ทุกวันเป็นของโจร (ฟรี)
หลังจากการพูดคุยยามค่ำคืนกับแซนดี้หลายครั้งที่นี่ คาเซิล คอทิจ ก็เริ่มกลายเป็นสถานที่ประจำของดาร์เรน
และนั่นคือเหตุผลที่เขาเลือกที่นี่สำหรับนัดเจอกับแฮกเกอร์สาวจอมเจ้าเล่ห์
สถานที่ที่เขาคุ้นเคยย่อมทำให้เขาได้เปรียบ
แม้ว่าจริงๆ แล้ว เขาแทบไม่ต้องการมันเลย
แต่กับผู้หญิงคนนี้ เขาต้องฉลาดให้มาก
แสงสลัวจากโคมไฟแขวนนับสิบส่องให้ร้านอาหารกลางแจ้งแห่งนี้อบอวลไปด้วยออร่าสีทองอบอุ่น
คาเซิล คอทิจ ตกแต่งด้วยไม้แบบวินเทจ ภายใต้ชายคาเถาวัลย์และไฟประดับระยิบระยับทั่วเพดาน
กลิ่นหอมของเนื้อย่างและขนมปังสดใหม่ลอยฟุ้งในอากาศยามค่ำคืน ผสานเข้ากับเสียงพูดคุยเบาๆ อย่างผ่อนคลาย
คาร่าเดินเข้ามา นิ้วมือกำสายสะพายกระเป๋าแน่นกว่าปกติ ดวงตากระสับกระส่ายกวาดมองไปทั่วร้าน
ที่นี่แหละ
ดักลิ่ง บอกให้เธอมาที่นี่
ใครในร้านนี้ก็อาจเป็นเขาได้ ผู้ชาย เด็ก ผู้หญิงใครก็ได้ เขาอาจใช้โปรแกรมเปลี่ยนเสียงก็ได้
ความกังวลเกาะกินในใจ แต่เธอก็พยายามเก็บอาการ
เธอแต่งตัวแบบเดิมๆ ที่เคยแต่ง ลุคกอธสุดชิค
เสื้อฮู้ดสีดำตัวโคร่งหลวมๆ คลุมร่าง เผยให้เห็นเสื้อกล้ามเข้ารูปสีเข้มด้านในเล็กน้อย
สร้อยเงินสะท้อนแสงแผ่วบนผิวซีด
ยีนส์สกินนี่ขาดๆ แนบสนิทกับเรียวขา มัดเข้ากับรองเท้าบูทคอมแบทหัวเหล็ก
เล็บมือของเธอทาสีแดงเข้ม เข้ากับผมแดงยุ่งเหยิงที่ปล่อยยาวข้างหนึ่งลงมาเหนือไหล่
กระเป๋าสะพายข้างถูกพาดผ่านตัว โน้ตบุ๊กที่ซ่อนไว้ภายในกดแนบอยู่ตรงสะโพก
เธอถอนหายใจเฮือกหนึ่ง ก่อนลูบแขนตัวเองเมื่อความเย็นซึมเข้ากระดูก
อะไรของฉันอีกแล้วเนี่ย คาร่า
เงินบิตคอยน์ล้านห้าครั้งนั้นมันไม่เกี่ยวอะไรกับฉันเลย ฉันไม่ต้องไปยุ่งด้วยซ้ำ
แล้วทำไมฉันชอบแหย่เรื่องที่ไม่ควรยุ่งตลอดเลยวะ?
