บทที่ 305 คืนที่เงียบสงบ(ฟรี)

บทที่ 305 คืนที่เงียบสงบ(ฟรี)



ฝ่ายบริการลูกค้าระบบ 295: "เรียนท่านผู้ใช้บริการ ระบบขอแจ้งเตือนว่า เมื่อวันที่ 6 เวลา 03:42 น. คุณเริ่นหัวเฉียง สมาชิกระดับว่าที่สี่ดาวของ ‘เครือข่ายฟ้าทมิฬ’ ได้สั่งซื้อโสมจำนวน 313 ต้นในหลากหลายระดับคุณภาพจากร้านของคุณ ยอดเงินจากการซื้อขายได้ถูกโอนเข้าบัญชีส่วนตัวของคุณเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ ผู้ซื้อยังได้ยื่นเรื่องขอให้การซื้อขายครั้งนี้อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลจากระบบส่วนกลาง หวังว่าท่านจะเตรียมสินค้าและแจ้งสถานที่รับของโดยเร็วที่สุด"

ข้อความนี้ดูเป็นเรื่องปกติธรรมดาทั่วไป แต่สิ่งที่ทำให้มู่ไป๋ถึงกับอดเลิกคิ้วไม่ได้ คือหมายเหตุที่ระบบแนบติดมาด้วยหลังจากนั้นต่างหาก!

มันเป็นตัวอักษรสีแดงหลายบรรทัด สีสันที่ฉูดฉาดเช่นนี้พอมันไปอยู่บนพื้นหลังสีดำทึบของเว็บเครือข่ายฟ้าทมิฬ มันจึงดูสะดุดตาและทิ่มแทงสายตาเป็นอย่างมาก!

**[หมายเหตุพิเศษ: สำหรับการซื้อขายที่อยู่ภายใต้การควบคุม หากผู้ขายไม่แจ้งที่อยู่และข้อมูลสินค้าภายใน 36 ชั่วโมง เครือข่ายฟ้าทมิฬจะทำการคืนเงินเต็มจำนวนให้แก่ผู้ซื้อล่วงหน้า นอกจากนี้ ทางเราขอสงวนสิทธิ์ในการเข้าถึงฐานข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อสืบประวัติ ภูมิหลัง และที่อยู่ปัจจุบันของผู้ขาย เพื่อระบุตำแหน่งที่ตั้ง และหากตรวจสอบพบว่าผู้ขายมีพฤติการณ์ฉ้อโกงหรือตุกติกใดๆ ไม่ว่าผู้ขายจะมีอิทธิพลเบื้องหลังยิ่งใหญ่เพียงใด หรืออาศัยอยู่ในประเทศใดก็ตาม เครือข่ายฟ้าทมิฬจะประเมินจากความเสียหายและผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยจะใช้มาตรการลงโทษ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การระงับบัญชี, การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ, การใช้สื่อสาธารณะกดดัน, การโจมตีทางไซเบอร์ ไปจนถึงการตั้งค่าหัวล่าตัวทั่วโลก เพื่อบังคับให้ผู้ขายต้องชดใช้ในความผิดที่ตนก่อขึ้น]

ข้อความหมายเหตุนี้ช่างบาดตาบาดใจเหลือเกิน

และสิ่งที่สะดุดตายิ่งกว่าก็คือคำว่า "รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง" ที่ระบุเอาไว้ คนที่ไม่ได้คลุกคลีกับข้อกฎหมายอาจจะไม่เข้าใจว่าประโยคนี้มันมีน้ำหนักรุนแรงแค่ไหน...

แต่มู่ไป๋รู้ดี

"รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง" เป็นถ้อยคำที่มักจะก่อให้เกิดข้อถกเถียงทางกฎหมายอยู่เสมอ มันมักจะปรากฏอยู่ในพวกสัญญาที่ไม่เป็นธรรมและเอาเปรียบ ถึงขนาดที่หลายประเทศซึ่งให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชนและมีระบบกฎหมายที่พัฒนาแล้วยังไม่ยอมรับให้ใช้คำๆ นี้ด้วยซ้ำ

ทว่าในเครือข่ายฟ้าทมิฬ เว็บไซต์ซึ่งตั้งตนอยู่เหนือกฎหมายของทุกประเทศบนโลก ประโยคนี้กลับกลายเป็นคำเตือนและคำประกาศกร้าวที่ทรงพลังที่สุด

นั่นหมายความว่า หากใครก็ตามคิดจะตุกติกหรือเล่นแง่ในระหว่างการซื้อขายที่ถูกควบคุมอยู่ล่ะก็ พวกเขาจะต้องเผชิญหน้ากับการแก้แค้นอันน่าสะพรึงกลัวจากเครือข่ายฟ้าทมิฬ ที่พร้อมจะทำทุกวิถีทาง!

ย้ำอีกครั้งว่า... ทำ-ทุก-วิถี-ทาง!

