โอ้โฮ คนรู้จักเหรอ? (ฟรี)
หลังจากหัวเราะแซวกันจนพอใจแล้ว ทุกคนก็นั่งลงบนโซฟา หูหลงไม่รอช้า หยิบแท็บเล็ตแจกให้พวกเสิ่นหลินคนละเครื่อง
“อะไรเนี่ย?”
ติงซินขมวดคิ้วพลางรับแท็บเล็ตมา มองหน้าหูหลงด้วยความงง
“ก็ เลือกสาวไง จะอะไรอีกล่ะ!”
ถังเฟิงยิ้มกริ่ม หยิบแท็บเล็ตขึ้นมากดเปิดทันที เริ่มเข้าโหมดเลือกเมดที่จะมานั่งเล่นเกมเป็นเพื่อนคืนนี้
ได้ยินแบบนั้น ติงซินก็เปล่งเสียง เฮ้ย! ออกมาทันทีอย่างตื่นเต้น ก่อนจะก้มหน้าก้มตาเริ่มเลือกอย่างกระตือรือร้น
เสิ่นหลินเองก็ไม่ขัดศรัทธา ในเมื่อมาถึง โรงแรมเมดอีสปอร์ต แล้ว จะไม่จิ้มสาวสักคนก็คงแปลก
เขากดเปิดหน้าจอขึ้นมา แล้วยิ้มมุมปาก พลางหันไปแซวหูหลง
“โห นี่มันมี อินเตอร์เฟสเลือกสาว เป็นของตัวเองเลยเหรอ? ไม่ธรรมดาเลยว่ะ พูดจริง”
“พี่หลิน อย่าหาว่าผมเว่อร์เลย อันนี้ถือเป็น ขั้นพื้นฐาน แล้วน่ะครับ ก็ทำมาเพื่อให้พี่ๆ เลือกได้สะดวกๆ ยังไงก็แค่อยากหารายได้เสริมเล็กๆ น้อยๆ เอง”
หูหลงพูดถ่อมตัว แต่เสิ่นหลินได้แต่ยิ้มเจื่อนๆในใจ
เงินน่ะ นายคงเหนื่อย แต่เหนื่อยแทนคนอื่นมากกว่านะ!
อินเตอร์เฟสของแท็บเล็ตดูละม้ายคล้ายกับแอปหาคู่แบบทันทันเลยทีเดียว
บนหน้าจอมีโปรไฟล์ของสาวๆ ขึ้นมาให้เลื่อนดูทีละคน พร้อมข้อมูลเบื้องต้น รูปถ่าย และคลิปวิดีโอ
ถ้าถูกใจก็แตะหัวใจ ถ้าไม่ใช่สเปคก็สไลด์ข้ามไปได้เลย
ท้ายที่สุด หลังจากกดหัวใจให้หลายคนแล้วจะสามารถเลือกหนึ่งเดียวที่ต้องการให้มาเป็นเพื่อนร่วมทีมคืนนี้
เสิ่นหลินกวาดตาดูหน้าสาวแต่ละคนอย่างคร่าวๆ
ต้องยอมรับเลยว่า หูหลงเลือกคนมาได้โคตรเก่ง ทั้งหน้าตา หุ่น ทุกคนล้วนจัดว่าของจริง
แต่สิ่งที่ทำให้เสิ่นหลินทึ่งยิ่งกว่านั้นก็คือ
ในโปรไฟล์ของสาวแต่ละคน ยังแนบ ผลตรวจสุขภาพรายสัปดาห์ เอาไว้ให้ดูอย่างโปร่งใส!
เห็นแล้วเสิ่นหลินได้แต่พึมพำในใจ
โคตรมืออาชีพดูแลทุกรายละเอียดจริงๆ
ความอยากรู้อยากลองก็เริ่มก่อตัวขึ้น เสิ่นหลินเลยเริ่มไถหน้าจอไปทีละคน
คนแรกหน้าตาแบบสายเน็ตไอดอล ใช้ฟิลเตอร์จัดเต็ม เสิ่นหลินขอบาย
คนที่สองแนวคาวาอี้ ตัวเล็กเกินไป ไม่ใช่แนวเสิ่นหลิน
เลื่อนไปอีกสิบคนเข้าไปแล้ว แต่ละคนดูดีหมด แต่ยังไม่มีใครที่ โดนใจจริงๆ
เขาเริ่มจะคิดแล้วว่า เอาวะ เดี๋ยวค่อยสุ่มเอาคนสุดท้ายละกัน
แต่แล้วทันทีที่เขาเลื่อนไปอีกโปรไฟล์หนึ่ง
สายตาของเสิ่นหลินก็พลันเปลี่ยนไป
หือ?
ผู้หญิงในรูปดูคุ้นตามาก
เสิ่นหลินขยี้ตาเบาๆ แล้วจ้องหน้าจออีกครั้ง
ตาเขาเบิกกว้างขึ้นแววตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจปนกับความเหลือเชื่อ
ไม่น่าเชื่อจะเจอ คนรู้จัก ในที่แบบนี้!
หลังจากเลือกเมดกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทุกคนก็นั่งสบายๆ บนโซฟา หูหลงยิ้มกริ่มแล้วพูดขึ้น
“งั้นเดี๋ยวผมให้สาวๆ เข้ามาเลยละกัน”
“เร็วๆ เลย!”
