ราคาของความเงียบ (ฟรี)
ประตูเปิดและปิดลงอย่างเร่งรีบ แกเร็ธ สมิทเธอร์สก้าวออกจากห้องทำงานสุดหรู แล้วพิงหลังกับบานประตู
เขาผ่อนลมหายใจยาวไหลออกจากปอด ไหล่ที่ตึงเครียดคลายลงเล็กน้อย การได้พบกับริชาร์ด มอร์ริสันแต่ละครั้งไม่เคยทำให้เขารู้สึกดีเลยออร่าแบบนั้น มันน่ากลัวเกินไป
แต่ก็อย่างน้อยมอร์ริสันรับปากแล้ว เรื่องนี้จะจบลง
เขาแค่นหัวเราะ
‘พวกเวรพวกนั้น คิดว่าทำลายชื่อเสียงฉันได้งั้นเหรอ?’
แค่คิดก็ของขึ้นแล้ว พวกเด็กบัดซบไร้ประสบการณ์ ไม่เป็นที่รู้จักแม้แต่น้อย พากันพยายามดึงเขาลงไป? เขานี่แหละคือคนที่ปั้น สมิทเธอร์สกรุ๊ป ขึ้นมาให้กลายเป็นยักษ์ใหญ่แห่งวงการการเงิน บริษัทที่บริหารเงินทุนระดับพันล้าน ติดตามแนวโน้มการลงทุนระดับสูง และดูแลธุรกรรมของชนชั้นนำ
ชื่อเสียงของเขาคือทุกอย่างและเขาจะไม่มีวันยอมให้ใครมาทำลายมัน โดยเฉพาะไอ้พวกเด็กไร้เดียงสาที่คิดว่าตัวเองเป็นนักต่อสู้เพื่อความยุติธรรม
เรื่องนี้มันจะหายไป ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเขาเขาย้ำกับตัวเองอีกครั้ง
แต่แล้ว ความคิดก็ย้อนกลับไปยังสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องนั้น
ไรอัน แอนเดอร์ส พิงหลังกับกระจก หน้าตาเย็นชาไม่ต่างจากพื้นผิวใสของมัน
ท่าทีของเขาดูสบาย ๆ มือไพล่ไว้ด้านหลัง ริมฝีปากแตะรอยยิ้มบาง ๆ ที่ไม่เคยส่งไปถึงดวงตา
“มีใครที่สามารถให้การปรักปรำคุณได้ไหม?” ไรอันถาม “ใครก็ตามที่ถ้าสื่อไปถึง จะสามารถยืนยันข้อกล่าวหาบางอย่างได้ พร้อมหลักฐาน?”
น้ำเสียงเขาเรียบเฉย ราวกับถามเรื่องดินฟ้าอากาศ แต่แกเร็ธรู้ดีนี่ไม่ใช่คำถาม มันคือคำเตือน
“มูน เวลธ์ แมนเนจเมนต์ จะดูแลทรัพย์สินและชื่อเสียงให้คุณได้ ก็ต่อเมื่อคุณละเอียดพอ” นิ้วของไรอันเคาะหลังมือเขาเบา ๆ “บอกผมมา เราจะได้จัดการพวกเขาให้เร็วที่สุด จ่ายในราคาที่เหมาะสม”
ตอนนั้นแกเร็ธกลืนน้ำลายเหนียว ๆ “ผมจะนึกชื่อออกมาให้ได้”
ไรอันเพียงแค่ยิ้ม
ยืนอยู่ในทางเดินตอนนี้ แกเร็ธก็มีชื่ออยู่ในหัวแล้ว
ดาร์เรน สตีล
ไอ้สารเลวนั่น
ต้นตอของเรื่องทั้งหมด คนที่จุดไฟให้พนักงานคนอื่นกล้าท้าทายเขา
ถ้าดาร์เรนไม่กล้าลาออก ถ้าเขาไม่ดื้อรั้นขนาดนั้น คนอื่นก็คงไม่กล้าก้าวออกมา
กรามของแกเร็ธขบแน่นเขาต้องปิดปากไอ้หมอนั่นให้ได้
เขาหันไปทางซ้าย ที่ซึ่งหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่เงียบ ๆ รอเขาอย่างสง่างาม
“ราเชล”
เสียงส้นสูงดังเป็นจังหวะชัดเจนเมื่อเธอก้าวออกมาข้างหน้า
เธอคือ ราเชล เทชแมคเคอร์ เลขาส่วนตัวของแกเร็ธหญิงสาวผู้สะกดทุกสายตาได้แค่เพียงยืนอยู่เฉย ๆ
ความงามของราเชลไม่ใช่แบบหวานละมุน แต่งามสง่าในแบบที่ทำให้ผู้ชายแทบลืมพูด หญิงสาวที่ไม่มีใครกล้าแตะต้อง มีไว้ชื่นชมจากระยะปลอดภัยเท่านั้น
ผมสีน้ำตาลเข้มของเธอปกปิดตาข้างหนึ่ง มอบเสน่ห์ลึกลับราวกับนางพญาในนิยาย
ใบหน้าสมบูรณ์แบบ ริมฝีปากเต็มอิ่มทาสีแดงหม่นอย่างพอดี และดวงตาข้างที่มองเห็นนั้นเป็นสีเงินอมฟ้า เย็นชาไร้แววอารมณ์
เสื้อเชิ้ตสีแดงเข้มรัดเข้ากับทรวดทรง บรรจบกับกระโปรงดินสอที่แนบทุกสัดส่วน เรียวขายิ่งโดดเด่นในรองเท้าส้นสูงสีดำ
ราเชลเป็นคนเงียบขรึม ใคร ๆ ในออฟฟิศต่างเรียกเธอว่า แม่มดเงียบไม่ใช่เพราะเธอไม่พูด แต่เพราะไม่ว่าเธอจะเดินผ่านใคร คำพูดทุกประโยคในห้องนั้นจะหายไปในพริบตา เหลือไว้แค่ความเงียบชวนอึดอัด
เธอมองแกเร็ธด้วยความนิ่งสงบ “คะ ท่าน?”
