เข้าซื้อหุ้นธนาคารเจียงหนานสำเร็จ (ฟรี)

ไม่นาน การประชุมก็จบลง และงานเลี้ยงค็อกเทลก็เริ่มขึ้น

ในช่วงนั้น เสิ่นหลินหันไปพูดกับเสี่ยวรั่วเว่ยเบา ๆ

“ฉันขอซื้อหุ้น 10% ได้ไหม?”

“หืม?”

เสี่ยวรั่วเว่ยชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดนั้น

“ฉันหมายถึง ฉันขอถือหุ้น 10% คนเดียว ได้หรือเปล่า?”

เมื่อได้ยินเขาย้ำอีกครั้ง เสี่ยวรั่วเว่ยก็มองหน้าเสิ่นหลิน แล้วตอบกลับอย่างใจเย็น

“อย่าเพิ่งรีบเปิดไพ่หรือพูดเป้าหมายของตัวเองออกไปนะ ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลา เดี๋ยวฉันจะช่วยติดต่อท่านประธานเซี่ยให้ ลองคุยกันแบบตัวต่อตัวจะดีกว่า”

“อืมรอบคอบดีเหมือนเคยเลย”

“ระหว่างเราน่ะ ไม่ต้องพูดคำพวกนี้หรอก”

เสี่ยวรั่วเว่ยตอบกลับด้วยรอยยิ้มบาง

“คุณนั่งพักตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวฉันไปหาลุงเซี่ยเอง”

“โอเค ฉันจะรออยู่ตรงนี้”

เสิ่นหลินพยักหน้าอย่างเข้าใจ

จากนั้นไม่นาน เสี่ยวรั่วเว่ยก็เดินตรงไปยังห้องทำงานของท่านประธานเซี่ย

เมื่อมาถึงหน้าประตู เธอก็เคาะทันที

ภายในยังมีเสียงสนทนาดังแว่วมาจากด้านในอยู่บ้าง

“เข้ามาได้เลย!”

เสียงตอบรับดังมาจากด้านใน เสี่ยวรั่วเว่ยจึงเปิดประตูเข้าไป แล้วก็พบว่ามีผู้บริหารและนักธุรกิจชื่อดังจากเจียงซู เจ้อเจียง และเซี่ยงไฮ้นั่งอยู่ในห้อง พูดคุยกับประธานเซี่ยกันอย่างออกรส

ประธานเซี่ยเห็นเสี่ยวรั่วเว่ยเข้ามาก็ยิ้มพยักหน้า

“อ้าว มาแล้วเหรอ เชิญนั่งก่อนเลยนะ เลขาหวัง ช่วยชงชาหน่อย”

“ค่ะ!”

เลขาสาวขานรับทันที เสี่ยวรั่วเว่ยนั่งลงและหันไปมองทุกคนอย่างสุภาพ

“ขอโทษด้วยนะคะ ไม่รบกวนใช่ไหม?”

“ไม่เลย ไม่รบกวนหรอก”

ประธานเซี่ยยิ้มตอบ เธอจึงพยักหน้าตอบรับอย่างนุ่มนวล

เวลาผ่านไปไม่กี่นาที ประธานเซี่ยก็ลุกขึ้นจับมือบรรดานักธุรกิจในห้องอย่างสุภาพ ก่อนจะเดินไปส่งพวกเขาออกจากห้อง แล้วกลับมานั่งลงตรงหน้าเสี่ยวรั่วเว่ย

“ว่าไง เว่ยเว่ย มาหาลุงถึงที่แบบนี้ มีอะไรรึเปล่า?”

เสี่ยวรั่วเว่ยยิ้มอย่างนุ่มนวล

“ลุงเซี่ย หนูแค่อยากมาเยี่ยม แล้วก็คุยเล่นกับลุงหน่อยค่ะ”

ประธานเซี่ยส่ายหน้าเบา ๆ พลางหัวเราะ แล้วยกนิ้วชี้หน้าเธอ

“เธอนี่นะ ถ้ามาแบบไม่มีเรื่องจะคุยก็คงไม่ใช่เว่ยเว่ยแน่ พูดมาเลยดีกว่าว่ามีอะไร?”

