อะไรก็ปลอมได้ (ฟรี)

หวังหนานรู้ดีว่าเสิ่นหลินกับคนอื่น ๆ กำลังตั้งตารออย่างมาก

พูดตามตรง ตอนเขาเริ่มเข้ามาในวงการนี้ใหม่ ๆ ก็รู้สึกตื่นเต้นไม่ต่างกัน ถึงขั้นเคยแอบแวะมาดูด้วยตัวเอง จึงเข้าใจความรู้สึกของพวกเขาได้เป็นอย่างดี

“ตามผมมาเลยครับ รับรองว่าไม่ผิดหวัง!”

พูดจบ หวังหนานก็พาเสิ่นหลินกับคณะมุ่งหน้าไปยังห้องด้านในสุดของชั้น

ไม่นาน พวกเขาก็มาหยุดอยู่หน้าห้องหนึ่ง

เสิ่นหลินกับคนอื่น ๆ เห็นว่าหน้าห้องมีคนยืนอยู่กันไม่น้อย ทั้งช่างแต่งหน้า ช่างกล้อง ช่างไฟ ฯลฯ

ทันทีที่เห็นหวังหนานเดินมา ทุกคนก็ทำความเคารพเขาทันที

หวังหนานพยักหน้ารับ แล้วก็ผลักประตูเข้าไป

หวังเหมาจวินเจี๋ยถึงกับตื่นเต้นจนแซงเสิ่นหลินเบียดเข้าไปเป็นคนที่สอง เสิ่นหลินมองแล้วได้แต่ส่ายหน้าด้วยความระอา

ไอ้พวกบ้าพวกนี้

เขาเองก็ก้าวตามเข้าไปในห้อง

ทันทีที่เข้ามา เสิ่นหลินก็สัมผัสได้ถึงความคุ้นเคยบางอย่างอย่างประหลาด

ฉากตกแต่งแบบนี้ แท่นบูชา หัวกะโหลกสีเทา นี่มันฉากสุดท้ายในซีรีส์ Last Dead ชัด ๆ!

ภายในห้องขณะนี้มีคนอยู่ไม่น้อย ผู้กำกับนั่งอยู่หน้าเครื่องมอนิเตอร์ มือถือวอล์กกี้ทอล์กกี้ คิ้วขมวดอย่างเห็นได้ชัด คล้ายไม่พอใจในผลงานของนักแสดง

“เฮ้ ทำหน้าผ่อนคลายหน่อยสิ ตอนนี้เธอต้องยอมจำนนแล้วนะ! ถ้ายังฝืนแสดงแบบนี้ คนดูไม่มีอารมณ์แน่นอน!”

เสิ่นหลินได้ยินดังนั้นก็หันไปมองยังฉากหน้า แล้วก็เห็นใบหน้าที่คุ้นเคย

นั่นมัน เรอา ซากูเรอิ นี่นา!

ในตอนนี้ เธอสวมชุดไว้ทุกข์สีดำของประเทศญี่ปุ่น กับถุงน่องสีดำแนบเนื้อ กำลังเล่นฉากยั่วยวนกับนักแสดงชาย

ทว่าท่าทางของเธอยังดูแข็ง ๆ อยู่บ้าง

เห็นแบบนั้น เสิ่นหลินกับหวังเหมาจวินเจี๋ยก็หันมามองหน้ากัน

แม่เจ้า แค่เปิดฉากมาก็ปาไปถึงจุดไคลแมกซ์ท้ายเรื่องเลยเรอะ?

ฉากบูชาใบหน้าสามีผู้ล่วงลับ ขณะเธอค่อย ๆ ตกอยู่ในห้วงแห่งความสิ้นหวัง

เสิ่นหลินกับคนอื่น ๆ ไม่ได้พูดอะไรออกมา ได้แต่มองดูเรอา ซากูเรอิกับนักแสดงชายแสดงบทกันไป

ถึงได้รู้เลยว่าของจริงก็คือของจริง

การได้ดูของจริงกับตาตัวเอง มันเร้าใจกว่าดูผ่านจอหลายเท่านัก

ยิ่งไปกว่านั้น ช่างไฟแต่ละคนก็จัดแสงได้อย่างมืออาชีพที่สุด ส่องเป๊ะตรงจุดที่คนดูอยากมอง

“เสิ่นหลิน! ทำไมตอนนั้นฉันถึงไม่เข้าสู่วงการนี้ตั้งแต่แรกนะ!”

“บางทีอาจเพราะนายมันห่วยก็ได้นะ?” เสิ่นหลินแซวกลับหน้าตาย

“ฮ่า ๆ ๆ หวังเหมา ตอนนี้ดูอยู่ก็รู้สึกดีน่ะสิ แต่ถ้าลงมือจริงเมื่อไร มีหวังบ่นกระปอดกระแปดแน่!”