“ดาร์เรน สตีล” เขาพูด “เธอยังจำเด็กคนนั้นได้ใช่ไหม?”
สีหน้าราเชลไม่เปลี่ยน แต่มีบางอย่างแปลกไปจังหวะการยืนที่ตึงขึ้นเล็กน้อย แขนที่ไขว้กันแน่นขึ้น ริมฝีปากขยับคล้ายจะพูดอะไรสักอย่างแต่ก็เปลี่ยนใจ
“ค่ะ” เธอเอ่ยในที่สุด “จำได้ค่ะ”
“เขาอยู่ที่ถนนเมลกรีน ลิลี่จะบอกเธอได้ว่าหลังไหน ฉันอยากให้เธอไปที่นั่นแล้วตกลงกันให้เรียบร้อย”
แกเร็ธพูดโดยไม่แม้แต่จะสนใจน้ำเสียงของตัวเอง
ราเชลเอียงศีรษะเล็กน้อย “ตกลงกัน?”
“ใช่ ตกลงกันน่ะสิ!” แกเร็ธเน้นเสียงอย่างหงุดหงิด “ปิดปากเขาซะ ให้เขาเรียกเงินมาเลยก็ได้ เพราะคนอย่างเขาคงต้องการแค่นั้น เงินน่ะแหละคือสิ่งที่เขาอยากได้ตั้งแต่แรก ไม่ใช่หรือไง?”
ราเชลไม่แน่ใจว่านั่นเป็นคำถามจริงจังหรือแค่ประชด แต่เธอก็พยักหน้าเงียบ ๆ
“แต่” แกเร็ธพูดต่อ เสียงเขาเบาลง “ต้องแน่ใจว่าเขายอมตกลง และเซ็นสัญญาว่าจะไม่เปิดปากเรื่องนี้อีก”
ราเชลสบตาเขานิ่งนาน ก่อนจะพยักหน้าอย่างมืออาชีพ
“เข้าใจแล้วค่ะ ฉันจะออกเดินทางเดี๋ยวนี้”
เธอหมุนตัวบนส้นสูงอย่างสง่างาม แล้วก้าวออกไปตามทางเดิน จังหวะการเดินนิ่งเรียบไร้ที่ติ แต่ทรงพลังราวกับเดินอยู่บนรันเวย์
»»»«««
ขณะเดียวกัน ที่ถนนเมลกรีน ดาร์เรนขมวดคิ้วขณะเดินมาหยุดหน้าบ้านของตนเอง
เขาไม่ได้กลับมาที่นี่หลายวันแล้ว แต่จำได้ชัดเจนว่า ล็อคประตูไว้แน่นอน
เขาผลักประตูให้กว้างออก ค่อย ๆ เดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง ร่างกายตึงเครียด ขณะสายตากวาดสำรวจทุกมุมห้อง
ไม่มีใครอยู่ ไม่มีร่องรอยการบุกรุก ไม่มีรอยเท้า ไม่มีการต่อสู้ แต่ในห้องนอน
แล็ปท็อปของเขาถูกเปิดไว้
“บ้าจริง” ดาร์เรนสบถ รีบพุ่งเข้าไปเช็กเครื่องตามสัญชาตญาณ และตามคาดมันยังล็อคอยู่
ใครก็ตามที่เข้ามาพยายามเปิดมัน แต่ทำไม่สำเร็จ
แต่แล้วสายตาของเขาก็ไปสะดุดกับบางอย่าง
ใบเสร็จรับเงิน วางชิดขอบโต๊ะจนเกือบล้นจากมุมสายตา
ใบเสร็จเล็ก ๆ สำหรับการซื้อทรัพย์สินในเขตกรีนเบบี้ เขาเคยเอามาเก็บไว้ที่นี่ชั่วคราว ส่วนฉบับจริงอยู่ในคฤหาสน์
ดวงตาของดาร์เรนหรี่ลง
หรือว่านี่คือวิธีที่บรู๊คลิน เบเกอร์หาเขาเจอ?