มันไม่ใช่การยื่นฟ้องร้องต่อศาลที่ต้องกินเวลายืดเยื้อยาวนานเหมือนในโลกแห่งความเป็นจริง ไม่ใช่การมานั่งเจรจาต่อรองกันอย่างประนีประนอม และยิ่งไม่ใช่การเรียกร้องสิทธิทางกฎหมายอะไรทั้งนั้น

แต่มันคือการตอบโต้แบบตาต่อตาฟันต่อฟันที่เด็ดขาดที่สุด บดขยี้อย่างย่อยยับที่สุด และเป็นการโจมตีจุดตายที่นองเลือดที่สุด

ถึงเวลานั้น พวกที่กล้าลองดีล้ำเส้นของเครือข่ายฟ้าทมิฬ คงไม่มีโอกาสแม้แต่จะคุกเข่าร้องขอชีวิตเลยด้วยซ้ำ

เพราะในโลกของเครือข่ายฟ้าทมิฬแห่งนี้... ไม่มีใครมานั่งพูดคุยเรื่องคุณค่าของชีวิตหรือหลักกฎหมายกับคุณหรอก!

ด้วยเหตุนี้ หลังจากที่มู่ไป๋อ่านเนื้อหาในหมายเหตุจนถี่ถ้วนแล้ว นี่จึงเป็นครั้งแรกที่เขาสัมผัสได้ถึงความเด็ดขาดของเว็บไซต์เครือข่ายฟ้าทมิฬ อำนาจที่อยู่เหนือทุกสรรพสิ่ง แม้กระทั่งอยู่เหนือชีวิตคน

มันทำให้เขาตระหนักได้ว่า นี่คงเป็นความโหดเหี้ยมเด็ดขาดในแบบฉบับของเครือข่ายตลาดมืดสินะ ก็แหงล่ะ... ที่นี่คือศูนย์รวมของเหล่ามหาเศรษฐีและผู้มีอิทธิพลจากทั่วทุกมุมโลก หากไม่มีมาตรการที่เด็ดขาดเลือดเย็นขนาดนี้ จะสามารถควบคุมดูแลทุกอย่างให้เป็นระเบียบเรียบร้อยได้อย่างไร?

แม้มู่ไป๋จะแอบขมวดคิ้วกับน้ำเสียงข่มขู่ในหมายเหตุของระบบอยู่บ้าง แต่เขาก็เข้าใจดีว่าที่ทำไปทั้งหมดก็เพื่อให้ระบบการซื้อขายของเว็บไซต์ขับเคลื่อนไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นเขาจึงรีบพิมพ์ข้อความตอบกลับเจ้าหน้าที่ดูแลระบบไปอย่างรวดเร็ว

แม้ตอนนี้จะใกล้เวลาห้าทุ่มแล้ว ทว่าเจ้าหน้าที่ระบบก็ยังตอบกลับข้อความมาในทันที ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ทั้งสองฝ่ายก็นัดแนะเวลาส่งมอบสินค้าในคืนพรุ่งนี้ได้สำเร็จ

หลังจากจัดการธุระเสร็จสิ้น มู่ไป๋ก็เหลือบมองเวลาบนหน้าจอมือถือ แล้วก็พบว่าเผลอแป๊บเดียวเวลาได้ล่วงเลยมาจนเกือบจะห้าทุ่มแล้ว

ความง่วงเริ่มเกาะกุม ทันทีที่เขาล้มตัวลงนอนบนเตียงได้ไม่นานก็ผล็อยหลับไป

ค่ำคืนนี้ผ่านพ้นไปอย่างเงียบสงบ

หกโมงเช้าของวันถัดมา

มู่ไป๋ที่เพิ่งจะตื่นนอนและจัดการธุระส่วนตัวเสร็จ ก็มีสายวิดีโอคอลจากมู่เซียวเซียวโทรเข้ามาพอดี

ระหว่างที่คุยกัน ทั้งสองคนได้พูดคุยถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อวาน จากนั้นก็ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบและให้กำลังใจกันเล็กน้อย หลังจากคุยกันไปได้ราวสิบกว่านาที มู่เซียวเซียวก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วพูดขึ้นว่า

"เฮ้อ บ่ายวันนี้ฉันต้องไปถ่ายหนังอีกแล้วล่ะ เป็นคิวงานที่บริษัทบันเทิงยักษ์ใหญ่ระดับนานาชาติเชิญมาน่ะ ดังนั้นช่วงนี้เราคงไม่ได้ติดต่อกันสักพักเลย... ไป๋ ฉันคงคิดถึงนายแย่เลย"

เมื่อได้ยินแบบนั้น มู่ไป๋ไม่ได้ทำตัวเป็นท่านประธานจอมเผด็จการแบบในซีรีส์พล็อตน้ำเน่า ที่จะคอยพูดว่า "ไม่ต้องไปถ่ายหนังแล้ว เดี๋ยวฉันเลี้ยงเธอเอง" อะไรทำนองนั้น

