คนที่มา ไม่ธรรมดา (ฟรี)

ภายในห้องทำงานของเหอเชาซิน

หลังจากได้ยินคำพูดสุดท้ายของเสิ่นหลิน เธอก็ไม่สามารถควบคุมความโกรธได้อีกต่อไป

“ดีมาก ดีมาก!! ในมาเก๊า ใครกล้าพูดกับฉันแบบนี้ป่านนี้คงได้ไปเป็นอาหารปลาใต้ทะเลกันหมดแล้ว!!”

“ฉันจะทำให้แกตายทั้งเป็นเลยคอยดู!”

พูดจบ เหอเชาซินก็กดวางสายทันที มือกำแน่น ใบหน้าเต็มไปด้วยโทสะ

“คนไหนก็ได้! เข้ามา!”

ประตูห้องถูกเปิดทันที บอดี้การ์ดคนหนึ่งรีบเดินเข้ามา ยืนตัวตรงอยู่หน้าโต๊ะ

“คุณหนู?”

“เอาเช็คแปดร้อยล้านนี่ไป! ไปที่ห้องควบคุม ส่งให้ไอ้สารเลวนั่น!”

“คุณหนูครับ นี่มัน”

“ฉันยังพูดไม่จบ! บอกมันว่า ให้มันไสหัวออกไปจากแกรนด์ลิสบัว และเฝ้ามันเอาไว้หลังฉันจัดการเรื่องทูตเสร็จ ฉันจะเล่นงานมันด้วยตัวเอง!”

บอดี้การ์ดพยักหน้าแน่น

“อีกอย่างเอาปืนไปด้วย! ไอ้เวรนั่นมันมีปืน!”

“ครับคุณหนู!”

บอดี้การ์ดโค้งคำนับแล้วรีบเดินออกไปทันที พร้อมรวบรวมคนของเขา ติดอาวุธครบมือ แล้วมุ่งหน้าสู่ห้องมอนิเตอร์

…..

ทางด้านเสิ่นหลิน

หลังจากได้ยินคำพูดทั้งหมดของป้าคนนี้ เขาก็แค่นหัวเราะในลำคอ

“ตระกูลเหอเหรอ?”

แต่แล้วหลังจากวางสายได้ไม่กี่นาที บอดี้การ์ดกลุ่มหนึ่งก็มาถึงหน้าห้องควบคุม แต่กลับไม่มีใครสามารถเข้าไปได้

เพราะตอนนี้องคลักษณ์แห่งตระกูลเสิ่น ได้ควบคุมพื้นที่ทั้งหมดไว้แล้ว

ทันใดนั้น หนึ่งในองคลักษณ์ก็เดินเข้ามาหาเสิ่นหลินอย่างเร่งรีบ

“คุณชายครับ คนของพวกนั้นมาแล้ว บอกว่ามาส่งเงินครับ!”

เสิ่นหลินหรี่ตาลงเล็กน้อย

“หือ? เดี๋ยวนะบทมันไม่ใช่แบบนี้นิ?”

“เมื่อกี้ยังบอกจะจับฉันโยนลงทะเลเลี้ยงปลาอยู่เลย ไม่ใช่เหรอ?”

“แล้วนี่อะไรยื่นเงินให้เองเฉยเลย?”

เขาเริ่มรู้สึกงงในชีวิต

“หรือว่า ป้าคนนั้นมีนิสัยซาดิสม์มาโซฯ? โดนด่าหน่อยแล้วฟิน?”

“หรือว่าตื่นเต้นกับการถูกหยาม? ให้เงินฉันแล้วมีความสุข?”

เสิ่นหลินยิ่งคิดก็ยิ่งตลก

“แบบนี้มันไม่เท่เลย ฉันจะอวดใครได้ล่ะ?”

“ไม่ใช่แน่ๆ ต้องมีอะไรแอบแฝง”

ทันใดนั้น ใบหน้าของเสิ่นหลินก็แปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แบบ จอมมารปากเบี้ยว

“กลัวว่ามีปัญญารับเงิน แต่ไม่มีปัญญาใช้สินะ?”

เขาสรุปได้ทันทีอีกฝ่ายคงต้องรีบเคลียร์ เพราะคณะทูตกำลังจะมา

ถ้าไม่จ่ายเงิน เขาคงไม่ยอมไปง่ายๆ

แต่ถ้าจ่ายก็แค่ซื้อเวลาไว้ก่อน แล้วค่อยมาเอาคืนทีหลัง

“น่าสนุกดีนี่ฉันว่างพอดี งั้นก็เล่นด้วยหน่อยแล้วกัน!”

“ให้พวกเขาเข้ามา”

“รับทราบครับ คุณชาย!”

