ไฟสุขสันต์ของเศรษฐีนี

บทที่ 38: ไฟสุขสันต์ของเศรษฐีนี

เงินทองเป็นของที่ไม่ควรเก็บไว้

เมื่อใช้จ่ายออกไปเท่านั้น ถึงจะแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งแกร่งของตนเองได้

ครั้งนี้ เย่ฟานซื้อวัตถุดิบปรุงยามาหนึ่งร้อยชุดเต็มๆ คิดเป็นหิญวิญญาณห้าสิบก้อนระดับต่ำ ทำให้เย่ฟานรู้สึกเจ็บปวดใจยิ่งนัก

เย่ฟานรู้ว่าวัตถุดิบเหล่านี้ ตระกูลหลี่คงได้กำไรไปอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง

หากสามารถเพาะปลูกวัตถุดิบเองได้ กำไรจากการปรุงยาก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก

แต่การเพาะปลูกสมุนไพรวิญญาณ ในตอนนี้ตระกูลเย่ยังไม่มีเงื่อนไขนั้น

การปลูกสมุนไพรวิญญาณต้องใช้ทุ่งวิญญาณ และยังต้องมีผู้ฝึกตนธาตุไม้คอยดูแล รวมถึงเวทมนตร์พิเศษ

แต่ในอนาคต ตระกูลเย่จะต้องเดินบนเส้นทางของการผลิตเองขายเองอย่างแน่นอน

ต่อไปก็เป็นวัสดุสำหรับวางค่ายกล

ค่ายกลรวมปราณ ค่ายกลมายา ค่ายกลซ่อนเร้น

ค่ายกลสองชนิดหลัง เย่ฟานไม่ได้ตั้งใจจะวางให้ดีมากนัก ดังนั้นราคาจึงไม่สูง เพียงแค่ยี่สิบก้อน

แต่สำหรับวัสดุของค่ายกลรวมปราณ กลับต้องใช้เงินของเย่ฟานไปถึงแปดสิบก้อนเต็มๆ

สุดท้าย เย่ฟานซื้อแร่วิญญาณระดับต่ำมาจำนวนหนึ่ง เตรียมที่จะกลับไปสร้างอาวุธเวทที่บ้าน

การสร้างอาวุธเวทและการปรุงยา แม้จะมีเทคนิคแล้ว แต่ก็ยังต้องการระดับพลังที่ไม่ต่ำ

เพราะการคงไฟวิญญาณและการสลักอักขระเป็นเวลานาน จะใช้ปราณเป็นจำนวนมาก

ในตอนนี้ เย่ฟานทำได้มากที่สุดก็แค่สร้างอาวุธเวทระดับกลาง และปรุงยาสำหรับผู้ฝึกตนขั้นกลางของการฝึกปราณเท่านั้น

เงินสองร้อยก้อน สุดท้ายเย่ฟานเหลือเพียงแค่ยี่สิบก้อน

ส่วนถุงมิติที่เย่ฟานอยากซื้อในตอนนี้ ช่างเถอะ ไว้ค่อยว่ากันทีหลัง เพราะมันไม่ใช่สิ่งจำเป็น

ในฐานะผู้ครอบครองระบบคนหนึ่ง การที่ไม่มีเงินซื้อแม้แต่ถุงมิติ เย่ฟานคิดว่าตัวเองคงเป็นคนแรก

วัสดุจำนวนมาก ถูกบรรจุอยู่ในห่อใหญ่สามห่อเต็มๆ และถูกแบกอยู่บนหลังของทั้งสามคน

ไม่ได้เดินเล่นต่อ เย่ฟานพาคนทั้งสามเตรียมตัวกลับบ้าน

เพิ่งเดินออกจากประตูร้านค้าของตระกูลหลี่ เย่จิ่นไห่ก็หยุดฝีเท้ากะทันหัน มองไปยังทิศทางหนึ่งด้วยใบหน้าตื่นตระหนก

