ความเชื่อใจและคำสัญญา (ฟรี)
คำพูดของราเชลเหมือนค้อนเหล็กทุบกลางอก ดาร์เรนรู้สึกราวกับสมองกำลังหมุนคว้าง คิดไม่ออกว่าควรจะรู้สึกยังไงดี
เขาพยายามจะประมวลสิ่งที่ได้ยิน เหมือนสมองไม่ยอมรับความหมายของมัน
เขาจ้องหน้าเธอ รอให้เธอพูดแก้ รอให้เธอบอกว่าเธอล้อเล่น หรือว่า
อะไรก็ได้ แต่ไม่ใช่เรื่องนั้น
แต่พอคิดทบทวนดี ๆมันก็เริ่มมีเหตุผล
ความเงียบขรึมของราเชล การที่เธอไม่สุงสิงกับใครในออฟฟิศ ไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นเลย นอกจากเดินเข้าไปในห้องของแกเร็ธแล้วก็ออกมา
มันไม่ใช่เรื่องยากเกินเชื่อ การคุกคามในออฟฟิศมักเกิดกับเลขาและเจ้านาย
ดาร์เรนกะพริบตามองราเชลในมุมใหม่อย่างสิ้นเชิง
“คุณเป็นคนที่แจ้งความเรื่องการล่วงละเมิด?” เสียงเขาแทบไม่ออก พูดไม่ทันจบคำคำนั้นด้วยซ้ำ ลำคอแน่นขัด หายใจติดขัด “แกเร็ธทำกับคุณจริง ๆ เหรอ?”
ราเชลไม่ตอบทันที ท่าทางยังสงบเหมือนเคย ไหล่ตรง คางเชิด ราวกับพยายามยืนหยัดไว้ไม่ให้สั่นไหว
แต่การที่มือเธอกำแน่นจนข้อนิ้วซีด การที่ริมฝีปากเม้มแน่น สั่นไหวเล็กน้อยมันเพียงพอจะเป็นคำยืนยันแล้ว
แล้วเธอก็พยักหน้าช้า ๆ
ดาร์เรนสูดลมหายใจแรง ไอ้สารเลว แกเร็ธ สมิทเธอร์ส
เสียงชีพจรของเขาดังในหู ความโกรธ คลุ้มคลั่ง ขยะแขยง และอีกบางอย่างที่ลึกกว่า หนักกว่า
มันคือความแค้น
ความแค้นต่อไอ้ขยะที่ชื่อแกเร็ธ สมิทเธอร์ส
แม้จะโกรธแค่ไหน เขาก็พยายามโฟกัสอยู่กับราเชล
เขามองสีหน้าเธอ มองการควบคุมอารมณ์ที่เกือบแตก มองกรามที่กัดแน่น ราวกับกำลังรอให้บางสิ่งกระแทกใส่
“เขาไม่ได้ทำแค่ครั้งเดียว ใช่ไหม?” ดาร์เรนถามเสียงเบา
ราเชลสูดหายใจเข้าแผ่วเบา แต่สั่นไหว
สีหน้าเธอแหลกสลาย หน้ากากความเป็นมืออาชีพที่เธอสวมไว้พังลง น้ำตาเอ่อคลอในดวงตา เอกสารในมือร่วงหล่นลงพื้น
คำพูดที่หลุดออกมา ถูกกลืนไปกับเสียงสะอื้นอันอ่อนแรง “ใช่”
เพียงคำเดียวนั้นก็หนักหนากว่าทุกคำอธิบาย
เธอเบือนหน้าหนี เหมือนอับอาย ไม่อยากให้เขาเห็นเธอในสภาพนี้
แต่เธอก็พูด
เธอเล่าให้เขาฟังทั้งหมด
