นัดเจอเพื่อน ๆ ที่หางโจวอีกครั้ง (ฟรี)
เสิ่นหลินรู้สึกเอือมระอากับคนประเภทนั้นอย่างยิ่ง
ไม่เพียงไร้ประโยชน์ต่อสังคม หากยังเอาแต่คอยนินทา เยาะเย้ยถากถางผู้อื่น วัน ๆ มีแต่สร้างแต่ปัญหา ขัดขวางไม่ให้ใครก้าวหน้า ราวกับญาติยากจนในตระกูลเล็ก ๆ ที่อยู่ดี ๆ ก็ร่ำรวยขึ้นมา แล้วหันไปดูแคลนญาติพี่น้องที่เคยลำบากด้วยกัน สีหน้าและท่าทางช่างละม้ายคล้ายคลึงกันเสียเหลือเกิน
หลังจากโพสต์ข้อความในเวยป๋อเสร็จแล้ว เสิ่นหลินก็ปิดแอปทันที
ภายในสำนักงานของบริษัทเยียนหลินเทคโนโลยี
เสิ่นหลินมองเอกสารสัญญาหลายสิบฉบับในมือแล้วยิ้มบาง ๆ ออกมา
ทั้งหมดนี้คือสัญญาความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งนั้น
ต่อไปชิปที่พวกเขาออกแบบ จะถูกส่งต่อให้เยียนหลินเทคโนโลยีของเขารับหน้าที่ผลิตโดยตรง
ดังนั้นในตอนนี้ สิ่งที่เสิ่นหลินขาดแคลนอย่างยิ่งก็คือเครื่องพิมพ์พิมพ์ลิโธกราฟฟี
แต่โชคดีที่เมื่อเขาเริ่มเปิดตัวต่อสาธารณชน ก็มีแต้มชื่อเสียงไหลเข้ามาทุกวันไม่ขาด
เสิ่นหลินตั้งใจว่า เมื่อถึงเวลาสรุปแต้มในวันพรุ่งนี้ เขาจะทุ่มแต้มทั้งหมดลงไปกับการผลิตเครื่องพิมพ์ลายวงจรนี้
และเสิ่นหลินก็ไม่ได้มีความตั้งใจจะขายเครื่องพิมพ์ลายวงจรนี้ในทันที
อย่างน้อยที่สุด เขาต้องรวยเละหรือไม่ก็ต้องให้เทคโนโลยีพัฒนาก้าวหน้าไปอีกระดับเสียก่อน
ถึงตอนนั้นเขาถึงจะเริ่มพิจารณาขายเครื่องพิมพ์ลายวงจรเยียนหลินหมายเลขหนึ่ง แน่นอนว่า เขาก็มีเงื่อนไขในใจแล้วว่าจะขายให้ใคร
ประเทศฝั่งตะวันตกอย่างอเมริกาที่มักจะชอบเรียกประเทศอื่นนอกเหนือจากยุโรปและอเมริกาว่าประเทศโลกที่สามใช่ไหม?
ถ้าอย่างนั้น ดีเลย เสิ่นหลินจะขายให้เฉพาะประเทศโลกที่สามเท่านั้น!
หลังจากส่งสัญญาให้กับซานซืออวี่เรียบร้อยแล้ว เสิ่นหลินก็ออกจากบริษัทเยียนหลินเทคโนโลยีทันที
กลับมาหางโจวทั้งที จะไม่ไปหาเตลิดกับพรรคพวกอย่างจางฮ่าวได้ยังไงกันล่ะ!
เสิ่นหลินขึ้นรถของตัวเอง แล้วต่อสายตรงถึงจางฮ่าวทันที
“ทำไรอยู่?”
“โห คนดัง โทรหาฉันได้ด้วยเหรอเนี่ย? นึกว่าเดี๋ยวนี้ดังแล้ว ลืมเพื่อนลืมฝูงไปหมดแล้วซะอีก!”
เสียงเย้าแหย่ของจางฮ่าวดังมาตามสาย
“พูดมากอยู่ได้ แล้วอยู่ไหนวะ? ฉันหิวจะตายแล้วเนี่ย”
เสิ่นหลินหัวเราะบาง ๆ กับเพื่อนแบบไม่ต้องถือตัวให้มากความ
“มาดิ เดี๋ยวส่งโลเคชั่นให้ กำลังปวดหัวอยู่พอดี นายมาช่วยหาทางออกให้หน่อย!”
“เรื่องอะไร?”
เสิ่นหลินถาม
“มาเองเดี๋ยวก็รู้!”