ครู่ต่อมา เย่จิ่นไห่ก็ก้มหน้าลง เดินก้มหน้าก้มตาออกไปข้างนอก

เย่ฟานมองตามสายตาของเย่จิ่นไห่ เห็นเด็กสาวอายุประมาณยี่สิบปีคนหนึ่ง

แม้จะไม่ได้สวยงามเป็นพิเศษ แต่บรรยากาศที่บริสุทธิ์ของเธอก็ทำให้ผู้คนอดไม่ได้ที่จะมองซ้ำหลายครั้ง

เย่จิ่นไห่ รู้จักเด็กสาวคนนี้แล้วหรือ เริ่มมีความรักแล้วหรือนี่?

เย่ฟานเกิดความรู้สึกอยากรู้เรื่องชาวบ้านขึ้นมาทันที การที่ทำให้เย่จิ่นไห่เป็นเช่นนี้ได้ เด็กสาวคนนี้คงไม่ธรรมดา

ในวินาทีต่อมา เด็กสาวก็เห็นเย่จิ่นไห่ที่กำลังก้มหน้าเดินอย่างรวดเร็ว ดวงตาของเธอเป็นประกายขึ้นมาทันที

“เย่จิ่นไห่ เจ้าหยุดเดี๋ยวนี้นะ!”

เด็กสาววูบหนึ่ง ก็มาถึงข้างกายเย่จิ่นไห่อย่างรวดเร็ว

ความเร็วของเด็กสาว ทำให้เย่ฟานตกใจเช่นกัน

ระดับพลังของเด็กสาวคนนี้แข็งแกร่งมาก แข็งแกร่งกว่าเย่ฟานเสียอีก

เด็กสาวคว้ามือของเย่จิ่นไห่ทันที แล้วลูบคลำไปมา

“เย่จิ่นไห่ ช่วงนี้เจ้าหายไปไหนมา รู้ไหมว่าข้าเป็นห่วงเจ้ามากแค่ไหน? อาการบาดเจ็บของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง หายดีแล้วใช่ไหม?”

เด็กสาวแสดงท่าทีเป็นห่วงเป็นใย ท่าทีที่มีต่อเย่จิ่นไห่แตกต่างออกไปมาก

เย่จิ่นไห่ถอนหายใจอย่างจนปัญญา “หยวนติงหาน ข้าไม่เป็นอะไร ไม่ต้องเป็นห่วง ข้าหายดีแล้ว ลาก่อน”

เย่จิ่นไห่พูดจบก็หันหลังเตรียมจะหนี แต่ถูกหยวนติงหานคว้าตัวไว้จนหนีไม่ได้

“เย่จิ่นไห่ ข้าบอกแล้วไง ว่าเจ้าเห็นข้าแล้วต้องรับผิดชอบ”

“หยวนติงหาน ข้าไม่ชอบผู้หญิง ปล่อยข้าไปเถอะ”

……

ทั้งสองโต้เถียงกันไปมา เย่ฟานก็พอจะเดาเรื่องราวได้คร่าวๆ

ลูกชายของตนมองหยวนติงหาน จากนั้นหยวนติงหานไม่พอใจ ต้องการให้ลูกชายรับผิดชอบ แต่ลูกชายกลับไม่อยากรับผิดชอบ

เนื้อเรื่องน้ำเน่าแบบนี้ ทำให้เย่ฟานแทบอยากจะหยิบเมล็ดแตงโมออกมานั่งฟังเสียตรงนั้น

“ท่านพ่อ ท่านช่วยข้าด้วยเถิด”

เย่จิ่นไห่จนปัญญา หันไปพูดกับเย่ฟานที่ยืนดูละครอยู่ข้างๆ

เมื่อได้ยินว่าเย่ฟานเป็นพ่อของเย่จิ่นไห่ หยวนติงหานที่จับมือเย่จิ่นไห่อยู่ก็ปล่อยมือทันที ยืนตัวตรง ใบหน้าแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย

