ความตึงเครียด (ฟรี)

แคล้ง! แคล้ง! แคล้ง!

กลางแดดบ่ายที่แผดเผา ค้อนกระแทกลงบนคานเหล็กเสียงดังสะท้อนทั่วพื้นที่ ไฟแลบพราวจากหัวเชื่อมโลหะที่กำลังหลอมจุดตะเข็บสุดท้ายเข้าด้วยกัน

อากาศภายในฮีลิออส โดมเต็มไปด้วยเสียงของสว่าน เครื่องตัดไฟฟ้า และเสียงตะโกนหยาบกร้านของเหล่าคนงาน

แต่ตอนนี้ อาคารที่เคยรู้จักกันในชื่อ ฮีลิออส โดม เปลี่ยนชื่อใหม่แล้ว เดอะ สตีล คอมเพล็กซ์

โครงกระจกโค้งขนาดยักษ์เดิมแทบไม่เหลือเค้าเดิมอีกต่อไป สตีล คอมเพล็กซ์ กลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจชั้นแนวหน้า แหล่งรวมพลังของดาร์เรนและบริษัทของเขา ที่กำลังจะเข้าครองรัฐ แคลิฟอร์เนีย

คนงานในชุดเปื้อนฝุ่นเดินกันขวักไขว่ ยกเหล็ก หอบไม้ ขนเศษซากวัสดุออกจากไซต์งาน บางคนหยุดพักบนโครงเหล็กชั่วคราว บุหรี่ห้อยจากปาก พลางมองความวุ่นวายอย่างควบคุมที่เบื้องล่าง

“ให้ตายสิ พวกนี้เอาจริงเว้ย” คนงานคนหนึ่งบ่น ขณะใช้หลังมือปาดเหงื่อ “เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนหน้า เจ้าของใหม่แม่งจริงจังวะ”

“ก็ดีแล้วล่ะ” อีกคนตอบขำ ๆ ขณะปิดลัง “ตอนรู้ว่าเจ้าของใหม่เป็นเด็กหนุ่ม ฉันนี่แบบแม่งใช่เหรอวะ?”

“ยังไม่อยากจะเชื่อว่าเขาทำได้จริง ๆ ฉันนึกว่าเป็นพวกตระกูลซูริช ที่อยากขยายอาณาจักรซะอีก ไม่ก็พวกเนลสันจะเปิดสาขาธนาคารใหม่ ใครวะ ดาร์เรน สตีลเนี่ย?”

“เด็กสมัยนี้แม่งรวยกว่าเราอีกว่ะ แล้วเงินมันพูดได้นะเว้ย เงินกับสมองน่ะ”

“จริงว่ะ ฉันนี่แม่งโง่เองที่ไม่หัดฟังมากกว่านี้ ฮ่า!”

เสียงหัวเราะดังครืน ก่อนเสียงนกหวีดของหัวหน้าคนงานจะกรีดอากาศ

“หยุดคุยได้แล้วพวกเวร กลับไปทำงาน! เรามีเส้นตายต้องส่ง และบอกไว้ก่อนเลยเจ้านายไม่รับคำว่า ‘ช้า’!”

เหล่าคนงานพากันถอนหายใจยาวก่อนจะกลับไปลุยงานต่อ ในขณะที่โครงสร้างของ สตีล คอมเพล็กซ์ ค่อย ๆ ก่อรูปขึ้นท่ามกลางเสียงเหล็กปะทะเหล็ก

…..

ทางอีกฟากหนึ่งของเมือง ณ สำนักงานใหญ่ของ สมิทเธอร์สกรุ๊ป

แกเร็ธนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะโอ๊คขนาดมหึมา กำหมัดแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว

ทนายคนใหม่ของเขาหญิงสาวดวงตาคมในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม มือประสานกันอย่างสุขุม

“สัญญานั้น มีผลตามกฎหมาย” เธอกล่าวเรียบเสียง ไม่มีความเห็นใจแม้แต่น้อย

แววตาของแกเร็ธราวกับจะเผาเหล็กให้ละลายได้ “เป็นไปไม่ได้”

“แต่มันคือข้อเท็จจริง” เธอตอบ “ที่ปรึกษากฎหมายคนก่อนของคุณ” เธอพยักเพยิดไปยังภาพของ โจนาธาน แวนซ์ “ไม่ได้เป็นแค่คนร่างสัญญา เขาทำงานในตำแหน่งระดับผู้บริหาร หรือเทียบเท่า CLO มีอำนาจปรับแก้สัญญาได้โดยไม่ต้องขออนุมัติล่วงหน้า”

