บทสนทนาระหว่างกินไอศกรีม (ฟรี)

แดดยามบ่ายคล้อยทอดเงายาวตามทางเดิน

แสงสีทองอ่อนทำให้ถนนที่เคลื่อนไหวไม่หยุดหย่อนดูมีเสน่ห์เป็นพิเศษในช่วงเวลานี้ รถยนต์วิ่งผ่านไปทั้งคันใหม่เงาวับและคันเก่าที่ส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด

นักดนตรีข้างถนนคนหนึ่งกำลังดีดกีตาร์ เพลงของเขากลมกลืนไปกับซิมโฟนีของชีวิตในเมืองเสียงพูดคุยของผู้คน เสียงแตรรถเป็นระยะ ๆ และบทสนทนาที่ไหลออกมาจากหน้าร้านกาแฟ

ดาร์เรนกับแอลิสันเดินเคียงกัน ถือไอศกรีมคนละถ้วย

ทุกครั้งที่ลิ้นแตะไอศกรีมเย็นฉ่ำ รสชาติเข้มข้นก็ละลายทันที เป็นความเย็นที่ช่วยต่อต้านอุณหภูมิฤดูร้อนได้อย่างดี

แอลิสันแอบมองเขา ขณะที่ความคิดในหัวเธอวิ่งวุ่นไม่หยุด

แล้วตกลงดาร์เรน สตีล เป็นอะไรขึ้นมากันแน่?

เธอห้ามตัวเองไม่ได้ที่จะเปรียบเทียบกับตอนเรียน

ตอนนั้นเขาเป็นพวกม้านอกสายตา มีความทะเยอทะยานก็จริง แต่ก็ถูกกลบด้วยพวกดาวเด่นอย่างไทเลอร์ มูนีย์ แจ็คสัน แดเนียลส์ และเทอร์รี วิลสัน

แต่สุดท้ายเขาก็ไปได้เสียอย่างนั้น

หรือว่าไม่?

เธอไม่แน่ใจเลยจริง ๆ

เขาดูลึกลับ มั่นใจ เปลี่ยนไปก็จริง แต่ก็ยังคงอะไรบางอย่างจากเดิมไว้

เริ่มจากที่เขาชำระหนี้เงินกู้นักศึกษาหมด นั่นเป็นสิ่งที่ไม่มีใครทำ ถ้าไม่รวยจนล้นฟ้า

แต่เขากลับไม่ได้มาด้วยรถส่วนตัว

เสื้อผ้าของเขาก็เป็นแบบเรียบเท่ ออกแนวมินิมอลดูดี บ่งบอกถึงรสนิยมที่ดีและฐานะ แต่ไม่ถึงกับหรูหรา ไม่มีอะไรในตัวเขาตะโกนว่า ฉันรวย! แต่ก็ไม่มีอะไรที่ดูเหมือน ลำบาก เช่นกัน

เธอจับต้นชนปลายเขาไม่ถูกเลย

และเธอไม่ชอบความรู้สึกนั้น

เธออยากโทรหาลิลี่ ลิลี่เคยใกล้ชิดกับเขาที่สุดก็เคยเดทกันนี่นา เธออาจจะรู้อะไรมากกว่าที่ใคร ๆ รู้ก็ได้

แอลิสันสลัดความคิดนั้นทิ้งแล้วหันกลับมาที่ปัจจุบัน

“แปลกดีนะ” เธอพูดขึ้น “ที่ได้มาเดินกับนายแบบนี้อีก รู้สึกเหมือนย้อนกลับไปสมัยเรียนเลย”

ดาร์เรนครุ่นคิดนิดหน่อย “ไม่รู้สิ ฉันว่าก็ไม่เหมือนหรอก ตอนนั้นเธอกับฉันไม่ได้เดินเล่นด้วยกัน แล้วฉันก็ไม่ได้จมอยู่กับกองงานส่ง”

“นั่นก็จริง” เธอหัวเราะ “แต่ฉันยังจมอยู่นะแค่ย้ายมาอยู่อีกฝั่ง ตอนนี้ฉันเป็นคนสั่งให้นักศึกษาไปทำงานแทนแล้ว” เธอถอนหายใจเว่อร์ ๆ “ฉันไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้ฉันมาเป็นอาจารย์ที่นี่อีกครั้ง”

“มันอาจแย่กว่านี้ก็ได้นะ”

“เหรอ?”

“เธออาจจะติดอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ รอคอยเกษียณ”

แอลิสันหัวเราะ “จริงนะ อย่างน้อยที่นี่ก็มีอะไรให้ระลึกถึงอดีตอยู่เรื่อย ๆ อย่างเช่น โอลิเวีย จำเธอได้ไหม?”