ติงซินตะโกนออกมาอย่างตื่นเต้น สีหน้าราวกับเด็กที่รอขนมในวันปีใหม่ ไม่มีผิด
ไม่นาน หูหลงก็พาเมดสาวหกคนในชุดยูนิฟอร์มเข้ามาในห้องทีละคน
เสิ่นหลินสังเกตเห็นทันที ว่าคนที่ห้าในกลุ่มนั้นคือคนที่เขาเพิ่งเลือกไปจริงๆ จินเมิ่งเมิ่ง
เธอใส่เสื้อสายเดี่ยวตัวจิ๋ว กับกางเกงขาสั้นเหนือเข่าโชว์เรียวขา บนชุดคลุมเมดที่เหมือนกันทั้งหกคน กลับเผยเสน่ห์เฉพาะตัวออกมาอย่างโดดเด่น
ทันทีที่เข้ามา เมดทุกคนก็โค้งทักทายพร้อมกัน เสียงใสหวานดังขึ้น
“พี่ชายคะ สวัสดีค่ะ”
“ฮ่าๆๆๆ ดีๆๆๆ พวกเธอก็ดีเหมือนกัน!”
ติงซินหัวเราะร่วนแบบคนหน้ามืดตามัว ท่าทางเหมือนตัวประกอบสายฮาในละครชีวิตหรูๆ
แต่เมดสาวทุกคน เมื่อเงยหน้าขึ้นมองไปรอบๆ ห้อง ก็เปลี่ยนสีหน้าเล็กน้อย
เพราะพวกเธอรู้จากหูหลงมาแล้วว่า กลุ่มชายหนุ่มที่อยู่ในห้องนี้ ไม่ใช่ใครที่ไหน ล้วนเป็น คุณชายจากตระกูลใหญ่ในหางโจว ทั้งนั้น!
จินเมิ่งเมิ่งเองก็รู้สึกดีใจไม่น้อยที่ถูกเลือก เธอเองก็ได้ยินมาว่าลูกค้าชุดนี้มีระดับสูงมาก บางคนยังใหญ่กว่าหูหลงอีก
แต่ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปทันทีที่เธอเงยหน้าขึ้น แล้วเห็นเสิ่นหลินนั่งอยู่ตรงหน้า
แววตาที่เคยมั่นใจของเธอ กลับพลันแข็งค้างไปทันที
เธอเบิกตากว้าง ยกมือขึ้นขยี้ตาเบาๆ อย่างไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่เห็น
นี่มัน เสิ่นหลิน!?
บ้าบอ! อย่าบอกนะว่าเขาเป็นคนเลือกเรา!?
ทันใดนั้น ความรู้สึกอยากหันหลังกลับก็พุ่งขึ้นมาท่วมใจเธอ
แต่ก็ทำไม่ได้
เพราะการมาทำงานที่นี่ มันไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ทุกคนเซ็นสัญญาไว้หมดแล้ว ถ้าจะถอนตัวต้องมีเหตุผลและเหตุผลส่วนตัวไม่ใช่สิ่งที่หูหลงยอมรับได้
ยิ่งไปกว่านั้น จินเมิ่งเมิ่งไม่ใช่คนท้องถิ่น ไม่มีแบ็ค ไม่มีพวก ถ้าขัดใจหูหลง มีหวังถูกเตะทิ้งโดยไม่ได้เงินแม้แต่หยวนเดียว
อีกอย่าง เงินจากงานที่นี่แค่ไม่กี่วัน ก็มากกว่าที่เธอเคยรับทั้งเดือนเสียอีก
เธอทำได้แค่ ยิ้มฝืนๆ แล้วภาวนาในใจ
ขออย่าให้ใช่เขาเลย ขออย่าให้ใช่
แต่ในชีวิตจริง บางทีเรายิ่งไม่อยากได้อะไร มันก็ยิ่งจะเจอเข้าจนได้
เพราะเพียงครู่เดียว เสิ่นหลินก็ยิ้มบางๆ แล้วโบกมือเรียก พร้อมตบเบาๆ บนเบาะโซฟาข้างๆ ตัวเอง
สัญญาณชัดเจน
ใช่ เขาเลือกเธอจริงๆ
จินเมิ่งเมิ่งยืนอึ้งครู่หนึ่ง ก่อนจะกลืนความไม่พอใจลงคอ ทำได้เพียงฝืนยิ้ม เดินบิดสะโพกอย่างนุ่มนวลไปนั่งลงข้างเขา
เมื่อเธอนั่งลงข้างๆ เสิ่นหลินก็ยังคงยิ้ม แต่ไม่ได้พูดอะไรทันที
จินเมิ่งเมิ่งพยายามรักษาท่าที ยิ้มให้บางๆ พร้อมแอ่นอกขึ้นเล็กน้อยอย่างมืออาชีพ
แต่เธอไม่รู้เลยว่าไม้ตายนี้ สำหรับเสิ่นหลินแล้วไม่มีผลอะไรเลย
“พี่ชาย ขอบคุณนะคะที่เลือกหนู”
เธอพูดเสียงหวาน พร้อมยิ้มตาหยี
เสิ่นหลินหันมามองเธอ สายตาเหมือนอ่านใจทะลุทุกอย่าง แล้วถามขึ้นอย่างไม่เร่งร้อน
“เธอชื่ออะไรนะ?”
คำถามนี้ทำเอาจินเมิ่งเมิ่งถึงกับกรอกตาในใจ
นายแกล้งถามแน่ๆหรือว่านายลืม? หึ!
แต่แม้จะคิดแบบนั้น เธอก็ยังต้องฝืนยิ้ม แล้วเสยผมเบาๆ ก่อนตอบเสียงอ่อน
“พี่ชาย เรียกหนูว่า เมิ่ง ไม่สิ เรียกหนูว่าจินจินก็ได้ค่ะ”