ลืมตาแต่ไม่เห็น (ฟรี)
มันเริ่มจากคำถามธรรมดา คำถามเดียว
ทำไมต้องพยายามกันถึงเพียงนี้เพื่อกลบข่าวฉาวของแกเร็ธ สมิทเธอร์ส?
แกเร็ธก็แค่คนมีอำนาจคนหนึ่ง แต่ไม่ใช่ระดับที่เรียกว่าแตะต้องไม่ได้ อย่างกลุ่มบริษัทใหญ่พวกนั้น ที่มีอำนาจปั่นตลาดทั้งโลก ชี้นำรัฐบาลจากหลังฉาก
เขาเป็นแค่ปลาเล็ก
ไม่มีทางจะใช้เส้นสายกดดันสื่อด้วยการขู่ถอนเงินสนับสนุนได้ แต่ก็มีคนที่ทำแบบนั้นได้คนที่มีความเชื่อมโยง ถึงแม้จะเล็กน้อย กับแกเร็ธ สมิทเธอร์ส
คนนั้นคือ ริชาร์ด มอร์ริสัน
มันฟังดูสมเหตุสมผลดี เจ้าของหุ้นใน บิซซิเนส เอเวอรี่เดย์ อย่างริชาร์ด สามารถกดดันกองบรรณาธิการได้สบาย หากอยากจะเปลี่ยนแปลงอะไร ก็แค่ขู่จะสั่งปลดหรือปรับโครงสร้างก็พอ
แต่ด้วยสัญชาตญาณนักข่าวของบรู๊คลิน เธอรู้ว่าริชาร์ดไม่ใช่พวกเดียวกับแกเร็ธ
ทั้งคู่เคยทำธุรกิจร่วมกันบ้าง แต่ก็เป็นแค่เรื่องจิปาถะ การพบเจอเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่มีผลอะไรกับใครเลย
ซึ่งก็เหลือความเป็นไปได้แค่สองทาง หนึ่ง แกเร็ธอาจมีข้อตกลงลับกับริชาร์ด หรือไม่ก็มีใครบางคนที่มีอำนาจพอจะกดดันริชาร์ด ให้ช่วยปกป้องชื่อของแกเร็ธ
และในบรรดาผู้มีอำนาจทั้งหลาย มีเพียงคนเดียวที่ตรงตามเงื่อนไขนั้น ผู้ต้องสงสัยรายใหม่ของเธอ อาร์ชิบัลด์ มูนีย์
อาร์ชิบัลด์เป็นเพื่อนสนิทของแกเร็ธมาเนิ่นนาน และที่สำคัญกว่านั้น เขาคือพันธมิตรทางธุรกิจที่แข็งแกร่งที่สุดของริชาร์ด มอร์ริสัน
เงินลงทุนของอาร์ชิบัลด์นี่แหละ ที่คอยค้ำจุนอาณาจักรของริชาร์ดไว้ หากเขาต้องการให้เกิดอะไรขึ้น ริชาร์ดยินดีทำให้ทันทีโดยไม่ลังเล
แต่นั่นก็ทำให้บรู๊คลินต้องตั้งคำถาม ทำไม?
อาร์ชิบัลด์ มูนีย์ไม่ใช่คนที่ให้ความสำคัญกับมิตรภาพเหนือผลประโยชน์ หากใครเริ่มเป็นภาระ เขาก็พร้อมจะตัดทิ้งเหมือนโยนหินหนักทิ้งทะเล
ชื่อเสียงของเขา ธุรกิจของเขา นั่นต่างหากที่เขาปกป้องด้วยชีวิต
แล้วทำไมคราวนี้ถึงยอมลงทุนปกป้องแกเร็ธ?
