โปรเจกต์ร่วมมือ

บทที่ 170 โปรเจกต์ร่วมมือ



อาหารเย็นที่บ้านของกู่หยางไม่ใช่อะไรพิเศษนัก เป็นเพียงกับข้าวบ้าน ๆ ธรรมดา

ฝีมือทำอาหารของซูเฉิงเฉิงก็ธรรมดาเช่นกัน แต่หยวนเนี่ยนถังกลับทานอย่างมีความสุข

เพราะเธอรู้สึกว่าตนเองอาจเข้าใจกู่หยางผิดไป

เดิมทีเธอคิดว่าเมื่อกู้หยางเชิญเธอเข้าบ้านทานข้าว น่าจะมีเจตนาไม่บริสุทธิ์เหมือนพวกผู้ชายคนอื่น ๆ ที่เคยพบ แต่ที่ไหนได้ มื้อนี้ของกู้หยางก็คือแค่มื้ออาหารจริง ๆ เท่านั้น

ตั้งแต่ต้นจนจบ นอกจากจะถามแค่ว่าอาหารถูกปากหรือไม่ เขาก็ไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติมอีกเลย

ตอนนั้นเอง หยวนเนี่ยนถังอดไม่ได้ที่จะอยากหยิบกระจกมาส่องดูตัวเอง เสน่ห์ของเธอลดลงแล้วหรือ?

ไม่น่าเป็นไปได้!

อ้อ จริงสิ เขาเป็นอัมพาตช่วงล่าง อาจจะเหมือนขันที ไม่มีความคิดแบบนั้นก็ได้?

เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ หยวนเนี่ยนถังก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบสายตาไปที่ขาของกู่หยาง โดยเฉพาะบริเวณตรงกลางมองซ้ำสองสามรอบ

พอดีกับที่กู่หยางเงยหน้าขึ้นพอดี สายตาทั้งคู่ประสานกันตรง ๆ

หยวนเนี่ยนถังรู้สึกกระดากอายขึ้นมาทันที ใบหน้าเย็นชาสวยสง่าปรากฏสีแดงระเรื่อจาง ๆ

แย่แล้ว...แย่จริง ๆ ฉันไปเรียกเขาว่าขันทีในใจ เขาจะจับได้หรือเปล่านะ!?

เพื่อทำลายความกระอักกระอ่วน หยวนเนี่ยนถังจึงเป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อนว่า

“คุณกู่คะ ฉันเคยดูไลฟ์เกี่ยวกับบริษัทไบโอเทคของคุณมาแล้วค่ะ

ฉันเห็นว่าบริษัทของคุณเข้าสู่ระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบแล้ว ฉันไม่เคยเห็นแขนกลและโปรแกรมที่ล้ำหน้าแบบนี้มาก่อนเลย

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฉันก็ไปเยี่ยมชมบริษัทอื่น ๆ บ่อยนะคะ พวกเขาเต็มที่ก็แค่กึ่งอัตโนมัติเท่านั้น ระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบนี่เป็นสิ่งที่พวกเขายังไม่กล้าคิดด้วยซ้ำ

ได้ยินมาว่าการออกแบบเครื่องจักรกลและการเขียนโปรแกรมทั้งหมด เป็นฝีมือของคุณคนเดียว จริงไหมคะ?”

กู่หยางยิ้มเล็กน้อยแล้วพยักหน้า

“ก็จริงครับ

การอ่านหนังสือประเภทเดียวตลอดมันน่าเบื่อ ผมเลยลองศึกษาอย่างอื่นไปด้วยเล่น ๆ เฉย ๆ ไม่ใช่อะไรใหญ่โตครับ”

หยวนเนี่ยนถังได้ยินแล้วก็รู้สึกทึ่งขึ้นมาทันที มองกู้หยางอย่างตกตะลึง

ชายคนนี้...หรือว่าจะเป็นอัจฉริยะบ้าเรียนในตำนานจริง ๆ!?

นอกจากอ่านหนังสือ ศึกษา และวิจัยแล้ว เขาไม่สนใจอะไรเลย?

เธอมองไปยังการจัดบ้านของเขา แล้วก็สังเกตเห็นว่า ทั้งชั้นล่างและชั้นบนมีชั้นวางหนังสือขนาดใหญ่หลายอัน เต็มไปด้วยหนังสือในสาขาต่าง ๆ

และแต่ละเล่มก็ล้วนเป็นงานคลาสสิกในวงการนั้น ๆ ทั้งสิ้น

หยวนเนี่ยนถังอดไม่ได้ที่จะเอ่ยชม

“น่าทึ่งจริง ๆ! ฉันว่ามหาวิทยาลัยปักกิ่งควรจะมอบปริญญาเอกด้านคอมพิวเตอร์กับวิศวกรรมเครื่องกลให้คุณนะคะ”

แต่กู่หยางกลับตักซุปไก่มาซดเบา ๆ พร้อมพูดอย่างไม่ใส่ใจว่า

“ไม่สำคัญหรอกครับ มันก็แค่ตำแหน่ง

สำหรับคนไม่มีความสามารถ ต่อให้มีตำแหน่งก็ไม่มีประโยชน์ ส่วนคนที่มีความสามารถ ก็ไม่จำเป็นต้องมีมัน”

หยวนเนี่ยนถังถึงกับพูดไม่ออก เธอรู้สึกได้ว่ากู่หยางมีความสงบนิ่งที่ยากจะอธิบาย ราวกับชื่อเสียงเงินทองไม่สามารถสั่นคลอนเขาได้

คนเราจะวางเฉยต่อโลกได้ขนาดนี้เลยหรือ?

