อดีต (ฟรี)

รถของดาร์เรนเคลื่อนตัวไปช้า ๆ บนถนนสายเงียบสงบในย่านเมลกรีน

แม้จะเพิ่งห่างจากที่นี่ไปแค่สัปดาห์เดียว แต่เขากลับรู้สึกราวกับห่างหายไปนานเป็นปี บรรยากาศของชุมชนแทบไม่เปลี่ยนไปเลย บ้านชั้นเดียวเรียบง่ายเรียงรายตามแนวทางเท้าที่แตกร้าว บางบ้านเพิ่งทาสีรั้วใหม่สดใส ขณะที่บางหลังก็ปล่อยให้สนิมเกาะกรอบเหล็กจนแดงคล้ำ

เด็กกลุ่มหนึ่งเล่นเตะบอลอยู่บนพื้นปูน บอลใบเก่าแฟบจนแทบไม่กลม แต่เสียงหัวเราะยังสดใสไร้กังวล

เมื่อแอสตันมาร์ตินสีดำเงาของเขาแล่นผ่าน เด็ก ๆ ก็หันไปมองพร้อมกัน สีหน้าพลันสว่างไสวด้วยความตื่นตาตื่นใจ เด็กชายคนหนึ่งชี้แล้วกระซิบกับเพื่อน

“โห ดูรถนั่นสิ!”

“ไม่ใช่รถแถวนี้แน่นอน”

ดาร์เรนยิ้มบาง ๆ เขามองเห็นตัวเองในเด็กพวกนั้น เด็กชายที่เคยยืนริมถนน ตาลุกวาวทุกครั้งที่รถหรูวิ่งผ่าน ความรู้สึกแบบนั้นยังไม่เลือนหาย

เขาขับเลี้ยวเข้าทางขับรถของบ้านเก่าที่คุ้นตา

บ้านหลังเดิมยังคงเดิมทุกอย่าง แต่ความรู้สึกกลับเปลี่ยนไป มันทั้งคุ้นเคยและห่างเหิน

บางอย่างจุกแน่นในอกเขา

ความคิดถึง? อาจใช่
ความเสียใจ? เขาไม่แน่ใจนัก

ตั้งแต่ย้ายไปอยู่คฤหาสน์ เขาแทบไม่เคยกลับมาเหยียบที่นี่อีก กลับมาทีไรก็เพราะมีเรื่องจำเป็นจริง ๆ มันให้ความรู้สึกเหมือนเขาทอดทิ้งชีวิตที่เรียบง่ายของตัวเองในอดีตไปโดยไม่หันหลังกลับ

แต่ชีวิตก็เป็นเรื่องของการเปลี่ยนแปลงไม่ใช่หรือ?

เขาลงจากรถ ควานเอาพวงกุญแจจากกระเป๋าเสื้อโค้ต แล้วไขประตู

หลังเหตุการณ์โดนงัดบ้านเมื่อไม่นานมานี้ ดาร์เรนได้ติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยเพิ่ม รวมถึงกล้องวงจรปิดภายใน

เมื่อประตูเปิดออก เขาก้าวเข้าไป

กลิ่นแรกที่กระทบจมูกคือกลิ่นไม้เก่าและผงซักฟอกจาง ๆ

ไม่ใช่กลิ่นหอมปรุงแต่งจากเครื่องปรับอากาศเหมือนในคฤหาสน์ของเขา แต่มันคือกลิ่นของบ้านกลิ่นที่ผูกพันกับวัยเด็กของเขา

แน่ล่ะนี่คือความคิดถึงแบบไม่มีเงื่อนไข

เขาเดินตรงไปยังครัว เปิดตู้เย็น

ของในตู้เกือบว่างเปล่า แต่เขาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่ทำให้มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย ขวดน้ำส้ม

เขาถอนหายใจโล่งอก บิดฝาแล้วกรอกลงคอ ความเย็นและความเปรี้ยวซ่าทำให้ลำคอเขาสะดุ้งวาบ แต่ก็รู้สึกสดชื่นอย่างประหลาด

เมื่อหยดสุดท้ายหมดลง เขาหลับตาเงียบ ๆ แล้วภาพหนึ่งก็ผุดขึ้นมา

เสียงของแม่ แหลมและเอาเรื่อง

"ดาร์เรน! หยุดกินน้ำส้มหมดขวดสักที! ที่บ้านนี้ไม่ได้มีแค่เธอคนเดียวนะรู้ไหม!"