เล่าว่ามันเริ่มต้นยังไง แกเร็ธใช้ตำแหน่ง ใช้อิทธิพลของเขายังไง เขาขู่เธอ กดเธอให้รู้สึกว่าไร้ทางสู้
เธอบอกว่าเขาขู่จะทำลายชื่อเสียงของเธอให้ไม่มีบริษัทไหนกล้าแตะต้อง และเธอก็รู้ว่าเขามีอำนาจพอจะทำแบบนั้นได้จริง
เธอเล่าว่าแต่ละวันของการทำงาน เธออยู่กับความกลัว ว่าเขาจะทำอีกเมื่อไหร่
เธอพยายามอดทน หวังว่ามันจะหยุดลงเอง
แต่มันไม่เคยหยุด
และไม่มีใครเคยสังเกต แม้มีคนเห็นพวกผู้บริหารระดับสูง ก็ไม่เคยตั้งคำถาม
เพราะเขาคือแกเร็ธ สมิทเธอร์ส
เพราะเขาทรงอิทธิพล
เพราะผู้ชายแบบนั้นไม่เคยได้รับผลของการกระทำ
“ฉันรู้สึกไร้ค่า” เสียงเธอแผ่วเบาราวกระซิบ “อ่อนแอ แล้วก็รู้สึกผิดด้วยซ้ำเพราะฉันเชื่อว่าฉันน่าจะทำอะไรสักอย่างได้ บางทีฉันควรจะแข็งแรงกว่านี้ แต่ฉันกลับปล่อยมันให้เกิดขึ้น”
มือของดาร์เรนกำแน่น เขาอยากจะพูดกับเธอว่า เธอไม่ได้ปล่อยอะไรให้เกิดขึ้น
เขาอยากจะบอกว่าไม่ใช่ความผิดของเธอ แกเร็ธต่างหากที่ต้องรับผิด แต่เขาก็รู้ว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะพูดแทรก
ราเชลกลืนก้อนสะอื้นลงไปในลำคอ ปาดน้ำตาด้วยหลังมืออย่างเงียบงัน
“แล้วคุณก็มา” เธอมองหน้าเขาแล้ว ดวงตาเต็มไปด้วยบางอย่างที่เปลือยเปล่าและปวดร้าว “คุณเป็นคนแรกที่ลุกขึ้นต่อต้านเขา คุณหลุดออกมาได้อย่างปลอดภัย และตอนนั้นฉันรู้เลยว่า ฉันก็ทำได้”
“แม้ฉันจะไม่ได้แสดงออกแต่ฉันชื่นชมคุณ คุณคือเหมือนความหวัง ไม่รู้สิ มันอาจจะฟังดูเชย ฟังดูโง่แต่ว่า”
เสียงเธอค่อย ๆ แผ่วลง หายไป
ดาร์เรนจ้องเธอ เขายังประมวลสิ่งที่เธอพูดไม่หมด
“คุณไม่ได้มาที่นี่เพื่อให้ฉันเซ็นอะไรเลย ใช่ไหม?” เขาถาม น้ำเสียงยังคงสงบนิ่งอย่างน่าประหลาด
ราเชลเงียบไปครู่หนึ่ง
“ฉันกลัวจะต้องกลับไป” เธอสารภาพ “แล้วฉันต้องรู้” เธอสูดลมหายใจ ลอบปรับความมั่นใจกลับมา “ฉันต้องรู้ว่าคุณจะรับข้อตกลงไหม ว่าคุณจะยอมเหมือนคนอื่น ๆ หรือเปล่า แต่คุณไม่ยอม ฉันเดาเรื่องคุณถูกแล้ว”
ดาร์เรนถอนหายใจช้า ๆ
ติง!
เสียงระบบดังขึ้นแจ้งเตือนเขา
[บุคคลนี้พูดความจริง]
ติง!
[บุคคลนี้ต้องการมอบความไว้วางใจทั้งหมดให้คุณ]
ติง!