เธอเม้มปากแน่น หันไปมองข้างหลังอีกครั้งก่อนจะถอนหายใจ และเดินไปนั่งที่โต๊ะริมสุดของร้าน
ที่ตรงนั้นเธอมองเห็นทุกคน แต่แทบไม่มีใครสังเกตเห็นเธอ
แต่มีคนหนึ่งที่เธอมองไม่เห็น ดาร์เรน สตีล
เขายืนอยู่ในเงามืด เฝ้ามองเธอ
ระบบของเขาทำหน้าที่เสร็จเรียบร้อยแล้วรักษาความปลอดภัยกระเป๋าเงิน ตามรอยแฮกเกอร์ และตอนนี้ ถึงคราวของเขาแล้ว
คาร่าแสร้งทำเป็นนิ่ง แต่จริงๆ แล้วเธอวุ่นวายไปหมด
เธอเหลือบมองฝูงชน เปลี่ยนท่านั่ง ละสายตาสำรวจทุกมุมอย่างไม่ไว้ใจ
เธอกังวล ซึ่งก็ดี เธอควรกังวล
แต่น่าเสียดายที่ระบบของเขาอ่านอารมณ์ได้แค่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเขาโดยตรง
ถ้าเธอกลัวเขา ระบบจะรายงาน
แต่ถ้าเธอแค่กลัวสถานการณ์ ระบบจะไม่รู้เลย
ดังนั้นตอนนี้ เขาต้องพึ่งสัญชาตญาณของตัวเองล้วนๆ
และสิ่งที่เขาสัมผัสได้คือคาร่าไม่ได้แค่กลัว แต่เธอกำลัง สนใจ
เธอไม่ใช่คนที่ถูกข่มขู่ได้ง่าย ความกระวนกระวายของเธอจึงไม่ใช่แค่ความหวาดกลัว แต่มันคือความอยากรู้อยากเห็นอาจจะตื่นเต้นด้วยซ้ำ
เธอคือตัวแปรอันตราย เหมือนแฮกเกอร์ส่วนใหญ่
คนที่ใช้ชีวิตโลดโผน ทดสอบเส้นเขตแดนเสมอว่าไปได้ไกลแค่ไหนก่อนจะโดนลากกลับ
เขาเห็นมันในนิ้วมือที่เคาะโต๊ะไม้เบาๆ
ในริมฝีปากที่เธอกัดเล่น
ในสายตาที่สแกนไปรอบร้านแต่ไม่เคยหยุดนิ่ง
ดาร์เรนก้าวออกจากเงา
เริ่มหมดความอดทน คาร่าเงยหน้าขึ้นและเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังเดินเข้ามา
มือของเธอหยุดนิ่งทันที
สายตาเธอล็อคเข้ากับเขา
ทุกก้าวของเขาค่อยๆ ก้าวอย่างมั่นคงและมีเป้าหมาย
เขาไม่กะพริบตา ไม่เบนสายตา
เขาปล่อยให้เธอจ้องมองใบหน้าเขาให้จำได้
คาร่าขมวดคิ้วเล็กน้อย พยายามนึกว่าเคยเห็นเขาที่ไหน
แล้วจู่ๆ ก็เหมือนอะไรบางอย่างสะดุดในสมอง เธอกลั้นหายใจด้วยความตกใจ
“นาย” เธอพูดเบาๆ
ดาร์เรนยังไม่ยอมนั่ง เขาเพียงยืนอยู่ตรงหน้า มืออยู่ในกระเป๋า มองเธอ
หัวของคาร่าเอียงเล็กน้อย เธอกวาดตามองเขาทั่วทั้งตัว
และเขาก็เห็นชัดเจนถึงจังหวะที่ การจำได้ ปรากฏขึ้นในสีหน้าของเธอ
ริมฝีปากยกขึ้นเล็กน้อย แล้วกดลงเหมือนกลั้นยิ้ม
เธอเอนหลังพิงเก้าอี้ ไขว่ห้าง เคาะเล็บกับต้นขา
“ไม่นะ อย่าบอกนะ” เธอถอนหายใจเบาๆ พลางส่ายหน้าอย่างขำในลำคอ
“นายคือ ฟักลี่ดักลิ่ง จริงๆ เหรอ?”
