ข่าวทุกวัน (ฟรี)
"แน่นอนว่าไม่ใช่ฉันหรอกค่ะ คุณสตีล"
เสียงของบรู๊คลิน เบเกอร์ลอดผ่านสายโทรศัพท์อย่างขี้เล่น และเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่แทบจะมองเห็นได้ ฉันไม่ใช่อาชญากรนะ
เธอกำลังเดินด้วยจังหวะสาวมั่น ก้าวยาวแต่เร่งเร้า สะโพกและช่วงล่างพลิ้วตามแรงเท้า มุ่งหน้าไปยังตึกใหญ่เบื้องหน้า
ดาร์เรนขมวดคิ้ว เดินต่อไปยังรถด้วยสมองที่คำนวณทุกอย่างอย่างแม่นยำ "แต่เธอก็เข้าบ้านฉันมาแล้ว"
บรู๊คลินยิ้มนิด ๆ แต่ยังไม่พูดอะไร ฟังต่อ
"เธอเคาะประตู เห็นว่าบ้านเปิดอยู่ ก็เลยเข้าไปอาจเพราะห่วงจริง ๆ ในตอนแรก" ดาร์เรนพูดต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แม้จะมีแววตึงเครียดเจืออยู่ "แต่พอเห็นว่าบ้านว่าง เธอก็เริ่มค้นของ แล้วก็เจอใบเสร็จใบนั้น"
เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังมาจากปลายสาย "ว้าว น่าประทับใจจัง ฉันไม่รู้เลยนะว่าคุณเป็นนักสืบด้วย คุณสตีล เคยคิดจะไปเป็นนักข่าวสายสืบสวนดูไหมคะ?"
ดาร์เรนไม่ได้รู้สึกตลกตาม "อย่างน้อยตอนที่เธอเข้าบ้านฉันที่กรีนเบบี้ เธอก็ควรบอกฉันหน่อยว่าบ้านมันเปิดอยู่"
"แล้วฉันจะยอมรับว่าบุกรุกเหรอ?" บรู๊คลินพูดพลางเลิกคิ้ว "ฟังดูไม่ค่อยฉลาดเลยนะคะ"
"งั้นตอนนี้เธอกำลังยอมรับใช่ไหม?"
เงียบไปพักหนึ่ง แล้วเธอก็พูดเสียงเจ้าเล่ห์ "ถ้าฉันยอมรับ คุณจะเอาฉันเข้าคุกหรือเปล่าล่ะ?"
ดาร์เรนเปิดประตูรถ ถอนหายใจอย่างอดทนแต่หงุดหงิด "ไม่หรอก"
บรู๊คลินยิ้มกว้างขึ้น ถึงขั้นกัดริมฝีปากอย่างห้ามไม่อยู่ขณะเดินเข้าใกล้ตัวตึก
"ถึงจะเพิ่งโทรคุยกันแค่สองครั้ง แต่มันก็ทำให้วันของฉันสดใสขึ้นเยอะเลยค่ะ คุณสตีล โทรหาฉันอีกนะ ฉันชอบคุยกับคุณ"
เสียงสายตัดไปก่อนที่ดาร์เรนจะได้พูดอะไรตอบ
บรู๊คลิน เบเกอร์ลดโทรศัพท์ลง ล้วงเก็บใส่กระเป๋าเสื้อโค้ต เธอเงยหน้ามองตึกตรงหน้า สถานที่ที่เธอเรียกได้ว่าเป็นบ้านหลังที่สอง
ตึกสูงระฟ้าของ สำนักข่าวเอเวอรี่เดย์
สโลแกนของสำนักข่าวแห่งนี้คือ [พลังของข้อมูลข่าวสาร]
และว่ากันเรื่อง [พลัง] พวกเขาก็มีอยู่เต็มเปี่ยม ตึกสำนักงานใหญ่สูงตระหง่านกลางเมือง เป็นเสมือนโคลอสซัสแห่งยุคใหม่ โครงเหล็กเงาวับ หน้าต่างกระจกสะท้อนแสงอาทิตย์ยามเช้า
มันถูกออกแบบอย่างโอ่อ่า เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจสื่อสารมวลชน
เป็นหนึ่งในห้าองค์กรข่าวที่ทรงอิทธิพลที่สุดของประเทศ และอันดัหนึ่งของรัฐนี้