[บุคคลนี้กำลังสิ้นหวัง ต้องการความช่วยเหลือจากคุณ]
ดาร์เรนมองราเชลอีกครั้ง คราวนี้ เขาไม่ได้เห็นแค่ผู้หญิงมืออาชีพผู้สุขุมเยือกเย็นที่เธอเคยเป็นเสมอมา
เขาเห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องแบกรับความเจ็บปวดอย่างเงียบงันมานานเกินไป
แล้วเธอก็กระซิบ เสียงสั่นเครือแทบไม่เป็นคำ
“ช่วยฉันด้วยนะ ดาร์เรน ฉันไม่อยากกลับไปที่นั่นอีกแล้ว”
เธอที่เคยกลั้นทุกอย่างไว้ ในที่สุดก็ต้านไม่ไหว เขื่อนน้ำตาพังทลาย สะอื้นออกมาเต็มที่ เสียงเงียบกลายเป็นเสียงร้องไห้จริง ๆ
ดาร์เรนไม่คิดอะไรเลย
เขาลุกขึ้น เดินไปหาเธอ และก่อนที่ตัวเองจะทันยั้งใจ ก็ยื่นมือออกไป โอบกอดเธอไว้แน่น
ราเชลตัวแข็งในตอนแรก ตกใจจนแทบพูดไม่ออกเธอไม่คาดคิดว่าเขาจะทำแบบนี้ และเขาเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะทำด้วยซ้ำ
แต่ไม่นานเธอก็ละลายลงในอ้อมแขนนั้น กอดเขาตอบแน่น จับเสื้อเชิ้ตเขาไว้ขณะร้องไห้ออกมา
“คุณเป็นคนเดียวที่ฉันบอกเรื่องนี้” เธอกระซิบ
ดาร์เรนมองเธอ น้ำเสียงเขาแน่วแน่
“คุณก็เป็นคนไม่กี่คนที่ตัดสินฉันจาก ตัวตน ไม่ใช่จากเงินหรืออำนาจอะไรเลย คุณเชื่อใน ความเป็นฉัน มากพอที่จะขอความช่วยเหลือ”
เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา สบตาสีฟ้านิ่งของเขาอย่างลึกซึ้ง
“ฉันไม่มีที่ไปอีกแล้ว” เธอสารภาพ “แกเร็ธมีอำนาจมาก แล้วยังมีเพื่อนที่มีอำนาจยิ่งกว่า เขาต้องตามหาฉันจนเจอแน่ ๆ”
ดาร์เรนคลายกอดเล็กน้อย พอให้สบตาเธอชัด ๆ
“นั่นไม่สำคัญ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “สิ่งที่เขาทำกับคุณมันผิด ผิดอย่างร้ายแรง และฉันสาบานว่าฉันจะทำให้เขาชดใช้ทุกอย่าง แต่ก่อนอื่น สัญญาแรกของฉันคือคุณจะไม่มีวันต้องเจอเขาอีก คุณจะไม่ต้องกลับไปทำงานที่นั่น ไม่ต้องฟังคำสั่งเขา ไม่ต้องอยู่ในโลกของเขาอีกต่อไป”
ราเชลมองเขาอย่างงุนงง “ดาร์เรน คุณหมายความว่ายังไง? ฉัน ฉันยังติดสัญญากับเขาอยู่”
“เรื่องนั้นจะถูกจัดการให้เรียบร้อยภายในพรุ่งนี้” ดาร์เรนตอบเด็ดขาด น้ำเสียงนั้นไม่มีช่องให้เถียง “คุณมาที่นี่เพราะคุณเชื่อว่าฉันจะช่วยได้ นั่นแหละสิ่งที่ฉันจะทำให้ แต่ก่อนอื่นฉันต้องการให้คุณ ไว้ใจฉัน”
เขาจ้องเธอด้วยสายตาที่มั่นคง แววตาสีฟ้าเข้มนั้นเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า
“ราเชล คุณไว้ใจฉันไหม?”
ราเชลมองเขาอย่างลึกซึ้ง พยายามมองหาแม้แต่เสี้ยวของความลังเลบนใบหน้าของเขา
และในที่สุดเธอก็ตอบ
“ไว้ใจ ฉันไว้ใจคุณ”
ดาร์เรนพยักหน้า “ดีมาก เพราะตราบใดที่ฉันอยู่ข้างคุณจะไม่มีใครแตะต้องคุณได้แม้แต่นิดเดียว”