บางอย่างไม่ถูกต้อง
และนั่นทำให้เธอตัดสินใจลงลึกไปอีก
เธอทำงานแทบไม่พัก ใช้เวลาค่ำคืนยาวนานอ่านเอกสารต่อเนื่อง ลุยตามร่องรอยกระดาษทุกแผ่น
เธอบุกเข้าไปยังสาขาของ มูน เอนเตอร์ไพรส์ หลายแห่ง ใช้ข้ออ้างเรื่องสัมภาษณ์งานเพื่อแทรกตัวเข้าไป บางแห่งพนักงานยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอถูกไล่ออกจาก บิซซิเนส เอเวอรี่เดย์ แล้ว
เมื่อไม่มีใครมอง เธอก็แอบล้วงหาเอกสาร ลุยค้นข้อมูลที่ดูเหมือนไม่มีอะไรแน่นอน แต่เธอไม่เคยยอมแพ้สมองของนักข่าวที่เสพติดความจริงผลักดันให้เธอไปต่อ
และในที่สุด จุดเปลี่ยนก็มาถึง
ไม่ใช่เหตุการณ์เดียว แต่เป็นชุดข้อมูลที่เริ่มต่อกันอย่างลงตัวทีละชิ้น
คืนหนึ่ง อีเมลแปลกประหลาดปรากฏในกล่องจดหมายของเธอ ไม่มีชื่อผู้ส่ง ไม่มีหัวข้อ มีแค่ไฟล์แนบชื่อว่า อายส์ ไวด์ ชัท
ใครบางคนรู้ว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่
บรู๊คลินรู้สึกเหมือนลมหายใจติดอยู่ที่ลำคอขณะคลิกเปิดไฟล์
ด้านในคือเหมืองทองคำของข้อมูล การทำธุรกรรมทั้งหมดระหว่างอาร์ชิบัลด์กับแกเร็ธ ไม่มีรายการไหนผิดกฎหมายอย่างชัดเจน แค่ดูคลุมเครือ หรือพอจะตีความว่าไร้จริยธรรม
แต่ที่สำคัญกว่าคือ รายการลงทุนของแกเร็ธที่อยู่ในความดูแลของ มูน เวลธ์ แมนเนจเมนต์ หลายรายการในนั้นไม่ได้เป็นความคิดของแกเร็ธเลย
มันถูกขโมย
แต่ถึงอย่างนั้น มันก็ยังไม่ใช่คำตอบที่เธอตามหา ทำไม อาร์ชิบัลด์ถึงต้องปกป้องธุรกิจของแกเร็ธขนาดนั้น?
จนกระทั่ง
บรู๊คลินอ่านไปเรื่อยๆ แล้วก็เจอเข้าให้
ข้อตกลงค้าอาวุธผิดกฎหมาย ปริมาณเงินหลายพันล้านที่ไหลผ่านตัวแทนไปยังมือของกลุ่มค้ายา สงคราม และผู้ก่อการร้ายทั่วโลก
เธอแทบอาเจียน
ข่าวฉาวของแกเร็ธน่ะ เทียบไม่ได้เลยกับเรื่องนี้
เธอเอนหลังพิงเก้าอี้ มองเอกสารตรงหน้าด้วยสายตาแข็งค้าง
ตลอดชีวิตที่เธอทำงานสายนี้มา นี่แหละเรื่องราวที่สามารถพาเธอไปสู่ความตายได้
เธอถอนหายใจช้าๆ แทบสั่น
“แล้วฉันจะทำยังไงต่อดี”
“มิสเบเกอร์?” โซฟีถามอย่างลังเล สายตาไม่ละจากเธอเลย
“ขอหน้ากระดาษเพิ่มค่ะ” บรู๊คลินพูดขึ้นทันที ไม่มีเกริ่นนำ
โซฟีขมวดคิ้ว “หน้าเพิ่ม? เรื่องแค่นั้นน่ะเหรอ? เราเหลือพื้นที่แค่สองหน้าเท่านั้นนะ อีกครึ่งกำลังตกลงกับลูกค้า และคุณได้หน้าไปแล้วหนึ่งครึ่งนะ มิสเบเกอร์ คุณก็รู้ว่าระบบมันทำงานยังไง”
ใบหน้าของบรู๊คลินซีดอยู่แล้วจากความจริงที่เพิ่งค้นพบ จนแทบไม่เหลืออารมณ์แสดงออกใดๆ
“เรื่องนี้มันใหญ่กว่านั้น หน้าครึ่งมันไม่พอจริงๆ ค่ะ”
โซฟีชะงัก มองเธออย่างสงสัย “ใหญ่แค่ไหนกันเชียว?”