ขากรรไกรของแกเร็ธกระตุก

“โดยการยอมรับข้อเสนอของสตีลในฐานะสินบน แวนซ์จึงปรับสัญญาจ้างงานหลัก โดยไม่ได้แจ้งบริษัท แล้วเพราะ สมิทเธอร์สกรุ๊ป ใช้แม่แบบสัญญากลางที่ปรับนิดหน่อยตามตำแหน่ง พอแวนซ์แก้ไข มันจึงถูกผลักดันเข้าระบบอัตโนมัติแบบเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเพราะช่องโหว่ ฝ่ายเอกสาร หรือแค่ความโง่เง่าการเปลี่ยนแปลงมันผ่านไปได้”

ความเงียบปกคลุมห้อง ราวกับพายุลูกใหญ่กำลังตั้งเค้า

“คุณกำลังบอกว่า” เสียงแกเร็ธต่ำจนแทบไม่ใช่เสียงมนุษย์ “ทนายของฉันเองมอบกุญแจทองคำให้ดาร์เรน เปิดประตูสู่อาณาจักรของฉัน แล้วโยนความวุ่นวายเข้าใส่ผนังของฉันเอง?”

ทนายพยักหน้า “ด้วยสถานการณ์ที่คุณเผชิญอยู่ตอนนี้ ฉันไม่คิดว่าการฟ้องแวนซ์จะช่วยอะไรได้ สิ่งที่เราควรทำคือเตรียมขึ้นศาล”

ปึง! แกเร็ธทุบโต๊ะเต็มแรง ปากกากระเด็น กระดาษปลิวว่อน

“ฉันจะไม่ยอมให้เด็กเวรไร้ชื่อเสียงคนหนึ่งถือเงินมาซื้ออาณาจักรของฉันไป!”

เขาหันขวับ ชี้ไปที่ลูกสาวของตัวเอง

“เธอเธอเป็นต้นเหตุของเรื่องนี้!”

ลิลี่ที่ยืนอยู่ข้างตู้หนังสือสะดุ้ง หดตัวเหมือนโดนฟาดด้วยแส้ เธอไม่เถียง ไม่แม้แต่จะพูด มือของเธอกอดตัวเองแน่นตรงหน้าขา ราวกับต้องการยืนต้านพายุที่กำลังจะกระหน่ำเข้าใส่

สายตาแกเร็ธแทงทะลุร่างเธอ แต่ลิลี่ไม่ตอบโต้ เธอก้มหน้าเงียบอย่างยอมรับผิด

…..

ในห้องพักโรงแรมของราเชล แสงหน้าจอโน้ตบุ๊กเปล่งแสงจาง ๆ สะท้อนใบหน้าของเธอในยามค่ำ

ตัวเลข สเปรดชีต และใบเสร็จธุรกรรมเรียงรายอยู่บนจอ เธออยู่ลึกในโลกของการวางแผนการเงินร่างใบสั่งซื้อ จัดตารางการโอนเงิน และกำลังร่างแผนการลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่จะเขย่าทุกคน

ทุกเสียงคลิกจากแป้นพิมพ์ดังกังวานในความเงียบของห้อง เธอหยุดเล็กน้อย นวดขมับ แล้วเอนหลังพิงพนัก

ใกล้เสร็จแล้วมันต้องสมบูรณ์แบบ ฉันจะไม่ทำให้ดาร์เรนผิดหวัง

เธอยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ แล้วกลับมาพิมพ์ต่อ

…..

“พวกแกจะเอาแต่ยืนอืดเป็นท่อนเหล็กอยู่นั่นเหรอ! พวกนายเป็นผู้ชายนะเว้ย!”

เสียงของคาร่าดังลั่นไปทั่วท่าเรือ กลางตู้คอนเทนเนอร์สูงเรียงซ้อนกันเป็นชั้น เธอยืนอยู่บนหลังรถบรรทุก ตะโกนสั่งงานเสียงดังฟังชัด

“ไม่มีเวลามาอืดอาด! ทุกใบหุ้น แอปเปิล ที่อยู่ในกล่องนั่น ต้องขนเก็บให้ปลอดภัยภายในคืนนี้! เข้าใจไหม!?”

เหล่าคนงานรีบลุย ขนลังลงจากเรือบรรทุกขึ้นรถตามคำสั่ง

คาร่าก้มดูนาฬิกา แล้วตรวจรายชื่อสินค้า

“ถ้าหัวหน้าฉันหัวเสีย ฉันจะตามไปถึงบ้านพวกแกเลยนะเว้ย! แล้วฉันจะทำให้หมอน ขวดน้ำ และเตียงของพวกแก ร้อนและเปียกเหงื่อก่อนพวกแกกลับถึงบ้าน!”

…..