ถ้าเขาบวช เขาคงไม่ต้องเป็นเณรน้อย เริ่มเป็นเจ้าอาวาสได้เลย!

หลังจากคิดอยู่พักหนึ่ง หยวนเนี่ยนถังก็ตัดสินใจเอ่ยปากด้วยความกล้า

“คุณกู่คะ ฉันมีเรื่องหนึ่งที่อาจจะเสียมารยาทหน่อย

ฉันอยากให้คุณช่วยออกแบบสายการผลิตแบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบให้โรงงานของฉันด้วย ฉันจะจ่ายค่าจ้างให้ตามความเหมาะสม คุณคิดว่าควรเท่าไหร่ดีคะ?”

กู่หยางเข้าใจทันทีว่านี่คือเป้าหมายที่แท้จริงของหยวนเนี่ยนถัง

แน่นอน โรงงานที่มีระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบจะสามารถลดต้นทุนแรงงาน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และควบคุมคุณภาพได้ดีกว่ามาก เป็นสิ่งที่ทุกโรงงานต้องการ

กู่หยางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง อย่างไรเสียหยวนเนี่ยนถังก็เป็นผู้ประกอบการอันดับต้น ๆ ของเมืองเทียนซิน ในอนาคตตนยังต้องพึ่งพาเธอบ้าง การมีความสัมพันธ์ที่ดีย่อมดีกว่า

เขาจึงตอบว่า

“ไม่เป็นไรครับ ตอนนี้เราก็นั่งกินข้าวด้วยกันแล้ว ถือว่าเป็นเพื่อนกัน ผมว่างเมื่อไหร่ เดี๋ยวผมออกแบบให้ฟรีเลย”

หยวนเนี่ยนถังถึงกับตกใจเล็กน้อย แม้แต่เธอที่มักเยือกเย็นยังเผลออมยิ้มเล็ก ๆ

“จริงเหรอคะคุณกู่ แบบนี้มันจะเกรงใจเกินไปไหมคะ?”

กู่หยางส่ายหน้าแล้วยิ้ม

“ไม่เป็นไรครับ ก็เป็นเพื่อนกันแล้ว อย่าไปเกรงใจกันเลย”

หยวนเนี่ยนถังพยักหน้า แล้วพูดขึ้นว่า

“ฉันทราบว่าบริษัทของคุณกำลังขาดสภาพคล่องทางการเงิน บริษัทของฉันสามารถให้เงินกู้หมุนเวียนได้ ดอกเบี้ยจะต่ำที่สุดในตลาด คุณว่าหนึ่งร้อยล้านพอไหมคะ?”

กู่หยางถึงกับประหลาดใจ

เพื่อให้บริษัทเดินหน้า เขาเอาบ้านกับรถไปจำนองจนเกือบหมด ตัวเขาก็มีหนี้อยู่พอสมควร

แผนเดิมคือผลิตล็อตเล็กก่อน แล้วค่อยขยายแบบทบต้น แต่ก็ช้ากว่ามาก

แถมเขาไม่อยากยกหุ้นให้ใคร ตอนนี้ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว

ไม่คิดเลยว่าหยวนเนี่ยนถังจะยอมให้กู้เงินด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำสุด นี่มันช่วยเหลือเขาอย่างแท้จริง

“ขอบคุณมากครับ!”

หยวนเนี่ยนถังโบกมือเบา ๆ

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เราเป็นเพื่อนกัน อีกอย่าง เราอาจได้ร่วมมือกันในอนาคตด้วย

คุณกู่มีความรู้และผลงานโดดเด่นด้านการแพทย์ ฉันเลยอยากชวนคุณมาร่วมกันพัฒนาแบรนด์เหล้าเพื่อสุขภาพ ทำให้ทั้งขายดีและช่วยบำรุงร่างกาย

คุณแค่รับผิดชอบด้านเทคโนโลยี ส่วนด้านเงินทุนกับทีมงาน ฉันจัดการให้เอง รายได้ก็ค่อยมาหารกันทีหลัง ดีไหมคะ?”