ดาร์เรนพยักหน้าเล็กน้อย พลางเลียไอศกรีม “ราชินีของรุ่นเรา”

“ตอนนี้เธอกำลังเริ่มธุรกิจของตัวเองแล้วนะ ถอยออกจากอาณาจักรของครอบครัว เพื่อพิสูจน์ว่าเธอก็ทำได้ด้วยตัวเอง”

“น่ายกย่อง”

“ส่วนลิลี่ก็ทำงานกับพ่อของเธอ ดูแลบริษัทให้เติบโตต่อไป”

“อืม”

แอลิสันถอนหายใจ มองถ้วยไอศกรีมที่กินไปครึ่งนึงแล้ว “แล้วฉันล่ะ? ยังอยู่ที่นี่ สอนหนังสือเหมือนเดิม”

ดาร์เรนเหลือบมองเธอ “ไม่มีอะไรผิดกับเรื่องนั้นเลยนะ”

“ก็จริงแหละ” เธอยอมรับ “แต่มันตลกดีใช่ไหม? ตอนนั้นพวกเราสามคนตัวติดกันตลอด แล้วดูตอนนี้สิ ต่างคนต่างมีทางของตัวเองหมดแล้ว”

“ชีวิตมันก็เป็นแบบนั้นแหละ แอลิสัน อย่าไปคิดมาก”

เธอหันมามองเขาอีกครั้ง จ้องใบหน้าคมชัดของเขาด้วยประกายตาแปลกประหลาด “แล้วนายล่ะ ดาร์เรน? ตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่?”

เขาปาดหยดไอศกรีมที่เปื้อนนิ้วหัวแม่มือออกแล้วตอบเรียบ ๆ “ธุรกิจ”

เธอเลิกคิ้ว “ธุรกิจเหรอ?”

“ใช่”

“แค่นั้นเลย?”

“ก็มีแค่นั้นแหละ”

เธอหรี่ตาอย่างแกล้ง ๆ “ฉันได้ยินมาว่านายเคยทำงานกับพ่อของลิลี่ด้วยนี่”

“เราเลิกกันแล้ว” ดาร์เรนตอบ

“หะ? นายพูดไปแล้วนี่ แล้วจะพูดซ้ำทำไม”

ดาร์เรนมองหน้าเธอ

“อ้อ เข้าใจล่ะ คงรู้สึกแปลก ๆ ถ้าต้องทำงานกับพ่อของแฟนเก่า”

ความเงียบโรยตัวลงพักหนึ่ง ก่อนที่แอลิสันจะอดไม่ได้ที่จะพูดถึงชื่อหนึ่งจากอดีต

“ยังจำไทเลอร์ มูนีย์ได้ไหม?”

มุมปากของดาร์เรนกระตุกนิด ๆ

แอลิสันชวนมาเดินนี่ เพื่อเอาชื่อแย่ ๆ จากอดีตมาทิ่มแทงหรือไงนะ?

“จะลืมได้ยังไงล่ะ ลูกชายอาร์ชิบัลด์ มูนีย์ คนรวยที่สุดในรัฐ แฟนคลับตัวยงของฉันเลย”

แอลิสันหัวเราะ “ยังประชดเก่งเหมือนเดิมเลยนะ”

เขายักไหล่ “ไม่ได้ประชดนะ ก็เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการพูดถึงฉัน ใครจะทำแบบนั้นได้ถ้าไม่ใช่แฟนคลับ?”

เธอส่ายหน้า ยิ้มไปพลาง “นี่ไง นิสัยแบบนี้แหละที่นายเคยทำตลอด นายชอบพูดอะไรให้ฉันขำ พยายามเรียกร้องความสนใจ”

“แล้วเธอก็ปฏิเสธฉันตลอด” ดาร์เรนพูดเรียบ ๆ แบบไม่รู้สึกอะไรเลย

แอลิสันเงยหน้าขึ้นมองเขา เม้มริมฝีปากแน่น

พวกเขาเงียบกันไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เธอจะพูดเบา ๆ

“ใครจะคิดว่าสุดท้ายนายจะไปลงเอยกับลิลี่แทน”

ดาร์เรนส่งเสียงฮัมในลำคอ ไม่ได้ตอบอะไร

แอลิสันถอนหายใจเบา ๆ พลางวนช้อนในถ้วยไอศกรีมที่เริ่มละลาย “รู้ไหมพอมองย้อนกลับไป บางทีฉัน”
เธอหยุดตัวเองทันที

ไม่ เธอจะไม่พูดมันออกมาตรง ๆ แต่ความคิดนั้นมันชัดเจนอยู่ในหัว ดังเกินกว่าจะปฏิเสธ

และเหมือนระบบจะอ่านใจเขาออก เพราะในวินาทีนั้น การแจ้งเตือนก็เด้งขึ้นมาในมุมมองของดาร์เรน

[บุคคลนี้รู้สึกเสียใจกับวิธีที่เคยปฏิบัติต่อคุณมาก่อน]

