คำวิงวอนปนเสียงสะอื้น (ฟรี)
เสียงหัวเราะปะทุขึ้นรอบโต๊ะบางคนหัวเราะอย่างขบขัน บางคนเจือความเย้ยหยัน ดาร์เรนเอนหลังพิงเบาะ ปล่อยให้ความสนุกดำเนินไปรอบตัวโดยไม่เอ่ยอะไร
โซฟีเลิกคิ้วสวย ๆ ขึ้นอย่างมีจริต หมุนแก้วไวน์ในมือช้า ๆ “ขอถามให้เคลียร์หน่อยนะ” เธอพูดพลางยิ้มมุมปาก “นายหมายความว่าถ้านายทำให้เอวา มอนโร เซ็นสัญญาได้ บริษัทฉันจะติดหนี้บุญคุณนาย?”
ดาร์เรนเอนตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย นิ้วเคาะกับโต๊ะเบา ๆ “นั่นแหละคือดีล”
เสียงหัวเราะระลอกใหม่ดังขึ้น คราวนี้ดังยิ่งกว่าเดิม
ทามาร่า ซึ่งปกติมักจะรักษาท่าทีมากกว่านี้ ยังหลุดขำเบา ๆ ออกมา “ดาร์เรน เอวา มอนโร น่ะ เป็นดาราที่ฮ็อตที่สุดในเมืองตอนนี้นะ ถ้าจะให้เธอเซ็นอะไรสักอย่าง ต้องใช้คอนเนคชั่น พาวเวอร์ แล้วก็เงินอีกบานไม่ได้จะดูถูกนะ แต่นายมีอะไรพวกนั้นอยู่ตรงไหนเหรอ?”
เทอร์รี่หัวเราะเสียงดัง ส่ายหัวอย่างประชดประชัน “เอาแล้วไง! ฉันพูดไว้ไม่ผิดเลยใช่ไหม? ไอ้นี่มันอยู่ในโลกแฟนตาซีชัด ๆ!”
แอลิสันไม่พูดอะไร เธอแค่จ้องหน้าดาร์เรนเงียบ ๆ ‘ทุกอย่างที่เขาบอกฉันมาจนถึงตอนนี้มันจริงหมด ดาร์เรนเขาจะรู้จักเอวา มอนโร จริง ๆ เหรอ? ผู้หญิงคนนั้นเป็นระดับท็อปของวงการนะ เขาจะไปมีอำนาจพอให้เธอเซ็นสัญญาได้ยังไง?’
“ฟังนะ ดาร์เรนผู้ไม่กลัวตาย นายเล่นใหญ่ไม่หยุดเลยวันนี้” เทอร์รี่ยังไม่จบ “ตอนแรกโผล่มาแต่งตัวอย่างกับเพิ่งลงจากเฮลิคอปเตอร์มหาเศรษฐี ตอนนี้ก็เล่นบทนักเจรจาธุรกิจ? นายจะบอกอีกไหมว่าสัปดาห์หน้าได้นัดดินเนอร์กับนายกเทศมนตรี?”
เขาหัวเราะก้องด้วยน้ำเสียงน่าหมั่นไส้สุดขีด
แต่โซฟีกลับไม่หัวเราะ เธอยังคงจับตามองดาร์เรนอย่างใกล้ชิด ‘แต่ถ้าเขาพูดจริงล่ะ? ถ้าเขาทำได้จริง?’
“โอเค” เธอพูดขึ้นมาทันใด พร้อมรอยยิ้มครึ่งปาก “ฉันจะเล่นด้วย ถ้านายทำได้จริง ถ้านายพาเอวา มอนโร มาเป็นพรีเซ็นเตอร์หน้าปกของฉันได้ งั้นใช่บริษัทฉันจะติดหนี้นาย”
ทามาร่าหันขวับมาอย่างตกใจ “พูดจริง?”
