การปะทะ (ฟรี)

บรรยากาศภายในห้องโถงหรูหราถูกแต่งแต้มด้วยกลิ่นน้ำหอมแพง กลิ่นวิสกี้เก่าแก่ และหนังแท้จากเฟอร์นิเจอร์ชั้นสูง ทั้งหมดรวมกันเป็นอากาศแห่งความมั่งคั่งเงียบขรึมที่แทบจะจับต้องได้

เสื้อคลุมยาวสีดำใหม่ของดาร์เรน ที่ราเชลเลือกให้เองกับมือพลิ้วตามแรงก้าว เดินเคียงกันด้วยจังหวะมั่นคง เสียงส้นสูงของราเชลกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะดังก้อง

แต่ทันใดนั้น ดาร์เรนหยุดฝีเท้ากะทันหัน เขาก้มดูเวลาบนนาฬิกาข้อมือเรือนเงางาม

และการหยุดกะทันหันนี้เองก่อให้เกิดแรงปะทะ

ไหล่ของใครบางคนกระแทกเข้ากลางแผ่นหลังของเขาเต็มแรง พร้อมกับเสียงกระดาษปลิวว่อนเหมือนใบไม้ร่วง

“โอ๊ะ!” เสียงชายแปลกหน้าหลุดออกมา ก่อนจะก้มลงเก็บเอกสารอย่างรวดเร็ว ปากก็พึมพำขอโทษไม่หยุด

ราเชลหันขวับ ดวงตาเฉียบคมแทบจะเฉือนอากาศ

“ตาบอดหรือยังไง?” เธอถามเสียงเย็นเฉียบ “เดินไปชนคนอื่นแบบนี้ เคยรู้จักคำว่าระวังไหม?”

ชายคนนั้นรูปร่างผอมบาง สูงพอประมาณ ใส่สูทสีกรมท่าที่ดูยับเล็กน้อยเงยหน้าขึ้น ตาเบิกกว้างภายใต้กรอบแว่นบาง ๆ

ผมสีน้ำตาลทรายยุ่งเหยิงเล็กน้อย เนคไทหลุดลุ่ยเหมือนคนที่เอามือดึงเล่นมาทั้งวัน การเคลื่อนไหวของเขาเต็มไปด้วยความเร่งรีบและความกระวนกระวายใจอย่างเห็นได้ชัด

“ผมขอโทษครับ! ขอโทษจริงๆ วันนี้มันบ้าไปหมดเลยมีแต่ประชุม โทรศัพท์ คนตามจิกไม่หยุดฮ่า! คุณรู้ใช่ไหมครับว่ามันเป็นยังไงเอ่อ หรือไม่รู้ก็เถอะโอ้ นี่มันยุ่งชะมัด ขอโทษนะครับ” เขาเงยหน้ามองทั้งสองคน “ขอโทษจริง ๆ ครับ”

ดาร์เรนหันไปมองเขานิ่ง ๆ

“ไม่เป็นไร ราเชล ผมเป็นฝ่ายหยุดเอง เขาเลยชน”

ราเชลหันมาทางเขา เหมือนจะเถียงต่อ แต่เขาส่งสัญญาณด้วยการส่ายหัวเบา ๆ เธอจึงยอมเงียบ ถอนหายใจเล็กน้อย

ในขณะที่ชายคนนั้นก้มเก็บเอกสาร ดวงตาของดาร์เรนก็เหลือบไปเห็นแผ่นหนึ่งที่ปลิวไกลออกไป เขาก้าวข้ามไป หยิบขึ้นมา

แต่ก่อนจะยื่นคืน เขาเหลือบดูข้อความด้านบน

หัวกระดาษเขียนว่า

แอนดี้ แนชวิลล์
นักวิเคราะห์อาวุโส ที่ปรึกษา และนักล่าหัวกะทิ
สำนักงานซาโกะโมโตะ

และบรรทัดหนาใต้ชื่อ

“เอกสารวิเคราะห์สำหรับการตามล่าตัวนักลงทุนปริศนา ฟักลี่ดักลิ่ง

ดวงตาของดาร์เรนเปลี่ยนเป็นเฉียบคม ‘สำนักงานซาโกะโมโตะ ’

