ปฏิบัติการสุดสะพรึงของเสิ่นหลิน (ฟรี)
ในไม่ช้า มอเตอร์ไซค์ทั้งสามคันก็มาถึงโค้งหักศอกแรกของสนาม
ถงข่ายที่ตามหลังพี่รองของฝ่ายฮ่องกงอยู่ มองไปทางจงม่านหยุน และเธอก็พยักหน้าให้สัญญาณกลับมา
“ที่เหลือฝากพี่หงด้วย!”
พูดจบ ถงข่ายก็บิดคันเร่งพุ่งเข้าไปหมายจะชนรถของอีกฝ่ายทันที แต่ใครจะรู้ว่าในจังหวะนั้น พี่รองกลับชะลอความเร็วลง และขยับหัวรถหลบให้
ถงข่ายที่เร่งมาเต็มที่ถึงกับเสียจังหวะ แต่ยังควบคุมรถได้ทัน เขาแสยะยิ้ม
“มาได้จังหวะพอดี พี่หง ฉันไปก่อน!”
“จัดไป!”
จงม่านหยุนที่เห็นช่องว่างชัดเจน ก็รีบชะลอรถแล้วไหลตามถงข่ายเข้าไปทันที
ทั้งสองกำลังจะเร่งแซงขึ้นพร้อมกัน แต่พี่รองกลับมองกระจกหลัง
ทันทีที่ถงข่ายขยับรถขึ้นมาใกล้ เขากลับล้วงมือไปหยิบประแจเหล็กออกมาจากเอว
“ไอ้พวกเผิงเฉิง ไปตายซะ!”
เขาตะโกนอย่างดุดัน ก่อนจะเหวี่ยงประแจฟาดใส่แขนของถงข่ายเต็มแรง!
เพียะ!!
“อ๊ากกก!”
ถงข่ายร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด
จังหวะนั้นพอดีกับเป็นโค้งหักศอก ถงข่ายรู้ตัวดีว่าไม่สามารถควบคุมรถให้ตั้งตรงได้อีกต่อไป
และตรงนี้คือภูเขาไป๋อวิ๋น ถ้าพลาด มีเหวอยู่ข้างล่าง
“ไอ้เวรเอ๊ย พวกสารเลว!”
ถงข่ายกัดฟันสบถ ก่อนจะตัดสินใจกระโดดออกจากรถกลิ้งหลุน ๆ ไปทางไหล่เขา ส่วนมอเตอร์ไซค์ของเขาก็พุ่งตรงออกนอกเส้นทาง
โครมมม!!
เสียงเหล็กกระแทกหินดังก้อง แล้วรถก็หล่นลงจากหน้าผาอย่างรวดเร็ว
ฮ่าก ฮ่าก
ถงข่ายหอบหนักด้วยความเจ็บและโกรธ เขามองไปรถที่จอดอยู่ข้างทางด้วยสายตาเดือดดาล
อีกฝ่ายหันมามองเขา ยกนิ้วกลางขึ้นโชว์ แล้วบิดคันเร่งกลับเข้าเส้นทางไปอย่างไม่สนใจ
ด้านหลัง จงม่านหยุนที่เห็นเหตุการณ์ก็รู้ตัวแล้วว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในอันตรายเช่นกัน
แม้ฝั่งนั้นจะกลับขึ้นนำ แต่พี่สามของสิบสามผู้พิทักษ์ที่ขี่ตามหลังเธอมา ก็เร่งความเร็วอย่างบ้าคลั่งทันที
ในหมวกกันน็อค พี่สามยิ้มเหี้ยม เขาก็ล้วงเอาประแจเหล็กออกมาเช่นกัน
“พี่หง ระวัง!”
เสียงของถงข่ายดังขึ้นจากเฮดเซ็ต
จงม่านหยุนเห็นเงาสะท้อนในกระจกข้าง ก็สบถในใจ:
“เวรเอ๊ย ไอ้พวกชั่ว! คิดว่าฉันจะยอมง่าย ๆ เหรอ!”
เธอรู้ดีว่าตอนนี้สถานการณ์อันตรายสุดขีด ถ้าเธอชะลอ ก็จะโดนฟาดแน่
แต่ถ้าเร่งขึ้นไป ก็มีโค้งหักศอกอยู่ตรงหน้า
มันคือกับดักชัด ๆ!
