บอกแล้วไงว่าอย่าสูบ! พอฉันไม่อยู่ในประเทศ สูบเอาสูบเอา!”

คนที่พูดก็คือเสิ่นเหมิน ลูกสาวของเสิ่นเสวี่ยอู่ และเป็นพี่สาวของเสิ่นหลินนั่นเอง

เสิ่นเสวี่ยอู่หัวเราะแหะๆ ถูมือไม่หยุด พยายามหาทางเลี่ยง แต่ยังไม่ทันจะพูดอะไร รถจี๊ปคันหนึ่งก็แล่นเข้ามาในลานบ้านพอดี

เขาทำหน้าเหมือนเห็นเชือกช่วยชีวิต แล้วรีบพูดออกมาทันที

“ลูก! น้องชายกลับมาแล้วนะ! ไหนบ่นอยากมีน้องชายมาตลอดไ—พ่อบอกเลยว่าเสี่ยวหลินหล่อใช้ได้เลยล่ะ ไปดูกัน!”

เสิ่นเหมินมองพ่อด้วยสายตาสุดจะเอือม ก่อนจะส่ายหัวเบาๆ แล้ววิ่งผ่านเสิ่นเสวี่ยอู่เข้าไปในลานบ้าน

เธอหันไปมองรถจี๊ปที่เพิ่งแล่นเข้ามา ดวงตาเปล่งประกาย พร้อมกับรอยยิ้มสดใสบนใบหน้า

“น้องชายในที่สุดก็กลับมาซักที!”




ตอนก่อน

จบบทที่ กลับสู่ตระกูล 1) (ฟรี)

ตอนถัดไป