ในไทม์ไลน์ก่อน พวกเขาเป็นหนึ่งในบริษัทไม่กี่แห่งที่กล้าเผชิญหน้ากับ มูน เวลธ์ แมนเนจเมนต์ ในศาล และยังชนะคดีแทนลูกค้าด้วยความสามารถอย่างแท้จริง

ชื่อเสียงของพวกเขาคือความซื่อสัตย์ซึ่งหาได้ยากนักในโลกการเงินที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม

‘แสดงว่าพวกเขากำลังตามหาฉันอยู่ด้วย?’

‘ไม่เลวเลยแฮะ ไม่รู้มาก่อนเลยว่าฉันกลายเป็นเป้าหมายที่ฮอตขนาดนี้’

เขาเก็บสีหน้าเรียบเฉย แล้วเดินกลับมายื่นแผ่นนั้นคืน

“ของคุณ” ดาร์เรนพูด เรียบ ชัด

แอนดี้เงยหน้าขึ้น ดวงตาเต็มไปด้วยความรู้สึกขอบคุณ “โอ้ ขอบคุณครับคุณ ขอบคุณมาก! ถ้าแผ่นนี้หายไปล่ะก็ ผมซวยแน่เลย!”

ดาร์เรนพยักหน้าน้อย ๆ “ไม่เป็นไร ผมชื่อดาร์เรน สตีล นี่คือเลขาของผม ราเชล เทชแมคเคอร์”

แอนดี้รีบลุกขึ้น พยายามยื่นมือมาเพื่อจับมือทักทาย แต่เมื่อมือสัมผัสกัน เขาชะงัก ดวงตาขยายขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่รู้ตัว

เขามีอะไรบางอย่างน่ากลัวเหลือเกินสำหรับใบหน้าอายุน้อยแบบนี้

พลังงานที่แผ่ออกมาจากตัวดาร์เรนไม่ได้เป็นเพียงแค่ความมั่นใจหรือความมั่งคั่งแต่มันคือ ออร่า ที่ชัดเจนเกินบรรยาย

แอนดี้รู้เรื่องนี้ดี เพราะเขาเองไม่มีสิ่งนั้นเลย แต่สิ่งที่เขามีกลับเป็น เสน่ห์แบบเนิร์ด ๆ ที่พอจะเอาตัวรอดได้ในโลกของคนคม

“อะ ใช่ครับ! แอนดี้ แนชวิลล์” เขาพูดเสียงสะดุด หายใจลึกข่มความตื่น “ผมทำงานให้กับ สำนักงานซาโกะโมโตะ เป็นนักวิเคราะห์อาวุโส แล้วก็เอ่อ ทุกอย่างที่เขียนไว้บนนั้นนั่นแหละครับ”

ราเชลจ้องมองเขาเงียบ ๆ ดาร์เรนก็แค่ยิ้มบาง ๆ และไม่พูดอะไรอีก

แต่ในใจของเขาแผนการใหม่ เริ่มทำงานแล้ว

ดาร์เรนมองหน้าแอนดี้ แนชวิลล์นิ่ง ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“ผมเพิ่งเริ่มต้นทำธุรกิจครับ บริษัทเรายังเล็กมาก ยังไม่มีเงินทุนมากนักแต่ผมก็สงสัยว่า สำนักงานซาโกะโมโตะ จะยินดีรับเราเป็นลูกค้าหรือเปล่า”

ถ้อยคำของเขาฟังดูธรรมดา ทว่าแฝงไว้ด้วยความหมายซ่อนเร้น

ราเชลหันไปมองเขาทันที ดวงตาแฝงแววคมกริบ

เธอรู้ดีเขากำลังวางกับดัก

นี่คือการทดสอบ เพื่อดูว่า ซาโกะโมโตะ จะมีจุดยืนอย่างไร
จะซื่อสัตย์และให้ความสำคัญกับศักยภาพจริงหรือแค่ทำตัวเหมือนบริษัทชั้นสูงทั่วไปอย่าง มูน เวลธ์ แมนเนจเมนต์ ที่คัดลูกค้าเฉพาะพวกมหาเศรษฐีเท่านั้น?