นั่นก็เพราะเขารู้ดีว่ามู่เซียวเซียวมีนิสัยคล้ายคลึงกับเขา พวกเขาทั้งคู่ต่างอยากจะเป็นฝ่ายช่วยเหลือและมอบสิ่งดีๆ ให้แก่อีกฝ่ายให้ได้มากที่สุด มากกว่าที่จะเป็นฝ่ายคอยร้องขอหรือรอรับความช่วยเหลือ

ดังนั้นเขาจึงทำเพียงพยักหน้าเบาๆ แล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "อืม ถ้างั้นก็ดูแลตัวเองดีๆ ด้วยล่ะ ถ้ามีปัญหาอะไรที่แก้ไม่ตก ต้องรีบบอกฉันเป็นคนแรกเลยนะ อย่ามัวแต่ทำเป็นเก่งแบกรับเอาไว้คนเดียว เข้าใจไหม?"

"อื้มมม เข้าใจแล้วน่า ก็มีมู่ไป๋ของฉันคอยปกป้องอยู่นี่เนอะ! อ้อ จริงสิ... เมื่อคืนฟังจากที่คุณน้าเล่ามา เห็นว่านายไปทำเรื่องยิ่งใหญ่อะไรสักอย่างที่จื่อจินฮู่ถิงมาเหรอ? รีบเล่าให้ฉันฟังหน่อยสิ!"

ได้ยินดังนั้น มู่ไป๋ก็แทบไม่ต้องเสียเวลาคิดเลย เขาแค่มองรอยยิ้มใสซื่อปนน่ารักของมู่เซียวเซียวผ่านหน้าจอ ก็ดูออกทะลุปรุโปร่งแล้วว่า เด็กคนนี้รู้อยู่แล้วล่ะว่าเขาไปทำอะไรมา เธอแค่หลอกถามเพื่อให้เขาเป็นคนเล่าออกมาเอง จะได้หาจังหวะอวยยศและเอ่ยปากชมเขาก็เท่านั้นแหละ

เอาจริงๆ ถึงมู่ไป๋จะมองลูกไม้นี้ออกตั้งแต่แรกเห็น แต่ลึกๆ ในใจเขากลับรู้สึกอบอุ่นวาบขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

หลังจากแกล้งเงียบไปสักหนึ่งถึงสองวินาที เขาก็จงใจเล่นตามน้ำไปกับความน่ารักของมู่เซียวเซียว ยอมทำตัวปัญญาอ่อนเล่นบทเด็กน้อยไปกับเธออยู่พักใหญ่

หลังจากนั้นทั้งคู่ก็คุยเล่นกันต่ออีกสิบกว่านาที ก่อนจะจำใจกดวางสายไปด้วยความรู้สึกอาลัยอาวรณ์

เมื่อวางสายเสร็จ มู่ไป๋ก็เดินออกจากห้องนอนมายังห้องนั่งเล่น

เวลาเจ็ดโมงเช้ากว่าๆ อากาศวันนี้สดใสมาก แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านบานหน้าต่างเข้ามาในห้องนั่งเล่น ช่วยเพิ่มความอบอุ่นที่หาได้ยากยิ่งในช่วงฤดูหนาวแบบนี้

เวลานี้ หลี่เสี่ยวชิงเองก็ตื่นมาทำอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว อาหารเช้าถูกอุ่นเตรียมไว้ในหม้อ ส่วนตัวเธอนั้นกำลังนั่งเฝ้าอยู่หน้าจอทีวี เพื่อดูซีรีส์ที่ดูค้างไว้เมื่อวานต่อ... ดูท่าทางแล้ว ยัยเด็กนี่คงจะเป็นแฟนคลับตัวยงของซีรีส์รักโรแมนติกอะไรพวกนี้จริงๆ นั่นแหละ

ทว่าในขณะที่มู่ไป๋กำลังบิดขี้เกียจและเตรียมจะอ้าปากเรียกหลี่เสี่ยวชิงมากินข้าวด้วยกัน เสียงกริ่งอินเตอร์คอมที่หน้าประตูก็ดังขึ้นมาเสียก่อน ซึ่งปกติแล้วแทบจะไม่มีใครมากดกริ่งนี้เลย

สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกแปลกใจเล็กน้อย จึงหันขวับไปมองหน้าจอแสดงภาพจากกล้องวงจรปิดของอินเตอร์คอมที่ติดอยู่บนผนังห้องนั่งเล่น

แต่เมื่อมู่ไป๋เพ่งมองใบหน้าของคนที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอชัดๆ เขาก็ต้องประหลาดใจเป็นอย่างมาก

เพราะคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น... คือคนที่ไม่สมควรจะโผล่มาให้เขาเห็นหน้าที่สุดในเวลานี้!



ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 305 คืนที่เงียบสงบ(ฟรี)

ตอนถัดไป