โซฟียักไหล่ “ก็ไม่เห็นจะเสียหายอะไร ถ้ามันไม่เกิดขึ้นก็ไม่มีอะไรเสีย แต่ถ้าเกิดขึ้นฉันได้กำไรเต็ม ๆ”
เทอร์รี่ยังหัวเราะอยู่ พลางเช็ดน้ำตาจากหางตา “โอย นี่มันเด็ดจริง” แล้วจู่ ๆ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป “ไหน ๆ คืนนี้ดาร์เรนก็เล่นบทคนใจกว้างอยู่แล้ว งั้นก็ขอให้ได้เป็นเจ้ามืออย่างสมบูรณ์แบบเลยแล้วกัน!”
ดาร์เรนหันไปมองเขานิ่ง ๆ ไม่ตอบอะไร
เทอร์รี่ยิ้มกว้าง โบกมือเรียกบริกรเสียงดัง “เฮ้ ทุกคน! สั่งกินดื่มให้เต็มที่เลยนะ! เพื่อนใจป้ำของพวกเรา ดาร์เรน สตีล จะเป็นเจ้ามือคืนนี้เอง!”
เสียงเฮดังขึ้น บริกรเริ่มทยอยเข้ามารับออเดอร์ใหม่ โซฟี เอมิลี่ และทามาร่าแลกสายตากันอย่างตกใจ ส่วนแอลิสันข้าง ๆ เขาก็ขยับตัวนิดหนึ่งด้วยความประหม่า
“ขอบคุณนะ ดาร์เรน!”
“นายสุดยอดไปเลย!”
“รักเลยนะ มิสเตอร์สตีล!”
ดาร์เรนยังคงนั่งนิ่ง ไม่แสดงอารมณ์ ขณะมองไวน์ที่ยังไหลไม่หยุด แอลิสันมองเขาด้วยความเป็นห่วง
“นี่นายโอเคไหม?” เธอกระซิบ วางมือบนแขนเขาเบา ๆ
ดาร์เรนก้มลงมองเธอ “โอเค” เขาตอบเรียบ ๆ “ไม่มีอะไรที่ฉันรับมือไม่ได้”
เทอร์รี่มองภาพนั้นตาเขม็ง ดวงตาเป็นประกายแปลก ๆ
เวลาผ่านไป จนกระทั่งสาว ๆ เริ่มลุกจากโต๊ะ หยิบเสื้อคลุม เตรียมตัวกลับ พวกเธอกล่าวขอบคุณแอลิสันสำหรับคำเชิญ สวมกอดกันเล็กน้อยก่อนอำลา
“เอาล่ะ ดาร์เรน” โซฟีพูดพร้อมรอยยิ้มทะเล้น ขณะหยิบมือถือขึ้นมา “นายควรให้เบอร์ฉันแล้วนะ ถ้าเราจะเป็นพาร์ตเนอร์ธุรกิจกัน การติดต่อก็สำคัญ”
ทามาร่าหัวเราะเบา ๆ “ฉันก็อยากคุยด้วยเหมือนกัน”
แม้แต่เอมิลี่ก็ยังหยิบมือถือออกมา “เหมือนกันเลย”
ดาร์เรนมองพวกเธอทั้งหมด เสแสร้ง ผู้หญิงนี่ช่างเสแสร้งจริง ๆ
แต่เขาก็ยอมแลกเบอร์กันแต่โดยดี
ก่อนจะเดินออกจากร้าน โซฟียักคิ้วให้เขา “ขอบคุณสำหรับมื้อเย็นนะ คุณชายลึกลับ”
ดาร์เรนไม่ตอบกลับ มีแค่คิ้วเข้มที่ยกขึ้นน้อย ๆ เป็นคำเดียวที่เขาให้