ฉินเฟิงหัวเราะแล้วกระซิบกับหวังเหมาจวินเจี๋ย

“งานดีอะไรขนาดนี้ ได้สื่อสารกับครูชื่อดัง ได้เงิน แล้วยังได้ปลดปล่อยตัวเองอีก มีงานไหนจะดีกว่านี้อีก?”

ได้ยินคำพูดแบบนี้ หวังหนานก็หันมายิ้มบาง ๆ พร้อมกล่าวว่า

“พี่หวัง นักแสดงหญิงยังมีเวลาพักบ้าง แต่นักแสดงชายนี่แทบไม่มีเลยนะครับ เพราะอุตสาหกรรมนี้มีนักแสดงชายไม่พอใช้จริง ๆ บางทีในวันเดียวต้องรับคิวถ่ายหลายฉาก ร่างกายจะไหวเหรอครับ?”

ฟิ้ว!

หวังเหมาจวินเจี๋ยถึงกับสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ

“งั้นหมายความว่าพวกนายใช้ผู้ชายเหมือนควายเทียมเกวียนเลยสินะ?”

“ทุกวันต้องขนาดนั้นเลยเหรอ?”

หวังเหมาจวินเจี๋ยเอ่ยคำถามที่เชื่อว่าหลายคนก็อยากรู้ไม่แพ้กัน

หวังหนานยิ้ม แต่ยังไม่ตอบทันที เขานำทุกคนเดินไปยังห้องเก็บอุปกรณ์ข้าง ๆ แล้วชี้ไปยังของบางอย่างที่วางเรียงอยู่ จากนั้นก็พูดขึ้นว่า

“นี่แหละครับ คำตอบอยู่ตรงนี้”

“สมัยนี้อะไร ๆ ก็สร้างได้หมดเลยนะ!”

หวังเหมาจวินเจี๋ยมองอุปกรณ์เหล่านั้นแล้วพูดเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงอึ้ง ๆ

“หวังหนาน! ให้ฉันลงไปแสดงหน่อยไม่ได้เหรอ? จะได้แนะนำนักแสดงหน่อยไง!”

หวังเหมาจวินเจี๋ยยังไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ ยังคงพยายามอ้อนวอนต่อไปด้วยแววตาอ้อน ๆ แบบเด็กอยากเล่นของเล่นใหม่

ทันทีที่หวังหนานกำลังจะอ้าปากพูด เสิ่นหลินก็รีบขัดขึ้นมาแทน เขาไม่อยากให้หวังหนานต้องลำบากใจ

“พอเลย อย่าทำให้หวังหนานลำบากใจนัก นายไม่รู้หรือไงว่าตัวเองเป็นใคร? ถ้าเกิดว่าไปแสดงจริง ๆ แล้วลูกน้องของนายมาเห็นเข้า นายยังจะกล้าทำต่อไหม?”

“เฮอะ อายอะไรล่ะ? นั่นแหละคือให้เกียรติฉันต่างหาก ลองคิดดูสิว่าในโลกนี้จะมีสักกี่คนที่ได้เรียนกับครูพวกนั้นจริง ๆ ?”

หวังเหมาจวินเจี๋ยตอบกลับอย่างไม่สนใจ ท่าทางเหมือนจะภูมิใจเสียด้วยซ้ำ

เสิ่นหลินถึงกับส่ายหน้าระอาใจกับตรรกะของหมอนี่

หวังหนานหัวเราะแล้วพูดว่า

“พี่หวัง งั้นเอาแบบนี้ก็แล้วกัน คืนนี้ผมรับรองว่าจะมีเซอร์ไพรส์ให้พี่แน่นอน ไม่ต้องแสดงให้เหนื่อย!”

ทันทีที่ได้ยินคำพูดของหวังหนาน หวังเหมาจวินเจี๋ยก็หัวเราะอย่างพอใจ

ต่อให้เป็นคนโง่ก็เข้าใจได้ทันทีว่าเซอร์ไพรส์หมายถึงอะไร

ส่วนเสิ่นหลิน ถึงแม้จะสนใจนักแสดงครู ๆ พวกนั้นอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรเกินเลย

สุดท้ายพวกเธอก็คือนักแสดงมืออาชีพ ส่วนเขาเพิ่งจะเข้าวงการ ยังไม่อยากทำตัวไม่เข้าท่า

หลังจากเดินดูฉากถ่ายทำ พูดคุยกันพอหอมปากหอมคอ และดับความอยากรู้อยากเห็นกันแล้ว ทุกคนก็พากันออกจากอาคารสำนักงาน

เมื่อออกมาข้างนอก ฉินเฟิงก็หันไปมองเสิ่นหลินแล้วถามขึ้นว่า

“ว่าไง ไปดูโรงแรมกันก่อนดีไหม?”

“ตอนนี้ยังไม่เย็นเลย งั้นแวะพักที่โรงแรมสักหน่อย แล้วค่อยลุยสนุกกันช่วงบ่ายดีไหม?”