พูดจบ ทั้งคู่ก็ตัดสายกันไป จางฮ่าวส่งโลเคชันให้เสิ่นหลินทันที
เสิ่นหลินมองดูตำแหน่งแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ ร้านอาหารของพี่เซี่ยเหร่านั่นเอง พอดีเลย กำลังหิวอยู่พอดี
เขาขับรถตรงไปยังร้านอาหารทันที
เมื่อมาถึงร้าน เสิ่นหลินก็จอดรถประจำตำแหน่งอย่างคุ้นเคย
พอลงจากรถเดินไปถึงหน้าร้าน ก็เห็นพี่เซี่ยเหร่ามายืนรออยู่แล้ว
“พี่เหร่า ไม่เจอกันตั้งนาน ยิ่งสวยขึ้นทุกทีเลยนะครับ!”
“ปากหวานจริงนะเสิ่นหลิน พี่น่ะ แก่แล้ว! จางฮ่าวบอกว่าเธอจะมา พี่เลยออกมายืนรอเลยล่ะ ไปกันเถอะ อยู่ในห้องด้านในน่ะ!”
พูดจบ เซี่ยเหร่าก็เดินนำเสิ่นหลินเข้าไปยังห้องส่วนตัวทันที
เมื่อผลักประตูเข้าไป เสิ่นหลินก็เห็นจางฮ่าวนั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะ พวกติงซินไม่อยู่ มีเพียงจางฮ่าวเท่านั้นที่เขารู้จัก
ขณะเดียวกัน ตอนที่เสิ่นหลินเดินเข้ามา เพื่อนของจางฮ่าวคนหนึ่งมองเขาแวบแรกก็อดไม่ได้จะคิดในใจเฮ้ย หมอนี่หล่อใช้ได้เลยแฮะ!
“ในที่สุดนายก็มา นั่งนี่เลย มากินไปคุยไป! พี่เหร่า! สั่งอาหารเพิ่มหน่อย!”
จางฮ่าวเห็นเสิ่นหลินก็รีบลุกขึ้นเรียก พลางกวักมือให้มานั่งข้าง ๆ
เสิ่นหลินยิ้ม เดินไปนั่งข้างจางฮ่าวอย่างไม่รีรอ
“ว่าไงวะ มีเรื่องอะไรอีกล่ะ?”
พูดพลางหยิบซองบุหรี่ออกมา แล้วแจกไปรอบโต๊ะ ไม่ว่าจะรู้จักหรือไม่ก็ตามผู้ชายอยู่ด้วยกัน แจกบุหรี่ให้กันก่อน ถือเป็นธรรมเนียมที่ไม่มีผิดแน่
หลังจากจางฮ่าวและคนอื่น ๆ รับบุหรี่ไปแล้ว เสิ่นหลินก็จุดไฟสูบ ลากควันเข้าปอดลึก ๆ
จางฮ่าวเองก็จุดบุหรี่ของตัวเอง พร้อมกับยิ้มแล้วแนะนำว่า
“ขอแนะนำก่อนเลย คนนี้ชื่อเฉินเจียงเทา เพื่อนสมัยเด็กของฉัน ตอนนี้ทำ MCN อยู่ กำลังเจอเรื่องปวดหัวเลยมาหาฉัน แต่ฉันเองก็ไม่รู้จะช่วยยังไงเหมือนกัน!”
“เจียงเทา นี่แหละคนที่ฉันบอกนายว่าเป็นตัวท็อปเสิ่นหลิน!”
เฉินเจียงเทาได้ยินก็ลุกขึ้นมาทันที สีหน้ายิ้มแย้ม
“คุณชายหลิน ยินดีที่ได้รู้จักครับ ได้ยินชื่อเสียงมานานแล้ว พี่จางก็เพิ่งพูดถึงคุณไปเมื่อกี้เลย ทราบมาว่าตอนนี้กลุ่มเยียนหลินมาแรงมาก คุณคงมีประสบการณ์การเริ่มต้นธุรกิจไม่น้อย ถ้าไม่รังเกียจ อยากขอคำชี้แนะจากคุณสักหน่อยครับ”
เสิ่นหลินสูบควันอีกครั้ง มองเฉินเจียงเทาแล้วพยักหน้าเบา ๆ
“ยินดีครับ พี่ชาย ว่ามาเลย มีเรื่องอะไร?”
“เดี๋ยวก่อน ยังมีอีกคนยังไม่ได้แนะนำ!” จางฮ่าวยิ้มแล้วหันไปชี้อีกคนที่นั่งอยู่
“คนนี้ชื่อเหลียงฮุย พวกเรามักเรียกเขาว่าอาฮุย มาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บ้านทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง เรียกได้ว่าแกร่งใช้ได้เลยในแถบนั้น เพื่อนฉันเอง มาเที่ยวที่หางโจว”
เหลียงฮุยลุกขึ้นจับมือกับเสิ่นหลิน ถึงแม้จะดูตัวใหญ่ กล้ามแน่น แต่กลับมีท่าทางสุภาพอ่อนโยน
“คุณชายหลิน ยินดีที่ได้รู้จักครับ ฝากเนื้อฝากตัวด้วย”
เสิ่นหลินจับมือแน่น แล้วพยักหน้ารับ
“โอ้โห กล้ามล่ำขนาดนี้ ฟิตเนสประจำแน่เลย?”
