บทที่ 20 ผู้กล้า(ฉบับแก้ไข)

บทที่ 20 ผู้กล้า(ฉบับแก้ไข)

รายงานของนักผจญภัย A: 【ข้าเป็นนักผจญภัยระดับทองแดง แต่หากพูดถึงความสามารถในการสำรวจดันเจี้ยน ข้าก็ไม่ได้เป็นรองนักผจญภัยระดับเงินหรอกนะ ครั้งนี้เดิมทีเข้ามาในดันเจี้ยนเซนด้วยความอยากรู้อยากเห็น อยากจะมาดูว่าที่นี่มันเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างไรบ้าง ผลลัพธ์ที่ได้กลับเกินคาดจริงๆ ภูมิประเทศบึงพิษแบบนี้ข้าเคยเห็นมามากกว่าหนึ่งครั้ง แต่ยังไม่เคยเห็นที่ไหนมีพิษรุนแรงถึงเพียงนี้มาก่อน พูดแล้วก็น่าอาย เพราะข้าไม่คิดว่าจะต้องเตรียมยาแก้พิษให้กับสัตว์เลี้ยงด้วย ทำให้พวกมันเข้ามาได้ไม่นานก็เดี้ยงกันหมด ความสามารถในการสอดแนมของข้าลดลงฮวบเลย】

【ในความคิดของข้า ภูมิประเทศในเขตหนองน้ำไม่ได้ซับซ้อนอะไรนัก ถึงขั้นเรียกว่าง่ายได้เลยด้วยซ้ำ เพียงแต่เพราะทิวทัศน์แบบเดิมๆ ทับถมกันอยู่มากมาย ทำให้ดูเกิดความเหมือนกันไปหมดอย่างรุนแรง คนที่มีความรู้สึกทิศทางไม่ค่อยเฉียบคมนักจึงหลงทางได้ง่าย ภูมิประเทศใต้น้ำในหนองน้ำก็เจ้าเล่ห์มาก มักจะเหยียบโดนหลุมลึกอยู่เป็นระยะๆ หรือไม่ก็เป็นกับดักแหลมคม จุดร่วมของทั้งสองอย่างนี้คือสร้างความเสียหายได้ไม่มาก แต่กลับสามารถจำกัดการเคลื่อนไหวได้】

【เมื่อใดก็ตามที่การเคลื่อนไหวถูกจำกัด ที่นี่ก็ไม่ต่างอะไรกับการถูกตัดสินโทษประหาร มอนสเตอร์ที่ซุ่มซ่อนอยู่ใต้น้ำจะพากันแห่เข้ามาอย่างบ่าคลั่ง น่าเสียดาย ข้าก็เป็นเพราะเหยียบโดนหลุมลึก ชั่วครู่ชั่วยามดึงขาไม่ออก จึงถูกมอนสเตอร์ฆ่าตาย】

รายงานของนักผจญภัย B: 【แม่มเอ๊ยหนองน้ำ แม่มเอ๊ยโครงกระดูกอสูร แม่มเอ๊ยมนุษย์ปลา แม่มเอ๊ยการ์กอยล์ แม่มเอ๊ยหนูยักษ์!!!】

【ชาตินี้กูไม่กลับมาที่นี่อีกแล้ว! ข้าจะกลับบ้านนอกไปทำนาแล้ว ลาก่อนตลอดกาล!】

รายงานของนักผจญภัย C: 【นักวิชาการมอนสเตอร์คนหนึ่งได้ว่าจ้างทีมของข้าให้เข้ามาสำรวจว่า หลังจากที่ดันเจี้ยนเซนเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติแล้ว มีมอนสเตอร์สายพันธุ์ใหม่เกิดขึ้นหรือไม่ เนื่องจากเขาเป็นคนจ่ายหนัก พวกเราจึงเตรียมเสบียงมาเพียงพอมากกว่าปกติ ไม่คาดคิดว่าจะช่วยได้มากถึงเพียงนี้】