ณ สำนักงานใหญ่ของ มูน เวลธ์ แมนเนจเมนต์

ไรอันนั่งนิ่งใต้แสงสลัวของโคมไฟบนโต๊ะทำงาน ความโกรธข้นคลั่กในอกเหมือนแผลสดที่ยังไม่หายดี

เขาไม่อาจหยุดคิดถึง ดาร์เรน สตีล ตั้งแต่วันนั้นได้เลย

ทั้งหมดที่เกิดขึ้น มันจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอน มัน ต้องไม่ใช่

เขาพลิกสมุดบันทึกออกมาอย่างร้อนรน สายตาจับจ้องอยู่ที่ชื่อที่เขาเคยเขียนไว้ก่อนหน้านี้

ดาร์เรน สตีล

มือของเขาสั่นขณะกำปากกาแน่น ลากเส้นใต้ชื่อซ้ำแล้วซ้ำเล่า หนักขึ้น หนักขึ้น จนในที่สุด

แกร๊ก!

ปากกาหักคามือ หมึกพุ่งทะลักเปื้อนนิ้วของเขาทันที

ใบหน้าของเขาหม่นคล้ำลง ดวงตาเหมือนมีไฟลุก เขากรีดร้องด้วยความคลั่งก่อนจะปาเศษปากกาใส่กำแพงเต็มแรง

“แมลง! พวกมันก็แค่แมลงบัดซบ!” เขาคำราม “และฉัน ฉันคือราชา!”

ฉัน!

เขากำมือแน่น ตะปบอากาศราวกับจะบีบคอใครบางคน แล้วทุบท้ายทอยตัวเองลงกับโต๊ะซ้ำ ๆ จนเสียงกระแทกดังขึ้นต่อเนื่อง ก่อนจะหยุดกะทันหัน

มือของเขาควานหาโทรศัพท์ แล้วกดโทรออก

“อมีเลีย”

“ค่ะ ท่าน?” เลขาของเขาตอบเสียงเรียบ

“หาบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ขายบ้านให้ดาร์เรน สตีลมาให้ฉัน”

ความเงียบแทรกอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนที่เธอจะตอบ

“รับทราบค่ะ ท่าน”

…..

ในห้องทำงานที่บ้าน บรู๊คลินนั่งนิ่งอยู่หน้ากองเอกสาร สายตาจับจ้องไปที่แฟ้มตรงหน้า

เรื่องฉาวของตระกูลเทชแมคเคอร์ ค้าอาวุธเถื่อน

นิ้วของเธอลอยค้างอยู่เหนือเครื่องพิมพ์ดีด เธอกำลังร่างรายงานนี้อยู่ แต่ยังตัดสินใจไม่ได้ ว่าควรใส่เรื่องนี้ลงไปดีหรือไม่

เธอยังไม่ได้รับคำตอบจากดาร์เรน

บรู๊คลินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วพิมพ์ข้อความหาเขา

“เฮ้ เห็นที่ฉันส่งให้รึยัง?”

…..

ในห้องมืดของดาร์เรน มีเพียงแสงหน้าจอแล็ปท็อปที่สาดลงบนใบหน้าซีดเซียวของเขา

เขานั่งนิ่ง ไม่พูดไม่จา ลมหายใจแทบไร้เสียง

โทรศัพท์สั่นอยู่ข้าง ๆ ดวงตาเขาเหลือบไปมองข้อความจากบรู๊คลิน

แต่เขาไม่ตอบ

เขากลับไปมองหน้าจออีกครั้ง ดวงตาจับจ้องกับข่าวตรงหน้า สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวปนตกตะลึง

“จักรวรรดิค้าอาวุธเทชแมคเคอร์ ล่มสลายแล้ว!”

“พวกเขาทำมันจริงเหรอ?”

“อัลเฟรด เทชแมคเคอร์ หายตัว! หลบซ่อนตัว!”

“มีความเชื่อมโยงกับแก๊งลับ ลัทธิหัวรุนแรง และองค์กรก่อการร้าย!”

“โกยเงินนับพันล้านจากดีลค้าอาวุธกับผู้ก่อการร้าย!”

เสียงชีพจรของดาร์เรนดังสะท้อนในหูของเขาเองอย่างรุนแรง

เขารู้ข่าวนี้มันจะทำลายราเชลอย่างไม่มีชิ้นดี

พ่อของเธอเคยทำลายชีวิตเธอมาแล้วครั้งหนึ่ง และครั้งนี้จะเป็นตอกย้ำซ้ำซากที่เธอไม่มีวันฟื้น

เขาไม่มีทางให้เรื่องนี้หลุดไปถึงเธอ

ไม่มีทาง

เขาจะต้องปกป้องเธอจากมัน ไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม



ตอนก่อน

จบบทที่ ความตึงเครียด (ฟรี)

ตอนถัดไป