พูดจบ เขาก็รินชาให้เธอหนึ่งถ้วย เสี่ยวรั่วเว่ยรับมาไว้ในมืออย่างเรียบร้อย

“งั้นหนูก็จะพูดตรง ๆ เลยนะคะ”

“ลุงเซี่ย ถ้ามีคนที่ครบทั้งสามด้าน เบื้องหลัง เงินทุน และบุคลากรที่มีความสามารถ แบบนี้จะมีโอกาสได้หุ้น 10% ไหมคะ?”

ประธานเซี่ยนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ

“เว่ยเว่ย ที่เธอพูดน่ะ หมายถึงเจ้าหนุ่มที่มาด้วยกันกับเธอใช่ไหม?”

เขาเพิ่งนึกได้ว่า เมื่อครู่นี้เขาเห็นเสี่ยวรั่วเว่ยอยู่กับชายหนุ่มคนหนึ่ง พูดคุยเรื่องงานกันอยู่

เมื่อเห็นว่าประธานเซี่ยเดาออกแล้ว เสี่ยวรั่วเว่ยก็ไม่ได้ปิดบังอะไรอีก

“ค่ะ ใช่ เขานั่นแหละค่ะ”

เมื่อได้ยินแบบนั้น ท่านประธานเซี่ยก็เป่าฟองชาในถ้วยเบา ๆ จากนั้นหันไปมองเสี่ยวรั่วเว่ยด้วยสายตาแบบผู้ใหญ่

“เว่ยเว่ย ถ้าเธอจะมีความรัก ลุงในฐานะผู้ใหญ่ก็พร้อมสนับสนุนเสมออยู่แล้ว แต่เรื่องความรักกับหน้าที่การงาน มันควรจะแยกกันนะ และอีกอย่างคนที่เธอพูดถึงเมื่อกี้ ลุงยังไม่มีแม้แต่ความประทับใจแรก จะพูดถึงเงินทุน เบื้องหลัง หรือความสามารถได้ยังไงกันล่ะ?”

“เพราะงั้นเว่ยเว่ย ลุงก็แค่อยากเตือนให้เธอเปิดตาให้กว้าง ลุงกลัวว่าเด็กคนนั้นอาจไม่ใช่คนที่คุณพ่อของเธอจะยอมรับได้ง่าย ๆ หรอกนะ”

แต่เมื่อได้ฟัง เสี่ยวรั่วเว่ยกลับไม่แสดงความโกรธเลยสักนิด

เธอเข้าใจดีว่านี่คือวิธีคิดของคนรุ่นก่อน และก็ไม่แปลกอะไรที่พวกเขาจะยังไม่รู้จักเสิ่นหลินแต่เธอน่ะ รู้ดีว่าเขาเป็นคนแบบไหน

เสี่ยวรั่วเว่ยจิบชาช้า ๆ ก่อนพูดเสียงเรียบ

“ลุงเซี่ย หนูว่าลุงควรเจอเขาก่อนแล้วค่อยตัดสินใจดีกว่า”

ประธานเซี่ยขมวดคิ้วนิดหนึ่ง ก่อนจะมองหน้าเธออย่างพิจารณา

แต่พอเห็นสายตานิ่งสงบของเสี่ยวรั่วเว่ย เขากลับรู้สึกสนใจขึ้นมาเล็กน้อย

เขาดูเวลาที่ข้อมือ แล้วพูดว่า

“โอเค งั้นลุงให้เวลาเธอยี่สิบนาที ลองโน้มน้าวลุงให้ได้ละกัน”

เสี่ยวรั่วเว่ยยิ้มบาง ๆ อย่างมั่นใจ

“รับรองว่าลุงจะไม่ผิดหวัง”

…..