เสิ่นหลินได้ยินก็พยักหน้าเห็นด้วย

ขณะนั้นเอง หวังป๋อก็เดินเข้ามาหาเสิ่นหลินพร้อมรอยยิ้มแล้วเอ่ยขึ้นว่า

“คุณเสิ่น ไปพักที่ โรงแรมโรสการ์เด้นชินจูกุ ดีไหมครับ?”

“ทำเลดี เดินทางไปไหนก็สะดวก!”

เสิ่นหลินยิ้มเล็กน้อยแล้วหันไปพูดกับหวังป๋อว่า

“ผู้ช่วยฉันน่าจะจองไว้แล้ว เดี๋ยวขอถามก่อนนะ”

“โอเคครับ!”

หวังป๋อเข้าใจดีว่าคนในระดับของเสิ่นหลินต้องมีผู้ช่วยคอยจัดการเรื่องพวกนี้

เสิ่นหลินจึงหันไปถามซานซืออวี่ว่า
“เราพักที่ไหน?”

ซานซืออวี่ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะตอบอย่างนุ่มนวล
“คุณเสิ่น คุณนายซื้ออสังหาริมทรัพย์ไว้ที่โตเกียวค่ะ ที่จริงเราสามารถไปที่นั่นได้เลย ดิฉันเตรียมทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว”

“ที่นั่น?” เสิ่นหลินทวนเสียงเบา พลางนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง

เขารู้สึกโชคดีเหลือเกินที่มีแม่ที่เก่งกาจขนาดนี้ ถึงกับมีบ้านอยู่แทบทุกมุมโลก

ซานซืออวี่กล่าวต่อด้วยรอยยิ้ม
“เป็นวิลล่าสไตล์ญี่ปุ่นแบบเดี่ยว อยู่ที่ฮะโกะเนะค่ะ”

ทันทีที่เธอพูดจบ หวังป๋อที่ยืนอยู่ข้างเสิ่นหลินถึงกับตาโต อ้าปากค้าง ก่อนจะอุทานออกมาอย่างตกใจ
“พี่หลิน! ถึงกับมีวิลล่าอยู่ที่ฮะโกะเนะเลยเหรอ!?”

“ทำไมล่ะ? หรือมันไม่ดี?” เสิ่นหลินถามกลับด้วยความสงสัย

หวังป๋อส่ายหน้าแล้วพูดอย่างตื่นเต้น
“ที่นั่นเป็นแหล่งรวมของมหาเศรษฐีระดับโลกเลยนะ!แจ็ค หม่ายังมีบ้านอยู่ที่นั่น แล้วก็ยังเป็นแหล่งออนเซ็นที่ดีที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย!”

ได้ยินแบบนั้น เสิ่นหลินก็ยิ่งอยากไปเห็นวิลล่าหลังนั้นของแม่ตัวเองให้เห็นกับตา

เขาจึงหันไปบอกซานซืออวี่ว่า
“งั้นไปดูกันเลยก็แล้วกัน!”

“ได้ค่ะคุณเสิ่น” ซานซืออวี่รับคำด้วยน้ำเสียงสุภาพ

ในจังหวะนั้นเอง หวังป๋อก็หันมาพูดกับเสิ่นหลินอีกครั้ง
“พี่หลิน งั้นตอนนี้ผมไม่รบกวนแล้วกัน พี่ไปพักให้เต็มที่ก่อนนะครับ ตอนเย็นค่อยติดต่อผมตอนกลางคืนคือช่วงเวลาที่สนุกที่สุด!”

“โอเค ขอบใจมาก เจอกันตอนเย็น!”

หลังจากกล่าวลาหวังป๋อกับพรรคพวกเรียบร้อย เสิ่นหลินก็หันไปบอกลาอีกเล็กน้อยกับหวังหนาน ก่อนจะเดินตามซานซืออวี่ขึ้นรถไปอย่างสบายใจ

จากนั้นเขาก็พาฉินเฟิง หนี่เส้าฝง และคนอื่น ๆ ขึ้นรถอัลพาร์ดที่จอดรออยู่ แล้วมุ่งหน้าสู่วิลล่าทันที

ระหว่างนั่งอยู่ในรถ เสิ่นหลินก็เปิดโทรศัพท์ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับวิลล่าในฮะโกะเนะ แล้วก็พบว่าวิลล่าแถวนั้นหรูหราเป็นพิเศษ

อย่างบ้านของแจ็ค หม่าก็ใหญ่ถึง 6,000 ตารางเมตร รอบ ๆ ยังมีสนามกอล์ฟ และรีสอร์ตน้ำพุร้อนอีกด้วย

ยิ่งเสิ่นหลินอ่าน ยิ่งตื่นเต้น และเฝ้ารอที่จะได้เห็นวิลล่าหลังนั้นด้วยตาตัวเองมากขึ้นเรื่อย ๆ



ตอนก่อน

จบบทที่ อะไรก็ปลอมได้ (ฟรี)

ตอนถัดไป