สีหน้าดาร์เรนไม่เปลี่ยนแปลง แต่ในใจเขารู้สึกตลกอย่างบอกไม่ถูก

ตลกมากจริง ๆ

แอลิสันเงยหน้าขึ้นมองเขาอีกครั้ง นิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนจะกล้าพอที่จะพูด

“บางทีมันอาจเป็นพรหมลิขิตก็ได้นะ ที่เรื่องพวกนี้เกิดขึ้นหรือไม่ก็แค่เรื่องบังเอิญ”

ดาร์เรนยังคงนิ่ง รอฟังเธอพูดต่อ

“นายกับลิลี่เลิกกัน แล้วเราก็มาเจอกันโดยไม่คาดคิด”

ไม่คาดคิด? ดาร์เรนคิดในใจ ฉันไม่ได้เดินหลงเข้ามาหรอก ฉันมาเคลียร์หนี้นักศึกษา

เธอยิ้มขณะพูด ดวงตามีประกายบางอย่างที่ซ่อนไว้ “บางทีเราน่าจะลองดูสักตั้ง”

เขาเหลือบมองเธอ ก่อนหันหน้ากลับไปข้างหน้า “ลองอะไร?”

“ลองคบกันไง”

ดาร์เรนแทบไม่ลังเลด้วยซ้ำ “ไม่”

แอลิสันกะพริบตา ชะงักไป “ไม่เหรอ?”

“ไม่ได้จะหยาบคายนะ” เขาตอบเรียบ เยือกเย็นแต่หนักแน่น “แต่ฉันไม่สนใจ”

“แล้วถ้าฉันตอบรับ หลังจากที่โดนปฏิเสธซ้ำ ๆ มาหลายปีฉันก็คงเป็นคนโง่แล้วล่ะ”

เขาหันมามองเธอเต็มตา ดวงตาสีฟ้าคู่นั้นเข้มขึ้นจนเกือบกลายเป็นสีน้ำเงินเข้ม เสียงของเขาต่ำลงเล็กน้อย

“ฉันไม่ใช่คนโง่หรอกนะ แอลิสัน”

แอลิสันรู้สึกเหมือนท้องไส้หล่นวูบ

คำพูดนั้นเหมือนคมมีดที่เฉือนทิ้งความฝันเพ้อ ๆ ของเธอทั้งหมดให้ขาดสะบั้น เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคอ พยายามยิ้มจาง ๆ อย่างฝืน ๆ

“สมควรแล้วล่ะ ฉันสมควรโดนแบบนั้น”

ความเงียบแทรกตัวเข้ามาระหว่างทั้งคู่ ก่อนที่แอลิสันจะกระแอมเบา ๆ พยายามดึงความรู้สึกกลับคืน

“ฉันมีจัดรวมรุ่นนิดหน่อยวันศุกร์หน้า เพื่อนเก่า ๆ สมัยเรียน ไม่ใหญ่โตอะไรหรอก นายก็น่าจะลองแวะมา”

ดาร์เรนจ้องมองเธอครู่หนึ่ง “เดี๋ยวฉันคิดดู”

แล้วทันใดนั้น ระบบก็แจ้งเตือนอีกครั้ง

ติง!

[ราคา บิตคอยน์ ลดลงเล็กน้อย ขณะนี้เป็นช่วงเวลาที่แนะนำให้ซื้อเพิ่ม]

สีหน้าของเขาไม่เปลี่ยนแปลง แต่ในใจ เขารู้ทันทีว่าต้องทำอะไรต่อไป

เขาแสร้งก้มดูนาฬิกาข้อมือ แล้วหันกลับไปหาแอลิสัน “ฉันต้องไปแล้วล่ะ ธุระเรื่องงาน”

แอลิสันพยักหน้า พยายามซ่อนความผิดหวัง “โอเค”

“เดี๋ยวฉันเรียกรถให้” ดาร์เรนก้าวไปข้างหน้า ยกมือขึ้นโบกเบา ๆ ด้วยความมั่นใจ และแทบจะทันที รถแท็กซี่ก็ชะลอตัวจอดตรงหน้า

แอลิสันหันมามองเขาอีกครั้ง ก่อนจะก้าวขึ้นรถ “ลาก่อน ดาร์เรน”

เขาพยักหน้านิด ๆ ล้วงมือใส่กระเป๋ากางเกง มองรถขับออกไปอย่างนิ่งเฉย

และทันทีที่เธอลับสายตา สีหน้าเขาก็เปลี่ยนเป็นจริงจังทันควัน ก่อนจะยกมือขึ้นอีกครั้ง

แท็กซี่อีกคันก็หยุดตรงหน้าอย่างแม่นยำ

ถึงเวลาทำงานแล้ว



ตอนก่อน

จบบทที่ บทสนทนาระหว่างกินไอศกรีม (ฟรี)

ตอนถัดไป