เสิ่นหลินเดินตามเสี่ยวรั่วเว่ยมาถึงห้องทำงานของประธานเซี่ย

เธอดึงแขนเขาเบา ๆ ก่อนจะแนะนำอย่างตรงไปตรงมา

“เซี่ยเทียนเฉิง ประธานธนาคารเจียงหนาน เสิ่นหลิน ประธานกลุ่มเยียนหลิน และเจ้าของเครื่องดื่มแก้เมาที่กำลังเป็นกระแสอยู่ตอนนี้ อีกอย่างนะบริษัทลูกของเขาเยียนหลิน แพนเอนเตอร์เทนเม้นท์ก็เพิ่งได้รับการประเมินมูลค่า 5,000 ล้านหยวน จาก แคปิทัล ทูเดย์ ในรอบแรกด้วย”

“สวัสดีครับ ท่านประธานเซี่ย”

เสิ่นหลินยื่นมือไปตรง ๆ ด้วยท่าทีไม่ถ่อมตัวเกินไป แต่ก็ไม่ได้หยิ่งยโส

ท่านประธานเซี่ยนิ่งไปเล็กน้อย เขาหันไปมองเสี่ยวรั่วเว่ยอีกครั้ง ก่อนจะหันกลับมามองเสิ่นหลิน แล้วหัวเราะพลางตบบ่าเขาเบา ๆ

“เมื่อกี้ลุงยังสงสัยอยู่ว่า ผู้ชายแบบไหนกันถึงจะทำให้เว่ยเว่ยยอมเปิดใจ ที่แท้ก็เป็นคนที่คิดค้นเครื่องดื่มแก้เมานั่นเอง!”

หลังจากได้ฟังคำแนะนำของเสี่ยวรั่วเว่ย ท่านประธานเซี่ยที่เดิมทียังไม่ค่อยมั่นใจในตัวเสิ่นหลินนัก ก็เริ่มมีความสนใจขึ้นมาทันที

แต่แค่เยียนหลินกรุ๊ปอย่างเดียว มันยังไม่พอ

หลังเชื้อเชิญให้นั่งลงเรียบร้อย ประธานเซี่ยดูนาฬิกา แล้วเอ่ยขึ้นตรง ๆ

“เวลาลุงมีจำกัดนะ เดี๋ยวต้องไปต้อนรับแขกสำคัญต่อ เธอมีเวลาหมดเปลือกแค่สิบห้านาที ลองโน้มน้าวลุงให้ได้!”

เสิ่นหลินยิ้มบาง ๆ พลางสบตาประธานเซี่ย

“ท่านประธานเซี่ย ผมมาที่นี่วันนี้พร้อมด้วยความจริงใจที่สุด อย่างแรก เรื่องเงินทุน หนึ่งเดือนก่อน ผมยังเป็นแค่พนักงานกินเงินเดือนธรรมดา แต่หนึ่งเดือนให้หลัง ผมมีทรัพย์สินส่วนตัวเกินหนึ่งหมื่นล้าน และก่อตั้งกลุ่มเยียนหลินขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง นี่คือสิ่งที่ผมทำได้ในโลกการเงิน”

ขณะพูด เสิ่นหลินก็ยื่นใบรับรองการลงทุนทางการเงินที่ผลิตโดยระบบ ให้กับประธานเซี่ย

ตอนแรกเขาหยิบขึ้นมาดูแบบไม่ใส่ใจนัก แต่พอยิ่งดูสีหน้าก็ยิ่งเปลี่ยนไป

นี่มันอัจฉริยะด้านการเงินชัด ๆ เขาเดินเกมมาหลายครั้ง และไม่เคยพลาดเลยแม้แต่ครั้งเดียว!

“โอเค เรื่องความสามารถกับเงินทุนนายทำให้ฉันประทับใจได้แล้ว แต่นายก็รู้ใช่ไหมว่าธนาคารน่ะต้องพึ่งเบื้องหลังด้วย!”

ทันใดนั้นเอง เสี่ยวรั่วเว่ยหันมามองหน้าประธานเซี่ย แล้วพูดเนิบ ๆ

“ลุงเซี่ย เขาชื่อเสิ่นหลินนะคะ นามสกุลเสิ่นน่ะ”

ก่อนที่เสิ่นหลินจะทันได้พูดอะไร เสี่ยวรั่วเว่ยก็จับแขนเขาไว้ แล้วหันไปมองประธานเซี่ยด้วยสายตานิ่ง ๆ