“สวัสดีเจ้าค่ะคุณลุง หนูชื่อหยวนติงหานเจ้าค่ะ”

อืม ไม่เลว ดูท่าทางจะเป็นแม่บ้านแม่เรือนดี

ส่วนเรื่องที่เมื่อกี้เกาะแกะเย่จิ่นไห่อยู่นั้น เย่ฟานบอกว่าเขาไม่เห็น

เย่ฟานดึงเย่จิ่นไห่มาข้างๆ “เสี่ยวไห่ เด็กสาวคนนี้ดูดีนะ ลองตกลงกับนางดูไหม?”

ไม่ว่าจะเป็นอาวุธเวทหรือบุคลิก ก็ดูออกว่าเป็นเศรษฐีนี

“ท่านพ่อ อย่าเลย นางคนนี้เล่นอะไรพิเรนทร์ๆ ทั้งนั้น”

พิเรนทร์?

เมื่อนึกถึงไฟสุขสันต์ของเศรษฐีนีหากเปลี่ยนเป็นไฟวิญญาณ เย่ฟานก็อดขนลุกไม่ได้

“หนูน้อย ให้ข้าเรียกเจ้าว่าเสี่ยวหานได้ไหม?”

หยวนติงหานพยักหน้า

“เสี่ยวหาน ในเมื่อเจอกันแล้วก็ถือเป็นวาสนา ไปทานอาหารด้วยกันหน่อยเป็นไร?”

ในตลาดชิงหยุนก็มีร้านอาหารเช่นกัน

นอกจากนี้ ในร้านยังมีแต่เนื้ออสูรขายทั้งนั้น

รสชาติดีมากก็จริง แต่ราคาก็ค่อนข้างแพง

แต่เป็นการเลี้ยงรับรองเด็กสาวที่อนาคตมีแนวโน้มว่าจะกลายเป็นคนในครอบครัว เย่ฟานก็ไม่ได้ขี้เหนียว สั่งอาหารไปไม่กี่อย่างก็หมดไปห้าก้อน

หลังจากทานอาหารเสร็จ เย่ฟานก็พอจะเข้าใจความเป็นมาของหยวนติงหานได้คร่าวๆ

หยวนติงหาน เป็นลูกหลานโดยตรงของตระกูลหยวน ซึ่งเป็นตระกูลผู้ฝึกตนในละแวกใกล้เคียง

ตระกูลหยวนนี้ไม่ใช่ตระกูลเล็กๆ แต่เป็นตระกูลผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งกว่าตระกูลหลี่เสียอีก ในตระกูลมีผู้ฝึกตนขั้นปลายของการฝึกปราณอยู่หลายคน

ตัวหยวนติงหานเองก็มีระดับพลังที่ไม่น้อย อยู่ในขั้นสี่ของการฝึกปราณแล้ว แข็งแกร่งกว่าเย่ฟานเสียอีก

คำแนะนำของหยวนติงหานทำให้เย่ฟานแอบตกตะลึง

สายตาที่มองไปยังเย่จิ่นไห่ก็เปลี่ยนไป

ไอ้หนู ไม่พูดไม่จา ที่แท้ก็เกาะเศรษฐีนี

คิดดูแล้ว แม้แต่ไฟสุขสันต์ของเศรษฐีนีก็ไม่ใช่เรื่องที่รับไม่ได้

แม้ว่าระดับพลังของเย่จิ่นไห่จะไม่เท่าไหร่ แต่รูปร่างหน้าตาก็สืบทอดมาจากเย่ฟานอย่างสมบูรณ์แบบ หล่อเหลาเป็นอันดับหนึ่ง

