คอของแกดูน่ากินดี

ตอนที่ 107 คอของแกดูน่ากินดี



ร่างเงาผีกู่หยาง เอ่ยขึ้นด้วยเสียงแหบแห้งอย่างสุดขั้ว ราวกับเสียงที่ดังมาจากใต้เก้าชั้นนรก ทำเอาหนังศีรษลุกซู่

“กำลังรอฉันอยู่รึ?”

ทันทีที่ได้ยินเสียงนี้ คนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานถึงกับตัวสั่นเล็กน้อย รีบจุดบุหรี่มวนใหม่ แล้วพยายามบังคับตัวเองให้สงบลง

“ใช่แล้ว ฉันรอคุณอยู่ และรอมานานมากแล้วคุณมาช้ากว่าที่คาดไว้เล็กน้อย”

กู่หยางไม่ปรากฏตัวออกมา แต่ยืนอยู่ในเงามืด พลางตอบกลับ

“ตอนออกมาข้างนอก คอแห้งนิดหน่อย เลยแวะซื้อชานมดื่มแก้วนึงก่อน”

คนที่นั่งอยู่ถึงกับอึ้งไปทันที ไม่คิดเลยว่าจะได้รับคำตอบแบบนี้

บุชเชอร์ ชอบดื่มชานม?

บ้าบอเกินไปแล้ว!

ถ้าเขาโพสต์ออนไลน์ว่า "บุชเชอร์ชอบชานม" มีหวังโดนด่ายับแน่

ใครจะไปเชื่อว่าฆาตกรลึกลับและทรงพลังระดับนี้จะดื่มเครื่องดื่มขยะพรรค์นั้นได้?

ชายในรถเข็นเอ่ยแนะนำตัว

“ฉันชื่อเมิ่งเสี่ยว เป็นศิษย์ของหมีชวน และเป็นเจ้าของยิมมวยใต้ดินคนปัจจุบัน”

กู่หยางได้ยินแล้วถึงกับสนใจทันที

คนในยิมมวยใต้ดินนี่มันอึดดีจริง ๆ เขาฆ่าหัวหน้ามาแล้วถึงสองคน ยังมีคนใหม่โผล่มาอีก แถมคนที่สามนี่กล้ายิ่งกว่าอีก เชิญเขามาเลี้ยงเลยด้วยซ้ำ!

ร่างเงาผีกู่หยางเอ่ยด้วยเสียงล้อเลียน

“คงไม่คิดจะแก้แค้นแทนเจ้าโง่สองคนนั่นใช่ไหม?”

เมิ่งเสี่ยวส่ายหน้า

“เป็นไปไม่ได้เลย! จริง ๆ ต้องขอบคุณด้วยซ้ำ ถ้าไม่มีคุณ ฉันคงไม่มีสิทธิ์นั่งอยู่ตรงนี้ได้เลย
เหตุผลที่เชิญคุณมาวันนี้ ก็เพื่อจะ ‘ร่วมมือ’ กับคุณ”

ไหน ๆ คืนนี้ก็ว่าง กู่หยางเลยรู้สึกอยากรู้ว่าเจ้าหมอนี่จะมาไม้ไหน

“ว่ามา อยากร่วมมือยังไง?”

เมิ่งเสี่ยวเริ่มพูดอย่างมั่นใจ

“ง่ายมาก บุชเชอร์ผู้พิทักษ์ความยุติธรรมยามค่ำคืนอย่างคุณก็น่าจะชอบดูหนังซูเปอร์ฮีโร่ใช่ไหม?

อะไรประมาณแบทแมน, สไปเดอร์แมน, ไอรอนแมน อะไรทำนองนั้น

พวกเขาก็มีพลัง มีอุดมการณ์เพื่อความยุติธรรม เหมือนกับคุณนั่นแหละ

แต่มีอย่างหนึ่งที่คุณเทียบพวกเขาไม่ได้…”

ร่างเงาผีกู่หยางย้อนถามกลับ

“อะไรที่ฉันเทียบไม่ได้?”

เมิ่งเสี่ยวพ่นควันบุหรี่ออกมา แล้วตอบอย่างมั่นใจ

“สถานะและการยอมรับในสังคม!