กู่หยางสนใจมากจริง ๆ

สำหรับเขา การพัฒนาเหล้าบำรุงสุขภาพที่ล้ำยุคใช้เวลาไม่นาน แล้วค่อยส่งต่อให้หยวนเนี่ยนถังดูแล ก็สามารถได้ทั้งชื่อเสียงและเงินทองโดยไม่ต้องเหนื่อย สะดวกกว่าทำคนเดียวเยอะ

กู่หยางวางช้อนตะเกียบลง แล้วตอบทันที

“ฟังดูดีเลยครับ ผมก็ว่าความคิดนี้ใช้ได้

เดี๋ยวผมจะไปค้นคว้า พอมีสูตรสำเร็จแล้วจะโทรหาเลย”

หยวนเนี่ยนถังยิ้มและพยักหน้า

“ไม่มีปัญหาค่ะ ฉันจะรอฟังข่าวดีจากคุณ

อาหารก็ใกล้หมดแล้ว ฉันกลับก่อนนะคะ อย่าลืมมางานเลี้ยงพรุ่งนี้ล่ะ”

หลังจากพูดจบ เธอก็ลุกขึ้นเดินออก กู่หยางก็เข็นรถไปส่งเธอถึงประตูบ้าน

ใครจะคิดว่าอาหารมื้อนี้จะได้ผลลัพธ์เกินคาด ไม่เพียงแก้ปัญหาเงินทุนของบริษัทไปได้ ยังตกลงโปรเจกต์ธุรกิจใหม่ได้อีก ช่างคุ้มเกินคาด!

ไม่แปลกใจเลยที่มื้ออาหารกับมหาเศรษฐีระดับท็อปถึงมีราคาประมูลหลักสิบล้าน คุ้มสุด ๆ!

...

หยวนเนี่ยนถังนั่งอยู่หลังรถตู้เชิงพาณิชย์ รู้สึกตื่นเต้นอยู่ในใจ

แค่ทานข้าวมื้อนี้ เธอก็ได้สร้างความสัมพันธ์กับบริษัทไบโอเทคที่มีศักยภาพสูงอย่างเฉาหยางฯ และยังได้ลงนามโปรเจกต์ใหม่ ถือเป็นแรงผลักครั้งใหญ่ให้กับกลุ่มบริษัทฉงเมิ่งที่กำลังเข้าสู่ช่วงอิ่มตัว

เธอเงยหน้าพูดกับเลขาด้านหน้า

“กลับถึงบริษัทเมื่อไหร่ ให้รีบโอนเงินหนึ่งร้อยล้านไปที่บริษัทเฉาหยา เพื่อช่วยพวกเขาแก้ปัญหาทางการเงินโดยเร็ว”

เลขาพยักหน้า รีบจดบันทึกลงในสมุด แล้วหันมาถามว่า

“คุณหยวนคะ แล้วจะคิดดอกเบี้ยเท่าไหร่ดีคะ? หรือจะขอซื้อหุ้น?”

หยวนเนี่ยนถังส่ายหน้า

“ไม่คิดดอกเบี้ย ไม่ต้องหุ้น ถือว่าเป็นการช่วยคนของเราเอง”

เลขาถึงกับอึ้ง

“เอ๊ะ แบบนี้มันไม่ขาดทุนเหรอคะ?”

หยวนเนี่ยนถังพูดเสียงเย็น

“ทำตามที่สั่งก็พอ เธอไม่มีสิทธิ์ออกความเห็น”

เลขาจึงพยักหน้าเงียบ ๆ

ทันใดนั้น โทรศัพท์ของหยวนเนี่ยนถังก็ดังขึ้น เป็นหยวนเฉียนชิวที่โทรมา

พอรับสาย ปลายสายก็พูดด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ

“นอนเต็มอิ่ม กินอิ่มสบายตัวสุด ๆ เลย!

เหนียนถัง พ่อได้ยินว่าเธอไปเจอกู่หยางมา เป็นยังไง ได้ความประทับใจดี ๆ มาบ้างไหม?”

หยวนเนี่ยนถังหัวเราะเบา ๆ แล้วตอบว่า

“ค่ะ ก็รู้สึกประทับใจดี เขาเฉยเมยต่อชื่อเสียงเงินทอง มีวิสัยทัศน์ระยะยาว แถมยังจิตใจดี

เมื่อกี้ก็กินข้าวกับเขา แล้วยังคุยโปรเจกต์ธุรกิจกันนิดหน่อยด้วย”

หยวนเฉียนชิวดีใจขึ้นมาทันที

“จริงเหรอ! ดีมาก! เธอก็โตแล้วนะ ทุกปีพ่อหาคู่ให้ก็ไม่เคยถูกใจซักคน คราวนี้ค่อยโล่งใจหน่อย”

หยวนเนี่ยนถังถึงกับหน้าดำ

“พ่อ! พูดอะไรเนี่ย! หนูแค่คุยงานกับเขา ยังเป็นแค่เพื่อนกันนะ!”

“เพื่อนก็อะไรล่ะ เพื่อนจะกลายเป็นสามีภรรยาก็แค่ไปจดทะเบียน เธอพวกหนุ่มสาวสมัยนี้ช้าเกิน

ตอนพ่อเจอแม่เธอครั้งแรก ยังจดทะเบียนเลย

พ่อจะโทรไปถามไอ้หนูนั่นเดี๋ยวนี้เลย ว่าอยากมีเมียไหม!”

“พ่อบ้าไปแล้ว! บ้าจริง ๆ เลย!”



ตอนก่อน

จบบทที่ โปรเจกต์ร่วมมือ

ตอนถัดไป