ไม่นาน องคลักษณ์ก็พาคนของตระกูลเหอเข้ามา

เดิมที บอดี้การ์ดหัวหน้าทีมของเหอเชาซินเดินมาพร้อมท่าทีฮึกเหิมเต็มพิกัด คิดจะโชว์พาวต่อหน้านักพนันอวดดี

แต่เขาก็ไม่ทันได้พูดอะไรบอดี้การ์ดที่เขาพามาทั้งหมด ก็ถูกองคลักษณ์ของเสิ่นหลินจัดการภายในไม่กี่วินาที

แถมเขายังทันเห็นอาวุธที่ฝ่ายนั้นพกมาเป็นปืนที่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ใช่ของเถื่อนแบบพวกเขา

ในวินาทีนั้นเอง หัวหน้าทีมก็รู้ทันทีว่า

“เหี้ยละ คนพวกนี้ไม่ธรรมดา”

โชคดีที่เขาปรับตัวไว รีบบอกองคลักษณ์ว่าพวกเขามาส่งเงินและถืออาวุธเพราะห่วงเรื่องความปลอดภัย

องคลักษณ์จึงพาเขาเข้าไปพบเสิ่นหลิน

เมื่อถึงหน้าเสิ่นหลิน บอดี้การ์ดผู้นั้นรีบก้าวขึ้นหน้าพร้อมยื่นเช็คด้วยสองมือ

“คุณชายครับนี่คือเช็คจำนวนแปดร้อยล้านจากคุณหนูของพวกเรา”

“คุณหนูฝากบอกว่ารับเงินแล้วก็เชิญออกจากแกรนด์ลิสบัวเถอะครับ ต่อจากนี้ คาสิโนจะเข้าสู่ภาวะปิด ขอความร่วมมือด้วย”

ตอนนี้หัวหน้าทีมรู้แล้วว่าเสิ่นหลินไม่ธรรมดาอย่างแท้จริง

คนที่สามารถระดมอาวุธถูกกฎหมายได้ขนาดนี้ จะต้องมีแบ็คใหญ่ระดับประเทศ

อย่าได้คิดล่วงเกินเด็ดขาด

เสิ่นหลินรับเช็คมาอย่างไม่ใส่ใจนัก มองมันแวบหนึ่งก่อนจะเงยหน้ามายิ้ม

“ไสหัวไปซะ แล้วก็ช่วยบอกยัยคุณหนูของพวกแกด้วยว่าอย่าเสือกเชิญฉันไปที่ไหนอีก!”

ได้ยินแบบนั้น หัวหน้าบอดี้การ์ดถึงกับตะลึงไปชั่วครู่ แม้จะไม่เข้าใจว่าหมายความว่าอะไร แต่เขาก็รีบก้มศีรษะตอบ

“ขอบพระคุณครับคุณชาย!”

เสิ่นหลินพยักหน้าอย่างขี้เล่น ก่อนจะพาเสิ่นซานและองคลักษณ์ทั้งหมดเดินออกจากแกรนด์ลิสบัว

ที่เขายอมเดินออกมา ไม่ใช่เพราะกลัว

แต่เพราะ ฉินเฟิงโทรมาหาเขาเมื่อครู่

ในสายตาเสิ่นหลิน การออกไปแฮงค์เอาท์กับเพื่อน ย่อมสนุกกว่าไปร่วมงานเลี้ยงรับรองแขกต่างประเทศเยอะ

ทันทีที่เดินออกมาจากหน้าคาสิโน เขาก็เห็นฉินเฟิงนั่งอยู่บนรถ เฟอร์รารี่คันแดงกำลังสูบบุหรี่อย่างสบายอารมณ์

เสิ่นหลินยิ้ม เดินเข้าไปเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารแล้วนั่งลงอย่างชิล ๆ

“โห เสิ่นหลิน! นายมามาเก๊าจริง ๆ เหรอวะ! ฉันนึกว่านายโม้เล่นซะอีก”

“โม้บ้านนายสิวะ! เมื่อวานยังอยู่เผิงเฉิงอยู่เลย วันนี้ก็แวะมามาเก๊าเที่ยวเล่นหน่อย เกือบไม่ได้ออกมาด้วยซ้ำ!”

“ห๊ะ? เกิดอะไรขึ้น?”

ฉินเฟิงถามพลางหัวเราะ

เสิ่นหลินก็เล่าเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นกับตระกูลเหอให้ฟังแบบรวบรัด

หลังจากฟังจบ ฉินเฟิงถึงกับยกนิ้วโป้งให้

“สุดจริงว่ะ ต้องเป็นนายเท่านั้นล่ะ!”