ยอดตึกมีลูกโลกประดับอยู่ ใครเห็นก็อดนึกถึง เดลี่แพลเน็ต ไม่ได้
เจ้าของคือ ดักลาส แฮร์ริงตัน มหาเศรษฐีวงการสื่อ ผู้มีสายสัมพันธ์ลึกซึ้งทั้งในแวดวงการเมืองและธุรกิจ
สำนักข่าวเอเวอรี่เดย์ ไม่ได้ครอบงำแค่หน้าหนังสือพิมพ์หรือจอทีวีเท่านั้น
พวกเขากุมความเห็นของสาธารณะ มีอิทธิพลต่อผู้มีอำนาจ และเลือกได้ว่าข่าวไหนจะมีชีวิตหรือถูกฝังไปตลอดกาล
แต่ละชั้นในตึก ถูกจัดไว้ให้แต่ละแผนกข่าว
เอนเตอร์เทนเมนต์เอเวอรี่เดย์ – อัปเดตวงการหนัง เพลง และข่าวดารา
แฟชั่นเอเวอรี่เดย์ – แฟชั่น เทรนด์ ดีไซเนอร์ และข่าวฉาวในแวดวง
สปอร์ตเอเวอรี่เดย์ – ทุกเรื่องในโลกกีฬา ตั้งแต่แข่งมหา’ลัยถึงระดับโลก
โพลิทิกส์เอเวอรี่เดย์ – ศูนย์กลางของข่าวการเมืองและการเคลื่อนไหวรัฐบาล
ยังมีอีกหลายแผนก แต่พื้นที่ที่บรู๊คลินครองบัลลังก์ ในฐานะหัวหน้าทีมข่าว ก็คือ
บิซซิเนส เอเวอรี่เดย์
เธอก้าวเข้าไปในล็อบบี้ที่กว้างใหญ่ เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดังเป็นจังหวะ
ภายในเต็มไปด้วยความวุ่นวาย
นักข่าวเดินสวนกันไปมา
เด็กฝึกงานวิ่งวุ่นพร้อมแฟ้มเอกสาร
ทีมกล้องกำลังจัดเซ็ตสัมภาษณ์
อากาศเต็มไปด้วยพลังของข้อมูลที่กำลังเคลื่อนไหว
“อรุณสวัสดิ์ เบเกอร์!”
“บรู๊คลิน! ขอคำพูดเรื่องหุ้นร่วงด้วย!”
“เธอติดกาแฟฉันจากเมื่อวานนะ!”
บรู๊คลินพยักหน้าตอบบ้าง ยิ้มมุมปากนิด ๆ ขณะเดินฝ่าความวุ่นวาย
ที่นี่เธอมีชื่อเสียงในฐานะนักข่าวผู้ไม่เคยยอมถอย เฉียบคม และไร้ความกลัว
แต่วันนี้ เธอโฟกัสแค่เรื่องเดียว
เธอหยุดหน้าห้องกระจกที่ปลายทางเดิน ข้างในคือผู้หญิงผมบลอนด์เซ็ตเนี้ยบ สวมแว่นทรงเหลี่ยม มีสีหน้ากังวลแบบถาวร กำลังเซ็นเอกสารและพูดกับคนสามคนพร้อมกัน
เธอคือ แคทเธอรีน แลงลีย์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อของแผนกที่บรู๊คลินดูแล
บรู๊คลินเคาะประตูหนึ่งทีแล้วเปิดเข้าไป “ขอรบกวนสักครู่ค่ะ คุณแลงลีย์?”
แลงลีย์เงยหน้าขึ้นมานิดเดียว “รีบพูดมา เบเกอร์”
บรู๊คลินพิงโต๊ะวางแฟ้มลงเบา ๆ “ฉันรวบรวมคำให้การมาเพียงพอแล้ว ยืนยันแหล่งข่าวได้หมด เรื่องของแกเร็ธ สมิทเธอร์สพร้อมเผยแพร่แล้วค่ะ ควรนัดวันปล่อยข่าวใหญ่ได้เลย”
แลงลีย์ไม่แม้แต่จะมองแฟ้มนั้น เธอยังคงเขียนเซ็นไป พลิกเอกสารไปมา แล้วพูดขึ้นแบบฟันฉับลงเขียง
“ข่าวนี้ ถูกฝังไปแล้ว”
บรู๊คลินชะงัก กระพริบตา “อะไรนะคะ?”
