หลุดพ้นจากกรอบ (ฟรี)

มีข่าวหลายประเภทที่คนเราคาดไว้ล่วงหน้าได้บ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็ยังอยู่ในขอบเขตของ ความเป็นไปได้

แล้ว อะไร ที่ เป็นไปได้?

บรู๊คลิน เบเกอร์ลาออกจาก บิซซิเนส เอเวอรี่เดย์?
นั่นคือสิ่งที่ไม่มีทางอยู่ในขอบเขตนั้นเลย

เธอคือหัวหอกข่าวหลักของสื่อเจ้านั้นมาหลายปี
คนที่ไม่มีใครคิดว่าจะไปไหน
เธอคือเสาหลักของรายการ เป็นนักข่าวอันดับต้น ๆ ของรัฐ

และเธอก็ยังควรเป็นอยู่ต่อไปอีกสิบปีข้างหน้าหรือมากกว่านั้น

แต่ตอนนี้ เธอเดินออกมาแล้ว?

แค่การลาออกจากบริษัทของแกเร็ธ สมิทเธอร์สเพียงครั้งเดียว
มันจะกระตุ้นให้เกิดอะไรตามมาอีกมากแค่ไหน?

อีกครั้งแล้วที่เขากำลังทำให้เส้นเวลาเปลี่ยนไป

พยายามประมวลความคิดทั้งหมด ดาร์เรนกระพริบตา ขมวดคิ้วแน่น
สุดท้ายเขาถามออกไปเสียงต่ำ

“เธอลาออกจาก บิซซิเนส เอเวอรี่เดย์?”

บรู๊คลินถอนหายใจ กอดอกไว้แน่น “ใช่เอาจริง ๆ ก็โดนไล่ออกนั่นแหละ แต่ก็นั่นแหละ ใช่”

“ไล่เธอออก?” น้ำเสียงเขาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ “เธอเป็นนักข่าวที่เก่งที่สุดของพวกเขา หนึ่งในคนที่เก่งที่สุดในรัฐด้วยซ้ำ”

เธอหัวเราะแห้ง ๆ ส่ายหน้า “ดีใจนะคะ ที่คุณคิดอย่างนั้นกับฉัน คุณสตีลแต่หัวหน้าสื่อของฉันก็พูดไว้ชัดฉันประเมินอำนาจของตัวเองในบริษัทนั้นผิดไป”

ดวงตาของดาร์เรนหรี่ลงเล็กน้อย ตอนนี้เขาเริ่มแน่ใจเธอกำลังพูดจริงจัง ไม่มีการแสดง ไม่มีการเสริมสีเติมอารมณ์เหมือนทุกครั้ง

“แล้วทำไมพวกเขาไล่เธอ?” เขาถามตรง ๆ

บรู๊คลินถอนหายใจอีกครั้ง ก้มหน้าลงเล็กน้อย “เพราะฉันพยายามทำในสิ่งที่ถูกต้องบ้างไงล่ะดูสิ สุดท้ายฉันได้อะไร”

แต่ดาร์เรนเลิกคิ้วใส่ชัดเจน แสดงให้รู้ว่าเขาไม่พอใจกับคำตอบครึ่ง ๆ กลาง ๆ แบบนั้น

เธอมองเขา ก่อนเบือนหน้าหนี

“พวกเขากำลังจะฝังข่าว” เธอพูดเสียงต่ำแต่หนักแน่น “เมื่อวานฉันเข้าไปทำงานพร้อมจะรายงานข่าวที่ใหญ่ที่สุดในชีวิต แต่กลับโดนขัดขวางทุกทาง คุณก็รู้ว่าฉันเป็นยังไง สตีล ฉันไม่ชอบให้ใครมาบอกให้นั่งเงียบ ๆ ยอมเฉย ๆ โดยเฉพาะเมื่อฉันรู้ว่าเรื่องนั้น ต้องถูกเปิดโปง

เธอหยุดนิดหนึ่ง ก่อนพูดต่อ

“และที่สำคัญ เหยื่อของแกเร็ธ ควรได้รับความยุติธรรม”

ดาร์เรนมองเธอแน่นิ่ง สังเกตทุกการเคลื่อนไหว สีหน้า น้ำเสียง
เธอไม่ได้แสดงวันนี้เธอพูดความจริง