บรู๊คลินลังเล ปลายนิ้วเคาะแฟ้มที่กางอยู่บนโต๊ะ “มาก มากกว่าที่คุณคิด”
โซฟียกคิ้วทั้งสองข้าง “ขอดูได้ไหมว่าคุณจะใส่อะไรเพิ่ม?”
บรู๊คลินส่ายหน้า “ไม่ได้ค่ะ ขอโทษจริงๆ”
โซฟีขมวดคิ้วแน่น “ถ้าอย่างนั้นฉันก็ให้ไม่ได้หรอกนะ”
บรู๊คลินเอนตัวมาข้างหน้า “ได้โปรดเถอะค่ะ มิสแมคเคลน ฉันขอให้คุณเชื่อใจฉัน ถ้าไม่ได้ตีพิมพ์ในฉบับหน้า พวกเขาจะพยายามปิดปากฉันก่อนที่ฉันจะเผยแพร่ที่อื่นได้แน่นอน”
โซฟีจ้องเธออยู่นาน “มิสเบเกอร์ ฉันสนับสนุนทีมข่าวของฉันเต็มที่เสมอ แต่จะให้หน้ากระดาษเพิ่ม โดยที่ไม่รู้แม้กระทั่งคุณจะเขียนอะไรลงไป?”
บรู๊คลินกลืนน้ำลาย “โปรดเชื่อฉันนะคะ ขอแค่หน้านั้น คุณจะไม่เสียใจแน่นอน”
โซฟีเคาะปากกากับโต๊ะ ก่อนถอนหายใจยาว “หน้าโฆษณานั่นกะจะลงสินค้าทาเล็บอยู่พอดี ไว้เลื่อนออกไปก่อนก็ได้”
บรู๊คลินถอนหายใจเฮือก “ขอบคุณค่ะ”
โซฟียังมองเธอด้วยแววตาไม่คลาย “ปกติฉันไม่ยอมแบบนี้หรอก แต่เพราะคุณคือบรู๊คลิน เบเกอร์ ฉันถึงยอมให้ได้”
บรู๊คลินเซ็นสัญญาเรียบร้อยทันที พอเดินออกจากห้อง เธอก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาใครบางคน
ดาร์เรน สตีล
…..
แสงแดดอ่อนยามเช้าทอแสงผ่านล็อบบี้โรงแรม โกลเดน เฮย์ อย่างงดงาม
แชนเดอเลียร์แขวนอยู่เหนือศีรษะ สะท้อนแสงวิบวับระยิบระยับบนพื้นหินอ่อนที่ขัดเงาจนสะท้อนเงาได้ชัดเจน
ดาร์เรนจัดแขนเสื้อสูทให้เข้าที่ขณะก้าวไปยังลิฟต์ เสียงคำพูดของไรอัน แอนเดอร์ส จากเมื่อคืนสะท้อนในหัว
“ถ้าคุณตัดสินใจจะถือว่าผมเป็นศัตรู สตีล คุณควรรู้ไว้ว่า บริษัทสตาร์ทอัพของคุณจะได้เลียหินข้างถนน ก่อนจะได้บินสูงอย่างที่ฝันไว้เสียอีก จงเดินให้ระวัง ผมจะส่งอมีเลียไปเจรจาข้อเสนอสุดท้ายให้ อย่าโง่ไปต่อต้านเราเลย เพราะถ้าเราอยากทำลายคุณ แค่กระดิกนิ้วเดียวก็พอ”
“ลาก่อน”