“ว่าแต่ฉันมีปาร์ตี้อยู่พอดี ไปด้วยกันป่ะ? เดี๋ยวแนะนำเพื่อนเจ๋ง ๆ ให้รู้จักด้วย”

เสิ่นหลินได้ยินก็พยักหน้าทันที

“งานเลี้ยงรับรองอะไรนั่นน่ะ ไม่สนหรอก ไปสังสรรค์กับเพื่อนสนุกกว่าเยอะ”

“แล้วหวังเหมาอยู่ไหนล่ะ?”

“มันกำลังสนุกอยู่ที่โรงแรม อย่าไปกวนมันเลย ไป! พาไปเที่ยวมาเก๊าหน่อย!”

“ได้เลย!”

พูดจบ ฉินเฟิงก็เหยียบคันเร่งแล่นออกจากหน้าแกรนด์ลิสบัว

…..

ขณะเดียวกัน ณ ห้องทำงานของเหอเชาซิน บนชั้นบนของแกรนด์ลิสบัว

หลังจากเสิ่นหลินและพรรคพวกเดินจากไป หัวหน้าทีมบอดี้การ์ดก็กวาดเหงื่อบนหน้าผาก พลางหันไปมองผู้จัดการอู๋ด้วยสายตาเครียด ก่อนจะรีบวิ่งขึ้นมารายงานที่ห้องของคุณหนู

“คุณหนู! คุณหนู!”

เหอเชาซินซึ่งกำลังสั่งการจัดเตรียมเลานจ์ VIP อยู่อย่างเร่งด่วน ขมวดคิ้วแน่นทันทีที่เห็นหัวหน้าทีมบอดี้การ์ดวิ่งเข้ามา

“มีอะไร ฟุรี่? จะวิ่งมาทำไม?”

“เรื่องที่เกิดเมื่อกี้ ผมจัดการเรียบร้อยแล้วครับคุณหนู”

“ดี ถ้าเคลียร์แล้วก็เฝ้ามันไว้ ฉันจะจัดการมันทีหลัง”

เธอพูดกับตัวเอง น้ำเสียงยังคงเยือกเย็น

แต่แล้ว หัวหน้าทีมก็พูดขึ้นทันทีอย่างร้อนรน

“คุณหนูครับผมเกรงว่าเราไม่มีปัญญาจะตามเขาครับ”

ปัง!

เสียงฝ่ามือกระแทกโต๊ะดังลั่น เหอเชาซินลุกขึ้นยืนทันที ดวงตาแข็งกร้าวจ้องเขม็ง

“หลายปีมานี้ ตระกูลเราอัดเงินสนับสนุนพวกแกขนาดไหน? พอถึงเวลาจะใช้งาน พวกแกกลับกล้าปฏิเสธ? แล้วฉันจะเลี้ยงพวกแกไว้ทำไม?!”

หัวหน้าทีมรีบโค้งตัวต่ำ ก่อนจะรีบพูดแก้

“ไม่ใช่นะครับคุณหนู! ไม่ใช่ว่าพวกผมไม่อยากทำแต่ว่าอีกฝ่ายน่ะไม่ธรรมดาครับ!”

“ไม่ธรรมดา? หมายความว่ายังไง?”

เหอเชาซินขมวดคิ้วยิ่งกว่าเดิม

หัวหน้าทีมกลืนน้ำลาย ก่อนจะเงยหน้ามองเธอด้วยสีหน้าจริงจัง

“คุณหนูครับ ผมเคยเป็นทหารมาก่อน พอลงไปดูด้วยตาตัวเองบอดี้การ์ดพวกนั้น มีท่าทางของทหารมืออาชีพชัดเจน”

“แถมปืนที่พวกเขาใช้ก็ไม่ใช่ของเถื่อนแบบเรา แต่เป็นอาวุธราชการ ที่ไม่มีทางได้มาโดยง่าย”

“และคนที่ยืนอยู่ข้างหน้า มีพลังบางอย่างในตัวผมเคยเห็นแค่ในคนคนเดียวเท่านั้น”

เหอเชาซินเบิกตาขึ้นนิดหนึ่ง ก่อนจะถามเสียงต่ำ

“ใคร?”

หัวหน้าทีมกลืนน้ำลายอีกครั้ง มองตาเธอตรง ๆ ก่อนจะพูดช้า ๆ

“คุณหนูครับผมเคยเห็นแรงกดดันแบบนั้นแค่จากคนคนเดียวในชีวิต”

“ก็คือคุณพ่อของคุณหนูเองครับ!




ตอนก่อน

จบบทที่ คนที่มา ไม่ธรรมดา (ฟรี)

ตอนถัดไป