จงม่านหยุนกัดฟันแน่น ตั้งแต่เธอเริ่มเล่นมอเตอร์ไซค์มา ยังไม่เคยรู้สึกอับอายและคับแค้นเท่านี้มาก่อน
แต่เธอไม่คิดจะแพ้!
“ลองดูสักตั้งแล้วกัน!”
เธอบิดคันเร่งสุดกำลัง เร่งเครื่องเข้าสู่โค้งหวังจะหักเลี้ยวด้วยความเร็วสูง
ด้านหลัง พี่สามที่เห็นก็หัวเราะเสียงต่ำ
“กล้าดีจริง ๆ สาวน้อย แบบนี้แหละตายแน่!”
เมื่อใกล้ถึงโค้ง พี่สามพุ่งรถเข้าไปใกล้ แล้วกำลังจะยกเท้าเตะจงม่านหยุนให้เสียหลัก
เธอเห็นจากหางตา สัญชาตญาณทำให้เธอขยับตัวหลบเล็กน้อยทันที
แต่การหลบนี้เอง กลับทำให้หัวรถเอียงไปทางหน้าผา
“พี่หง! กระโดดออกมา!!”
เสียงของถงข่ายตะโกนลั่นผ่านเฮดเซ็ต!
ถงข่ายมองเห็นฉากตรงหน้าอย่างตื่นตระหนก รีบตะโกนเสียงดังเตือน
แต่ในวินาทีนั้นเอง ขาของพี่สามก็เหยียดออกมา หมายจะเตะจงม่านหยุนให้ตกเขา
“ฉันจะตายงั้นเหรอ?”
จงม่านหยุนมองปลายเท้าที่กำลังจะฟาดเข้ามา ใจเต้นระรัว เธอรู้สึกเคว้งคว้างอย่างบอกไม่ถูก
แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือความไม่ยอมแพ้!
โครมมม!!
เสียงคำรามของมอเตอร์ไซค์ดังกระหึ่มขึ้นในจังหวะคับขัน
“จับมือฉันไว้!”
เสียงหนึ่งดังแทรกสายลมมาอย่างชัดเจน จงม่านหยุนถึงกับตะลึง เธอหันไปมอง เป็นเขาเสิ่นหลิน!?
หมอนี่บ้าไปแล้วรึเปล่า!?
เธอเห็นความเร็วของเขาแล้วถึงกับขมวดคิ้ว แต่ร่างกายกลับยื่นมือออกไปโดยไม่รู้ตัว
ในขณะเดียวกัน พี่สามก็ชะงักด้วยความตกใจ เพราะขาของเขายังยกค้างอยู่ในอากาศ
โครม!!
เสิ่นหลินบิดรถชนเข้ากับขาของพี่สามเต็มแรง!
“อ๊ากกกกกก!!”
พี่สามของฝั่งนั้นร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ก่อนร่างจะลอยคว้างแล้วกลิ้งตกจากรถร่วงลงไปในหน้าผาเบื้องล่าง
เสียงกรีดร้องของเขาดังสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขา
ในจังหวะนั้นเอง เสิ่นหลินควบคุมรถด้วยมือข้างเดียว ส่วนอีกข้างยื่นไปคว้าข้อมือของจงม่านหยุนที่เกือบตกจากรถไว้ได้
แรงของเสิ่นหลินมหาศาลจนดึงร่างของจงม่านหยุนกลับขึ้นมา ก่อนที่เธอจะลื่นลงไปจริง ๆ จนสุดท้ายเธอก็มานั่งอยู่หลังเขาอย่างสมบูรณ์
ตอนนี้จงม่านหยุนถึงกับยังมึนงง สมองเธอว่างเปล่าไปชั่วขณะ
นี่มันเกินไปแล้ว!
“มัวยืนอึ้งอยู่ทำไม? กอดแน่น ๆ สิ!”
“หา?”
เสิ่นหลินพูดอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อเห็นว่าเธอยังนิ่งไป เขาเร่งคันเร่งทันที และก็รู้สึกถึงแรงดึงจากด้านหลัง จงม่านหยุนรีบโอบกอดเอวเขาแน่นแทบจะทันที
ใบหน้าของเธอขึ้นสีแดงเรื่อ ร้อนผ่าว ทั้งที่ปกติเธอคือพี่สาวใหญ่ประจำวงการ แต่ตอนนี้กลับเหมือนเด็กผู้หญิงขี้อายคนหนึ่ง
“จับให้แน่นนะ เดี๋ยวฉันจะพาเธอไปชนะให้ดู!”
