บทที่ 45 สังหารอสูร (ตอนต้น)

บทที่ 45 สังหารอสูร (ตอนต้น)

ลูกธนูไม้ดอกหนึ่งยิงออกมาจากมุมมืดในป่าทึบเข้าใส่อสูรที่เพิ่งคลานออกมาจากประตูอสูร ปักเข้าที่ต้นคอด้านหลังของอสูรอย่างแม่นยำ

อสูรตัวนั้นรู้สึกไม่สบายที่ต้นคอด้านหลัง อยากจะยื่นมือไปเกา ลองอยู่หลายครั้ง แขนกลับยื่นออกไปคนละทิศทางอย่างไม่ทราบสาเหตุ ทำเอาอสูรคำรามเสียงต่ำติดต่อกันด้วยความโมโห

มันบิดร่างกายอย่างเจ็บปวดอยู่หน้าประตูอสูร นัยน์ตาสีม่วงเต็มไปด้วยอารมณ์ด้านลบ ความเกลียดชัง ความเจ็บปวด ความโกรธแค้น...

นักล่าชนพื้นเมืองที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าทึบยิงธนูดอกนี้ออกไปเพียงดอกเดียวก็รีบวิ่งกลับไปทันที กิ่งก้านของพุ่มไม้ที่ซ่อนตัวสั่นไหว อสูรตัวนั้นเงยจมูกขึ้นสูดอากาศแรงๆ อสูรที่ร่างกายยังคงมีควันสีเขียวลอยออกมาดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงไอแห่งชีวิต มันพุ่งเข้าใส่พุ่มไม้นั้นโดยไม่ลังเล

อสูรตัวนี้ลำตัวยาวเกือบถึงสามเมตร ในท่ายืนตรงสูงกว่าชาวจักรวรรดิกรีนกว่าหนึ่งเมตร นิ้วมือทั้งสิบของอสูรมีเล็บแหลมคม ราวกับกรงเล็บคมดาบยาวหนึ่งฉื่อ (1 ฉื่อ มีค่าประมาณ 1/3 เมตร)

ตอนที่มันวิ่ง แม้ฝีเท้าจะโซซัดโซเซ แต่ก้าวหนึ่งกลับสามารถก้าวไปได้ไกลสามสี่เมตร สามห้าก้าวก็พุ่งมาถึงหน้าพุ่มไม้นั้นแล้ว

ร่างสูงใหญ่ของอสูรโน้มไปข้างหน้า กรงเล็บคมดาบสีดำแหวกพุ่มไม้หนาทึบออก กิ่งไม้ใบหญ้าสาดกระเซ็น เถาวัลย์เส้นหนึ่งที่ถูกขดเป็นบ่วงดีดตัวขึ้นมาจากพุ่มไม้อย่างแรง สวมเข้าที่ศีรษะของอสูรพอดี แรงดึงมหาศาลดึงอสูรห้อยขึ้นไปกลางอากาศในทันที อสูรโบกมือโบกเท้าไปมาในอากาศอย่างสะเปะสะปะ กรงเล็บคมดาบที่มือทั้งสองข้างก็ตัดเถาวัลย์เขียวขาดอย่างรวดเร็ว

หลังจากอสูรตกลงบนพื้นอย่างมั่นคงแล้ว ร่างกายกลับยิ่งคล่องแคล่วขึ้น อาศัยการดมกลิ่นไล่ตามหลังนักล่าชนพื้นเมืองไป ไม่กี่ก้าวใหญ่ก็ไล่ตามนักล่าชนพื้นเมืองที่กำลังวิ่งหนีเข้าป่าทึบอย่างลนลานทัน มันเลียลิ้นสีแดงฉาน ยกกรงเล็บคมดาบในมือแทงเข้าใส่กลางหลังของนักล่าชนพื้นเมืองอย่างแรง ดุร้ายและไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย ราวกับชาวนาที่ใช้คราดหญ้าแทงหนูนาที่กำลังวิ่งหนีกระเจิงในทุ่งข้าวสาลี

กรงเล็บคมดาบของมันยังไม่ทันได้สัมผัสนักล่าชนพื้นเมืองคนนั้น ก็ถูกโล่สี่เหลี่ยมที่ยื่นออกมาจากหลังต้นไม้ปัดป้องไว้ กรงเล็บคมดาบแทงทะลุโล่สี่เหลี่ยม โล่สี่เหลี่ยมส่งเสียงโลหะฉีกขาดบาดหู

นักดาบไบคาเลียถือดาบใหญ่สองคมเล่มหนึ่งแทงเฉียงออกมาจากมุมมืด แทงเฉียงเข้าที่ซี่โครงซ้ายของอสูร เลือดสีม่วงพุ่งกระฉูดออกมาตามบาดแผล กรงเล็บคมดาบข้างหนึ่งของอสูรติดอยู่ในโล่สี่เหลี่ยมดึงไม่ออก มันจึงยกขาหมายจะเตะซูลดักที่ถือโล่สี่เหลี่ยมพุ่งออกมาจากหลังต้นไม้ให้กระเด็นออกไป กรงเล็บคมดาบอีกข้างกวาดเข้าใส่หน้านักดาบไบคาเลีย

