กวางทองอร่าม (ฟรี)
แอลิสันไม่มีทางจ่ายค่าอาหารที่ เดอะ กิลดิด สแต็ก ได้แน่ อย่างน้อยก็ไม่ใช่จากเงินเดือนครูของเธอ
แต่กับกลุ่มเพื่อนที่เธอลากมาด้วยในคืนนี้ การจะจองโต๊ะที่นี่ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรนัก
งานเลี้ยงเล็ก ๆ นี้ เธอวางแผนมาสักพักแล้ว แม้หลายคนที่เธอชวนจะไม่มาด้วยก็ตาม เช่น ลิลี่ที่อ้างว่าติดช่วยงานบริษัทของพ่อ หรือโอลิเวียที่ยุ่งกับการปั้นธุรกิจของตัวเอง
แม้แต่ชาร์ลส์ เนลสัน เพื่อนสนิทอีกคนของเธอ ก็ปฏิเสธ เธอรู้ว่าเขาถูกยิงที่ขาเมื่อไม่กี่วันก่อนก็จริง แต่เขาก็ปฏิเสธเธอมาตั้งแต่ก่อนหน้านั้นแล้ว
ตอนนี้เขาเป็นมหาเศรษฐีไปแล้ว มันแทบชัดเจนว่าเขาไม่มีเวลาให้เธออีกแล้ว ไม่เหมือนสมัยเรียนที่เขาเคยให้ความสำคัญกับเธอมากกว่านี้
แอลิสันรู้สึกโดดเดี่ยว ความโด่งดังในรั้วมหาลัยของเธอจางหายไปหมดแล้ว คนที่เคยพากันวิ่งตามความสนใจจากเธอ ตอนนี้ต่างก็ไปไกลกว่าชีวิตของเธอหมดแล้ว และเธอกลับกลายเป็นฝ่ายที่ต้องดิ้นรนขอความสนใจแทน
งานคืนสังสรรค์นี้เป็นเหมือนทางเดียวที่เธอจะได้รู้สึกถึงอดีตที่เคยมี เป็นความพยายามคว้าซากของชีวิตในวันวานไว้ให้แน่นที่สุด
การกลับมาเจอดาร์เรน สตีล นั่นแหละที่ทำให้บาดแผลเก่า ๆ เปิดขึ้นอีกครั้ง แม้แต่เขา ก็ยังดูดีกว่าเดิม ร่ำรวยกว่าเดิม และกลายเป็นเธอที่ต้องเป็นฝ่ายขอเวลาเขา
ได้แต่หวังว่าเขาจะใจดีมากพอ ไม่ทำเหมือนคนอื่นที่ทิ้งเธอไปหมดแล้วแค่ให้เธอรู้สึกว่า มีตัวตน อีกสักครั้ง ถึงแม้ในใจจะไม่มั่นใจนักก็ตาม
แสงไฟสลัวจากโคมระย้าใน เดอะ กิลดิด สแต็ก อาบไล้เนื้อไม้ขัดเงาและของตกแต่งทองเหลืองให้ดูอบอุ่น มีระดับ
เสียงหัวเราะและบทสนทนาคละเคล้ากับกลิ่นไวน์ชั้นดีและควันซิการ์ราคาแพง ในบูธส่วนตัวท้ายร้าน แอลิสันเคาะนิ้วเบา ๆ บนโต๊ะ สายตาเหลือบมองประตูทางเข้าเป็นระยะ
ฝั่งตรงข้ามของเธอ เทอร์รี่เอนตัวพิงเบาะ สวิงแก้วไวน์แดงอย่างเบื่อหน่าย เขาถอนหายใจยาวเกินจำเป็นก่อนจะพูดขึ้นว่า
“ไวน์ร้านนี้ไม่อร่อยเหมือนเมื่อก่อนเลย”
“แอลิสัน เธอแน่ใจเหรอว่าเขาจะมา?” โซฟี แมคเคลน หนึ่งในสาว ๆ ที่นั่งด้วยกันถามขึ้น “เขาคงยังประหม่าเหมือนสมัยเรียนแหละ ฉันไม่เข้าใจเลยว่าเราต้องมานั่งรอเขาทำไม”
“รอหน่อย” แอลิสันพูดโดยไม่หันไปมอง “เขามาแน่”
เทอร์รี่หรี่ตาเหมือนกำลังคิดอะไรไร้สาระ แล้ววางแก้วลง “ว่าแต่พวกเรารอใครอยู่นะ?”
