ความแข็งแกร่งของเต่าหินระดับ 2
" มิโนะคิดว่าซวนอูถ้าเทียบสัตว์ร้ายเจ้าคิดว่าอย่างไร " มู่เหลียงถาม
เขาต้องการรู้ความแข็งแกร่งของเต่าหินระดับ 2
"ซวนอู?"
หญิงสาวตกตะลึง นึกขึ้นได้ว่าเป็นชื่อเต่า
เธอกัดริมฝีปากล่าง ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดด้วยไม่มั่นใจ “ ซวนอู น่ารู้จะดีกว่าเมื่อก่อนมากๆ”
มู่เหลียงพยักหน้า ข้อดีของเต่าหินคือมันตัวใหญ่ นั้นละข้อดี
ข้อเสียอยู่ที่รูปร่างซึ่งหมายความว่าความเร็วมันจะช้ามากและไม่คล่องแคล่วเท่าไหร่
และความสามารถของเต่าหิน 'ปัฐพีทิ่มแทง' สามารถแทนที่ข้อบกพร่องของขนาดใหญ่นั้นได้
"มู่เหลียง,ขอปีนบนหลังของมันดูหน่อยได้ไหม?”
มิโนะกระพริบตาอ้อนวอนและถามอย่างกระตือรือร้น
"แน่นอน." มู่เหลียงพูดด้วยเสียงหัวเราะ
"วู้~~"
เต่าหินส่งเสียงร้องเบาๆ และหนามหินที่ด้านข้างของกระดองเต่าหดตัวลงอย่างรวดเร็ว และก้อนหินก็ลอยขึ้นมาเป็นบันไดหิน
“ว้าว! ซวนอูมันเข้าใจพวกเราได้หรือ”
ดวงตาของมิโนะเป็นประกายด้วยความประหลาดใจ มองไปยังบันไดหินสูงสองเมตร
“เขาเข้าใจที่ฉันพูดนะ” มู่เหลียงเดินนำขึ้นบันไดหินและปีนขึ้นไปบนหลังเต่าหิน
หินแหลมที่ด้านหลังของเต่าหินก็หดลง โดยเหลือพื้นที่ราบเจ็ดหรือแปดตารางเมตรตรงกลางหลังเต่า
ขอบของกระดองเต่ามีหนามหินเป็นวงกลมยาวครึ่งเมตรขึ้นไปตามแนวทแยงมุม
"น่าสนใจ." มู่เหลียงชมเต่าหิน ในความคิด
“วู้~~”
เต่าหินตอบรับอย่างมีความสุข
“ซวนอูฉลาดเกินไปจริงๆ”
มิโนะปีนขึ้นไปบนหลังเต่าแล้วมองย้อนกลับไปและเห็นบันไดหินหดลงกับพื้น
หญิงสาวมองไปทางซ้ายและขวา มองดูกระดองเต่าแบนๆ
มิโนะ พูดเล่นว่า "มู่เหลียง คุณคิดว่าเราสามารถสร้างบ้านบนหลัง ของ ซวนอู ได้มั้ย"
“ดูเหมือน...จะเป็นไปไม่ได้”
มู่เหลียงได้รับแรงบรรดารใจกับความคิดของหญิงสาว
ในอนาคตคงจะมีสัตว์เลี้ยงมากขึ้นเรื่ิอย ๆ มันอาจจะไม่สะดวกที่จะอยู่ในสถานที่เดียวกับมนุษย์
โดยเฉพาะขนาดปัจจุบันของเต่าหิน ถ้ามันวิวัฒนาการ มันจะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แน่นอน
เต่ามีกระดองขนาดใหญ่พอที่จะสร้างเป็นที่พักอาศัย
มิโนะถามกับมู่เหลียงว่า "เจ้าไม่ต้องการสร้างบ้านบนหลังเต่าจริงๆเหรอ?"
