งานเปิดตัว 1 (ฟรี)

หลังจากที่เสิ่นหลินแนะนำตัวจบลง

บรรยากาศในฮอลล์ก็ยังคงเต็มไปด้วยความคึกคัก

มีเสียงจากผู้ชมหลายคนดังขึ้นประปราย

เสิ่นหลินยิ้มพลางยกมือกดเบา ๆ เป็นสัญญาณขอความเงียบ แล้วเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ

“ตอนที่เดินขึ้นเวทีเมื่อครู่ บอกตามตรงเลยครับ ผมรู้สึกตื่นเต้นมาก”

“เพราะผมเห็นเพื่อนพ้องมากมาย มาร่วมงานแถลงข่าวของบริษัทเล็ก ๆ ที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักอย่างเรา”

“ก่อนอื่นเลยสำหรับผู้ชมด้านหลัง อาจจะมีหลายท่านที่มาที่นี่วันนี้ เพราะความหล่อของคุณหวังเฮ่อเตี้ยนใช่ไหมล่ะครับ?”

เสียงหัวเราะดังขึ้นทันทีทั่วทั้งฮอลล์

เสิ่นหลินพูดอย่างผ่อนคลาย ล้อเล่นเล็กน้อย ทำให้ทั้งผู้ชมทั่วไป และบรรดาผู้บริหารที่นั่งแถวหน้า ต่างก็ยิ้มตามและหัวเราะออกมา

“คุณหวังเฮ่อเตี้ยนหล่อมากครับ แต่ผมว่า ผมก็ไม่ได้น้อยหน้าเท่าไหร่นะ ว่ามั้ย?”

“ฮ่า ๆ ๆ คุณหลิน หล่อมาก!”

เสียงตะโกนดังลั่นมาจากด้านหน้า ติงซิน ที่นั่งอยู่ในแถว VIP ถึงกับใช้มือป้องปากแล้วตะโกนออกมาเต็มเสียง

“ตัวจริงหล่อกว่ารูปในเวยป๋ออีก!”

“ใช่เลย หล่อมากกก!”

บรรดาผู้ชมทั่วไปที่นั่งอยู่ด้านหลังก็ร่วมเฮไปด้วยอย่างสนุกสนาน ช่วยส่งเสียงเชียร์เสิ่นหลินอย่างเป็นกันเอง

เสิ่นหลินยิ้มพลางพูดต่อ

“งั้นเหรอครับ? ถ้าอย่างนั้น ผมขอหลงตัวเองสักหน่อยก็แล้วกันผมก็คิดว่า ผมนี่หล่อใช้ได้เลยนะ!”

เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้ง

บนเวที เสิ่นหลินยังคงรักษาจังหวะของเวทีได้อย่างดีเยี่ยม สร้างความรู้สึกเป็นกันเองแต่ก็มั่นใจและสง่างาม

ขณะเดียวกัน บรรดาผู้บริหารแถวหน้าก็เริ่มกระซิบกระซาบกันเบา ๆ

เหลยจวินยิ้มพลางหันไปพูดกับหลินปิง

“มองดูเขาแล้ว ฉันเห็นภาพตัวเองในวันวานเลยล่ะ จริงอย่างที่ว่าคลื่นลูกใหม่ย่อมแซงหน้าคลื่นลูกเก่า”

หลินปิงพยักหน้า ยิ้มพลางตอบ

“เห็นด้วยครับคุณเหลย เสิ่นหลินยังหนุ่มมาก แต่สิ่งที่เขาทำได้นี่ ไม่ธรรมดาเลย”

ขณะที่อีกฝั่ง แจ็ค หม่าก็กำลังสนทนากับไช่ฉงซิน

“นี่ใช่ลูกชายของเสิ่นเสวี่ยจวินหรือเปล่าน่ะ? พูดจาน่าฟัง มีอารมณ์ขันดี แถมยังควบคุมบรรยากาศได้อยู่หมัด”

“ใช่ครับ คุณหม่า เขาเก่งจริง ๆ นะ ถ้ามีโอกาส ผมว่าในอนาคต เราควรร่วมมือกับเขาสักครั้งโดยเฉพาะถ้าแอนต์ไฟแนนเชียลจะกลับมา IPO”

แจ็ค หม่าได้ยินอย่างนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มจาง ๆ แต่ไม่ตอบอะไร