แอนดี้กระพริบตาถี่เหมือนเพิ่งตั้งสติได้ จากนั้นก็ยืดตัวขึ้นทันที สีหน้าเปลี่ยนเป็นจริงจัง

“โอ้! แน่นอนครับ ไม่มีปัญหาเลยแม้คุณจะเพิ่งเริ่มต้น เพราะผมคิดว่าช่วงเริ่มต้นนั่นแหละเป็นช่วงที่สำคัญที่สุด”

เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงใจแฝงความมั่นใจ วางท่าของมืออาชีพที่พร้อมจะยื่นมือให้กับผู้มีศักยภาพ แม้ยังไม่มีตัวเลขในบัญชีมารองรับก็ตาม

”เราเองตั้งใจช่วยธุรกิจให้เติบโต ตราบใดที่กิจการของคุณถูกกฎหมาย และผ่านการรับรองจากสำนักงานรัฐ เรายินดีทำงานด้วยเสมอครับ”

ริมฝีปากของราเชลยกขึ้นเล็กน้อย “ผ่านรับรองแล้ว” เธอเสริมเสียงแน่น เป๊ะจนแอนดี้หลุดหัวเราะแห้ง ๆ

“เลขาคุณนี่ดูจะดุไม่เบาเลยนะครับ” เขาว่า

“เธอไม่ได้เป็นแบบนี้ตลอดหรอก” ดาร์เรนตอบพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

ใบหน้าของราเชลขึ้นสีจาง ๆ เธอยื่นข้อศอกกระทุ้งเขาเบา ๆ อย่างไม่จริงจังนัก

ดาร์เรนกลั้นหัวเราะไว้ในลำคอ

จากนั้นแอนดี้เอนศีรษะเล็กน้อย “ว่าแต่บริษัทของคุณทำเกี่ยวกับอะไรเหรอครับ?”

ราเชลเป็นฝ่ายตอบ “บริษัทลงทุนที่มีพอร์ตหลากหลาย ลงทุนทั้งในสินทรัพย์ดั้งเดิมและดิจิทัล รวมถึงหุ้น อสังหาริมทรัพย์ และสกุลเงินคริปโต”

คิ้วของแอนดี้ยกขึ้น “โอ้ โอเค คริปโตเหรอครับ แปลกดีแฮะ พูดถึงนี่ผมก็กำลังตามหานักลงทุนลึกลับคนหนึ่งที่กำลังเขย่าวงการคริปโตอยู่เหมือนกัน เขาใช้ชื่อในระบบว่า ฟักลี่ดักลิ่ง

ดาร์เรนยังคงรักษาสีหน้าเรียบเฉย

แต่ราเชลเหลือบตามองเขาทันที ยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

แอนดี้หัวเราะเบา ๆ เกาท้ายทอย “คุณคงไม่รู้จักหรอกครับ”

ดาร์เรนยังนิ่งเช่นเดิม ไม่มีแววกระตุกสักนิด

“เอ่อยังไงก็เถอะ” แอนดี้เปลี่ยนเรื่อง “ผมกำลังจะไปประชุมเซ็นสัญญากับคุณแกรนท์ เฮย์ เป็นดีลใหญ่เลยนะครับ นี่เป็นหนึ่งในเศรษฐีอายุน้อยที่สุดของประเทศที่จะเข้าร่วมกับเราเลยล่ะครับ”