นักดาบไบคาเลียย่อเข่าเงยหน้า ให้ร่างกายขยับไปครึ่งฉื่อ หลบหลีกกรงเล็บนั้นของอสูรไปได้อย่างหวุดหวิด ดาบใหญ่สองคมแทงทะลุร่างของอสูรโดยตรง

อสูรเตะเข้าที่ต้นขาขวาของซูลดักอย่างแรง ซูลดักหลบลูกเตะนั้นไม่ทัน ร่างกายทั้งร่างปลิวไปข้างหลัง เกราะกางเกงโลหะที่ขาถูกเตะจนบุบยุบลงไป หลังของซูลดักกระแทกเข้ากับต้นสนต้นหนึ่ง แรงมหาศาลกระแทกเขาจนมึนงงสับสน ดิ้นรนอยู่ครู่ใหญ่ก็ยังลุกขึ้นยืนไม่ได้

เหอโป๋เฉียงยืนอยู่ข้างหลังซูลดักพอดี เมื่อเห็นอสูรเตะซูลดักกระเด็นไป เขาก็ถือดาบโรมันในมือฟันเข้าใส่ข้อเท้าของอสูรตัวนั้น ดาบโรมันฟันเข้าที่ข้อเท้าของอสูรอย่างแรง แต่กลับรู้สึกเหมือนมีดทื่อที่ฟันลงบนยาง ดาบโรมันดีดกลับออกมาทันที พอมองดูข้อเท้าของอสูรตัวนั้นอีกครั้งกลับมีเพียงรอยแผลตื้นๆ เท่านั้น

ในขณะเดียวกัน หอกแพกกลิโอสองเล่มก็แทงออกมาจากด้านหลังของอสูร หอกยาวที่แหลมคมแม้จะไม่ได้แทงทะลุร่างของอสูร แต่ก็ปักลึกเข้าไปในแผ่นหลังของอสูร

กรงเล็บคมดาบข้างหนึ่งของอสูรมีโล่สี่เหลี่ยมที่แตกหักติดอยู่ สะบัดก็สะบัดไม่หลุด มันจึงเหวี่ยงโล่สี่เหลี่ยมนั้นใส่นักดาบไบคาเลีย

นักดาบไบคาเลียถือดาบใหญ่สองคมม้วนตัวไปข้างหน้า หลบหลีกโล่สี่เหลี่ยมที่อสูรเหวี่ยงมาได้อย่างคล่องแคล่ว พร้อมกันนั้นก็ดึงดาบใหญ่สองคมออกจากท้องอสูร กรีดตามขวางที่ท้องอสูรเป็นแผลยาวเกือบขาดครึ่ง เผยให้เห็นอวัยวะภายในสีม่วงดำบางส่วน

อสูรคำรามอย่างเจ็บปวดอีกครั้ง ร่างกายพุ่งเข้าใส่นักดาบไบคาเลีย หมายจะกดเขาทับไว้ใต้ร่าง

ตอนนี้เหอโป๋เฉียงก็ยืนอยู่ข้างกายนักดาบไบคาเลียพอดี เขาคิดจะถอยฉากไปยังด้านข้างของอสูร ก็เห็นอสูรพุ่งเข้ามา ตอนนี้จะหลบก็ไม่ทันเสียแล้ว สายตาอันดุร้ายของอสูร ดูเหมือนกำลังรอจังหวะที่เหอโป๋เฉียงหันหลังหนี เพื่อแทงกรงเล็บคมดาบในมือเข้าใส่กลางหลังของเหอโป๋เฉียง

ตอนนี้เหอโป๋เฉียงสูดหายใจลึก กลับถือดาบโรมันพุ่งเข้าใส่อสูร

อสูรรีบใช้กรงเล็บคมดาบข้างหนึ่งรับดาบหนักของเหอโป๋เฉียง ในชั่วพริบตาที่กรงเล็บคมดาบสัมผัสกับดาบโรมัน บนดาบโรมันกลับไม่มีแรงปะทะเลย ดาบยาวถูกอสูรตีจนกระเด็น เหอโป๋เฉียงกลับฉวยโอกาสในชั่วพริบตาที่อสูรออกกระบวนท่าโจมตีนี้ ร่างกายแนบชิดกับกรงเล็บแหลมคมของอสูร หลบไปยังด้านหลังของอสูรได้

ดาบโรมันที่ถูกตีจนกระเด็นนั้นหมุนคว้างอยู่กลางอากาศสองสามรอบแล้วก็ร่วงลงมาอย่างรวดเร็ว เหอโป๋เฉียงกระโดดขึ้นรับดาบโรมัน รับดาบโรมันไว้ได้อย่างมั่นคง ฉวยโอกาสที่กำลังร่วงลงมา พลิกมือฟันเข้าใส่แผ่นหลังของอสูร