ไช่ฉงซินเห็นแบบนั้น ก็ได้แต่ส่ายหน้าน้อย ๆ อย่างอ่อนใจ

ทางด้านเสี่ยวรั่วเว่ย ที่นั่งแถวหน้า ก็เฝ้ามองเสิ่นหลินบนเวทีด้วยรอยยิ้มอบอุ่นในดวงตา

ชายคนนี้คือคนรักของเธอ คนที่ไม่ว่าจะอยู่เวทีไหน ก็สามารถรับมือได้อย่างสง่างาม

บนเวที หลังจากหยอกล้อได้ที่แล้ว เสิ่นหลินก็ยกมือขึ้น

“โอเคครับ หยอกพอหอมปากหอมคอละนะ ถ้าเล่นต่อไปอีก เดี๋ยวเวลาแถลงข่าวจะไม่พอซะก่อน”

พูดจบ เขาก็กดรีโมทในมือตัวเอง

ทันใดนั้น บนจอ LED ด้านหลังเวที ก็ปรากฏข้อความชัดเจน

【เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการเซมิคอนดักเตอร์!】

เสิ่นหลินยืดตัวตรง มองผู้ชมทั่วทั้งฮอลล์ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“ผมเชื่อว่า ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนสื่อมวลชน หรือผู้ชมทั่วไปในวันนี้ คงมีไม่น้อยที่ยังไม่รู้ว่าเรากำลังจะเปิดตัวอะไร”

“แต่สโลแกนของเรานี่สิทั้ง ร่วมเป็นพยานแห่งประวัติศาสตร์ ทั้ง เปิดยุคใหม่ ฟังดูแล้วเหมือนจะเว่อร์ไปหน่อยใช่ไหมครับ?”

“หรือไม่ก็เหมือนเรากำลังเพ้อฝันอยู่คนเดียว?”

เสียงหัวเราะครืนใหญ่อีกระลอกดังขึ้นทั่วทั้งฮอลล์

คำพูดของเสิ่นหลินเพิ่งจบลง เสียงหัวเราะจากผู้ชมก็ดังขึ้นทั่วฮอลล์

แต่แม้จะเป็นคำพูดล้อเล่น ก็ไม่มีใครออกมาปฏิเสธมันเลยสักคน

เสิ่นหลินยิ้ม พลางกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“แต่ผมอยากจะบอกว่าเรามีเหตุผลที่จะมั่นใจแบบนั้นจริง ๆ ครับ”

“งั้นทุกท่าน กรุณารัดเข็มขัดให้ดี เพราะรถคันนี้ กำลังจะออกตัวแล้ว!”

น้ำเสียงของเขาเด็ดขาดและชัดเจนจนสามารถดึงทุกสายตากลับมาสนใจที่เขาอีกครั้ง

เพียงไม่กี่ประโยคสั้น ๆ ผสมอารมณ์ขัน เสิ่นหลินก็ควบคุมบรรยากาศในฮอลล์ไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

“ก่อนที่เราจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ผมคิดว่าหลายคนคงอยากรู้ว่าเยียนหลินเทคโนโลยีคือบริษัทอะไร? หรือว่าเรากำลังทำธุรกิจในสายไหนกันแน่?”

“ถ้าอย่างนั้น ขอเชิญชม VCR หนึ่งชุดครับ!”

เขาพูดจบ ก็กดปุ่มรีโมทในมือทันที

จอ LED ขนาดใหญ่ด้านหลังเวทีฉายวิดีโอขึ้นมา พร้อมเสียงพากย์ประกอบอย่างจริงจัง

“เทคโนโลยี คือเครื่องมือขับเคลื่อนมนุษยชาติที่สำคัญที่สุด”

“ในอดีต ประเทศจีนของเราเคยเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมของโลก จากสี่สิ่งประดิษฐ์ยิ่งใหญ่ จนกลายเป็นรากฐานของวิทยาศาสตร์สมัยใหม่”

“แต่ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ เทคโนโลยีในประเทศเรากลับเริ่มตามหลังโลกตะวันตกเพราะเราขาดความสามารถในการสร้างสรรค์? หรือเพราะงบวิจัยเราไม่พอ?”

“จริง ๆ แล้วไม่ใช่สักข้อ”

“เพราะจากสถิติ เราพบว่าผู้บริหารระดับสูงในบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของโลกหลายแห่งล้วนเป็นคนจีน”

“คำถามคือทำไมประเทศเรา เก็บคนเก่งไว้ไม่ได้? ทำไมทุกครั้งที่มีเวทีเทคโนโลยีระดับโลก ผู้ที่ขึ้นไปรับรางวัล มักเป็นคนจีน หรือไม่ก็ชาวจีนโพ้นทะเล?”

