เงาอดีตในสำนักงาน (ฟรี)

ลิลี่ สมิทเธอร์ส นั่งนิ่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน จี้รูปหัวใจของสร้อยคอทองแกว่งไกวอยู่ใต้คาง เธอจ้องมองมันอยู่พักใหญ่

แม้ใบหน้าจะอ่อนหวานและเรียบร้อยเพียงใด แต่ความเหนื่อยล้าก็เริ่มฉายชัด น้ำหนักของหน้าที่ที่แบกไว้กดทับลงมาเหมือนโซ่เหล็กหนาหนัก

ในห้องทำงานอันเงียบงัน มีเพียงเสียงแอร์ที่หึ่งอยู่ในพื้นหลังเหมือนความคิดอันวุ่นวายในหัวของเธอ

ทุกอย่างเปลี่ยนเร็วเกินไป เร็วเสียจนเธอตั้งตัวไม่ทัน

มันเริ่มต้นจากวันนั้น วันที่ดาร์เรนมาทำงานพร้อมใบหน้าที่หมดไฟ ดวงตาหม่นหมองไร้ความหวัง และนั่นก็คือวันที่เขายื่นจดหมายลาออก

นับแต่นั้น ทุกอย่างในสายตาของลิลี่ก็ค่อยๆ หยุดนิ่ง ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

ออฟฟิศที่เคยคึกคัก เสียงพูดคุย เสียงเครื่องพิมพ์ดีด เสียงฝีเท้าบัดนี้กลายเป็นห้องที่ว่างเปล่าและวังเวงอย่างน่ากลัว

ต้นเหตุหลักคือเรื่องอื้อฉาว มันแทบทำให้บริษัทพังยับ คนที่แจ้งเรื่องลาออกกันหมด และแม้แต่พนักงานที่ไม่เกี่ยวข้องก็พากันออกตามไปด้วย เพราะไม่อยากเกี่ยวข้องกับเรื่องพวกนั้น แม้ว่าจะมีคำสัญญาว่าทุกอย่างจะถูกจัดการก็ตาม

ตอนนี้ ที่เหลืออยู่มีเพียงเก้าอี้ว่างกับโถงทางเดินเงียบงัน

ก็ไม่ใช่ว่าทั้งบริษัทจะว่างเปล่าไปหมด ยังมีพนักงานอีกหลายคนที่อยู่ต่อ เพราะเงินเดือนที่ยังถือว่าดีมากโดยเฉพาะในตอนนี้

แต่บรรยากาศต่างกันราวฟ้ากับเหว

ลิลี่ปัดปอยผมหยักทองออกจากใบหน้า ก่อนจะก้มมองเอกสารกองโตตรงหน้า

ตัวเลข ค่าใช้จ่าย ทรัพย์สินที่ร่อยหรอ

ทุกบรรทัดคือคำเตือนว่า สมิทเธอร์สกรุ๊ป กำลังเลือดไหลไม่หยุด และเธอในฐานะเลขานุการฝ่ายการเงินชั่วคราวต้องเป็นคนคอยปิดแผล

ในเวลานี้เอง ที่เธอคิดถึงดาร์เรนที่สุด ถ้าเขายังอยู่ เขาคงจะช่วยเธอกับตัวเลขพวกนี้ได้มาก

เธอกำปากกาแน่น พยายามสลัดความคิดเหล่านั้นทิ้ง “คนบ้าทำไมต้องทำแบบนี้? ทำไมต้องทิ้งฉันไว้แบบนี้?”

ความเหนื่อยล้า ความเครียด มันกำลังกัดกินเธอจากข้างใน

เธอแค่ อยากได้ยินเสียงเขาอีกสักครั้ง มือเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์แล้วกดหมายเลขที่คุ้นเคย

‘หมายเลขที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ กรุณาติดต่อใหม่ภายหลัง’

เธอวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะก่อนจะเอาหน้าซุกลงกับฝ่ามือ ความรู้สึกท่วมท้นพร้อมจะทะลักออกมาเป็นหยดน้ำตา

แต่แล้ว

“ลิลี่!”

