สตีล คอมเพล็กซ์ (1) (ฟรี)
เหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งสัปดาห์ก่อนวันเปิดตัว!
สตีล คอมเพล็กซ์ อาคารที่เคยรู้จักกันในชื่อ ฮีลิออส โดมตั้งตระหง่านโอ่อ่า เป็นผลงานศิลป์แห่งกระจกและเหล็กกล้าที่ไม่อาจมองข้าม
การปรับปรุงตกแต่งเพิ่งแล้วเสร็จ และแม้โครงสร้างจะทำจากกระจกเป็นส่วนใหญ่ แต่มันก็ไม่ได้เป็นตึกสูงทั่วไปอย่างที่ใครคาด
แม้แต่ภายในตัวอาคาร เพราะรูปทรงโค้งเว้าอันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้พื้นที่ด้านในดูราวกับสนามกีฬาสำหรับองค์กรขนาดยักษ์
ที่จริง ดาร์เรนเคยอยากตั้งชื่อมันว่า คอร์พอเรต คอลโลเซียม แต่สุดท้ายเขาก็ต้องการให้ชื่อตัวเองถูกจารึกไว้ในความทรงจำของสถานที่แห่งนี้
การเปลี่ยนแปลงภายในดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และเมื่อการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ ขั้นตอนต่อไปคือการตกแต่งภายใน เพื่อเปลี่ยนที่นี่ให้กลายเป็นสำนักงานใหญ่ของบริษัทอย่างสมบูรณ์
เหล่าคนงานพลุกพล่านในโถงขนาดใหญ่ ขนย้ายเฟอร์นิเจอร์ จัดวางสำนักงาน และตรวจเช็คทุกรายละเอียดให้ลงตัว
บันไดนับสิบพาดพิงไปทั่วพื้นที่ ขณะที่สมาชิกของ เอเจนท์ซีเคียวริตี้ กำลังติดตั้งกล้องวงจรปิดตรงจุดที่วางแผนไว้เป๊ะทุกมุม
ในอากาศมีแต่เสียงของสว่าน เสียงกล่องที่ลากไปตามพื้น และบทสนทนาอื้ออึงในระหว่างการเตรียมสถานที่ให้พร้อมรับบทใหม่ในประวัติศาสตร์ของมัน
และตรงกลางความวุ่นวายทั้งหมดนั้น ดาร์เรน สตีล ยืนอยู่ มือทั้งสองซุกในกระเป๋ากางเกง สายตามองสิ่งที่เขาสร้างขึ้นด้วยตัวเอง
แสงแดดลอดผ่านหน้าต่างสูงจรดเพดาน ทอดเงายาวลงบนพื้นหินอ่อนสะอาดสะอ้าน จนทุกอย่างดูเหมือนหลุดมาจากฝัน
ล็อบบี้เปิดโล่ง กว้างขวาง ทันสมัย พื้นดำมันวาวสะท้อนโคมไฟระย้าด้านบนที่บิดเกลียวด้วยกระจกและทองคำ
ดาร์เรนยังแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง เมื่อกว่าหนึ่งเดือนก่อน เขาไม่มีอะไรเลยในชีวิต ทั้งชีวิตวิ่งตามผู้หญิงคนเดียว และจบชีวิตลงด้วยรถบรรทุกที่ไม่มีแม้แต่ชื่อให้จดจำ
แต่ตอนนี้เขาคือเจ้าของอาคารที่หรูหราที่สุดแห่งหนึ่งใน ลอสแอนเจลิส ตอนนี้ เขาคือ CEO ของบริษัท
เสียงหนึ่งที่คุ้นเคยดังขึ้นดึงเขาออกจากห้วงคิด
“ที่นี่งดงามเหลือเชื่อเลยค่ะ” ราเชล เทชแมคเคอร์ ปรากฏตัวอยู่ข้างเขา แขนไขว้ หน้าตาอ่อนลงกว่าปกติที่เธอมักจะเคร่งขรึม
“ยากจะเชื่อนะคะ ว่าเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน ที่นี่แทบไม่มีอะไรเลย” เธอหันมามองเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความชื่นชม “ฉันภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งนี้ค่ะ”
ดาร์เรนถอนหายใจเบา ๆ รอยยิ้มหายากแตะริมฝีปากเขา “มันก็แค่ตึกเท่านั้น ยังไม่ใช่บริษัท เราต่างหากที่จะทำให้ที่นี่กลายเป็นบริษัท เรายังไม่ได้ทำอะไรเลยจริง ๆ”
“ยอมรับความสำเร็จเถอะค่ะเจ้านาย” ราเชลเอาศอกสะกิดเบา ๆ “พวกเราทำสำเร็จนะคะ คุณ คาร่า แซนดี้ทุกคน และนี่ก็แค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น”
ดาร์เรนหันไปมองมุมหนึ่ง ที่ตรงนั้น คาร่า เดออองเดร กำลังตะโกนใส่ทีมช่างที่กำลังขนคอมพิวเตอร์ขึ้นบันได
“รู้ไหมว่านั่นมันราคาเท่าไหร่!” เธอร้องลั่นพร้อมตบหน้าผากตัวเอง “ถ้ามันพังนะ ตัดเงินเดือนพวกแกแน่!”