เสิ่นหลินยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหักเลี้ยวเข้าสู่โค้งหักศอกอย่างแม่นยำและนุ่มนวล
…..
ฉากเมื่อครู่ ถูกบันทึกไว้ชัดเจนจากโดรนถ่ายทอดสดจากยอดเขา
คนดูรอบสนามต่างก็ส่งเสียงอื้ออึง!
“พระเจ้า! นี่มันเทพชัด ๆ! เมื่อกี้ใครบอกว่าเขาขับไม่เป็น!?”
“มนุษย์ธรรมดาที่ไหนจะทำแบบนั้นได้วะ!?”
“โคตรเท่! ที่ขับช้า ๆ ตอนแรกคือดูถูกพวกเราทั้งสนามชัด ๆ!”
“......”
เสียงฮือฮาดังกระหึ่ม ขณะที่เฉินเทาคว้ามือหนี่เส้าฝงแล้วพูดอย่างตื่นเต้นสุดขีด
“พี่ฝง! ผมผิดไปแล้ว! ผมไม่น่าตั้งคำถามกับลูกพี่ของพี่เลย! พี่ฝง ตอนหลังช่วยพูดให้ผมหน่อยนะ ผมอยากขอฝากตัวเป็นศิษย์!”
หนี่เส้าฝงหันมามองเฉินเทาที่ตอนนี้กำลังโดดโลดเต้นด้วยความตื่นเต้น แล้วพูดเสียงเรียบ
“หยุดเหอะน่า!”
แม้ปากจะพูดแบบนั้น แต่ในใจของหนี่เส้าฝงกลับตื่นเต้นยิ่งกว่าใคร
เห็นมั้ย!? นี่แหละลูกพี่ของฉัน!
พี่ชายของฉันคนนี้แม่งโคตรสุด!
…..
ในเส้นทางเขาไป๋อวิ๋น
หลังจากเสิ่นหลินหักโค้งได้อย่างงดงาม เขาก็เร่งความเร็วขึ้นอีกขั้น
จงม่านหยุนที่ซ้อนท้ายอยู่ตอนนี้เริ่มตั้งสติได้ เธอเงยหน้ามองแผ่นหลังของเสิ่นหลิน แล้วนิ่งอึ้งไป
เพียงแค่ 20 วินาที เสิ่นหลินก็ไล่ทันคนที่นำหน้าอยู่
พี่รองเห็นในกระจกว่ามีรถไล่ตามมาอย่างรวดเร็ว ก็เตรียมหยิบประแจขึ้นมาอีกครั้ง
แต่ในจังหวะนั้น เสิ่นหลินกลับจับมือของจงม่านหยุนที่โอบเอวเขาอยู่แน่น
“จะจะทำอะไรน่ะ?”
จงม่านหยุนพูดเสียงสั่น ๆ
“อยากชนะมั้ย? ถ้างั้นก็เลิกพูดมาก แล้วขับ!”
“พูดอะไรของนายเนี่ยว้าย!”
ยังพูดไม่จบ เสิ่นหลินก็ใช้แรงกระชากดึงเธอข้ามตัวไปวางไว้ด้านหน้า
“จับแฮนด์ไว้!”
“อะโอ๊ยยย!”
แม้จะงงไปหมด แต่พอเห็นการควบคุมรถกับการหักเลี้ยวของเสิ่นหลินก่อนหน้านี้ จงม่านหยุนก็รู้ได้ทันที ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่มือใหม่
ขณะที่เธอกำลังประคองรถ เสิ่นหลินก็ค่อย ๆ วางมือลงบนไหล่ของเธอ ก่อนจะยันตัวขึ้น
“เฮ้! นายนี่จะทำอะไรอีกล่ะ!?”
ยังไม่ทันพูดจบ เธอก็เห็นเสิ่นหลิน กระโดดข้ามหัวเธอออกไป!
วินาทีนั้นเอง จงม่านหยุนถึงกับอ้าปากค้าง มองภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึงสุดขีด
เสิ่นหลินโดดไปบนรถของฝั่งนั้นแล้ว!
พี่รองรู้สึกถึงแรงกดที่เบาะหลัง ก่อนที่วินาทีถัดมา เสิ่นหลินจะเอื้อมมือคว้าคออีกฝ่าย แล้วก้มลงกระซิบข้างหูด้วยเสียงเย็นเยียบราวยมทูต
“ชอบเล่นแรงใช่มั้ย? งั้นฉันจะเล่นให้ดู!”