เสียงพ่อคำรามก้องทะลุกำแพงห้องทำงาน สะกดอารมณ์เธอไว้ทันควัน เธอสูดลมหายใจแผ่ว ยกมือเช็ดตาให้แห้ง เฮ้อคราวนี้เรื่องอะไรอีกล่ะ

เธอผลักเก้าอี้ออกแล้วลุกขึ้น เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดังกังวานขณะที่เดินออกไปยังทางเดินหลัก

สายตากวาดไปทั่วออฟฟิศ

แต่ก่อน โต๊ะทุกตัวเต็มไปด้วยพนักงานนั่งทำงาน ก้มหน้าภายใต้แรงกดดันของกฎเหล็กจากพ่อเธอ

แต่ตอนนี้? เว้นที่ราวกับห้องสอบกลาง ภาพช่างสะเทือนใจนัก

ลิลี่กำหมัดแน่น กลืนน้ำลายฝืดคอลงไป เธอรู้ดีถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนเร็วๆ นี้ บริษัทนี้จะพัง

เธอได้แต่หวังว่าผู้สมัครงานกลุ่มใหม่ที่กำลังสัมภาษณ์อยู่จะเติมเต็มช่องว่างเหล่านี้ได้ก่อนที่ทุกอย่างจะแย่ไปกว่านี้

พ่อของเธอสัญญาไว้ ว่าจะยกบริษัทนี้ให้เมื่อเขาวางมือ เธอแค่อยากให้ยังมีบริษัทเหลืออยู่ให้เธอได้ดูแลเมื่อถึงวันนั้น

เธอผลักประตูเข้าสำนักงานของพ่อ

ภายในนั้น แกเร็ธ สมิทเธอร์ส นั่งค่อมอยู่หลังโต๊ะ หน้าตาบูดบึ้งยิ่งกว่าปกติ ความหงุดหงิดฉาบชัดบนใบหน้า ทำให้บรรยากาศในห้องอึดอัดจนหายใจไม่สะดวก

ลิลี่สูดลมหายใจตั้งสติ “มีอะไรเหรอคะ พ่อ?”

แกเร็ธไม่อ้อมค้อม “นี่คือธีโอดอร์ เจมส์ หุ้นส่วนของพ่อ และนั่นเพื่อนเขา จอห์น คาร์ทแมน พวกเขากำลังคุยธุรกิจกับพ่อ แล้วก็เกิดพูดขึ้นมาว่าเจอราเชลเลขาของพ่ออยู่ที่สำนักงานเลขาธิการรัฐแล้วรู้มั้ยว่าเธออยู่กับใคร?”

ลิลี่ขมวดคิ้ว “ดาร์เรน?”

แกเร็ธแทบปรี๊ดแตก “ไอ้ลูกชายของนังแพศยานั่น! ไอ้เวรสถุล!”

ลิลี่ตกใจกับคำพูดของพ่อ เธอคุ้นกับคำพูดต่ำทรามแบบนั้นอยู่แล้ว แต่กับเรื่องที่เพิ่งได้ยิน เธอหันไปหาสองชายที่นั่งอยู่

“แน่ใจเหรอคะว่าเป็นเขา? ดาร์เรน สตีล?”

ชายคนหนึ่งยักไหล่ “อย่างที่เราบอก รูปถ่ายที่เขาเอาให้เราดู หน้าคล้ายนะ แต่”

เขาหยุดเหมือนจะหาคำพูดที่เหมาะสม

“เขาดูภูมิฐานขึ้น ใส่สูทเต็มยศ แล้วมีอะไรบางอย่างในตัวเขาพลังอำนาจที่ทำให้รู้สึกกลัวเลยล่ะครับ” น้ำเสียงของเขาสั่นนิดๆ “ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี”

‘พลังน่ากลัว?’ ลิลี่นิ่งงันกับคำพูดนั้น ‘เราเองก็รู้สึกแบบนั้นตอนที่เจอเขาในบริษัทอสังหา’

“ราเชลถูกส่งไปคุยกับดาร์เรน” ลิลลี่พูดกับพ่อ น้ำเสียงมั่นคง “ถ้าทั้งสองคนนี้บอกว่าเขาหน้าคล้าย แถมยังบอกว่าเขาดูเปลี่ยนไป ก็คงใช่เขานั่นแหละ ตอนที่ฉันเจอเขาครั้งล่าสุด เขาก็เปลี่ยนไปมากเหมือนกัน”

แกเร็ธสบถเสียงขุ่น “เธอจะบอกว่าเด็กบ้านั่นกลายเป็นมหาเศรษฐี หรือเจ้าพ่ออิทธิพลในชั่วข้ามคืนงั้นเหรอ? ออร่าน่ากลัว งั้นรึ? อย่ามาเล่นตลกกับพ่อ! ไอ้หมอนั่นก็แค่เด็กไม่มีอนาคต และมันก็จะเป็นแบบนั้นไปตลอด!”

