คู่แท้ที่เหมาะสม (ฟรี)
ขณะที่เสิ่นหลินยังยืนคิดอะไรเพลิน ๆ เสียงของลุงสามก็ดังต่อจากปลายสาย
“เอาโทรศัพท์ให้พี่แกหน่อย!”
“อืม!”
หนี่เส้าฝงสูดลมหายใจลึก หันมามองเสิ่นหลินแล้วยิ้มแหย ๆ
“เอ่อ พี่ชายพ่อผมอยากคุยกับพี่ครับ”
เสิ่นหลินมองหนี่เส้าฝงพลางยิ้ม แล้วก็รู้สึกอยากตบหัวเด็กนี่สักทีให้หายหมั่นไส้
“ว่าไงครับ ลุงสาม?”
เสิ่นหลินรับสายขึ้นมาถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“เสี่ยวหลิน ลุงติดงานอยู่ที่อำเภอสองวันนี้ก็เที่ยวให้เต็มที่ในเผิงเฉิงนะ เดี๋ยวให้เจ้าเด็กนี่คอยติดตามดูแล ถ้ามันซนหรือทำตัวไม่ดีนัก ก็จัดการได้เลย ไม่ต้องเกรงใจลุง”
เมื่อได้ยินลุงสามพูดขนาดนี้ เสิ่นหลินก็ปฏิเสธไม่ได้เสียแล้ว เขาหันไปมองหนี่เส้าฝง แล้วก็ยิ้มบาง ๆ พูดว่า
“ลุงสามพูดขนาดนี้ ผมก็ไม่เกรงใจแล้วนะครับ ถ้าเด็กนี่ไม่เชื่อฟัง ผมรับรองว่าจะไม่ออมมือแน่!”
“ฮ่าๆๆ ลุงวางใจได้แล้วละ ได้ยินแบบนี้ก็โล่งใจ เดี๋ยวลุงกลับมาเผิงเฉิงเมื่อไร ค่อยไปดื่มกันสักแก้ว!”
“ครับลุงสาม ลุงอย่าเหนื่อยเกินไปก็พอ ไม่ต้องลำบากมาดูผมถึงนี่หรอกครับ”
“ไอ้ลูกเวร ฟังพี่แกพูดหน่อย! ยังไม่รีบขอโทษอีก!”
เพราะรู้ว่าเปิดลำโพงอยู่ หนี่เหวินเลยตะโกนด่าลูกชายออกมาเสียงดังลั่น
หนี่เส้าฝงหัวเราะแหะ ๆ
“พี่ชาย พี่ชาย ผมขอโทษนะครับ วันนี้ผมไม่รู้จริง ๆ ว่าเป็นพี่ ผมไม่เคยทำแบบนี้มาก่อนเลยนะ!”
เฉินเทาที่อยู่ข้าง ๆ ถึงกับพูดไม่ออก
คุณไม่เคยทำแบบนี้มาก่อนก็จริงแค่ก่อนหน้านี้พี่เพิ่งไปหักขาคนมาเท่านั้นเอง!
แต่ในใจของเฉินเทาตอนนี้ทั้งตื่นเต้นและประหม่า
สิ่งที่ทำให้เขาตื่นเต้นคือ ผู้ชายตรงหน้านี้แหละคือเจ้าชายแห่งตระกูลเสิ่น ที่ร่ำลือกันนักกันหนา!
คนที่กลับไปเมื่อคราวก่อนแล้วถอนรากถอนโคนครอบครัวพี่ชายตนเองจนหมดสิ้น
ตอนนี้ เสิ่นหลินเองยังไม่รู้ว่า เวลานี้ในทั่วทั้งแผ่นดินจีน เหล่าผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้องกับเมืองหลวงต่างก็รู้จักชื่อของเสิ่นหลินเจ้าชายแห่งตระกูลเสิ่นกันทั้งนั้น
ลูกหลานผู้มีอำนาจรุ่นสองหลายคนถึงขั้นยกย่องเสิ่นหลินเป็นไอดอล
ต้องเข้าใจก่อนว่า ก่อนหน้าจะมีเสิ่นหลิน ชื่อที่ดังที่สุดในเมืองหลวงคือ หลี่มู่ไป๋
แต่หลี่มู่ไป๋นั้นเจ้าเล่ห์จัด พวกคนรุ่นสองกลัวเขาเสียยิ่งกว่าเกรงใจ
แต่เสิ่นหลินไม่ใช่
กล้าทำ กล้ารับผิดชอบ และสุดท้ายก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แถมถ้าใครกล้ามาหาเรื่อง เขาก็พร้อมเอาคืนทันทีภายในวันนั้น
ลูกผู้ชายตัวจริง!