“สุดท้าย ฉันก็เล่นไพ่ใบสุดท้าย” เธอว่า “ฉันบอกหัวหน้าไปว่ามีสองทาง เลือกเอาว่าจะให้ฉันทำในสิ่งที่ควรทำ หรือจะไล่ฉันออกไปเลย”

เธอแค่นยิ้มบาง ๆ ที่แทบไม่ใช่รอยยิ้ม “เดาว่าคุณคงรู้ว่าเขาเลือกข้อไหน”

ในหัวของดาร์เรนเริ่มวุ่นวาย

นี่มันเรื่องจริงเหรอ? บรู๊คลิน เบเกอร์ ทิ้งสำนักข่าวระดับชาติไปแล้ว?

เขาเคยเชื่อมาตลอดว่าเธอสนใจแค่ชัยชนะ
แข่งกันตีข่าวให้ได้ก่อน
เรียกยอดคนดูให้มากที่สุด
ปั้นชื่อเสียงตัวเองให้กลายเป็นนักข่าวแถวหน้าที่ไม่มีใครล้มได้

ซึ่งในไทม์ไลน์เดิม เธอก็ทำสำเร็จบรู๊คลินกลายเป็น พระคัมภีร์ข่าวธุรกิจ
สิ่งที่เธอพูด กลายเป็นความจริงในสายตาคนทั้งวงการ

แต่ตอนนี้เขาเริ่มสงสัยว่าเธอจะไปถึงจุดนั้นอีกไหม หากไม่มีแบ็คของ สำนักข่าวเอเวอรี่เดย์

และที่น่าตกใจกว่านั้นคือ

เขาไม่เคยคิดเลยว่าเธอจะ แคร์คนที่ตกเป็นเหยื่อ ของข่าวที่เธอรายงาน

“ฉันเคยคิดว่าเธอไม่สนใจเรื่องแบบนั้น” เขาพึมพำ

ดวงตาของบรู๊คลินไหวเล็กน้อย ก่อนจะไหล่ตก “ปรากฏว่าฉันแคร์”

ดาร์เรนเอียงคอเล็กน้อย มองเธออย่างครุ่นคิด
เขายังไม่แน่ใจว่านี่คือการเปลี่ยนแปลงจริง ๆ หรือแค่การเคลื่อนไหวอีกรูปแบบของเธอ

บรู๊คลินเห็นแววตานั้น แล้วก็ขมวดคิ้วใส่ทันที “เฮ้ อย่าเพิ่งคิดว่าฉันกลายเป็นคนอ่อนโยนอะไรแบบนั้นนะ” เธอโวย “ฉันก็แค่ทำในสิ่งที่คิดว่าควรทำในสถานการณ์นี้เท่านั้นแหละ”

ดาร์เรนไม่ตอบอะไร แค่มองเธอเงียบ ๆ จนเธอถอนหายใจแล้วเปลี่ยนเรื่อง

“ยังไงก็ตาม ตอนนี้ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะทำงานอิสระ ไม่ขึ้นกับสตูดิโอไหนอีกชื่อฉันมีน้ำหนักมากพอจะดึงคนดูได้ด้วยตัวเองฉันคิดว่างั้นนะ”

ดาร์เรนกอดอก คิ้วขมวด

ถ้าเธอ รุกล้ำ ขนาดนี้ตอนที่ยังมีกฎของบริษัทคอยจำกัดเธอไว้
แล้วตอนนี้ที่ไม่มีใครคุม จะเลวร้ายขนาดไหน?

แต่เขาก็มีอีกคำถามหนึ่ง

“แล้วทำไมต้องบอกฉัน?” เขาถาม เสียงเย็นจัด “ทำไมถึงโทรมาหลายสิบครั้งแค่จะบอกว่าเธอลาออก?”

