ความเจ้าเล่ห์ของเสิ่นหลิน (ฟรี)
ปรมาจารย์พัควางไพ่ในมือลงบนโต๊ะด้วยท่าทางมั่นใจสุดขีด ราวกับประกาศชัยชนะล่วงหน้า
สายตาทุกคู่หันไปมองไพ่ที่ถูกเปิดและก็เป็นไปตามที่เขาพูดจริงๆ
Q ข้าวหลามตัด!
“ฮ่าๆๆๆ เรียงสีสมบูรณ์!”
“เราชนะแล้ว! ประเทศจีนไม่มีคนเก่งด้านการพนันเลยหรือไง? ประเทศใหญ่โตแต่หานักพนันจริงๆ ไม่ได้สักคน!”
เสียงเฮดังสนั่นจากฝั่งคณะตัวแทนเกาหลี
ลีจีแจลุกขึ้นยืนอย่างสบายอกสบายใจ ปัดชายสูทเบาๆ แล้วหันมามองเสิ่นหลินด้วยสายตาเย้ยหยัน
“คุณ้สิ่น ขอโทษด้วยนะครับ เราชนะแล้ว
แต่ต้องยอมรับว่าคุณก็ถือว่ามีฝีมือไม่เลวเลยนะครับ เล่นกับปรมาจารย์พัคได้ถึงขนาดนี้ คนแบบคุณในประเทศเราก็หาได้ไม่ง่าย”
คำพูดของเขาทำเอาคนฝั่งเสิ่นหลินถึงกับหน้าถอดสี
ทุกคนเงียบกริบ จ้องมองกลุ่มเกาหลีอย่างไม่เต็มใจ
โดยเฉพาะเหอเชาซิน สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความผิดหวัง
เธอหันไปมองลีจีแจอย่างไม่พอใจ ก่อนจะหันมาทางเสิ่นหลิน สีตาของเธอเต็มไปด้วยความซับซ้อน
นี่แหละที่ฉันหมายถึงถ้าไม่มีความสามารถ ก็ไม่ต้องมาทำท่าทางมั่นหน้าแบบนั้น
ดูสิขายหน้าไปหมดแล้ว!
แต่พอนึกถึงข้อตกลงระหว่างตระกูลเหอกับเสิ่นหลินก่อนหน้านี้ สีหน้ของเหอเชาซินก็ยิ่งหม่นลง
นี่คือระดับของเขาจริงๆ เหรอ?
มั่นใจแบบไร้เหตุผล คนแบบนี้ก็แค่ทายาทเศรษฐีเท่านั้นแหละ!
ไม่เป็นงานอะไรเลย แต่ชอบทำตัวเด่น ทำให้พวกเราต้องลำบากไปด้วย!
ขณะที่ความผิดหวังก่อตัวในใจของทุกคน เสิ่นหลินกลับยังคงมองปรมาจารย์พัคกับลีจีแจด้วยสีหน้าเรียบเฉย
จากนั้นเขาก็พูดขึ้นช้าๆ ด้วยน้ำเสียงสงบ
“ตอนนี้แหละสนุกของจริงกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว”
“อะไรนะ?”
คำพูดของเสิ่นหลินทำเอาทุกคนในห้องนิ่งงัน
ลีจีแจขมวดคิ้ว มองเสิ่นหลินอย่างไม่เข้าใจ แต่จากนั้นก็แค่นหัวเราะเบาๆ พร้อมพูดประชด
“คุณเสิ่น อย่าบอกนะว่าคุณกำลังจะหาเรื่องโกงอยู่?”
เสิ่นหลินส่ายหน้าอย่างไม่สนใจคำพูดของเขา แล้วหันไปมองคุณเฮาที่ยืนตัวสั่นอยู่ข้างหลัง
“คุณเฮาขอถามหน่อยครับถ้าเกิดว่ามีการโกงในโต๊ะพนัน เราควรจัดการยังไงตามกฎของวงการพนัน?”
คุณเฮาที่กำลังเหม่อลอยอยู่สะดุ้งทันที เขารีบยกมือปาดเหงื่อแล้วตอบตะกุกตะกัก
“คุณเสิ่นถ้าพบว่ามีการโกง เกณฑ์ของวงการพนันคือต้อง ตัดมือ ครับ!”