“เพราะบริษัทเทคโนโลยีในบ้านเราหลายแห่งสนใจแต่เรื่องรายได้ และทุนจนหลงลืมสิ่งสำคัญที่สุดรากฐาน”

“และถ้ารากฐานนั้นไม่ใช่ของเราทุกอย่างที่สร้างขึ้นก็ไม่ต่างอะไรกับบ้านที่อยู่บนทราย”

ทันทีที่วิดีโอนำเสนอมาถึงจุดนี้ บรรดาผู้บริหารระดับสูงแถวหน้า บางคนถึงกับหัวเราะกลบเกลื่อนอย่างอึดอัด

เพราะวิดีโอนี้กำลังพาดพิงพวกเขาโดยตรง

ในขณะเดียวกัน นักข่าวหลายคนก็เริ่มตาเป็นประกายประโยคเหล่านี้มีน้ำหนัก และสามารถจุดกระแสได้อย่างแน่นอน

VCR ยังคงเล่นต่อไป

“ผู้ก่อตั้งเยียนหลินกรุ๊ป คุณเสิ่นหลิน มองเห็นปัญหานี้ จึงตัดสินใจลงทุนในการวิจัยด้วยตัวเอง ตั้งต้นสร้างรากฐานด้วยมือของเขาเอง”

“และเยียนหลินเทคโนโลยีก็ไม่ใช่บริษัทที่เพิ่งเกิดขึ้นแบบไร้ที่มา”

“เมื่อกว่าสิบปีก่อน ต้นแบบของเยียนหลินเทคโนโลยี ก็ได้ถูกก่อตั้งในยุโรปและสหรัฐฯ โดยมีเป้าหมายหลักคือ การวิจัยชิป และเครื่องลิโธกราฟฟี”

โครม!

ทันทีที่คำว่าชิปและเครื่องลิโธกราฟฟีปรากฏขึ้นในวิดีโอ ทั้งฮอลล์ถึงกับนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนที่เสียงฮือฮาจะระเบิดขึ้น

เหล่าบล็อกเกอร์สายเทคโนโลยีถึงกับเบิกตากว้าง มองหน้ากันอย่างตกใจ

“ได้ยินไหม!? ชิปกับ เครื่องลิโธกราฟฟี!”

“ได้ยิน แต่แบบนี้มันเป็นไปได้เหรอ?”

“ฉันว่าเป็นไปได้มากนะ! ถ้าเขาวิจัยมาเป็นสิบปี แล้วพึ่งเปิดตัวตอนนี้ตอนที่ประเทศเราถูกบีบเรื่องเทคโนโลยี นั่นแปลว่า พวกเขาพร้อมแล้ว!”

บล็อกเกอร์สายเทคโนโลยีคนหนึ่งพูดด้วยความตื่นเต้น

ไม่ใช่แค่เขาคนเดียวสื่ออีกหลายสำนักก็เริ่มรู้สึกถึง กลิ่นของข่าวใหญ่

“เยียนหลินเทคโนโลยี คือบริษัทเทคโนโลยีอย่างแท้จริง สิ่งที่โลกตะวันตกมี เราต้องมี”

“และการก่อตั้งของเยียนหลินเทคโนโลยีในวันนี้กำลังจะกลายเป็นเสาหลักใหม่ของวงการเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศจีน!”

วิดีโอจบลงด้วยภาพโลโก้ของบริษัทและเสียงปรบมือกึกก้องไปทั่วทั้งฮอลล์

ผู้ชมในงานเริ่มเข้าใจแล้วว่า เยียนหลินเทคโนโลยีไม่ใช่บริษัทที่เพิ่งตั้งขึ้นเพื่อสร้างกระแส

แต่เป็นบริษัทที่บ่มเพาะมากว่าทศวรรษ และพร้อมจะเปิดตัวเทคโนโลยีที่โลกจับตามอง

เสิ่นหลินกลับขึ้นสู่เวทีอีกครั้ง พร้อมรอยยิ้มและน้ำเสียงผ่อนคลาย

“นี่แหละคือเยียนหลินเทคโนโลยีของพวกเรา”

"และผมเชื่อว่า หลายท่านในที่นี้คงเดาออกแล้วใช่ไหมครับ ว่าวันนี้เรากำลังจะเปิดตัวอะไร?"