ลิลลี่รู้สึกถึงความร้อนวูบที่ไต่ขึ้นมาตามต้นคอ ใบหน้าแดงวาบไม่ใช่เพราะเขินอาย แต่เพราะความสับสน วุ่นวาย และความรู้สึกที่ปะทุขึ้นภายในอย่างไม่อาจระบายออกมาได้

เธอพยายามเพิกเฉยต่อคำสบถไร้สาระของพ่อ หันกลับไปตั้งใจพินิจเรื่องที่สำคัญกว่า

ดาร์เรนไม่เพียงแค่ลาออกจากบริษัทของพ่อเธอ แต่ยังดึงราเชลไปด้วย ราเชลที่อยู่รับใช้แกเร็ธ สมิทเธอร์สมาตลอดชีวิตการทำงาน

เธอยอมทำแบบนั้นได้ยังไง?

แล้วดาร์เรนทำได้ยังไง?

ราเชลคนที่ขึ้นชื่อเรื่องความเย็นชา ไร้อารมณ์ ไม่มีใครกล้าคุยด้วยนานเกินห้านาที พนักงานในบริษัทเคยเรียกเธอว่าแม่มดเงียบ

แต่เขาทำให้เธอเดินจากไปได้?

ลิลี่จ้องโต๊ะอย่างคิดหนัก

“แล้วเขาไปทำอะไรที่สำนักงานเลขาธิการรัฐได้ล่ะ?” เธอพึมพำอย่างสงสัย

ทันใดนั้น ความเงียบก็ปกคลุมห้อง ทุกคนหยุดพูด พ่อของเธอหรี่ตาลง และ

ดวงตาของแกเร็ธเบิกกว้างเหมือนถูกตบด้วยความจริง

“เธอหมายความว่ายังไง?” น้ำเสียงของเขาเริ่มเปลี่ยน เขาเริ่มตั้งการ์ดป้องกันตัวเอง “คิดว่าเขาทำได้จริงๆ เหรอ?” กำปั้นแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นบนหลังมือ “คิดว่าเขา”

คำพูดที่กำลังจะหลุดจากปากแทบทำให้เขาสำลัก

“ตั้งบริษัทเอง?!”

เสียงของเขาแผดลั่นเดือดดาลราวภูเขาไฟปะทุ

“ไม่มีทางเป็นไปได้!”

“แต่หนูคิดไม่ออกเลยว่าเขาจะไปที่นั่นทำไม ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องบริษัท พ่อ”

“ง่ากกก!” แกเร็ธฟาดหมัดลงบนโต๊ะเสียงดังปัง “มันเยาะเย้ยฉันทุกครั้ง!ฉันจะจัดการไอ้เศษขยะนั่นเอง! จะฉีกมันให้แหลก!”

ลิลี่อ้าปากจะพูด แต่พ่อของเธอก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนแล้ว นิ้วอวบอัดจิ้มปุ่มอย่างรวดเร็ว แรงกดเต็มไปด้วยความโมโหเกินควบคุม

สายดังอยู่แค่สองครั้งก่อนที่เสียงผู้หญิงจะรับ

“โรงพยาบาลมอร์ริสัน นี่เฮเลน พยาบาลเวรค่ะ มีอะไรให้ช่วยคะ?”

“ฉันต้องการเช็กผู้ป่วย ผู้หญิงที่มีโรคหลอดเลือดใหญ่โป่งพอง ชื่อ แพเมล่า”

เงียบไปชั่วครู่

ในหัวของแกเร็ธ กำลังวางแผนชั่วร้าย ฉันจะให้เขาไม่มีทางเลือก ต้องมาคุกเข่าขอฉันช่วยแม่เขา

แล้วพยาบาลก็ตอบเสียงเรียบ

“ขออภัยค่ะ ผู้ป่วยท่านนั้นออกจากโรงพยาบาลไปหลายสัปดาห์แล้ว ลูกชายของเธอย้ายเธอไปอีกโรงพยาบาลหนึ่งค่ะ”

“อะไรนะ?!” เสียงของแกเร็ธแข็งค้าง มือที่จับโทรศัพท์แน่นจนข้อขาว

“แล้วเขาจ่ายค่ารักษาทั้งหมดรึเปล่า?”