“ใช่เลย มาเที่ยวหางโจวรอบนี้ ผมเปิดฟิตเนสไว้ที่นี่ด้วยนะครับ ถ้าคุณชายหลินว่าง แวะมาที่ร้านได้เลย เดี๋ยวผมจัดให้พิเศษเทรนเนอร์สาวสวย หุ่นเป๊ะสุดในร้าน!”
เสิ่นหลินหัวเราะลั่น
“ฮ่า ๆ ๆ ฉันว่าไม่ได้เปิดฟิตเนสหรอก มาเล่นกับเทรนเนอร์มากกว่า!”
เหลียงฮุยก็หัวเราะ ไม่เถียงแม้แต่นิด
“ผู้ชายนี่นะครับ ทำงานก็ต้องมีความสุขไปด้วย ไม่งั้นจะมีชีวิตไปทำไม?”
“ได้เลย วันไหนว่างๆจะไปดูหน่อย!”
เสิ่นหลินยังหัวเราะไม่หยุด
กำลังจะถามจางฮ่าวถึงเรื่องที่เขาว่าปวดหัวเรื่องอะไร ประตูห้องก็ถูกเปิดออก เสิ่นหลินหันไปก็เห็นเซี่ยเหร่าเดินเข้ามา มือถือถ้วยซุปใบใหญ่ เดินตรงมาหาเขา
“นี่ซุปที่ต้มจากโสมป่าภูเขาฉางไป๋กับเป๋าฮื้อออสเตรเลีย ดื่มก่อนนะ เห็นพวกนายกำลังจะดื่มกัน”
ได้ยินเช่นนั้น เสิ่นหลินก็รีบยกมือทั้งสองรับถ้วยมาอย่างนอบน้อม
ทุกครั้งที่กลับมาหางโจว เสิ่นหลินรู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน สบายใจกว่าตอนอยู่ที่มหานครเซี่ยงไฮ้ หรือเมืองไหน ๆ เสียอีก
“พี่เหร่า ขอบคุณมากครับ พี่ไม่ต้องลำบากหรอก ไม่ต้องมาดูแลผมขนาดนี้ก็ได้”
“ไม่เป็นไรหรอกฉันเปิดฝากระโปรงหน้ารถของเธอไว้หน่อยนะ ฉันเตรียมของไว้ให้นิดหน่อย ทั้งหมดเป็นวัตถุดิบดี ๆ ส่งตรงจากยุโรป”
“พี่เหร่า พี่นี่เกินไปทุกทีเลย มาทุกครั้งก็เตรียมของไว้ให้เยอะขนาดนี้ ผมเกรงใจนะ!”
เสิ่นหลินพูดยิ้ม ๆ แต่ในใจจริง ๆ ก็รู้สึกเช่นนั้นพี่เหร่าให้การต้อนรับเขาอย่างอบอุ่นทุกครั้ง
“ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวพี่ก็มีเรื่องจะขอให้เธอช่วยเหมือนกัน”
เซี่ยเหร่ายิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
“งั้นก็ดีเลยครับพี่ ขอแค่ไม่ใช่เรื่องลำบากอะไร พูดมาได้เลย แต่คราวหน้าห้ามมาไม้เดิมแล้วนะ พวกเราเป็นคนกันเองทั้งนั้น!”
“งั้นฉันไปจัดการต่อก่อน พวกเธอคุยกันไปนะ”
หลังจากเซี่ยเหร่าออกไป จางฮ่าวก็มองเสิ่นหลินด้วยสายตาอิจฉา
“ฉันแม่งเริ่มเสียใจแล้วที่พานายมาที่นี่ พี่เหร่าเล่นดูแลนายอย่างกับเจ้าของร้าน ส่วนฉันนี่อย่างกับแขก!”
เสิ่นหลินหัวเราะในลำคอ หันมามองจางฮ่าวแล้วเลิกคิ้วหนึ่งข้าง
“นายนี่เทียบกับฉันได้ด้วยเหรอวะ?”
“แล้วทำไมจะเทียบไม่ได้วะ?”
จางฮ่าวพูดอย่างเซ็ง ๆ
เสิ่นหลินดับบุหรี่ แล้วกวาดตามองเขาขึ้น ๆ ลง ๆ ก่อนจะพูดว่า
“ฉันน่ะ ทั้งหล่อ ทั้งมีเสน่ห์ แถมยังเป็นคนดี แล้วนายมีอะไรบ้างวะ?”