สีหน้าดาร์เรนไม่เปลี่ยน
“แปลว่าเธอไม่รู้มาก่อนว่านั่นคือตัวฉัน”
“ไม่เลย ไม่มีไอเดียเลยจริงๆ” เธอยังคงส่ายหน้า “นี่มันบังเอิญชะมัด โคตรว้าว”
สายตาเธอกวาดเขาอีกครั้ง ช้าลงคราวนี้
เธอมองเขาใช้แขนแข็งแรงเลื่อนเก้าอี้ออก แล้วนั่งลงตรงข้ามเธอ
หน้าเธอแดงเล็กน้อย
“ว้าว”
ดาร์เรนไม่สนใจแววตาซุกซนของเธอ
“ส่งโน้ตบุ๊กมา” เขาพูดเรียบๆ
คาร่ากะพริบตา “โห เข้าประเด็นเลยเหรอ ไม่มีอารัมภบทหน่อยเหรอ?”
ดาร์เรนยื่นมือออกไป รอโดยไม่พูดอะไร
เธอถอนหายใจ พลิกตาขึ้นเล็กน้อยขณะรูดซิปกระเป๋าและเลื่อนโน้ตบุ๊กวางบนโต๊ะ
"นายไม่ได้ดูดีขนาดนี้ตอนฉันเจอนายครั้งแรกนะ"
ดาร์เรนไม่สนใจคำพูดนั้น เขาเปิดโน้ตบุ๊กทันที แล้วเริ่มสแกนระบบผ่านซอฟต์แวร์ของเขา
เมื่อเห็นว่ามีระบบป้องกันหลายชั้น เขาหันหน้าจอให้เธอปลดล็อก
"ก่อนหน้านี้นายแลกเงินตั้งสองแสนในร้านค้าของฉัน แล้วก็ตามด้วยซื้อ บิตคอยน์ เกือบสองล้าน นายเป็นใครกันแน่? ฟอกเงินเหรอ?"
เขายิ้ม "จะว่าอย่างนั้นก็ได้มั้ง"
ดาร์เรนตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด
ตามที่เขาคาดไว้ไม่มีสิ่งใดบนเครื่องนี้ที่เชื่อมโยงถึงบัญชีของเขาได้เลย
ทุกอย่างของเขาถูกล็อคแน่นหนา ไฟร์วอลล์ เขาไม่มีช่องให้เจาะ การทำธุรกรรมทั้งหมดก็ล่องหนจนตามรอยไม่ได้
แต่สิ่งที่เขาพบบนโน้ตบุ๊กของเธอทำให้เขาต้องหยุดมอง
ระบบแสดงรายการ แอ็กเซส ล็อกส์ ของคาร่า
ไฟแนนเชิล เรคคอร์ดส์ ของบริษัทใหญ่ระดับประเทศ
ซีซีทีวี ฟีด จากพื้นที่หวงห้ามระดับสูง
แบงกิ้ง ซิสเต็ม สามารถแฮ็กเข้าได้ แต่ยังไม่เคยแตะต้อง
วีไอพี เพอร์ซันนัล ดาต้า มีบันทึกไว้มากมาย ดูเหมือนทำเพราะความอยากรู้มากกว่าความตั้งใจผิดกฎหมาย
ดาร์เรนเหลือบตามองเธอ
ผู้หญิงคนนี้มี ทางเข้า ไปยังบริษัทมหาอำนาจมากมาย
แม้เธอจะไม่ลงมือกับข้อมูลเหล่านั้น เพราะรู้ว่ามันจะทำให้เธอกลายเป็นอาชญากรระดับประเทศ
แต่แค่ มีสิทธิ์เข้าถึง ก็เกินกว่าธรรมดาแล้ว
คาร่าขมวดคิ้วเล็กน้อย "เฮ้ เสร็จรึยัง? โน้ตบุ๊กฉันนะ มันส่วนตัวนะรู้ไหม?"