เขาหยิบการ์ดจากกระเป๋าแล้วยื่นให้

“นี่นามบัตรของเราครับ คุณสตีล ถ้ามีเวลาว่างเมื่อไหร่ ติดต่อหรือแวะไปที่ออฟฟิศเราได้เลยนะครับ”

ดาร์เรนรับมันไป มองแวบเดียวก่อนจะสอดเข้ากระเป๋า “ขอบคุณครับ ผมจะติดต่อไปแน่นอน”

พวกเขาพยักหน้าให้กันแล้วแยกย้าย ดาร์เรนกับราเชลเดินขึ้นบันไดไปยังลิฟต์ ขณะที่แอนดี้เลี้ยวซ้าย เข้าห้องประชุมพิเศษที่ซ่อนอยู่หลังประตูไม้แกะสลักสองบาน

ห้องนี้ถูกวางตำแหน่งแปลกตา ใต้บันไดด้านซ้าย ทำให้ดูเป็นที่ลับเฉพาะพวกชนชั้นสูงยิ่งนัก

ภายใน ชายหลายคนในสูทตัดพิเศษนั่งล้อมโต๊ะโอ๊กมันวาว หมุนแก้ววิสกี้คริสตัลในมือ เสียงพูดคุยราวกับมีหลายสงครามกำลังเกิดขึ้นพร้อมกันในเรื่องการเงิน

แต่เพียงคนเดียวที่ไม่ได้พูดชายหนุ่มตรงกลาง แกรนท์ เฮย์

แม้ว่าเขาจะเป็นหัวหน้าใหญ่สุดในห้องนี้ แต่ในวินาทีนั้น เขากลับดูราวกับจะถูกความมั่นใจของคนรอบข้างกลืนกิน

สายตาเขาจับจ้องไปยังแอนดี้ที่กำลังเดินเข้ามา ทว่าในวินาทีต่อมา เขากลับมองเลยไปยังบันได และร่างของชายที่เพิ่งเดินจากไป

ตาของเขาเบิกกว้าง

แม้จะใส่แค่สูทธรรมดา เสื้อคลุมเรียบ แต่ผู้ชายคนนั้นเขามีแรงดึงดูดบางอย่างที่ยากจะอธิบาย พลังที่ทำให้คนทั้งห้องหันมองแม้เขาไม่ได้พูดแม้แต่คำเดียว

หัวใจของแกรนท์เต้นแรง

ต้องใช่แน่ใช่คนเดิมอีกแล้ว

เขาลุกจากโซฟาทันที สัญชาตญาณบอกให้เขารีบก่อนจะพลาดโอกาสอีก

แต่ทันทีที่เขาจะก้าวออกจากห้อง ประตูลิฟต์ก็ปิดลง พร้อมร่างของชายคนนั้นและหญิงสาวที่อยู่ข้างเขา

แกรนท์กัดกรามแน่น ชิบพลาดอีกแล้ว

ขณะที่เขายังจ้องลิฟต์ไม่กะพริบ แอนดี้ก็เดินเข้ามาหา “มีอะไรหรือเปล่าครับ ท่าน?”

แกรนท์ถอนหายใจ แววตายังจดจ้อง “เมื่อกี้นี้ นายคุยกับผู้ชายคนนั้นใช่ไหม รู้จักเขาหรือเปล่า?”

แอนดี้กระพริบตา “ไม่ครับ เพิ่งเจอกันวันนี้”

“แล้วได้ชื่อเขามั้ย?”

“อ้อ ได้ครับ เขาบอกว่าชื่อ ดาร์เรน สตีล เราคุยกันนิดหน่อยว่าอาจจะให้เขาเซ็นสัญญากับเรา เขาสนใจบริษัทเรา”

แต่แกรนท์ไม่ได้ฟังแล้ว

ดาร์เรน สตีล

เขาทวนชื่อในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดวงตาแคบลง

ฉันต้องคุยกับหมอนี่ให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไร



ตอนก่อน

จบบทที่ การปะทะ (ฟรี)

ตอนถัดไป