ราเชลแค่นเสียง “เธอไฟแรงดีนะคะ”
“เธอไม่เคยแคร์อะไรนอกจากตัวเองมานานแล้วล่ะ” ดาร์เรนตอบ “แต่ตอนนี้เธอดูเหมือนจะรักการเป็นส่วนหนึ่งของอะไรบางอย่างที่ยิ่งใหญ่จริง ๆ”
ราเชลพยักหน้าอย่างเข้าใจ แล้วหันหลังไปมองอีกด้านหนึ่ง “พูดถึงการเป็นส่วนหนึ่งของอะไรยิ่งใหญ่ คุณยังไม่เจอสมาชิกคนสำคัญอีกหลายคนนะคะ” เธอผายมือไปยังกลุ่มมืออาชีพที่กำลังหารือกับทีมงาน “ให้ฉันแนะนำไหมคะ?”
“ไปกันเลย”
ราเชลเรียกคนแรกของกลุ่มมา ชายวัยกลางคน รูปร่างสูง ผมสีเข้มแต่งตัวเนี้ยบในสูทสีเทา ดวงตาคมเฉียบเฉกเช่นนักคิดมืออาชีพ
เขาคือ ไซม่อน วิลค์ส หัวหน้าฝ่ายวิจัยและวิเคราะห์
ดาร์เรนเปิด ข้อมูลบุคคลทันที
[ทักษะ:
• การแปลผลข้อมูล
• การวิเคราะห์ตลาด
• การคาดการณ์เชิงกลยุทธ์
• ความรู้ดิจิทัลลึกซึ้ง
• คณิตศาสตร์ขั้นสูง]
[อัตราการทำงาน: ★★★★★]
[ระดับความภักดี: 80% (ยังอยู่ในระดับวิชาชีพ ไม่เกินกว่านั้น)]
[คำแนะนำจากระบบ: ให้เขามีส่วนร่วมในการถกกลยุทธ์โดยตรงเพื่อเพิ่มแรงจูงใจและความภักดี]
ไซม่อนยื่นมือมาจับอย่างมั่นคง “คุณสตีล เป็นเกียรติมากครับ ผมเคยอ่านกลยุทธ์การลงทุนของคุณ และผมต้องบอกว่ามุมมองของคุณต่อบิตคอยน์มันทะเยอทะยานมากครับ”
ดาร์เรนยิ้ม “เราคงต้องคุยกันเยอะเลยล่ะ นัดประชุมกันอย่างเป็นทางการเร็ว ๆ นี้นะครับ”
“ผมรออยู่แล้วครับ” ไซม่อนพยักหน้า
ต่อมา หญิงสาวในวัยสามสิบต้นๆ ผมสั้นสีแดงเข้มเข้ามาหา แต่งตัวเนี๊ยบในเบลเซอร์สีน้ำเงินเข้มกับเสื้อแพรสีขาว เธอคือ มิแรนด้า สโลน ผู้จัดการพอร์ตการลงทุน
[ทักษะ:
• การบริหารสินทรัพย์
• การประเมินความเสี่ยง
• การกระจายพอร์ตการลงทุน]
[อัตราการทำงาน: ★★★★★]
[ระดับความภักดี: 90% (มิตรภาพกับคาร่าทำให้เธอแบ่งปันความหลงใหลในวิสัยทัศน์เดียวกัน)]
[คำแนะนำจากระบบ: มอบหมายการจัดสรรสินทรัพย์สำคัญในช่วงแรกเพื่อปูทางกลยุทธ์ระยะยาว และให้เธอทำงานควบคู่กับคาร่าเพื่อรักษาความภักดี]