อีกสาวหนึ่ง เอมิลี่ ดาร์วิน ถอนหายใจออกมา เธอดูเหมือนสนใจแค่จะเจอเพื่อนเก่ามากกว่าจะมานั่งรอใครตามแผนของแอลิสัน
“ดาร์เรน เทอร์รี่ ดาร์เรน สตีล เด็กเนิร์ดคริปโตนั่นไง? แล้วแอลิสันฉันไม่เข้าใจเลยว่าเธอจะทำตัวตื่นเต้นกับเขาทำไม เขาแทบจะเป็นคนที่ไม่มีใครชอบที่สุดในรุ่นแล้วมั้ง”
แอลิสันพ่นลมหายใจออกทางจมูก “ฉันรู้ ฉันรู้” นิ้วเธอลูบไล้ขาแก้วไวน์ที่ยังไม่แตะเลยแม้แต่หยดเดียว “ฉันแค่อยากให้พวกเธอได้เห็นเขา”
ทางขวาของเธอ ทามาร่า จอห์นสตัน ยิ้มเจ้าเล่ห์เล็กน้อย เอียงคอถามเสียงติดเล่น แต่มีแววระแวง “เธอไม่ได้กะจะแกล้งเขาใช่ไหม?”
แอลิสันชะงัก ปากอ้าค้างไปชั่วครู่ “อะไรนะ? ไม่ใช่สักหน่อย”
ทามาร่ายิ้มกว้างกว่าเดิม “แน่นะ? เธอไม่ได้โกหกเขาใช่ไหม? อย่าบอกนะว่าเธอทำเหมือนเมื่อก่อนหลอกว่าเป็นเดทแล้วก็เล่นกับความรู้สึกเขา”
โซฟีหัวเราะคิกปิดปาก เทอร์รี่ก็หัวเราะเสียงต่ำ “ใช่ นั่นล่ะพฤติกรรมแอลิสันเป๊ะเลย”
“โอ๊ย ไม่เอาน่า” แอลิสันครวญพลางส่ายหน้า “ไม่ใช่แบบนั้นจริง ๆ ฉันแค่ฉันอยากให้พวกเธอเห็นเขาเท่านั้นแหละ เฮ้อ ฉันเปลี่ยนไปแล้วนะ ไม่ใช่แอลิสันคนเก่าสมัยม.ปลายหรือมหาลัยแล้ว”
เทอร์รี่เลิกคิ้ว แต่ไม่พูดอะไร
“ก็แล้วแต่” เขาทิ้งตัวพิงเบาะอีกครั้ง เอามือเท้าคางหลับตาไป
แล้วประตูก็เปิดออก
เทอร์รี่ลืมตาขึ้นแบบขี้เกียจ มองไปยังทางเข้า ก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนทันที
ชายหนุ่มรูปร่างดีเดินเข้ามาในร้าน แต่งกายเรียบหรูแต่มีรสนิยม นาฬิกาบนข้อมือวับวาวในแสงโคมระย้า บอกได้ชัดเจนว่าไม่ใช่ของธรรมดา
ผมสีน้ำตาลถูกจัดทรงอย่างไม่มากเกินไป ให้ความรู้สึกเนี๊ยบแบบไม่ต้องพยายาม ใบหน้าเฉียบคมของเขาฉายความมั่นใจเงียบ ๆ ที่ดึงดูดสายตาได้ในทุกย่างก้าว
เทอร์รี่หรี่ตา “นั่นใครวะ?”
สาว ๆ อีกสามคนหันไปมอง บรรยากาศที่เคยชิลเปลี่ยนเป็นความตื่นตะลึงแทบจะในทันที
แล้วพวกเธอก็เห็นว่าแอลิสันกำลังโบกมือให้เขา
“อะอะไรของเธอน่ะ?!”
“แอลิสัน! บ้าไปแล้วเหรอ?!” ทามาร่าร้องขึ้น
“แอลิสัน เอามือลงเดี๋ยวนี้เลย!” เอมิลี่กระซิบเสียงกระชาก “เธอจะโบกมือให้ผู้ชายหล่อแบบนั้นทำไม เขาจะคิดว่าพวกเราบ้า!”
แต่แอลิสันไม่ฟัง รอยยิ้มค่อย ๆ ผุดขึ้นบนใบหน้า ก่อนจะยกมือสูงขึ้นอีกนิด โบกช้า ๆ ด้วยท่าทางมั่นใจ
อีกฟากหนึ่งของห้อง ดาร์เรนชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นเธอ แต่แล้วก็เริ่มเดินเข้ามาทางพวกเธอ
โซฟีสูดหายใจเข้าเฮือก “พระเจ้า เขาเดินมาทางนี้! เขากำลังมา!”