เฮเลนลังเล แต่ต้องรักษาความเป็นมืออาชีพ “ค่ะ เขาจ่ายครบแล้ว”

ราวกับโลกหยุดหมุน

แกเร็ธค่อยๆ ชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วสีหน้าของเขาก็บิดเบี้ยวเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง

“ไอ้เวร! มันหาเงินมาจ่ายได้ยังไง?! ค่ารักษานั่นมันหลักพันนะ!”

เขาเหวี่ยงโทรศัพท์ทิ้งแทบจะทันที

“ฉันต้องโทรหาไรอัน แอนเดอร์ส เขาจะจัดการกับไอ้พวกกากเหลือทิ้งพวกนี้เอง!”

เหงื่อผุดขึ้นเต็มหน้าผากของเขา ขณะที่หันกลับมาชี้หน้าลูกสาวด้วยนิ้วสั่น

“เธอมีโอกาสครั้งสุดท้ายแล้วนะ ลิลี่ดึงเขากลับมาให้อยู่ใต้อุ้งเท้าเราอีกครั้ง!”

จากนั้นเขาก็อธิบายแผนการอย่างละเอียด กลยุทธ์ ลำดับขั้นตอน การล่อ การหลอก ทุกอย่างที่ต้องทำเพื่อบีบดาร์เรนให้ยอมจำนน

ลิลี่แทบหยุดหายใจ หน้าเธอซีด เธออยากจะพูดออกไปว่าเธอไม่ไหวแล้ว เธอไม่อยากเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องนี้อีกต่อไป

แต่เธอพูดไม่ได้

หน้าอกอึดอัดด้วยความกลัว และแรงกดดัน เธอรู้ดี ว่าเธอไม่มีทางพูด ไม่กับพ่อได้เลย

เธอไม่มีทางเลือก

ขณะเดียวกัน

ในอีกมุมเมือง ไรอัน แอนเดอร์ส หัวหน้าองค์กร มูน เวลธ์ แมนเนจเมนต์ รับสาย

“ไรอัน แอนเดอร์สครับ”

แกเร็ธไม่เสียเวลา

“ฉันจำชื่อได้แล้ว ชื่อที่นายต้องจัดการ หางเสือเส้นสุดท้ายของพวกแกนั่นแหละ”

ไรอันถอนหายใจ หยิบปากกาขึ้นมาอย่างไม่ใส่ใจ “ว่ามา คุณสมิทเธอร์ส”

“ดาร์เรน สตีล” แกเร็ธพูดเน้นชัด

ความเงียบฉับพลัน

ไรอันเขียนชื่อลงบนกระดาษ

“เข้าใจแล้ว เดี๋ยวฉันจะจัดการ” เขาวางสายอย่างเรียบง่าย

จากนั้นก็เอนหลังพิงเก้าอี้ ประสานนิ้วเข้าด้วยกัน “พาเขาเข้ามา”

ประตูเปิดออก อมีเลียพยักหน้า แล้วริโก้ อีแวนส์ก้าวเข้ามาในห้อง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวล

“ริโก้” ไรอันยิ้มเย็น “บอกฉันทีสิ ว่านายมีชื่อให้ฉันหรือยัง?”

ริโก้ลังเลอยู่อึดใจ มือขยำสายสะพายกระเป๋าอย่างร้อนรน เขาดูอึดอัดอย่างชัดเจน

สายตาของไรอันเปลี่ยนไปเป็นสีเข้ม “ห้องขังมันเย็นนะ ริโก้ บอกชื่อ แล้วเดินออกไปอย่างอิสระซะ”

ใบหน้าของริโก้หม่นลง เขาเงียบไป ก่อนจะถอนหายใจยาว

“ชื่อของเขาคือ ดาร์เรน สตีล”

เงียบสนิท

คิ้วของไรอันขมวดทันที

เขาก้มหน้ามองกระดาษตรงหน้า ที่เพิ่งเขียนชื่อนั้นไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อน

“เมื่อกี้นายว่าอะไรนะ?” เสียงของเขาเย็นเฉียบ ราวกับอุณหภูมิในห้องร่วงลงอย่างฉับพลัน



ตอนก่อน

จบบทที่ เงาอดีตในสำนักงาน (ฟรี)

ตอนถัดไป