ไม่แปลกใจเลยที่หลายคนบอกว่ารูปร่างหน้าตาก็เป็นพรสวรรค์อย่างหนึ่ง

คนที่มีรูปร่างหน้าตาดี ขีดจำกัดในอนาคตก็จะสูงกว่า

โอกาสของเย่จิ่นไห่ก็มาถึงแล้วนี่ไง

เย่ฟานดูออกว่าเย่จิ่นไห่มีความรู้สึกดีๆ ให้กับหยวนติงหานคนนี้

แต่เย่จิ่นไห่กลับปฏิเสธมาตลอด ดูเหมือนจะเป็นเพราะความรู้สึกด้อยกว่า

ระดับพลังของตัวเองไม่สูงเท่าภรรยา เย่จิ่นไห่จึงไม่เต็มใจ

ไอ้หนู นี่ไม่ใช่แค่จะกินข้าวอ่อน แต่ยังจะกินข้าวอ่อนแบบแข็งกระด้างอีกด้วย

เย่ฟานแอบยกนิ้วโป้งให้ สมแล้วที่เป็นลูกของข้า เก่งจริง!

หลังจากทานอาหารเสร็จ เย่ฟานก็สั่งกลับบ้านอีกชุด เตรียมเอาไปให้คนอื่นๆ ในครอบครัวได้ลองชิม

เรื่องของเย่จิ่นไห่กับหยวนติงหาน เย่ฟานไม่ได้ตั้งใจจะเข้าไปยุ่ง ให้พวกเขาจัดการกันเอง

หากตกลงกันได้จริงๆ เรื่องตระกูลหยวน เย่ฟานก็จะหาทางจัดการเอง

เมื่อได้ยินว่าเย่ฟานกับพวกเขากำลังจะกลับบ้าน หยวนติงหานก็แสดงความสนใจขึ้นมาทันที ร้องเสียงหลงว่าจะตามเย่จิ่นไห่ไปเยี่ยมบ้านตระกูลเย่ด้วย

ครั้งนี้ เย่จิ่นไห่ไม่ได้ปฏิเสธ

เป็นเช่นนี้เอง จากที่ตระกูลเย่มากันสามคน ตอนกลับก็กลายเป็นสี่คน

เมื่อหยวนติงหานกลับมาถึงตระกูลเย่ ก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากทุกคนในตระกูล

“เจ้าเป็นเด็กสาวคนแรกที่เสี่ยวไห่พามาบ้านนะ”

“เสี่ยวไห่ไม่เคยดีกับผู้หญิงคนไหนขนาดนี้มาก่อนเลย”

“เจ้าคือรักแรกของเสี่ยวไห่”

……

คำพูดต่างๆ นานา ทำให้หยวนติงหานดีใจจนแก้มปริ ควักโอสถเพิ่มปราณที่ใช้สำหรับผู้ฝึกตนขั้นกลางของการฝึกปราณออกมาขวดหนึ่ง แจกให้ทุกคน

โอสถเพิ่มปราณเม็ดละห้าก้อนระดับต่ำ เป็นเศรษฐีนีตัวจริงเสียงจริง เย่จิ่นไห่เด็กคนนี้โชคดีอะไรเช่นนี้

เมื่อเทียบกับเย่ฟานแล้ว คนในตระกูลใหญ่อย่างหยวนติงหานย่อมมีความเข้าใจเรื่องราวในโลกเซียนอย่างครอบคลุมมากกว่าแน่นอน

คนในตระกูลใหญ่เหล่านี้ น้อยคนนักที่จะเก็บตัวฝึกฝนอยู่ที่บ้านตลอดเวลา ส่วนใหญ่จะออกไปฝึกฝนประสบการณ์

สำหรับผู้ฝึกตนแล้ว ระดับพลังสำคัญ จิตใจก็สำคัญเช่นกัน

มิฉะนั้น เมื่อระดับพลังสูงขึ้น แต่จิตใจไม่มั่นคง ความยากลำบากในการทะลวงก็จะเพิ่มขึ้นนับไม่ถ้วน

(จบตอน)

ตอนก่อน

จบบทที่ ไฟสุขสันต์ของเศรษฐีนี

ตอนถัดไป