“เราไม่ลงข่าวนี้”
บรู๊คลินเงียบไปอึดใจ ก่อนจะหัวเราะในลำคอสั้น ๆ อย่างไม่อยากเชื่อ "ล้อเล่นใช่ไหมคะ คุณแลงลีย์? เราสองคนต่างก็รู้ดีว่าข่าวนี้จะดังระเบิดแน่ถ้าได้ออกอากาศ เรา"
“มันจะไม่เกิดขึ้น บรู๊คลิน”
ความขบขันในน้ำเสียงของเธอหายวับ “คุณพูดจริงเหรอ? นี่มันเรื่องใหญ่เลยนะ ตอนนี้ในมือฉันมีหลักฐาน คำให้การ เอกสารที่ลงชื่อรับรองเรียบร้อย เหยื่อที่”
“คำสั่งมาจากเบื้องบน” แลงลีย์เงยหน้าขึ้นเป็นครั้งแรก วางปากกาลงบนโต๊ะ “งบประมาณกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง”
ขากรรไกรของบรู๊คลินเกร็งแน่น “งบประมาณ?”
สายตาของแลงลีย์แน่วแน่ “เราอย่ามาแกล้งทำเป็นไม่รู้เลยนะ บรู๊คลิน เราสองคนรู้ดีว่าสุดท้ายแล้วมันต้องเป็นแบบนี้ แกเร็ธ สมิทเธอร์ส มีเพื่อนทรงอิทธิพลมากคนที่ลงทุนกับบริษัทเราหนักมาก ถ้าเราเผยแพร่เรื่องนี้ เตรียมรับมือการถอนทุนครั้งใหญ่ ฟ้องร้องไม่จบไม่สิ้น สงครามในห้องประชุม”
เธอถอนหายใจ พลางปิดแฟ้ม “มันไม่คุ้มเสี่ยงหรอก”
บรู๊คลินกำหมัดแน่น “คุณ คุณไม่ได้อ่านรายงานเลยหรือไง? มีผู้หญิงเจ็บปวด เด็กหนุ่มเด็กสาวถูกหลอกลวงแล้วถูกทิ้งให้ทรมาน คุณก็รู้เรื่องนั้นดีนี่คะ”
แลงลีย์ถอนหายใจ ลูบขมับเบา ๆ “ฉันรู้”
“แล้วทำไมเราถึงปล่อยให้มันหลุดไปเฉย ๆ แบบนี้?”
แลงลีย์มองเธอครู่หนึ่ง แล้วพูดบางอย่างที่ทำให้หัวใจบรู๊คลินร่วงวูบลงไปที่พื้น
“เธอผูกพันกับข่าวนี้มากเกินไปแล้วนะ บรู๊คลิน”
บรู๊คลินอ้าปากน้อย ๆ “อะไรนะ?”
แลงลีย์เอนตัวมาข้างหน้า “ข่าวนี้ จะไม่ออก บรู๊คลิน ฝังมันซะ”
สีหน้าของเธอเข้มขึ้นจริงจัง “ลืมไปแล้วเหรอว่าเธอคือนักข่าว บรู๊คลิน
หน้าที่ของเราไม่ใช่ ‘เรียกร้องความยุติธรรม’
หน้าที่ของเราคือ ‘รายงานข่าว’ เท่านั้น”
บรู๊คลินจ้องมองอีกฝ่าย รู้สึกราวกับคำพูดนั้นกำลังถ่วงเธอให้จมดิ่ง
แลงลีย์ลุกขึ้น รวบแฟ้มทั้งหมดไว้ในมือ “ฉันมีประชุมต่อ วันนี้เธอกลับไปพักก่อนก็แล้วกัน”
จากนั้นเธอก็เดินออกไป ทิ้งให้บรู๊คลินยืนอยู่ตรงนั้น
งงงัน
ผิดหวัง
และโกรธสุดขีด