เสียงพูดของเขาทำให้บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกในพริบตา
เสิ่นหลินพยักหน้าอย่างพอใจ แล้วยิ้มก่อนจะหันไปมองลีจีแจกับปรมาจารย์พัค
“ในประเทศจีน มีสุภาษิตอยู่ว่าอย่าเปิดแชมเปญก่อนถึงเส้นชัย
งั้นช่วยอธิบายให้ผมหน่อยสิครับว่าทำไมถึงมี ควีนข้าวหลามตัดสองใบ บนโต๊ะ!”
สิ้นเสียงของเสิ่นหลิน ทุกคนในห้องถึงกับชะงักงัน
เหอเชาซินเบิกตากว้างทันที เช่นเดียวกับทุกคนฝั่งเสิ่นหลิน
“คุณพูดอะไรนะ” ปรมาจารย์พัคเริ่มหน้าซีด แต่ยังไม่ทันพูดจบ เสิ่นหลินก็เปิดไพ่ใบสุดท้ายของตัวเองออก
ไพ่ในมือของเขาควีนข้าวหลามตัด!
ช็อคทั้งห้อง
เสียงอุทานดังขึ้นทันที
“เป็นไปได้ยังไงมีควีนข้าวหลามตัดสองใบ?!”
“แปลว่ามีคนโกง! แล้วใครเป็นคนโกง?!”
เฉินเทาอ้าปากค้าง ขณะหันไปมองหวังเซียน
หวังเซียนตะโกนขึ้นก่อน
“นายโง่หรือไง? เมื่อกี้พี่ฉันเพิ่งพูดเองว่ามีคนโกงฝั่งตรงข้ามไง!”
หนี่เส้าฝงยิ้มกว้าง ยกนิ้วโป้งให้เสิ่นหลินทันที
“พี่ชายก็ยังเป็นพี่ชายอยู่วันยังค่ำ!”
พวกเขาต่างหากที่กลายเป็นตัวตลก
ปรมาจารย์พัคถึงกับยืนค้าง เมื่อเห็น ควีนข้าวหลามตัด ที่เสิ่นหลินเปิดออก
เขารีบชี้หน้าเสิ่นหลินแล้วตะโกนลั่น
“คุณเสิ่น! คุณโกง!”
เสิ่นหลินหัวเราะเบาๆ เสียงเย้ยหยันดังสะท้อนไปทั่วห้อง
“ฮ่าๆๆ คิดไม่ถึงเลยนะว่า ขโมยจะตะโกนจับขโมย! ถ้าใครโกงล่ะก็ ง่ายๆ เลย ให้คนตรวจดูซะสิ อย่าคิดว่ามีแต่คุณที่นับไพ่ได้ ผมก็นับไพ่ได้เหมือนกันไพ่คว่ำของคุณมันควรจะเป็น ควีนโพแดง ไม่ใช่เหรอ?
ผมก็แปลกใจอยู่เหมือนกันทำไมมันถึงกลายเป็น ควีนข้าวหลามตัด ไปได้ล่ะ?”
“คุณใส่ร้าย! คุณพูดเพ้อเจ้อ! คนที่โกงคือคุณต่างหาก!”
ปรมาจารย์พัคหน้าเสียทันที รีบโต้กลับด้วยน้ำเสียงตะโกน
แต่เสิ่นหลินเพียงแค่ตบเบาๆ ที่ต้นขาหยางมี่
หญิงสาวรู้ทันที ลุกขึ้นยืนออกจากตักเขาอย่างเงียบๆ
เสิ่นหลินลุกขึ้น แล้วถอดสูทของตัวเองออกต่อหน้าทุกสายตา
“เชิญเลย จะตรวจอะไรก็เชิญจะให้ถอดหมดเลยก็ยังได้
แต่คุณล่ะกล้าตรวจไหม?”
หนี่เส้าฝงที่เห็นพี่ชายของตนแสดงท่าทีเปิดเผยถึงขั้นนี้ ก็เชื่อสนิทว่าเสิ่นหลินไม่มีทางโกง
“จับปรมาจารย์พัคไว้!”
“หยุดเดี๋ยวนี้! พวกคุณกล้าดียังไง!”