ฮีโร่พวกนั้นไม่ต้องแอบอยู่ในเงามืดเหมือนคุณ ไม่ต้องหลบหนีการไล่ล่าจากสำนักงานปราบปราม

พวกเขาเดินในที่แจ้งได้อย่างสง่าผ่าเผย ได้รับความรักและความเคารพจากสาธารณชน และแม้แต่ภาครัฐยังต้องยกย่อง

บุชเชอร์! คุณอยากได้แบบนั้นบ้างไหม?”

ความจริงกู่หยางอยากจะตอบกลับไปว่า

“อยากตายเรอะ!”

เผยตัวตนให้หมด แล้วออกหน้าออกตาให้คนรู้จักเนี่ย มันเรื่องของคนโง่ชัด ๆ

เขาฆ่าคนก็เพื่อดูดกลืนอายุขัย เพื่อพัฒนาตัวเอง ไม่ได้ทำเพื่อชื่อเสียงเงินทอง

แต่เขาไม่ตอบ ทำให้เมิ่งเสี่ยวเข้าใจว่า ตัวเองอ่านใจบุชเชอร์ออกแล้ว

เขาพูดต่อ

“ฮีโร่เหล่านั้นทำได้เพราะมี ‘ผู้ช่วย’ คอยช่วยเหลือ ทั้งวางแผน, ดูแลเบื้องหลัง และจัดการเรื่องต่าง ๆ ให้ครบวงจร

และคุณก็จำเป็นต้องมีผู้ช่วยแบบนั้นเช่นกัน ซึ่งฉันยินดีจะเป็นผู้ช่วยให้!”

ร่างเงาผีกู่หยางก็เข้าใจในทันที ทั้งหมดนี้พูดมาเพราะ อยากเสนอตัวเป็น “ผู้ช่วยส่วนตัว” นั่นเอง

“อยากเป็นผู้ช่วยฉัน แล้วทำอะไรได้บ้าง?”

แม้จะคุยกันมานาน เมิ่งเสี่ยวก็ยังแอบคิดในใจว่า

“เสียงของเจ้าหมอนี่มันน่ากลัวเป็นบ้า ราวกับปีศาจจากขุมนรก
ต้องใช้เครื่องแปลงเสียงแน่ ๆ ไม่มีมนุษย์คนไหนเสียงน่ากลัวขนาดนี้หรอก ฟังแล้วขนลุกไปทั้งหลัง”

เมิ่งเสี่ยวเริ่มนำเสนอตัวเอง

“ฉันมีคุณสมบัติที่ไม่มีใครแทนที่ได้

หนึ่ง ฉันมีเงิน และมีคอนเนคชั่นมากมาย ฉันสืบข้อมูลทุกอย่างให้คุณได้

ใครในเมืองนี้เลวแค่ไหน, หลบอยู่ไหน, จะฆ่าอย่างไรให้ได้ผลดีที่สุด ฉันจัดให้หมด

สอง ฉันควบคุมสื่อออนไลน์หลายช่อง ทั้งสตรีมเมอร์และแอคเคานต์โซเชียล ทำให้สร้างกระแสให้คุณได้ในพริบตา

ฉันเปลี่ยนคุณให้กลายเป็น ‘ฮีโร่ระดับชาติ’ ได้แน่ แม้แต่สำนักงานปราบปรามก็ต้องระวังตัว ไม่กล้าจับคุณออกสื่อ เพราะกลัวต้านกระแสสังคม

เมื่อมีฉัน บุชเชอร์สามารถทำภารกิจ ‘เฉือนหัว’ ได้ง่ายกว่าเดิม และยังได้ทั้งชื่อเสียงและเงินทอง

วันนี้ฉันไม่เปิดไฟ ไม่พาคนมา เป็นการแสดงความจริงใจ ว่าไงล่ะ บุชเชอร์สนใจไหม?”

ร่างเงาผีกู่หยางมองดูเมิ่งเสี่ยวในเงามืด

ต้องยอมรับว่า หมอนี่ก็มีของอยู่เหมือนกัน กล้าเสนอตัวมาขนาดนี้

ถ้าร่วมมือกันจริง ๆ ประโยชน์ที่กู่หยางจะได้รับก็มากมายมหาศาล

แต่ที่สำคัญ ผลประโยชน์ที่เมิ่งเสี่ยวจะได้ ก็ “จับต้องได้จริง” และไม่น้อยเลย

เงียบเท่าไร เมิ่งเสี่ยวก็ยิ่งมั่นใจ

เขาเชื่อว่า ไม่มีใครกล้าปฏิเสธข้อเสนอขนาดนี้ได้

แม้จะรู้สึกถึงความเย็นยะเยือกที่อยู่ด้านหลังกำลังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ เขาก็ยังไม่สะทกสะท้าน

แล้วร่างเงาผีกู่หยางก็ปรากฏตัวอยู่ด้านหลังเมิ่งเสี่ยว พร้อมเอ่ยขึ้นด้วยเสียงหัวเราะเบา ๆ

“ความคิดดีมาก ฉันก็อยากจะตกลงนะ แต่ตอนนี้ ฉันกำลังมีเรื่องที่น่าสนใจกว่านั้นจะทำนิดหน่อย”

“เรื่องอะไร?”