ตอนนั้นเขาหัวเราะ กลอกตาแล้วยักไหล่

วันนี้ เขายืนอยู่ตรงเดิม แต่หัวเราะเบา ๆ กับตัวเองก่อนจะถอนหายใจ

ด็อกเตอร์ฮอลโลเวย์บอกว่าเธอจะกลับบ้านเร็ว ๆ นี้ ข่าวดีที่เขาแน่ใจว่าเกิดขึ้นเพราะเขา

ครั้งล่าสุดที่เขามา เขาขายยาอนาคตให้อีกสองสูตร และนั่นเตือนให้เขานึกบางอย่างขึ้นมาได้

“ระบบ”

หน้าจอม่วงโผล่ขึ้นตรงหน้า ข้อความกลไกเลื่อนปรากฏขึ้นทันที

[ดร.ลีโอนาร์ด ฮอลโลเวย์ {พันธมิตร} คุณมีผลกำไรปัจจุบันอยู่ที่ $22,600,000 หลังจากขายยารักษาอนาคตให้เขาทั้งหมดสี่สูตร ]

ดาร์เรนพยักหน้าเบา ๆ อย่างพอใจ ‘ดี บางส่วนจากนี้น่าจะไปอยู่ในงบพัฒนาดิจิทัลที่คาร่ารับผิดชอบได้’

แล้วอีกความคิดหนึ่งก็แทรกขึ้น

‘ลีโอนาร์ดยังไม่ประกาศยาสักสูตรเลย’ ดาร์เรนยิ้มบาง ‘ดีแล้วที่เลือกเขา เขาใช้เวลาทดสอบซ้ำแล้วซ้ำอีกเพื่อความปลอดภัยก่อนจะเผยแพร่ มันทำให้ฉันอุ่นใจ’

เขาส่ายหัวนิด ๆ พลางพึมพำกับตัวเอง ‘หมอนั่นคงเริ่มสงสัยฉันมากขึ้นทุกทีแล้วแหละน่าสงสารเหมือนกันนะ’

กลับมาโฟกัสเหตุผลที่เขามาที่นี่

เขาเดินเข้าห้องนอนเก่า ทรุดตัวลงใกล้เตียง แล้วเอื้อมมือลอดเข้าใต้ฐานเตียง

ปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงช่องลับที่เขาเคยซ่อนไว้

ดาร์เรนถอนหายใจโล่งอก เขายังไม่ทำไทม์ไลน์เสีย ทุกอย่างยังตรงตามที่ควรจะเป็น

เขาเปิดช่องเก็บลับนั้นออก แล้วหยิบสมบัติของเขาออกมา

กระดาษจำนวนมาก สมุดโน้ตเก่า ๆ กระดาษทิชชู่ที่มีตัวหนังสือยุ่งเหยิงไอเดียซ้อนทับกันหลายชั้น แผนธุรกิจ แผนลงทุน แนวคิดที่เขาเคยคิดไว้ทุกครั้งในชีวิต

มันไม่ใช่ของสะสมไร้สาระ แต่นี่คือคลังสมองส่วนตัว ที่ซึ่งความคิดกลายเป็นกลยุทธ์

แกเร็ธ สมิทเธอร์ส มักจะสั่งให้ลูกน้องยื่นทั้งร่างแรกและร่างสุดท้ายของแนวคิดเสมอ

แต่ดาร์เรนทำต่างออกไป

เขามีร่างของร่าง มีหน้ากระดาษที่เต็มไปด้วยความคิด ยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง แล้วตามด้วยแผนที่เริ่มจะมีโครงสร้าง และสุดท้ายคือร่างที่วางกรอบทุกอย่างอย่างเป็นระบบ