ลีจีแจโพล่งขึ้นด้วยน้ำเสียงโมโหสุดขีด
แต่บอดี้การ์ดที่ได้รับคำสั่งกลับมองเสิ่นหลินราวกับรอการตัดสินใจ
เสิ่นหลินหันไปมองลีจีแจด้วยรอยยิ้มเย็น
“คุณไม่มีสิทธิ์พูดอะไรในที่นี่ นี่คือแผ่นดินจีน
ถ้าอยากจะกร่าง กลับประเทศของคุณไปซะ!
ตรวจเสื้อของเขาให้ดี ในนั้นมีช่องซ่อนอยู่แน่นอน
และผมมั่นใจว่าคุณจะเจอ ควีนโพแดง อยู่ข้างใน!”
พอบอดี้การ์ดได้ยินแบบนั้น ความลังเลก็หายไปทันที
พวกเขารีบพุ่งตัวเข้าหาปรมาจารย์พัค กดเขาไว้กับโต๊ะโดยไม่สนเสียงคัดค้าน
เพียงครู่เดียว หนึ่งในบอดี้การ์ดก็สัมผัสได้ว่ามีบางอย่างแปลกๆ ใต้เสื้อสูท
เขาหยิบมีดพับออกมาแล้วกรีดตะเข็บผ้าออก
ฟึ่บ!
ไพ่หนึ่งใบร่วงลงบนพื้น
ควีนโพแดง!
“ไม่ ไม่ใช่ฉัน! ฉันไม่ได้โกง! ฉันไม่รู้เรื่อง!”
ปรมาจารย์พัคมองไพ่นั้นแล้วตะลึงงัน สีหน้าเปลี่ยนจากขาวเป็นซีด น้ำเสียงสั่นเครือ
ทุกคนในห้องเงียบกริบก่อนจะเริ่มซุบซิบกันทันที
บรรดาคณะตัวแทนจากเกาหลีพากันปิดปากเงียบ
ลีจีแจกัดฟันกรอด มองปรมาจารย์พัคอย่างเย็นชา จากนั้นก็หันหลังเดินออกไปทันที
ท่าทางของเขานั้นชัดเจน
ฉันไม่ขอรับผิดชอบเรื่องนี้ ใครอยากทำอะไรก็เชิญ!
ทางฝั่งเสิ่นหลิน ทุกคนพากันยิ้มอย่างโล่งใจ
แสดงว่ารอบนี้ ฝ่ายของพวกเขาเป็นฝ่ายชนะ!
“คุณเสิ่น ต้องจัดการกับคนนี้ยังไงดีครับ?”
หนึ่งในบอดี้การ์ดที่กดปรมาจารย์พัคไว้ถามด้วยน้ำเสียงเคารพ
เสิ่นหลินปรับเนคไทเบาๆ แล้วเดินไปยืนตรงหน้าปรมาจารย์พัค
เขาก้มลงมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นเฉียบ แล้วพูดช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำ
“คุณคิดจริงๆ เหรอ ว่าผมนับไพ่ไม่เป็น?”
“คุณคิดว่าผมไม่มีทางเล่นชนะคุณได้จริงเหรอ?”
“ไม่! ไม่ใช่แบบนั้น! คุณเล่นตลบตะแลง! ผมไม่ได้โกง! มันต้องเป็นคุณแน่ๆ! คุณทำได้ยังไงกัน?!”
ปรมาจารย์พัคตะโกนลั่น ใบหน้าที่เคยมั่นใจกลับกลายเป็นบิดเบี้ยว เต็มไปด้วยความสับสนและสิ้นหวัง
เขาเองรู้ดีที่สุดว่าเขา ไม่ได้โกง
ที่เสิ่นหลินพูดถึง ควีนโพแดง ก็แค่เดาสุ่ม
แต่ทำไมไพ่ใบนั้นถึงอยู่กับเขาจริงๆ!?
ทำไมกัน? เขาใส่มาเมื่อไหร่? เขาทำได้ยังไง!?
แต่ยังไม่ทันตั้งสติ เสียงบอดี้การ์ดก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“คุณเสิ่น! ใต้เสื้อยังมีอีกครับ!”