"ยังก่อน พื้นที่ยังเล็กเกินไป"
มู่เหลียงกลับมารู้สึกตัวและพูดพร้อมกับหัวเราะเบาๆ
"อย่างไรก็ตาม"
"ในอนาคตเราควรจะอยู่บนเต่าจริงๆ เหรอ" มิโนะถามยืนยันอย่างตื่นเต้น
“คิดยังไงกับการมีบ้านเคลื่อนที่”
มู่เหลียงแทรกแล้วพูดว่า "เราไม่ต้องรีบร้อนไปไหนหรอก"
มิโนะกระโดดขึ้นอย่างมีความสุข ตั้งหน้าตั้งตารอ "เมื่อถึงตอนนั้น เราจะได้ผจญภัยกัน"
และเธอสามารถตามหาพี่สาวของเธอได้ในขณะเดินทาง
“มู่เหลียง เรามาทำกองไฟบนหลังกระดองเต่ากันเถอะ มันจะเผาซวนอูไหม?”
"ไม่หรอก เพราะมันมีหินที่คอยปกป้องตัวมันเองอยู่"
“มู่เหลียง ถ้้้าเราสร้างอะไรหลาย ๆ อย่าง ซวนอูจะรู้สึกว่ามันหนักเกินไปหรือเปล่า?”
“เพิ่มอีกร้อยเท่าก็ไม่ทำให้รู้สึกหนักหรอก”
ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่าการมีหญิงสาวที่ร่าเริงอยู่กับเขามันทำให้มู่เหลียงรู้สึกดีมาก
มิโนะตะโกนเสียงดัง “มู่เหลียง เรารีบกลับค่ายกันเถอะ ฉันอยากรื้อเพิงไม้นั้นทิ้ง”
"ไม่ต้องกังวล"
มู่เหลียงส่ายหัวด้วยรอยยิ้มที่ดีและเตือนว่า: "อย่าลืมว่าพวกโจรจะโจมตีค่าย"
"เอ่อ... ข้าเกือบลืมไปเลยเพราะตื่นเต้นมาก" มิโนะยิ้มด้วยความเขินอาย
เธอมาที่ฝั่งมู่เหลียง กำชายเสื้อไว้แน่น แล้วพูดเบาๆ ว่า "ถ้ามันอันตรายเกินไป เราออกเดินทางพรุ่งนี้เลยไหม"
มิโนะ ไม่ต้องการให้ มู่เหลียง เสี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเธอจะได้มีชีวิตใหม่ที่เธอใฝ่ฝัน
"ไม่มีอันตรายหรอก" มู่เหลียงมองขึ้นไปบนท้องฟ้าสีเทาและเห็นแสงตะวันส่องลงมา
ผ่านไปครู่หนึ่ง พระอาทิตย์ก็ถูกเมฆบดบังอีกครั้ง
มู่เหลียงได้แต่คิดถึงคนในค่าย ถ้าพวกเขาไม่เชื่อละ จะทำอย่างไรดี
ภายในวันมะรืนนี้เขาจะจากไปพร้อมกับหญิงสาว
ในโลกเช่นนี้ เราต้องทำในสิ่งที่จำเป็นเพื่อจะมีชีวิตรอด
“ว่าแต่ เจ้ามีความเกี่ยวข้องกับคนในค่ายอย่างไร เจ้ามีเพื่อนไหม”
มู่เหลียงยังไม่รู้จักกับเพื่อนๆของหญิงสาวเลยด้วยซ้ำ
มิโนะหันไปมองไกลๆ แล้วพูดอย่างนิ่งเฉย: "ฉันกำลังซ่อนตัวจากคนอื่นอยู่"
“เพื่อนของเธอเหรอ?” มู่เหลียงถามเบาๆ
"บางที…." ดวงตาของมิโนะดูไม่ปกติเล็กน้อย และเธอเกาแก้มด้วยตวามเขินอาย
เธอนึกถึงคนไม่กี่คนที่จับพวกกิ้งก่าด้วยกัน
ในฐานะที่เป็นผู้กลายพันธุ์ เธอจะถูกทุบตีและจะไม่คนที่ช่วยเธอ
และเธอก็จะถูกปล้นอยู่หลายครั้ง
หลังจากนั้น เธอก็หลีกเลี่ยงตัวเองจากทุกคน และออกห่าง
“ดูเหมือนจะไม่ใช่เพื่อนสินะ มู่เหลียงเห็นท่าทางของหญิงสาวและเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
ชีวิตของหญิงสาวก่อนหน้านี้ลำบากมากขนาดไหนกันแน่
เขาจึงเป็นเพื่อนคนแรกของมิโนะ