บรู๊คลินหน้าแดงทันที ปากอ้าจะพูดแต่ก็ปิดปากเงียบ
สายตาหลบวูบ แล้วก็ทิ้งแขนลงเหมือนเด็กที่เผลอทำพลาด “อะไรกันฉันแค่อยากให้คุณรู้เท่านั้นแหละ”

ดาร์เรนหรี่ตามองเธอ

บรู๊คลินหน้าแดงกว่าเดิม เธอไม่สามารถพูดมันออกมาได้ไม่สามารถบอกความจริงว่า

คำพูดของเขาในวันนั้น มัน สะเทือนใจ เธอมากแค่ไหน

เธอเคยถูกด่า ถูกกล่าวหามาเยอะ
จากผู้คนที่เธอเคยเปิดโปง
แต่ไม่รู้ทำไมตอนที่เขาพูดตอนที่เขาบอกว่าเขา ไม่ชอบเธอ และ ไม่ชอบนักข่าวแบบเธอ
มันรู้สึกต่างออกไป

เธอรีบกระแอมกลบอารมณ์
“อย่างที่ฉันจะบอกฉันจะเริ่มทำข่าวของตัวเอง แต่ก่อนจะมีแพลตฟอร์มของตัวเองเต็มรูปแบบ ฉันต้องหาที่ลงก่อนน่ะ อย่างนิตยสารสักเล่ม อะไรก็ได้ที่พอมีคนติดตาม”

ดาร์เรนยกคิ้วอย่างครุ่นคิด “นิตยสารเหรอ?”
เขานึกถึง โซฟี ขึ้นมาทันที “ฉันน่าจะช่วยเรื่องนั้นได้”

จากนั้นเขาก็เสริมเสียงเข้ม “แต่แค่เรื่องนั้นเท่านั้นนะ”

บรู๊คลินยิ้มบาง ๆ พลางส่ายหน้าเล็กน้อย “แฟร์ดีแล้วล่ะ” เธอตอบ น้ำเสียงปนขำแต่สายตามีแววรู้ดี “คิดไปคิดมาฉันคงติดหนี้คุณมากกว่าที่คุณติดหนี้ฉันซะอีก แต่ไม่ต้องห่วง ฉันจะหาทางชดใช้คืนให้แน่”

ดาร์เรนไม่แน่ใจเลยว่าอยากรู้หรือเปล่าว่าเธอหมายถึง ยังไงกันแน่

บรู๊คลินยิ้มกว้างขึ้น ก่อนจะยกมือทำท่าตะเบ๊ะแบบขี้เล่น
“แล้วเจอกันนะ สตีล”

จากนั้นเธอก็หันหลัง เดินไปขึ้นรถของตัวเอง และขับออกไป

ดาร์เรนยืนมองไฟท้ายของรถที่ค่อย ๆ เลือนหายไปจากสายตา ก่อนจะถอนหายใจหนัก ๆ แล้วเอามือลูบขมับ

ผู้หญิงคนนี้นี่มัน น่าปวดหัวฉิบหาย

เขาส่ายหน้าเล็กน้อยกับตัวเอง แล้วหันกลับ เดินเข้าไปในบ้าน

ภายในห้องโถงใหญ่ ราเชลยืนอยู่ตรงกลาง ห้องตกแต่งอย่างหรูหราโอ่อ่า
เธอกอดอกไว้ ขาข้างหนึ่งไขว้ทับอีกข้าง สายตากวาดมองไปรอบ ๆ อย่างเงียบงัน

ดาร์เรนสังเกตได้ทันทีในแววตาของเธอมีความทึ่งซ่อนอยู่ แม้เธอจะไม่ได้แสดงออกโจ่งแจ้งก็ตาม
เธอกำลัง ชื่นชม บ้านของเขา

ในห้องที่กว้างขวางและตกแต่งอย่างสง่างาม เธอดูตัวเล็กลงนิดหน่อย
แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดคือเธอไม่ได้จมหายไปกับมัน

เธอยืนอยู่ตรงนั้น ด้วยความสงบ สง่างามในแบบของเธอเอง

เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า เธอหันกลับมามองเขา
และทันทีที่ดาร์เรนสบตาเธอ เขาเห็นบางอย่างในแววตาเธอ

มันคือคำขอโทษ ความรู้สึกผิดที่เธอไม่ได้ฟังคำเตือนของเขาก่อนจะมาที่นี่ในวันนี้

“เฮ้” เธอพูดเบา ๆ

ดาร์เรนถอนหายใจช้า ๆ “เฮ้”



ตอนก่อน

จบบทที่ หลุดพ้นจากกรอบ (ฟรี)

ตอนถัดไป