เสิ่นหลินเพียงแค่ยิ้มพยักหน้า ไม่ได้ตอบรับคำขอโทษของหนี่เส้าฝง แต่หันไปพูดกับลุงสามทางโทรศัพท์แทน
“ลุงสามครับ เรื่องวันนี้ เอาเป็นว่าเด็กก็คือเด็ก บางทีเรื่องแบบนี้ก็ควรพูดกันในบ้าน จะให้คนอื่นรู้มันก็ดูไม่ดี อีกอย่าง เพื่อนของเขาก็อยู่ที่นี่เมื่อกี้”
แม้ว่าเสิ่นหลินจะยังรู้สึกหมั่นไส้ในความโอหังของหนี่เส้าฝงเมื่อครู่ แต่พอคิดถึงอายุของอีกฝ่ายแล้วก็พอจะเข้าใจ
เด็กในวัยนี้มันก็แค่กำลังหาตัวตน กำลังอยากเด่นอยากดัง
ได้ยินเช่นนั้น หนี่เหวินก็ถอนหายใจออกมา
“เฮ้อ เข้าใจแล้ว งั้นลุงฝากเด็กนี่ไว้ก่อนนะ หลายปีมานี้ลุงกับแม่เขาทำแต่งาน ไม่ได้สั่งสอนอะไรเขาเลย ตอนนี้มีโอกาสดีที่หลานชายมา ลุงก็อยากให้พวกแกคุยกันบ้าง อย่างน้อยก็อายุใกล้กัน คงมีเรื่องคุยกันได้บ้างแหละ”
“ลุงสาม เรื่องเล็กน้อยครับ ไม่เป็นไรเลย ไว้กลับบ้านค่อยคุยกันยาว ๆ ก็ได้ครับ”
“อืม”
พอวางสายโทรศัพท์ เสิ่นหลินก็วางมือถือไว้ข้างตัว ก่อนจะหันไปมองหนี่เส้าฝงด้วยสายตาขำขัน
เจ้าตัวตอนนี้ทำหน้าเหมือนเด็กน้อยโดนแม่จับได้ว่าสอบตก ยืนก้มหน้าก้มตาอยู่ข้าง ๆ เสิ่นหลิน
“พี่ชายผม”
“นั่งลง!”
เสิ่นหลินตบโซฟาข้างตัวเบา ๆ เป็นสัญญาณให้นั่งลงคุยกันดี ๆ
หนี่เส้าฝงรีบยิ้มแห้ง ๆ แล้วรีบเอ่ยอย่างกระตือรือร้น
“พี่ชาย วันนี้ผมขอโทษจริง ๆ นะครับ ผมไม่รู้จริง ๆ ว่าเป็นพี่ เดี๋ยวผมขอชนแก้วขอโทษพี่สักแก้วนะ!”
เขาพูดพลางหยิบเหล้าจะรินให้ตัวเอง แต่ยังไม่ทันได้เท เสิ่นหลินก็ตบหัวเขาเบา ๆ ไปทีหนึ่ง
“เอ้า ว่ามาสิว่าแกมันกร่างแค่ไหนในเผิงเฉิง!”
พอได้ยินแบบนั้น หนี่เส้าฝงก็วางแก้วเหล้าลง มองหน้าเสิ่นหลินอย่างจนปัญญา ไม่รู้จะพูดอะไรออกมา
ถึงจะเป็นคนอวดดี แต่หนี่เส้าฝงไม่ได้โง่
อย่างแรกเลย เสิ่นหลินเป็นพี่ชายของเขา และยังเป็นเจ้าชายตระกูลเสิ่น คนที่แม้แต่ผู้ใหญ่ในบ้านยังไม่กล้าแตะ
ยิ่งไปกว่านั้น เขารู้ดีกว่าใครว่าเสิ่นหลินเคยทำอะไรลงไปบ้าง
ถ้าพี่ชายคนนี้จะคิดเล่นแรงกับเขาจริง ๆ คนในครอบครัวไม่มีใครยื่นมือช่วยแน่
พูดตามตรงตอนนี้สถานะของเสิ่นหลินในตระกูลเสิ่น และแม้แต่ในตระกูลหนี่ ก็เทียบชั้นกับพ่อเขาได้แล้ว
เพราะฉะนั้น หนี่เส้าฝงไม่มีทางหาเรื่องใส่ตัวแน่ ๆ ยิ่งไม่คิดจะอวดดีต่อหน้าเสิ่นหลินอีกต่อไป
“พี่ชาย เรื่องวันนี้มันเข้าใจผิดกันจริง ๆ ช่วงนี้ผมก็เครียด ๆ นิดหน่อย จริง ๆ แล้วสองวันมานี้ ผมก็ว่าจะบินไปหาอยู่ที่เมืองเซี่ยงไฮ้นั่นแหละ”
“จะมาหาฉันทำไม? แกไม่ใช่หัวหน้าแก๊งเจ้าลูกคนรวยหรือไง? มีเรื่องอะไรที่จัดการเองไม่ได้เหรอ?”
เสิ่นหลินแกล้งแหย่ด้วยรอยยิ้ม
หนี่เส้าฝงยิ้มเจื่อน รีบพูดเสียงเร็ว
“พี่ชาย เรื่องนี้ต้องให้พี่ช่วยจริง ๆ!”
“มีอะไร?”