นี่คือเครื่องมือของเขา อาวุธที่ไม่มีใครได้เห็น และตอนนี้ มันกลับมาอยู่ในมือเขาอีกครั้ง

กระดาษสองแผ่นสุดท้ายคือสิ่งที่เขายื่นให้แกเร็ธ สมิทเธอร์ส ร่างแผนกลยุทธ์ที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมให้นำไปใช้

แต่แผ่นแรกสุดเขาไม่เคยปล่อยให้ใครได้เห็น

มันถูกเก็บไว้ในช่องลับส่วนตัวเสมอ เหมือนศิลปินที่เก็บสเก็ตช์ร่างต้นฉบับไว้กับตัว ไม่ใช่เพราะเขามองการณ์ไกล หรือคาดว่าบางวันจะต้องย้อนกลับมาใช้

เปล่าเลย มันแค่เป็นนิสัย นิสัยของคนที่เชื่อว่าความคิดในรูปแบบหยาบที่สุดมักมีแก่นแท้บางอย่างที่สูญหายไปเมื่อผ่านการขัดเกลา

เขาเปิดเอกสารเหล่านั้นออก พลิกไปทีละหน้า กลิ่นกระดาษเก่าและหมึกจาง ๆ พาให้ความทรงจำพรั่งพรู

แผนการหนึ่งสะดุดตาเขา

กลยุทธ์การลงทุนที่เขาร่างขึ้นเมื่อไม่กี่เดือนก่อน เขาวิเคราะห์แนวโน้มตลาดล่วงหน้า คาดการณ์ว่าราคาวัตถุดิบบางชนิดจะพุ่งสูง เพราะข้อบังคับใหม่ของรัฐบาลที่กำลังจะมีผลบังคับใช้

กราฟแสดงเส้นทางชัดเจน: ซื้อก่อนราคาพุ่ง ขายตอนถึงจุดสูงสุด

แกเร็ธ นำแผนนี้ไป ใช้มันด้วยความโหดเหี้ยมแม่นยำ และทำกำไรได้มากถึง 70 ล้านดอลลาร์จากดีลเดียว

เรื่องนี้ ฟ้องเมื่อไหร่ก็ชนะ

ขากรรไกรของดาร์เรนกระชับแน่น เขากำหมัดแนบข้างตัว

ในมือเขา เอกสารเหล่านี้คือหลักฐานชัดเจนว่ากาแกเร็ธ สมิทเธอร์สขโมยงานของเขาไปใช้และอ้างว่าเป็นผลงานของตัวเอง

เขารวบเอกสารทั้งหมดใส่ลงในแฟ้มกันน้ำอย่างเรียบร้อย

ขณะหันหลังจะออกจากห้อง สายตาเขาสะดุดกับโต๊ะกระจกข้างเตียง

ของสิ่งหนึ่งวางอยู่ตรงนั้น ซองบุหรี่

เขาชะงัก มองนิ่ง

ระบบเคยเตือนเขาเรื่องบุหรี่มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน บางครั้งถึงขั้นส่งคำคมขึ้นเตือนแบบประชด

[เอาเงินไปลงทุนอย่างอื่นเถอะ ดีกว่าเสียไปกับปัญหาที่หลีกเลี่ยงได้]
[ใช้เงินไม่ได้หรอก ถ้าตายตั้งแต่ยังหนุ่ม]

มันถึงขั้นมีเควสต์ประจำวัน งดสูบบุหรี่ ให้เขาเลยด้วยซ้ำ

แต่ในใจเขาคิด แค่หนึ่งมวน ไม่ตายหรอก

เขาเอื้อมไปจะหยิบซอง แต่ทันใดนั้น หน้าจอสีแดงจากระบบก็พุ่งขึ้นมาเต็มสายตา

[สารอันตราย! หลีกเลี่ยง!]