ชายคนนั้นดึงไพ่ออกมาอีกชุด
เป็นไพ่แต้มใหญ่ล้วน J Q K ทุกดอก ครบชุด!
ตอนนี้ทั้งห้องไม่มีใครสงสัยอีกแล้ว
โกงชัดเจน!
รอยยิ้มบางปรากฏบนริมฝีปากของเสิ่นหลิน
เพราะมีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้เรื่องทั้งหมด
ความจริงแล้ว ปรมาจารย์พัคไม่ได้โกงเลย
คนที่โกงจริงๆ คือเขาเอง เสิ่นหลิน
เบื้องหลังของเกมโกงอันสมบูรณ์แบบนี้ ถูกจัดวางไว้อย่างแยบยลชนิดที่ไม่มีใครคาดคิด
ในยามที่เสิ่นหลินนั่งลงที่โต๊ะ เขาไม่ได้เพียงแค่พกความมั่นใจมาเท่านั้น แต่ยังพก คลังระบบ ซึ่งเป็นความสามารถพิเศษที่ซ่อนอยู่ภายในตัวเขามาด้วย เขาใช้ระบบนี้เพื่อตรวจสอบทั้งร่างของปรมาจารย์พัคอย่างละเอียด และสิ่งที่เขาพบก็คือ
อีกฝ่ายมีไพ่ซุกซ่อนอยู่ในเสื้อจริง
เสิ่นหลินจึงวางแผนรุกอย่างแยบยล ตั้งใจแสดงตนเป็นนักพนันที่ไร้ประสบการณ์ในช่วงต้นเกม
แกล้งทำท่าทางสับสน ลังเล และไร้จังหวะ
เพื่อสร้างความประมาทให้กับฝั่งตรงข้าม โดยเฉพาะปรมาจารย์พัค ผู้ที่เคยชนะมานับไม่ถ้วน
ภายใต้เปลือกของความไม่รู้ทันนั้น แท้จริงแล้วเสิ่นหลินกำลังรอเวลา รอให้ฝั่งตรงข้ามเผลอใช้ไพ่จริงจนตกหลุมพราง
เมื่อถึงตาสุดท้าย ซึ่งเป็นตาตัดสิน
เสิ่นหลินตัดสินใจใช้ระบบอีกครั้งเพื่อ เปลี่ยนไพ่ เขาแอบแลก ควีนข้าวหลามตัด จากมือของปรมาจารย์พัคมาไว้ที่ตัวเอง
แล้วแอบยัด ควีนโพแดง ที่อยู่กับเขา ไปซ่อนในเสื้อสูทของอีกฝ่ายอย่างแนบเนียน
กลยุทธ์ที่เด็ดขาดที่สุดของเสิ่นหลินคือ การลงมือก่อน
เขาเป็นฝ่ายกล่าวหาคู่แข่งว่าโกงอย่างไม่ลังเล
เขาเปิดเสื้อให้ตรวจทันที เดินหน้าอย่างมั่นใจ
ในขณะที่อีกฝ่ายกลับแสดงท่าทีลังเล สับสน และหวั่นไหว
พอเขาบอกว่าอีกฝ่ายมี ควีนโพแดง ซ่อนอยู่ ทุกสายตาจึงจดจ้องไปยังจุดนั้นและเมื่อพบไพ่ใบนั้นจริงๆ
ความเชื่อมั่นทั้งหมดก็เทน้ำหนักลงไปที่เขาทันที
แม้ปรมาจารย์พัคจะพยายามแก้ต่างสักเพียงใด ก็ไม่มีใครเชื่ออีกแล้ว
เพราะสิ่งสำคัญที่สุดในวงการพนันไม่ใช่เพียงไพ่ในมือแต่คือ ภาพลักษณ์และจังหวะของผู้ควบคุมเกม
และในเกมนี้ เสิ่นหลินควบคุมทุกอย่างไว้ในมือของเขา
เมื่อหวนคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น เสิ่นหลินเองก็อดรู้สึกขันตัวเองไม่ได้
ให้ตายเถอะ ฉันนี่มันร้ายขนาดนี้เลยเหรอ?
เล่ห์เหลี่ยมต่ำขนาดนี้ แต่มันโคตรสะใจเลยว่ะ!