“พ่อผม จะให้ผมกลับเมืองหลวงไปดูตัว แต่ผมไม่อยากไปเลย ยังหนุ่มยังแน่น ยังเที่ยวไม่พอเลย อยู่ดี ๆ จะจับคลุมถุงชน ผมนี่เซ็งสุด ๆ!”
เสิ่นหลินได้ยินแล้วถึงกับตาเป็นประกายทันที
“ดูตัวเหรอ? กับใคร?”
“ไป๋รุ่ยซิน จากตระกูลไป๋”
“ตระกูลไป๋? ไม่ดีเหรอ?”
“พี่ชาย ไม่ดีแน่นอน ถ้าไม่เชื่อ ถามเฉินเทาดูได้เลย ว่าไป๋รุ่ยซินคนนี้มันคนยังไง”
พูดพลางชี้ไปที่เฉินเทาที่ยืนเกร็งอยู่ตรงมุมห้อง
เฉินเทาไม่กล้าขยับแม้แต่น้อย
ชายหนุ่มตรงหน้าคือเจ้าชายของตระกูลเสิ่น ขณะที่ตระกูลเฉินของเขาในเมืองหลวงยังเป็นแค่ตระกูลชั้นสอง ไม่ต้องพูดถึงการเทียบกับเสิ่นหลิน แม้แต่หนี่เส้าฝงก็ยังเทียบไม่ได้ด้วยซ้ำ
พอเสิ่นหลินหันมามองมา เฉินเทาก็รีบยิ้มอย่างนอบน้อมทันที
“พี่หลินครับ เรื่องเมื่อกี้ผมขอโทษจริง ๆ วันนี้ผมเลี้ยงเองหมดเลยนะครับ ส่วนไป๋รุ่ยซินน่ะเหรอ เธอเป็นผู้หญิงหัวร้อน ชอบต่อยมวยเอามาก ๆ ลองดูเจ้านาย เอ่อ พี่ฝงของเราเนี่ย ตัวก็เล็ก ๆ ไม่รู้จะทนหมัดเธอไหวมั้ย”
พรืด!
เสียงขำพรืดหลุดออกมาพร้อมกันจากเสิ่นหลินกับหวังเหมาจวินเจี๋ย
หวังเหมาจวินเจี๋ยกำลังแคะเมล็ดแตงอยู่ พอได้ยินก็หัวเราะพร้อมพูดขึ้นว่า
“ลาวหลิน ฉันว่านะ แบบนี้ก็เข้าท่าดีออก ฝงจื่อ ใช่มั้ย? เรียกแบบนี้ได้หรือเปล่า?”
หวังเหมาจวินเจี๋ยหันไปถามหนี่เส้าฝงด้วยรอยยิ้ม
แม้หนี่เส้าฝงจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร แต่แค่ได้ยินว่าเรียกเสิ่นหลินว่า ลาวหลินก็รู้ทันทีว่าต้องสนิทกันมากแน่นอน
เขารีบยิ้มตอบทันที
“พี่ครับ ตามสบายเลย จะเรียกฝงจื่อหรือเสี่ยวฝงก็ได้หมดครับ!”
“พี่ชาย เรื่องเมื่อกี้ผมก็ขอโทษด้วยนะครับ เรียกผมว่าเสี่ยวเทาก็ได้!”
หนี่เส้าฝงพยักหน้า ส่วนเฉินเทาก็รีบพูดด้วยท่าทางวางตัวอย่างรู้ที่ต่ำที่สูง
ที่จริงตั้งแต่หวังเหมาจวินเจี๋ยรู้ว่าหนี่เส้าฝงเป็นลูกพี่ลูกน้องของเสิ่นหลิน เขาก็ไม่สนใจเรื่องเล็กน้อยเมื่อกี้อีกต่อไป
เขาเองก็คิดแบบเดียวกับเสิ่นหลินก็แค่เด็กคนหนึ่ง ไม่มีอะไรต้องใส่ใจ
“เออ ฉันว่าจริง ๆ แล้ว แกเหมาะกับไป๋รุ่ยซินมากเลยนะ”
พอได้ยินประโยคนั้น หนี่เส้าฝงกับเฉินเทาถึงกับหน้าเหวอ ส่วนเสิ่นหลินเองก็หันไปมองหวังเหมาจวินเจี๋ยอย่างงง ๆ
หวังเหมาจวินเจี๋ยคว้าสาวมากอดแล้วหันไปพูดกับหนี่เส้าฝงอย่างอารมณ์ดี
“ลองคิดดูสิ แกตั้งแก๊งลูกคนรวยไว้แล้วใช่ไหม? ถ้าแต่งกับไป๋รุ่ยซินที่เป็นสาวนักบู๊ขึ้นชื่อ ก็จับมือกันตั้งแก๊งกุหลาบหนามต่อเลยสิ แม่ง เข้าคู่กันสุด ๆ!”
“คิดดูสิ มีสองหัวหน้าอยู่ในบ้านเดียวกัน ทะเลาะกันแต่ละที ก็กลายเป็นศึกตระกูล ระหว่างแก๊งเจ้าลูกคนรวยกับแก๊งกุหลาบหนาม! โคตรมันส์!”