มิแรนด้ายื่นมือมาด้วยรอยยิ้มมั่นใจ “คุณสตีลว้าว ฉันไม่คิดเลยค่ะ” เธอหัวเราะเบา ๆ “ว่าคุณจะอายุน้อยขนาดนี้”
ดาร์เรนหัวเราะ “ผมชินแล้วครับ”
เธอสูดลมหายใจ “ฉันเคยดูแลพอร์ตมูลค่าหลายพันล้านมาแล้ว แต่ต้องยอมรับว่า การเริ่มต้นสร้างอาณาจักรลงทุนดิจิทัลแบบนี้มันทำให้ฉันตื่นเต้นจริง ๆ”
“งั้นเราคิดตรงกัน” ดาร์เรนตอบ
สุดท้าย ชายสูงวัยเล็กน้อย ท่าทีสุขุม ผมสีเทาขาวนิด ๆ เดินเข้ามา ดวงตานิ่งลึกแต่จับจ้องประเมินดาร์เรนอย่างเฉียบคม
เขาคือ เอ็ดเวิร์ด เบลน ที่ปรึกษาด้านการเงิน
[ทักษะ:
• การจัดโครงสร้างความมั่งคั่ง
• การเพิ่มประสิทธิภาพภาษี
• กลยุทธ์การลงทุน
• การช่วยเหลือด้านการเงิน]
[คุณลักษณะการทำงาน: ★★★★☆]
[ระดับความภักดี: 52% (ต้องการแค่ “งาน” เท่านั้น)]
[คำแนะนำจากระบบ: ให้เป้าหมายทางการเงินที่ชัดเจนเพื่อเสริมแรงจูงใจและทิศทาง]
เอ็ดเวิร์ดยื่นมือมาจับ “คุณหนุ่มจริง ๆ อย่างที่เขาพูดกันเลยนะครับ คุณสตีล แต่คุณมีวิสัยทัศน์ ผมชอบแบบนั้น แค่ต้องแน่ใจนะครับว่าเรือของเราจะมั่นคงตลอดทาง”
ดาร์เรนหัวเราะ “นั่นแหละครับเหตุผลที่ผมมีพวกคุณทั้งหมดนี่ไง”
เมื่อเขามองตามแผ่นหลังของชายวัยกลางคนเดินจากไป ดาร์เรนก็แอบยิ้มกับตัวเอง ‘ไม่แปลกหรอกที่บางคนจะไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นกับวิสัยทัศน์ของเรา บางคนแค่ต้องการงาน เพื่อเลี้ยงครอบครัว แค่นั้นเองเป็นเรื่องธรรมดา’
“คุณคิดยังไงบ้างคะ?” ราเชลถามเขาหลังจากนั้น
ดาร์เรนหันมามองเธอ ยิ้มบาง ๆ ที่ทำเอาหัวใจของเลขาสาวที่เย็นชาตลอดเวลาถึงกับเต้นผิดจังหวะ
“คุณทำได้ดีมาก” เขาบอกเธอ
ดวงตาราเชลเป็นประกาย ขณะที่เธอมองเขา แล้วเลียริมฝีปากแผ่วเบา “คุณพอใจหรือเปล่าคะ?”
“พอใจมากครับ” ดาร์เรนตอบเสียงนุ่ม
พวกเขายืนใกล้กันอยู่อย่างนั้นชั่วขณะ ในขณะที่รอบด้านยังคงเต็มไปด้วยความเคลื่อนไหวของการก่อร่างสร้างบริษัท
แต่แล้วก็มีบางอย่างหรือใครบางคนเข้ามาใกล้
ราเชลเป็นคนสังเกตเห็น เธอกระแอมเบา ๆ ทำให้ดาร์เรนหันกลับไปมอง