เทอร์รี่ลุกขึ้นบ้าง แต่หันไปหาแอลิสัน สีหน้ากลับเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว “ออกไปคุยกันข้างนอก”
แอลิสันนิ่ง ก่อนจะเอ่ยอย่างลังเล “เทอร์รี่”
“เดี๋ยวนี้” เขาพูดเสียงเย็น “อย่าทำให้ฉันเสียเวลา”
เงียบไปชั่วอึดใจ แอลิสันหันมามองดาร์เรน สบตากันอยู่ครู่หนึ่งก่อนเธอจะกลืนน้ำลาย พยักหน้าแล้วลุกตามเทอร์รี่ออกไป
ดาร์เรนนั่งนิ่งรอใบเสร็จ เมื่อมันมาถึง ตัวเลขที่เห็นสูงลิ่ว แต่เขาจ่ายโดยไม่เปล่งเสียงสักคำ
เขาลุกขึ้นจากโต๊ะ สูดลมหายใจเข้าเงียบ ๆ แล้วเดินออกจากร้าน
บาร์เทนเดอร์สาวยังคงมองเขาด้วยแววตาประหลาดใจ
“เฮ้ นายแม่งโคตรเท่เลย ดาร์เรน!” ลูกค้าอีกคนพูดขณะเขาเดินผ่าน
ดาร์เรนปรายตามองเล็กน้อย ชายคนนั้นทำท่าตะเบ๊ะล้อ ๆ ส่งให้
ด้านนอก เขาเห็นแอลิสันยืนพิงกำแพง แขนกอดอก ก้มหน้า
เธอเงยขึ้นเมื่อเขาเดินเข้าใกล้ แววตาเธอเหนื่อยล้าและเต็มไปด้วยความเศร้า
“สรุปว่านายจ่ายจริง ๆ สินะ” เธอพึมพำ “นายรวยจริง ๆ ด้วย”
ดาร์เรนหยุดอยู่ข้างเธอ จ้องใบหน้าเธออย่างนิ่งสงบ
แอลิสันปล่อยลมหายใจออกมาอย่างสั่นเทา “ทุกคนต่างก็ไปได้ไกลกันหมด ยกเว้นฉัน” เธอก้มหน้าลงอีกครั้ง นิ้วมือบีบสาบเสื้อโค้ทแน่น
ดาร์เรนขยับเข้าไปใกล้อีกก้าว เสียงของเขาอ่อนลง “เธอมีเรื่องอะไรกับเทอร์รี่?”
“หรือว่านั่นคือเหตุผลที่เธอชวนฉันมาเจอคืนนี้?”
แอลิสันนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นมองเขา แววตาเปียกชื้น สะท้อนแสงไฟบนถนนที่สั่นไหวคล้ายจะร้องไห้
“ฉันคิดว่า ฉันต้องการความช่วยเหลือ ดาร์เรน” เธอสารภาพในที่สุด
ดาร์เรนเงียบ รอเธอพูดต่อ
แอลิสันกลืนน้ำลาย ก่อนจะเปล่งเสียงแผ่วเบา “ชีวิตฉันพังยับไปหมด เทอร์รี่บอกว่าจะช่วยถ้าฉันยอมทำบางอย่างให้ แล้วฉันก็”
เธอกลืนน้ำลายอีกครั้ง “ฉันทำจริง ๆ แล้วเขาก็เอาเงินจาก มูน เอนเตอร์ไพรส์ มาเยอะมากเพื่อฉัน”
สีหน้าดาร์เรนเปลี่ยนทันที แววตาเย็นจัดลง
“เทอร์รี่ขโมยเงินจากบริษัท?”