ดาร์เรนปิดฝาเครื่อง หันไปสบตาเธอ "กระเป๋า บิตคอยน์ ของฉันก็ส่วนตัวเหมือนกัน"
เธอเบ้ปาก "อื้อหือ ยังเย็นชาเหมือนเดิมเลยนะ"
เมื่อระบบสแกนเสร็จสิ้น ดาร์เรนเอนหลังเล็กน้อย ดวงตายังไม่ละไปจากเธอ
"เธอเป็นแฮกเกอร์ที่เก่งมาก" เขากล่าวเรียบๆ
คาร่าดูจะตกใจนิดหน่อยกับคำชมแบบตรงๆ เธอหลบตาไปสักครู่ "ก็ฉันเก่งในสิ่งที่ฉันทำล่ะนะ"
"ฉันเห็นแล้ว"
คาร่าเอียงศีรษะเล็กน้อย แววตาเปลี่ยนไปท่าทางเหมือนคนที่กำลังตั้งการ์ดขึ้นอย่างเงียบ ๆ
“แค่นี้เหรอ?” น้ำเสียงของเธอฟังดูเกินกว่าจะเรียกว่าสงสัย มันเริ่มแฝงด้วยแรงกดดันบางอย่าง “เอาจริงนะ ฉันเข้าใจเลย นายคงอยากเก็บตัว ไม่อยากเป็นข่าวใช่ไหม? ก็ต้องหลบสื่อด้วย ฉันเข้าใจ สุด ๆ เลยล่ะ”
เธอหัวเราะเบา ๆ แต่ไม่ใช่เสียงหัวเราะที่ใสซื่อแบบเมื่อก่อน
“นายอยากโฟกัสกับเงิน ไม่มีสิ่งรบกวนใช่ไหม? งั้นฉันจะเงียบ ฉันเงียบได้นะดูนี่”
คาร่าชูนิ้วแนบริมฝีปาก ประหนึ่งจะพิสูจน์คำพูดของตัวเอง แต่แววตาที่มองเขานั้น กลับไม่ได้บอกว่าเธอกำลังจะเงียบเลยแม้แต่น้อย
เธอทำท่ารูดปากตัวเองเป็นซิป ก่อนจะยกนิ้วโป้งให้แบบกวนๆ
ดาร์เรนมองเธอนิ่ง
เธอก็มองกลับ
ทั้งสองเงียบ ไม่มีใครพูดอะไร
ผ่านไปหลายวินาที
ตาของคาร่ากระตุกเล็กน้อย นิ้วมือเริ่มเกร็งเคาะโต๊ะ
จากนั้นดวงตาเธอก็เริ่มแดงขึ้น
เธอถอนหายใจแรง แล้วยอมแพ้ "โอเค ฉันเงียบ"
ดาร์เรนแทบไม่ขยับ "ไม่ใช่แค่เงียบ แต่เธอจะต้องชดใช้ด้วยการทำตามที่ฉันสั่ง"
คาร่าหรี่ตา ท่าทางเริ่มจับสัญญาณได้ว่าเขาเอาจริง เธอก้มหน้าเล็กน้อยแล้วพูดเบาๆ
"นี่มันเกี่ยวกับเรื่องอย่างว่าไหม?"
ดาร์เรนจ้องเธอนิ่ง ‘เธอบ้าแน่ๆ’ เขาคิด พร้อมถอนหายใจในใจ
ไม่ตอบอะไร เขาสอดมือเข้ากระเป๋าแล้วลุกขึ้นยืน
"ไปกันเถอะ"
คาร่ากะพริบตาปริบๆ "หา?"
"เธอต้องไปกับฉัน"
เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนคว้ากระเป๋าใส่โน้ตบุ๊ก แล้วลุกขึ้นยืนตาม
"ไปไหนล่ะ?"
ดาร์เรนไม่ตอบ เขาเดินนำไปทันที
คาร่าถอนหายใจ แล้วเดินตามหลังอย่างหมดปัญญา "นายควรอธิบายอะไรบ้างนะ"
ดาร์เรนยังคงเงียบ เดินต่อไปเรื่อยๆ จนถึงถนนใหญ่ที่รถยนต์วิ่งผ่านไม่หยุด
คาร่ามองตามเขาอย่างเหลือเชื่อ "ดักลิ่ง? ดักลิ่ง!?"
เขาไม่ตอบ ยังเดินต่อไป
เธอก้มหน้า ถอนหายใจเบาๆ "หล่อแล้วยังทำตัวเป็นปริศนาอีกบ้าจริง"
จากนั้น เธอก็รีบตามเขาไป