เขาขมวดคิ้ว “จริงจังเกินไปแล้วมั้ง ก็แค่สูบมวนเดียวเอง”

[วินัยคือกุญแจแห่งความสำเร็จ]
[สารอันตราย! หลีกเลี่ยง!]

“โอเค ๆ ก็ได้ เข้าใจล่ะ” เขาถอนมือออกจากซองบุหรี่ พลางส่ายหัว “นี่ระบบหรือแฟนขี้บ่นกันแน่เนี่ย”

เขาคว้าแฟ้มไว้ในมือ เดินออกจากห้อง

โดยไม่รู้เลยว่า ที่อีกฟากของถนน มีเงาร่างผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเดินตรงมาทางเขา

เขาล็อคประตู กำลังจะก้าวลงจากชานบ้าน

เสียงของเธอหยุดเขาไว้กลางฝีเท้า

“ดาร์เรน?”

เขาชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะหันกลับมา

หญิงสาวยืนห่างออกไปไม่กี่ก้าว แซนดี้

เธอจับสายกระเป๋าสะพายแน่น สีหน้าผสมระหว่างตกใจ สับสน และหวั่นไหว

สายตาเธอสลับมองจากเขาไปยังรถ

“นั่น. รถของคุณเหรอ? แล้วคุณไปอยู่ที่ไหนมา?”

‘แซนดี้?’ ดาร์เรนคิด ‘เธอมาที่นี่ได้ยังไง?’

เขากำลังอ้าปาก จะตอบอะไรบางอย่างแต่ยังไม่ทันได้เอ่ย เสียงเครื่องยนต์ของรถอีกคันก็ดังขึ้นด้านหลัง

รถสีดำทรงทางการจอดเทียบด้านหลังรถของเขา

คิ้วของดาร์เรนขมวดแน่น

หญิงสาวคนหนึ่งก้าวลงจากรถ ผมสีเข้ม ร่างสูงในชุดสูทเรียบเฉียบ เดินตรงมาทางเขาด้วยท่าทีมั่นใจและเจตนาแน่วแน่

“สวัสดีค่ะ คุณดาร์เรน สตีล”

สายตาดาร์เรนหรี่ลง

“ดิฉันชื่อ อมีเลีย ฟอเรสต์ ตัวแทนจากสำนักงาน มูน เวลธ์ แมนเนจเมนต์ ดิฉันหวังว่าจะขอเวลาคุณสักครู่ได้ไหมคะ”

ว่าไงนะ? มูน เวลธ์ แมนเนจเมนต์?

แต่ยังไม่ทันที่สมองเขาจะประมวลผลให้จบ เสียงอีกคนก็ดังขึ้นอีก

“ดาร์เรน?”

เขาเงยหน้า คราวนี้เป็น ลิลี่ สมิทเธอร์ส

เธอสวมเสื้อฮู้ดสีชมพูอ่อนในชุดลำลอง ผมทองมัดเป็นหางม้า ดวงตาของเธออ้อนวอน วูบไหวไปด้วยความสิ้นหวัง

“ดาร์เรน ได้โปรด” เธอพูดเสียงเบา “ขอฉันคุยด้วยได้ไหม?”

ตอนนี้ดาร์เรนพูดไม่ออกแล้วจริง ๆ

สายตาเขาสลับมองผู้หญิงทั้งสามตรงหน้า

หนึ่งคืออดีต
หนึ่งคือเกมการเงิน
และอีกหนึ่งคือเงาจากอดีตที่ยังไม่จบ

‘นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะเนี่ย?’



ตอนก่อน

จบบทที่ อดีต (ฟรี)

ตอนถัดไป