อสูรคำรามเสียงต่ำ พุ่งไปข้างหน้าสุดกำลัง แต่ก็ยังคงหลบดาบนี้ของเหอโป๋เฉียงไม่พ้น

ดาบโรมันแทงทะลุต้นคอด้านหลังของอสูรโดยตรง

ในขณะเดียวกัน นักดาบไบคาเลียก็เหวี่ยงดาบออกมาเช่นกัน ตัดกรงเล็บคมดาบข้างหนึ่งของอสูรขาดสะบั้นตรงข้อมือ

อสูรยังคิดจะดิ้นรน แต่ก็ถูกทหารหมู่ที่สองสองนายใช้หอกยาวแทงทะลุร่าง เถาวัลย์เส้นหนึ่งถูกโยนลงมาจากต้นไม้ สวมเข้าที่คอของอสูรพอดี นักล่าชนพื้นเมืองสิบกว่าคนดึงเชือกสุดชีวิต ล้มร่างสูงใหญ่ของอสูรลงบนที่โล่งในป่า นักดาบไบคาเลียฉวยโอกาสตามเข้าไป ยกดาบใหญ่สองคมขึ้นตัดศีรษะของอสูรขาดในดาบเดียว ศีรษะเปื้อนเลือดกลิ้งไปไกลบนที่โล่งในป่า

ซูลดักถูกคนพยุงขึ้นมาจากพื้น ชี้ไปยังประตูอสูรข้างผนังหิน เตือนทุกคนว่า: "ทุกคนอย่ามัวยืนทื่ออยู่เลย คลานออกมาอีกตัวแล้ว"

เหอโป๋เฉียงยังไม่ทันได้หายใจหายคอ ก็เดินไปยังบริเวณพุ่มไม้ แน่นอนว่าเห็นอสูรอีกสองตัวคลานออกมาจากประตูที่มีชีวิตบานนั้น อย่างที่นักดาบไบคาเลียพูดไว้ อสูรหน้าเขียวตอนนี้ตระหนักถึงอันตรายแล้ว เร่งความเร็วในการสร้างอสูร

นักล่าชนพื้นเมืองสามคนที่เสริมพลังร่างกายแล้วเดินออกมาจากป่า ดูเหมือนว่าพวกเขาจะปรับตัวเข้ากับความสามารถของตนเองได้แล้ว

นักดาบไบคาเลียเช็ดดาบใหญ่สองคมกับร่างอสูรตัวนั้น เดินก้าวยาวๆ ไปยังข้างพุ่มไม้ อสูรหน้าเขียวตัวนั้นเห็นได้ชัดว่ารับรู้สถานการณ์ทางนี้แล้ว ตระหนักว่าอันตรายกำลังใกล้เข้ามา จึงดิ้นรนสุดกำลังและฉีกทึ้งบาดแผลบนร่างกายตนเองอย่างบ้าคลั่ง เสียงร้องโหยหวนอันเจ็บปวดของอสูรดังทะลุหุบเขา บาดหูเป็นอย่างยิ่ง

จากบริเวณประตูอสูรที่เปิดอยู่บนร่างของอสูรหน้าเขียว มีมืออสูรหลายข้างยื่นออกมาอีกครั้ง มืออสูรเหล่านั้นข่วนบาดแผลของอสูรหน้าเขียวจนเลือดเนื้อเละเทะ อสูรหลายตัวเบียดเสียดกันอยู่ที่บาดแผลนั้น ดิ้นรนปีนป่ายออกมาข้างนอก ร่างกายของพวกมันปล่อยควันสีเขียวออกมาไม่หยุด ผิวหนังเดิมเมื่อสัมผัสกับอากาศ ก็ละลายหายไปอย่างรวดเร็ว

เพียงแค่ชั่วครู่สั้นๆ นี้ ก็มีอสูรสามตัวคลานออกมาจากประตูอสูรแล้ว

การเร่งสร้างอย่างรวดเร็วทำให้ประตูอสูรต้องจ่ายราคาอย่างมหาศาล น้ำเลือดจำนวนมากไหลออกมาจากบาดแผลที่ท้องของอสูรหน้าเขียว ใบหน้าอสูรอันน่าสะพรึงกลัวนั้นปรากฏไอแห่งการทำลายล้างขึ้นมา

"ต้องรีบหยุดประตูอสูรบานนี้ให้เร็วที่สุด มากกว่านี้พวกเราจะรับไม่ไหวแล้ว!" นักดาบไบคาเลียแบกดาบใหญ่สองคม เดินเข้ามาพูดอย่างร้อนรน

"เช่นนั้นก็ดำเนินการตามแผนก่อน..." พูดจบ ซูลดักก็โบกมือให้ทหารหมู่ที่สองคนหนึ่ง

(จบตอน)



ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 45 สังหารอสูร (ตอนต้น)

ตอนถัดไป