เขาหยุดเล็กน้อย แล้วทันใดนั้น เสียงโห่ร้องก็ดังกระหึ่มไปทั่วทั้งฮอลล์

"ชิป!"

"เครื่องลิโธกราฟฟี!"

เสิ่นหลินหัวเราะเบาๆ ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ

"ถูกต้องครับ ทุกท่านเดาไม่ผิดเลย"

"ตลอดระยะเวลากว่าสิบปีที่ผ่านมา พวกเราไม่เคยหยุดทำการวิจัยทั้งในด้านชิปประมวลผล และเครื่องลิโธกราฟฟีแม้แต่วันเดียว"

"ที่ผ่านมา เราอาจเป็นเพียงแค่ ตัวสำรอง"

"แต่วันนี้ถึงเวลาแล้วที่ ตัวสำรอง จะขึ้นมาเป็น ตัวจริง!"

"เราเรียกยุทธศาสตร์นี้ว่า แผนผลักดันจากเบื้องหลังสู่แนวหน้า ครับ!"

เขายิ้มเล็กน้อย ก่อนกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงแน่วแน่

"ใช่แล้ว! ทุกคนเดาถูก ในงานแถลงข่าวฤดูร้อนของเยียนหลินเทคโนโลยีในวันนี้เราจะเปิดตัว สามผลิตภัณฑ์หลัก พร้อมกัน!"

ทันทีที่สิ้นคำ เสิ่นหลินก็กดปุ่มรีโมท

เสียงเอฟเฟกต์ "ระเบิด" ดังขึ้นพร้อมกับภาพแรกปรากฏบนหน้าจอ

"ผลิตภัณฑ์แรกชิปประมวลผล! โค้ดเนม ปิงฉีหลินวัน !"

"โอ๊ยยยยยยย!!"

"ท่านประธานเสิ่น สุดยอดจริงๆ!"

เสียงโห่ร้องดังลั่นทั่วทั้งฮอลล์ สื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ และผู้ชมบางคนถึงกับลุกขึ้นยืนตบมือด้วยความตื่นเต้น

เสิ่นหลินยกมือขึ้นขอความสงบ ก่อนจะกดรีโมทอีกครั้ง

เสียงเอฟเฟกต์ระเบิดดังกึกก้อง ภาพของ CPU ขนาดใหญ่ชัดเจนทุกมุม ปรากฏบนจอ

"ผลิตภัณฑ์ที่สองซีพียูโครงสร้างอิสระเต็มรูปแบบ! โค้ดเนม: 'ซู่หลิน!"

"สุดยอดดด!!"

"เจ๋งไปแล้ววว!!"

เสียงเชียร์ดังสนั่น ฮอลล์แทบจะสะเทือนจากพลังของผู้ชม

เสิ่นหลินยกมือขึ้นอีกครั้งเพื่อสงบอารมณ์ ก่อนจะมองไปรอบๆ พร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก

"และตอนนี้ถึงเวลาของผลิตภัณฑ์ชิ้นที่สาม!"

"เครื่องลิโธกราฟฟี!!!"

เสียงตะโกนจากทั่วทั้งฮอลล์ประสานกันอย่างพร้อมเพรียง เต็มไปด้วยพลังและความคาดหวัง

เสิ่นหลินหัวเราะเบาๆ

"ผลิตภัณฑ์ชิ้นที่สามของเรา ก็คือ เครื่องลิโธกราฟฟี!"

เสียงปรบมือดังกึกก้องทั่วทั้งฮอลล์

เขากดปุ่มรีโมทอีกครั้ง ภาพของเครื่องลิโธกราฟฟีขนาดยักษ์ปรากฏบนจอ LED ความละเอียดสูง ทุกเส้นสาย ทุกองค์ประกอบ ล้วนดูทันสมัยและล้ำยุค

เสิ่นหลินยืนอยู่กลางเวที ภายใต้แสงสปอร์ตไลต์ที่ส่องมาเพียงเขาคนเดียว

เขายิ้มบางๆ ก่อนจะกล่าวประโยคที่เปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดกลางเวทีเทคโนโลยี

"ผลิตภัณฑ์ชิ้นที่สามของเรา เครื่องลิโธกราฟฟีที่พัฒนาโดยใช้เทคโนโลยีอิสระเต็มรูปแบบ! โค้ดเนม เยียนหลินวัน!"





ตอนก่อน

จบบทที่ งานเปิดตัว 1 (ฟรี)

ตอนถัดไป