【ม้วนคาถาลอยตัวที่ซื้อมาเล่นๆ กลับมีประโยชน์อย่างยิ่ง ข้ากับเพื่อนร่วมทีมตลอดการเดินทางไม่ได้สัมผัสกับหนองน้ำเลยแม้แต่น้อย วิธีรับมือทางอากาศของเหล่ามอนสเตอร์นั้นขาดแคลนอย่างยิ่ง นอกจากพลธนูบางตัวที่เกิดในหมู่โครงกระดูกอสูรแล้ว มอนสเตอร์ที่เหลือก็ทำได้เพียงแค่ปาโคลนใส่พวกเราเหมือนเด็กๆ เพียงแค่โล่พลังเวทระดับต่ำอันเดียวก็สามารถป้องกันได้ทั้งหมด และจากการสำรวจอย่างต่อเนื่องของพวกเรา ก็ได้ค้นพบมอนสเตอร์ชนิดใหม่จริงๆ เป็นมอนสเตอร์ที่มีรูปลักษณ์ภายนอกประหลาดอย่างยิ่ง คล้ายกับกบขนาดใหญ่ และที่สำคัญที่สุดคือความสามารถของมัน—】

【ต่อไปนี้เป็นเนื้อหาพิเศษ ท่านเจ้าเมืองหากอยากทราบก็โปรดแสดงความจริงใจออกมาหน่อยนะขอรับ~】

รายงานของนักผจญภัย D: 【เชี่ย เชี่ย เชี่ย! มันช่างน่าตื่นเต้นสุดๆ ไปเลย ข้างในนั้นมีมอนสเตอร์ชนิดหนึ่งที่ข้าไม่เคยเห็นมาก่อนเลย หน้าตาเหมือนกับกบ ลูกตาใหญ่สองลูกของมันเกือบทำให้ข้าตกใจตาย มันพ่นลมหายใจใส่ข้าทีเดียวข้าก็ตายเลย! หมอกดำนั่นดูเหมือนจะสามารถฆ่าคนได้ในพริบตาเลยนะ แปลกประหลาดชะมัด ฮ่าๆๆๆ ข้าจะต้องกลับไปเจอกับมันอีกครั้งให้ได้!】

【จริงสิๆ ตอนที่เมียข้าเปิดหีบสมบัติเกิดการระเบิดขึ้น ฮ่าๆๆๆๆ ขำตายห่าเลย ใครจะไปคิดว่าในหีบสมบัติจะซ่อนเวทระเบิดอัคคีเอาไว้ด้วยวะ นางตายคาที่เลย! ตอนหลังข้าก็เห็นหีบสมบัติใบหนึ่ง เลยขว้างลูกไฟใส่จากระยะไกล ผลคือเจ้าเดาซิว่าเป็นอย่างไร มันเป็นหีบสมบัติธรรมดาๆ! ข้าทำลายของล้ำค่าด้วยมือของข้าเอง ไม่ได้อะไรกลับมาเลย!】

【หมายเหตุผู้ตรวจสอบ: ต้องสงสัยว่านักผจญภัยผู้นี้มีปัญหาทางจิต】

รายงานของนักผจญภัย E: 【ไสหัวไป】

【หมายเหตุผู้ตรวจสอบ: นักผจญภัยผู้นี้ด่าทอชนชั้นสูง ขณะนี้ได้ถูกทหารยามควบคุมตัวแล้ว】

รายงานของคนงานเหมือง: 【คือ เอ่อ วันนี้ข้าไม่ได้ขุดผลึกโลหิตเลยสักก้อน ท่านจะไม่หักเงินเดือนข้าใช่ไหมขอรับ? ไม่หักหรือขอรับ ขอบคุณ ขอบคุณมากขอรับ ข้าขอขอบคุณแทนทั้งครอบครัวของข้าเลยขอรับ】

【อะไรนะขอรับ ท่านถามว่าในดันเจี้ยนเห็นอะไรบ้างรึ? อืม ข้าขอนึกดูก่อนนะขอรับ ก็มีมอนสเตอร์ร้องวาลากาก้า ลมใหญ่พัดฟู่ อ่า ฟู่ อ่า หนองน้ำเสียงจิริกัวลา โครงกระดูกเสียงกะดา กะดา…】

【หมายเหตุผู้ตรวจสอบ: ฟังไม่เข้าใจจริงๆ…】

รายงานของผู้ประกอบอาชีพดันเจี้ยนท่านหนึ่ง: 【คนที่ทำงานสายเดียวกับข้าน่ะนะ ยิ่งแก่ก็ยิ่งเสียใจ หลายปีมานี้ข้าทำผิดพลาดไปไม่น้อย ทำให้หลายคนต้องผิดหวัง ทำหลายคนหายไป ไม่มีหน้าที่จะเข้าดันเจี้ยนอีกแล้ว ข้าเป็นเพียงแค่คนที่เดินเล่นอยู่บริเวณรอบๆ เท่านั้น อย่าถามอะไรข้าเลย】