ขากรรไกรเขากระตุกแน่น ก่อนจะหันกลับไปที่โต๊ะ พิมพ์คำสั่งลงแป้นพิมพ์รวดเร็ว
“ระบบ ขอข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับบรู๊คลิน เบเกอร์”
[บรู๊คลิน เบเกอร์]
[…]
นี่คือฟีเจอร์ใหม่ที่เขาเพิ่งปลดล็อกเมื่อไม่กี่วันก่อน ระบบเจาะลึกข้อมูลบุคคล ทำงานคล้ายกับฟีเจอร์บริษัทแต่เป็นเวอร์ชันเฉพาะตัวบุคคลแทน
ไม่กี่วินาทีต่อมา โปรไฟล์ของเธอก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
[ระบบเจาะลึกข้อมูลบุคคล เสร็จสิ้นแล้ว]
[ข้อมูลของบุคคลเป้าหมายมีดังต่อไปนี้]
ชื่อเต็ม: บรู๊คลิน แอนเดรีย เบเกอร์
อายุ: 28
อาชีพ: นักข่าวสายสืบสวน ผู้สื่อข่าวอาวุโส-บิซซิเนส เอเวอรี่เดย์
การศึกษา: มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย คณะวารสารศาสตร์
รางวัล: เข้ารอบสุดท้ายรางวัลพูลิตเซอร์ รางวัลนักข่าวสืบสวนแห่งปี (2009) เหรียญเกียรติยศผู้แสวงหาความจริง
ที่อยู่: 42 ไพน์โคน เลน เอฟเวอร์กรีน CO 80439
เบอร์โทร: (303) 555-0127
ดาร์เรนกวาดตาอ่านข้อมูลอย่างรวดเร็ว และเมื่อเห็นเบอร์ เขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรทันที
ขณะนั้น บรู๊คลิน เบเกอร์ กำลังรีบก้าวเข้าสู่อาคารอิฐน้ำตาลสูงแห่งหนึ่ง แฟ้มในมือเธอหนาเตอะ
เธอไล่ตามเบาะแสทั้งวัน และนี่คือเป้าหมายถัดไป ขณะที่โทรศัพท์สั่นในกระเป๋า เธอก็หยิบขึ้นมาแนบหูโดยไม่หยุดเดิน
“บรู๊คลิน เบเกอร์ค่ะ มีอะไรให้ช่วยไหมคะ?”
“คุณบุกเข้าบ้านฉันหรือเปล่า?” ดาร์เรนถามเสียงแข็ง
บรู๊คลินชะงัก มองเบอร์ แล้วขมวดคิ้ว
“ใครกัน?” แล้วเสียงก็น่าใจหาย “นี่คุณดาร์เรน สตีลใช่ไหม? ฮ่า” เธอหัวเราะเบา ๆ “คุณไปได้เบอร์ฉันมายังไงเนี่ย?”
มือของดาร์เรนกำโทรศัพท์แน่น “คุณบุกเข้าบ้านฉันใช่ไหม? คุณค้นบ้านฉัน? นั่นคือวิธีที่คุณหาเจอ?”
เสียงเธอหัวเราะเบา ๆ อย่างขบขัน “ฉันไม่รู้ว่าคุณพูดถึงอะไรนะคะ คุณสตีล แต่ฉันปลื้มมากเลยนะที่คุณอุตส่าห์หาเบอร์ฉันได้ เก็บไว้ดี ๆ ล่ะ ฉันก็จะบันทึกเบอร์คุณไว้เหมือนกัน”
แล้วเธอก็ตัดสายไปก่อนที่เขาจะพูดอะไรได้
เธอสอดโทรศัพท์กลับเข้ากระเป๋า สีหน้าสงบเรียบขณะไปหยุดหน้าบานประตู เคาะเบา ๆ
“ฮัลโหล? มิส แซนดี้ ไมเยอร์ส?” เธอเอียงศีรษะ ฟังเสียงจากภายใน “ฉันหวังว่าจะขอเวลาคุณสักครู่ได้ค่ะ”
…..
กลับมาที่บ้าน ดาร์เรนกำโทรศัพท์แน่น กรามขบแน่นด้วยความกรุ่นโกรธ
ถ้าเธอเป็นคนที่
ก๊อก ก๊อก
ร่างเขาชะงักนิ่งทั้งตัว เหมือนโดนแช่แข็งทันที
เสียงเคาะนั่นใครกัน?
เขาเดินไปที่ครัวอย่างเงียบเชียบ หยิบมีดออกมา ถือไว้แน่น
เสียงเคาะดังอีกครั้ง
เขาเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวังเงียบเชียบ มีดอยู่ในมือ สูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะแง้มประตูออกเล็กน้อยเพื่อดูว่าใครอยู่หน้าบ้าน
ผู้หญิงคนหนึ่ง
เขาเปิดประตูออกกว้าง พร้อมซ่อนมีดไว้ด้านหลัง
ไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดาแต่คือ แม่มดเงียบ ที่ยืนอยู่ตรงนั้น จ้องเขาด้วยดวงตาเย็นชาที่อ่านไม่ออกแม้แต่น้อย
“สวัสดีค่ะ คุณสตีล”
ราเชล เทชแมคเคอร์ เอ่ยทักอย่างสุภาพ