ทั้งเสิ่นหลินและประธานเซี่ยถึงกับชะงักไปพร้อมกัน

เหตุผลที่เสิ่นหลินตกใจก็เพราะว่าแม่หนูนี่ดันเดาถูกจริง ๆ น่ะสิ

แต่พอคิดถึงภูมิหลังของเธอแล้ว ก็ไม่น่าแปลกที่เธอจะรู้อะไรลึกซึ้งกว่าคนทั่วไป

ส่วนประธานเซี่ยที่ชะงักไปนั้นเพราะเขาถึงกับอึ้งเลยทีเดียว

เสิ่นหลิน แซ่เสิ่น

คือทายาทตระกูลเสิ่นที่เพิ่งกลับมาเมืองหลวงไม่ใช่หรือ? เขาเคยได้ยินมาบ้างว่าเจ้าทายาทคนนี้ชื่อว่าเสิ่นหลิน

ฮึ่ย!

ในตอนนั้นเอง สายตาของประธานเซี่ยที่มองเสิ่นหลินเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

ไม่ใช่แค่หนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง แต่คือทายาทผู้มากความสามารถ

คนแบบนี้ไม่ใช่แค่น่าสนใจ แต่ถึงขั้นต้องหาทางร่วมมือไว้ให้ได้

“คุณเสิ่น ไม่สิ คุณหลิน ผมต้องขอโทษด้วยจริง ๆ ที่เมื่อครู่ไม่รู้ว่ากำลังอยู่ต่อหน้าทายาทตัวจริงเสียงจริง”

“ไม่เป็นไรครับ ท่านประธาน อย่าถ่อมตัวเลย แต่สรุปแล้วท่านแค่กังวลเรื่องความร่วมมือใช่ไหมครับ?”

ทันทีที่ได้ยินคำพูดนี้ ประธานเซี่ยก็รีบพูดขึ้นทันที

“คุณหลิน ทั้งเงินทุน เบื้องหลัง และความสามารถคุณมีครบหมด ผมคิดว่าแทนที่จะรับผู้ถือหุ้นหลายรายเข้ามา สู้ให้คุณเข้ามาคนเดียวเลยจะดีกว่า แบบนี้การสื่อสารและการบริหารในอนาคตก็ง่ายขึ้นเยอะ”

“ยินดีที่ได้ร่วมงานครับ ขอบคุณท่านประธาน”

“ยินดีเช่นกัน คุณหลิน!”

ทั้งสองคนยื่นมือออกมาจับกันแน่น เสิ่นหลินก็สามารถคว้าหุ้น 10% ของธนาคารเจียงหนานมาได้สำเร็จ กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 3 ของธนาคารทันที

ผู้ถือหุ้นอันดับ 1 คือเซี่ยเทียนเฉิง
ผู้ถือหุ้นอันดับ 2 คือธนาคารก่อสร้างแห่งประเทศจีน (CCB) และผู้ถือหุ้นอันดับ 3 ก็คือเสิ่นหลิน

ทั้งสองฝ่ายลงนามในสัญญาการระดมทุนและสัญญาการถือหุ้นทันที

เสิ่นหลินเข้าควบคุมธนาคารเจียงหนานอย่างเป็นทางการ

ในมุมมองของเขา ธนาคารแห่งนี้ไม่ช้าก็เร็วจะกลายเป็น ธนาคารส่วนตัวของเขาอย่างแท้จริง

หลังจากออกจากธนาคาร เสิ่นหลินก็นั่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็หยิบมือถือขึ้นมาโพสต์ข้อความลงในเวยป๋อทันที

เนื้อหาโพสต์

“จากนี้ไป ผมก็เป็น แบงเกอร์ คนหนึ่งแล้วนะครับ @ธนาคารเจียงหนาน”

พร้อมแนบรูปถ่ายของเขากับประธานเซี่ยในระหว่างจับมือร่วมงาน

ทันทีที่โพสต์ของเสิ่นหลินถูกเผยแพร่ออกไป

บัญชีเวยป๋อทางการของธนาคารเจียงหนานก็รีบตอบกลับในทันที

“ขอแสดงความยินดีอย่างยิ่งกับคุณเสิ่นหลิน ที่ได้กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 3 ของธนาคารเจียงหนาน!”



ตอนก่อน

จบบทที่ เข้าซื้อหุ้นธนาคารเจียงหนานสำเร็จ (ฟรี)

ตอนถัดไป