【หมายเหตุผู้ตรวจสอบ: บุคคลผู้นี้ให้บริการบรรยายนำเที่ยวดันเจี้ยนเซนแก่นักท่องเที่ยวต่างถิ่น หรือก็คือไกด์นำเที่ยวนั่นเอง】

รายงานของคารอน: 【หลังจากนี้ข้าจะส่งรายงานฉบับละเอียดให้ ดังนั้นตอนนี้อย่ามารบกวนข้า วิลเดอร์อยู่ที่ไหน ทำไมเขายังไม่กลับมา】

【หมายเหตุผู้ตรวจสอบ: คุณชายคารอนดูเหมือนจะอารมณ์เสียมาก】

“ดูถึงไหนแล้ว เพื่อน มีความมั่นใจที่จะพิชิตที่นี่ได้หรือไม่”

ซัลลี่นำชาดำกาหนึ่งมารินให้เด็กสาวด้วยท่วงท่าสง่างามจนเต็มถ้วย ของเหลวสีน้ำตาลแดงส่งกลิ่นหอมหอมสดชื่นออกมา ดึงดูดความสนใจของเด็กสาวในทันที

ก้อนน้ำตาลสองก้อนถูกใส่ลงไปในน้ำชา ซัลลี่ยิ้มแย้มนั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้าม พลางใช้ช้อนคนชาในถ้วย ขาสองข้างของเขาชิดกันโดยไม่รู้ตัว

เด็กสาวจ้องมองเขาอยู่ครึ่งค่อนวัน แล้วเอ่ยปากพูดอย่างแผ่วเบาว่า: “ข้ามีชื่อนะ”

“ข้าผิดไปเอง ขอโทษนะ เอลซ่า”

ซัลลี่ดูเหมือนจะรู้ตัวว่าท่าทางของตนไม่เหมาะสมเล็กน้อย จึงเปลี่ยนไปนั่งไขว่ห้าง แล้วถามว่า: “ยังจำสัญญาของพวกเราได้ไหม เจ้าช่วยข้าชิงตำแหน่งผู้นำตระกูลมาให้ได้ แล้วข้าจะมาเป็นเพื่อนร่วมทางของเจ้า” “อืม” เอลซ่าพยักหน้า

“หากสามารถชิงพิชิตดันเจี้ยนนี้ได้ก่อนหน้าพี่ชายของข้า ไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะช่วยเพิ่มน้ำหนักให้กับข้าได้อย่างมาก ดังนั้น เพื่อ— เอลซ่า โปรดช่วยข้าพิชิตที่นี่ด้วยเถอะ”

เมื่อเห็นเด็กสาวตรงหน้าตอบตกลง รอยยิ้มของซัลลี่ก็แทบจะปิดไม่มิด

ออกจากบ้านมาหนึ่งปี เอลซ่าคือผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขา!

ผู้กล้าที่ตัวคนเดียว กำลังปรารถนาเพื่อนร่วมทาง แถมยังเป็นเด็กสาวที่ไร้เดียงสาอีกต่างหาก การได้มาซึ่งความไว้วางใจของนางช่างง่ายดายเสียเหลือเกิน!

ซัลลี่เพียงแค่สร้างแผนการขึ้นมา จ้างวานโจรกลุ่มหนึ่งให้แสร้งทำเป็นปล้นตนเอง บนเส้นทางที่เอลซ่าจะต้องผ่านไป พอหลังจากที่ถูก “ช่วยชีวิต” แล้ว ก็จะสามารถขอบคุณเอลซ่าได้อย่างสมเหตุสมผล ใช้การตอบแทนบุญคุณเป็นข้ออ้างในการเข้าใกล้อีกฝ่าย ในเวลาไม่นานก็สามารถสืบประวัติของเอลซ่าจนหมดเปลือก

นางเป็นเด็กกำพร้า ตอนที่บ้านพักเด็กกำพร้าถูกเผ่าปีศาจเข้าสังหารหมู่ นางก็ได้ปลุกพลังของผู้กล้าขึ้นมา จากนั้นก็ได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งการสังหารเผ่าปีศาจ เป้าหมายสุดท้ายย่อมเป็นศีรษะของราชาปีศาจอย่างแน่นอน