แอลิสันลดเสียงลงจนแทบเป็นเสียงกระซิบ “เขาบอกว่ามันเป็นเงินทุนของโปรเจกต์วิจัยภายในที่ยังไม่เริ่ม อย่างน้อยอีกสองปีก็จะไม่มีใครแตะมัน เขาเลย เปลี่ยนเส้นทาง เงินนั้นมาให้ฉัน สองแสนดอลลาร์”
กรามของดาร์เรนขบแน่น สองแสนเหรียญไม่ใช่เงินเล่น ๆ แน่ และครอบครัวมูนีย์ ไม่มีทางปล่อยเรื่องนี้ไปง่าย ๆ
“ตอนนี้เทอร์รี่เริ่มร้อนรน เพราะมีคนเริ่มสืบกลิ่นเจอแล้ว” แอลิสันพูด พลางปาดน้ำตา “เขาบอกว่าถ้าพวกนั้นจับได้ ไทเลอร์กับพ่อเขาจะไม่ปล่อยไว้แน่ เทอร์รี่กลัวจะเสียตำแหน่งจนสติแตก แล้วเขาก็ขู่ฉันว่า ถ้าเรื่องนี้หลุดไป เขาจะลากฉันลงนรกไปด้วย”
ดาร์เรนกัดฟันแน่น ไอ้พวกสวะจริง ๆ เทอร์รี่ก็ยังกลัวพวกมูนีย์เหมือนเดิม ไม่เคยเลิกเป็นปลิงเลย
แอลิสันกลืนน้ำลายอีกหน “ฉันก็แค่ ฉันแค่ไม่อยากอยู่คนเดียวแล้ว ฉันต้องการใครสักคนที่ไม่ใช่เทอร์รี่ เผื่อว่ามันจะเกิดเรื่องแย่ ๆ ขึ้น”
เธอสั่นไปทั้งตัว “ชีวิตฉัน ฮึก มันพังพินาศไปหมด ฉันไม่มีค่าอะไรเลย ฉันไม่ได้เปลี่ยนโลกเหมือนพวกนาย ฉันยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมฉันถึงยังตื่นขึ้นมาในแต่ละวัน”
สายตาดาร์เรนยังคงแน่วแน่ ไม่ขยับ
แอลิสันเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ดวงตาเปียกน้ำ “ฉันรู้ว่าฉันเคยปฏิบัติกับนายแย่แค่ไหนในมหาลัย” เสียงเธอแผ่วลง “ฉันมันหยิ่งยโส เสียเวลาไปกับผู้ชายอย่างไทเลอร์ กับแจ็คสัน พวกนั้นมันไร้ค่า”
มือเธอกำแน่นข้างลำตัว “และตอนนี้ ตอนนี้ฉันไม่เหลือใครเลยสักคน ไม่มีใครจากวันนั้นที่แคร์ฉันเลย แต่พอฉันเจอนายอีกครั้งเมื่อไม่กี่วันก่อน” ริมฝีปากเธอสั่น “มันเหมือนฉันได้เห็น ความหวัง เห็นมันต่อหน้าเลยจริง ๆ”
เธอปาดน้ำตา สูดจมูกเบา ๆ
“ฉันไม่เคยหยุดคิดถึงนายเลย ตั้งแต่วันนั้น”
ดาร์เรนยังคงนิ่ง ไม่ขยับ
เธอก้มหน้าลงอีก “ฉันรู้ดีว่าฉันไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไรจากนายเลย ไม่มีแม้แต่เหตุผลให้ช่วยฉันด้วยซ้ำ แต่”
เธอหายใจสะอื้นอีกครั้ง
“พาฉันไปด้วยได้ไหม?”
ดาร์เรนขมวดคิ้วเล็กน้อย ไปไหน?
แอลิสันรีบอธิบาย “งานรวมรุ่น จะมีสิ้นเดือนนี้” เสียงเธอสั่นพร่า “ฉันไม่อยากไปในสภาพน่าสมเพชแบบนี้ ได้โปรด ดาร์เรน สิ่งเดียวที่ฉันอยากได้แค่ให้นายพาฉันไปด้วย”
เธอเงียบ รอคำตอบ
เงียบงัน
ดาร์เรนไม่ได้พูดอะไร
เขาแค่มองเธออยู่เงียบ ๆ ด้วยดวงตาที่อ่านไม่ออก
และแอลิสันก็ได้แต่รอ