“ก็แค่...คอของแกดูน่ากินดี ฉันอยากฟันมันเล่นสักที!”

ทันใดนั้น มือของร่างเงาผีฟาดขึ้นสูง และมีใบดาบเงาดำสนิทปรากฏขึ้นทันที

เมิ่งเสี่ยวไม่มีเวลาแม้แต่จะขยับตัว ใบดาบฟันลงอย่างรวดเร็ว

ในพริบตาเดียว ร่างของเมิ่งเสี่ยวกลายเป็นศพไร้หัว!

ทันใดนั้น พลังหยวนโส่วจาง ๆ ก็แผ่ออกจากร่างเข้าสู่ร่างเงาผี

ร่างเงาผีรู้สึกถึงการเรียกของร่างหลัก ฆ่าเสร็จแล้ว ถึงเวลาต้องกลับแล้ว

แต่ในตอนนั้นเอง ก็มีเสียง “ติ๊ก ติ๊ก” ดังมาจากร่างของเมิ่งเสี่ยว ราวกับการนับถอยหลัง

กู่หยางมองใกล้ ๆ แล้วพบว่า ร่างของเมิ่งเสี่ยวถูกติดกลไกจำนวนมาก แค่ฟันเข้าไปเพียงดาบเดียว กลไกระเบิดก็ถูกกระตุ้นทันที

เขาไม่พูดอะไร กลายเป็นเงาแล้ววาร์ปออกจากที่นั่นทันที!

และในเสี้ยววินาทีหลังจากนั้น ตูม! เสียงระเบิดดังสนั่น

สำนักงานทั้งชั้นถูกทำลายย่อยยับ

ข้างล่าง บอดี้การ์ดจำนวนมากได้ยินเสียงระเบิดก็ดาหน้ากันขึ้นมา โดยถือปืนกันครบมือ

แบล็กสกัลเป็นคนแรกที่ตะโกนลั่น

“เร็วเข้า! พี่เมิ่งมีอันตราย! ทุกคนลุย!

ทีมหนึ่ง ปิดเส้นทางหนี

ทีมสอง สกัดลิฟต์

ที่เหลือ บุกขึ้นไปกับข้า!

วันนี้ ไอ้สารเลวนั่นจะหนีออกจากตึกนี้ไม่ได้เด็ดขาด!”

การ์ดติดอาวุธเกือบ 30 คน กระจายกำลังทันที

เมื่อแบล็กสกัลพาลูกน้องขึ้นไปถึงชั้นบนสุด ก็เห็นห้องที่เมิ่งเสี่ยวอยู่ กลายเป็นทะเลเพลิง

เขาไม่รอช้า ทุบตู้ดับเพลิงใกล้ ๆ ดึงถังออกมาฉีดทันที

คนที่เหลือก็รีบลุยเข้าไปช่วยอย่างเร่งด่วน

ในขณะนั้นเอง กู่หยางที่สติกลับเข้าสู่ร่างหลัก ก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่งบนเตียง

เขาหันไปมองเมืองนอกหน้าต่างบานใหญ่ มองเห็นเปลวไฟจากตึกสูงที่กำลังลุกไหม้

ถึงตึกนั้นจะสูงกว่าร้อยชั้น แต่พอเกิดไฟไหม้ขึ้นมา มันก็โดดเด่นจนมองเห็นได้ชัด

กู่หยางรู้สึกถึงพลังหยวนโส่วที่เพิ่งได้รับ แล้วสีหน้าก็เปลี่ยนทันที

“เฮ้ย ทำไมได้น้อยจังวะ? ไอ้ร่างเงา! แอบแวะชิมเองใช่ไหมเนี่ย!?”



ตอนก่อน

จบบทที่ คอของแกดูน่ากินดี

ตอนถัดไป