ในนิทานผู้กล้ามักจะมีกลุ่มเพื่อนร่วมทางที่สนิทสนมอยู่เคียงข้างเสมอ เอลซ่าเคยอ่านแต่นิทานเท่านั้น ดังนั้นนางจึงเชื่อมั่นอย่างแน่วแน่ว่า ก่อนที่จะไปปราบราชาปีศาจ จะต้องตามหาเพื่อนร่วมทางให้ได้เสียก่อน

เสริมอีกนิด ผู้กล้าไม่ได้มีเพียงหนึ่งเดียว ขอเพียงแค่มีความเกลียดชังต่อเผ่าปีศาจ มีพรสวรรค์ที่เพียงพอ และมีความรู้สึกยุติธรรมที่พอเหมาะพอดี ก็สามารถกลายเป็นผู้กล้าได้ ในประวัติศาสตร์ได้บันทึกไว้ว่า ครั้งที่มากที่สุดเคยมีผู้กล้าปรากฏตัวขึ้นพร้อมกันถึงยี่สิบสามคน

แต่มีเพียงผู้ที่สามารถปราบราชาปีศาจลงได้สำเร็จเท่านั้น ถึงจะมีสิทธิ์ได้รับการบันทึกชื่อไว้ กลายเป็นผู้กล้าที่แท้จริง

ซัลลี่กำหมัดแน่น รู้สึกว่าแขนปวดเมื่อยอ่อนแรง แทบจะยกมือขึ้นมาไม่ไหว

นี่คือผลกระทบจากการฝึกฝนมากเกินไป ส่วนเหตุผลว่าทำไมถึงต้องฝึกฝนมากเกินไปน่ะหรือ… เพราะว่าการที่จะเป็นเพื่อนร่วมทางของผู้กล้าได้นั้น อย่างน้อยก็ต้องมีฝีมืออยู่บ้างสิ! ดังนั้น เขา ผู้ชาย คุณชาย ถึงได้กำลังฝึกฝนร่างกายอย่างจริงจังอยู่

ถึงแม้ว่าในบางด้านจะดูฉลาดหลักแหลมไปหน่อย แต่ซัลลี่ก็เป็นคนที่รักษาสัญญา และเขาก็เชื่อมั่นว่า เอลซ่าจะสามารถช่วยให้เขากลายเป็นผู้นำตระกูลได้จริงๆ

“สองวันนี้ข้าจะพาเจ้าไปทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมเสียก่อน รอให้ข้อมูลเกี่ยวกับดันเจี้ยนมีมากกว่านี้อีกหน่อย พวกเราค่อยลงมือกัน เป็นอย่างไร?”

เอลซ่ายกชาดำขึ้นจิบคำเล็กๆ พยักหน้าเบาๆ

ทันใดนั้น นางก็เงยหน้าขึ้นพรวด จมูกโด่งงามเล็กๆ ขยุกขยิกไปมา ดูเหมือนจะได้กลิ่นอะไรบางอย่าง

“เป็นอะไรไป?” ซัลลี่ถูกการกระทำที่ผิดปกติของนางดึงดูดความสนใจ

“มีกลิ่นน่ารังเกียจ” เอลซ่าขมวดคิ้วด้วยความรังเกียจ แล้วส่ายหน้า กล่าวว่า: “กลิ่นหายไปแล้ว สงสัยข้าคงจะได้กลิ่นผิดไป”

ซัลลี่หน้าแดงก่ำ เพราะเมื่อครู่นี้เขาเพิ่งจะแอบตดไปทีหนึ่ง

ต่อไปคงต้องฉีดน้ำหอมให้มากขึ้นหน่อยแล้ว

ในโถงทางเดิน ร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งเพิ่งจะเดินผ่านหน้าประตูห้องของพวกเขาทั้งสองไป ดูเหมือนว่ากำลังจะออกไปข้างนอก

อาศัยแสงไฟ ก็พอที่จะมองเห็นรูปร่างหน้าตาของเขาได้

เป็นคนที่คุ้นเคยเป็นอย่างยิ่ง

ขอคะแนนโหวต ขอการติดตามอ่านด้วยนะครับ ขอร้องล่ะครับ

(จบบท)



ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 20 ผู้กล้า(ฉบับแก้ไข)

ตอนถัดไป