เหล่าสาว ๆ พากันนั่งตัวตรง ปรับผม ปรับท่านั่ง และแววตาให้ดูดีที่สุด ส่วนเทอร์รี่เองก็ลุกนั่งตัวตรงทันที ขากรรไกรเกร็งขึ้น
ดาร์เรนเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าบูธ ก้าวเท้าช้าและมั่นคง ก่อนจะมองไปที่แอลิสันเป็นคนแรก
“ไง”
แอลิสันยิ้ม “ไง” สายตาเธอกวาดมองเขาทั้งตัว ตั้งแต่เสื้อผ้า ใบหน้า ไปจนถึงออร่ารอบกาย แก้มเธอเริ่มขึ้นสี
เทอร์รี่ยังงง ๆ กับสถานการณ์ ชำเลืองมองสลับไปมาระหว่างสองคน ก่อนจะถามขึ้นว่า
“เอ่อ แอลิสัน เธอรู้จักหมอนี่เหรอ?”
แอลิสันหัวเราะเบา ๆ พลางเสยผมทัดหูอย่างเขิน ๆ “พูดอะไรน่ะ? นี่คือดาร์เรนไง”
ความเงียบเข้าปกคลุม
จากนั้น
“อะอะไรรรรรนะ!”
ปฏิกิริยาตามมาทันที ไม่มีใครตั้งตัวทัน ขากรรไกรของสาว ๆ หล่นพร้อมกัน เทอร์รี่เบิกตา คิ้วกระตุกขึ้นสุด โซฟี ทามาร่า และเอมิลี่หันมามองหน้ากันด้วยสายตาเหลือเชื่อ
ตอนนี้ ดาร์เรนนั่งอยู่ที่โต๊ะแล้ว ทั้งกลุ่มเพิ่งสั่งแค่ไวน์กับของกินเล่นนิดหน่อยเท่านั้น
ในขณะที่การพูดคุยดำเนินไป ระบบในตัวดาร์เรนก็ส่งผลลัพธ์การสแกนข้อมูลของคนในโต๊ะออกมาแยกเป็นโปรไฟล์ธุรกิจของแต่ละคน ยกเว้นแอลิสันกับเอมิลี่ที่ไม่ได้ทำธุรกิจ แต่เน้นงานสายศิลปะ
[ระบบสแกน: โปรไฟล์ธุรกิจ ]
[โปรไฟล์: โซฟี แมคเคลน ]
ชื่อธุรกิจ: เวริเต แม็กกาซีน
อุตสาหกรรม: สื่อแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ระดับหรู
ตำแหน่ง: ผู้ก่อตั้งและบรรณาธิการบริหาร
ก่อตั้งเมื่อ: 4 ปีก่อน
รายได้: ปานกลาง แต่เติบโตอย่างรวดเร็ว
ชื่อเสียง: B+ ]
[โปรไฟล์: ทามาร่า จอห์นสตัน ]
ชื่อธุรกิจ: ฮอไรซัน สแตรททิจจีส แอนด์ อินเวสท์เมินท์ส
อุตสาหกรรม: การเงินและที่ปรึกษาธุรกิจ
ตำแหน่ง: CEO และหัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน
ก่อตั้งเมื่อ: 6 ปีก่อน
รายได้: สูง มีบทบาทในตลาด
ชื่อเสียง: A ]
[โปรไฟล์: เทอร์รี่ วิลสัน ]
ชื่อธุรกิจ: วิลสัน โลจิสติกส์ แอนด์ ซัพพลายส์
(บริษัทในเครือของ มูน เอนเตอร์ไพรส์)
อุตสาหกรรม: สัญญาจ้างทั่วไปและการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน
ตำแหน่ง: ผู้ควบคุมฝ่ายปฏิบัติการ
ก่อตั้งเมื่อ: 3 ปีก่อน
รายได้: คงที่ แต่ไม่มีอะไรโดดเด่น
ชื่อเสียง: C- ]
ดาร์เรนหรี่ตาลงเมื่อเห็นข้อมูลที่ปรากฏขึ้น
แน่นอนอยู่แล้ว ไม่แปลกใจเลย
ในมหาลัย สิ่งเดียวที่เทอร์รี่ทำก็คือเกาะติดไทเลอร์ มูนีย์แจ สุดท้ายก็ไปหาเขาเพื่อหางานทำ
แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น มันก็ถือเป็นข่าวดีอยู่ดี
เพราะเทอร์รี่ วิลสัน ก็คือประตูบานหนึ่งที่จะพาไปถึง มูน เอนเตอร์ไพรส์ และตัวไทเลอร์ มูนีย์เอง