บทที่ 315 วันหยุด(ฟรี)
บทที่ 315 วันหยุด(ฟรี)
ช่วงใกล้เที่ยง ความร้อนแรงที่เกิดจากประกาศการเปย์ของกำนัลจาก 'รู้สึกหนาวนิดๆ' เพิ่งจะค่อยๆ จางหายไป
ทว่าบรรดาคนคุมทีมระดับแนวหน้าและทีมระดับท็อปต่างก็มีความรู้สึกซับซ้อนในใจอย่างบอกไม่ถูก
แม้พวกเขาจะฟันธงว่าในวันพรุ่งนี้ รู้สึกหนาวนิดๆที่ต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มพันธมิตรมหาเศรษฐีสายเปย์ขนาดใหญ่ จะไม่สามารถสร้างแรงกระเพื่อมอะไรได้มากนัก ทว่าไม่รู้ทำไมลึกๆ แล้วถึงยังรู้สึกกระวนกระวายใจอยู่ดี
โดยเฉพาะเมื่อมองไปตามห้องไลฟ์ต่างๆ และเห็นท่าทีของบรรดากองทัพหน้าม้าที่อวยรู้สึกหนาวนิดๆกันแบบสุดขีด พวกเขาก็สัมผัสได้เลยว่า ความตื่นเต้นของยูสเซอร์ทั้งแพลตฟอร์มโต้วอวี๋ เหมือนจะมารวมศูนย์อยู่ที่รู้สึกหนาวนิดๆเพียงคนเดียวแล้ว
มหาเศรษฐีสายเปย์คนหนึ่ง! คนตัดสินใจของทีมๆ หนึ่ง!
ตามหลักแล้ว สถานะแบบนี้ไม่ควรได้รับความนิยมจากยูสเซอร์มากมายขนาดนี้ด้วยซ้ำ เผลอๆ ยอดคนดูอาจจะสู้สตรีมเมอร์ธรรมดาสักคนไม่ได้เลยด้วย
แต่ตอนนี้ ในห้องไลฟ์ต่างๆ หรือแม้แต่ห้องไลฟ์ของสตรีมเมอร์ในสังกัดของตัวตึงอย่าง กวนจ่ง, ลัวเทียนเสิน และเยวี่ยนหยางจวิน คอมเมนต์วิ่งบนหน้าจอของยูสเซอร์จำนวนมากก็ล้วนพูดถึงรู้สึกหนาวนิดๆ แถมส่วนใหญ่ยังเป็นคอมเมนต์แนวชาบูและเลื่อมใสอีกต่างหาก
จากจุดนี้ทำให้เห็นได้ว่า ชื่อเสียงและบารมีของรู้สึกหนาวนิดๆบนแพลตฟอร์มโต้วอวี๋ ได้มาถึงจุดที่ทุกคน—รวมถึงสตรีมเมอร์ตัวท็อปที่มีสิทธิ์ชิงอันดับบนบอร์ดจัดอันดับยอดนิยม—ต่างก็ทำได้แค่แหงนหน้ามองซะแล้ว
โดดเด่นดั่งดวงตะวันกลางเที่ยงวัน!
ใช่แล้ว ชื่อเสียงและบารมีที่ท่วมท้นขนาดนี้ ในโต้วอวี๋ถือว่ามาถึงจุดสูงสุดอย่างแท้จริง
เผลอๆ ในช่วงเวลาที่ไม่ทันตั้งตัว รู้สึกหนาวนิดๆ มหาเศรษฐีสายเปย์ที่เพิ่งปรากฏตัวบนโต้วอวี๋ได้เพียงไม่กี่เดือน ก็ได้กลายเป็น 'ตำนานสุดเดือด' ในใจของทุกคนไปเสียแล้ว
"ดังนั้น พรุ่งนี้ถ้าจะโค่นตำนานคนนี้ลงให้ได้ จะต้องจ่ายด้วยราคาที่แพงแค่ไหนกันนะ?"
บรรดาคนตัดสินใจของกลุ่มพันธมิตรมหาเศรษฐีสายเปย์ มองดูชื่อที่ถูกยูสเซอร์พูดถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่าในห้องไลฟ์ พลางจมอยู่ในความคิดและชั่งน้ำหนักถึงผลได้ผลเสีย
ขณะเดียวกัน มู่ไป๋ที่กำลังถูกทุกคนนึกถึง หลังจากเปย์ของขวัญเสร็จ เขาก็ทักทายในกลุ่ม QQ ลวกๆ แล้วก็ออฟไลน์ไป
ส่วนเรื่องศึกชิงอันดับสตรีมเมอร์ในวันพรุ่งนี้ เขาก็โยนให้สมาชิกระดับแกนนำอย่าง ไห่ชิง, จิ้งเป่า, จางอวี๋เยียน และอาเหวินเสี่ยวเยวี่ย รับผิดชอบจัดการกันเองทั้งหมด
ไม่ใช่ว่ามู่ไป๋ชอบทำตัวเป็นเจ้านายที่ลอยตัวทิ้งงานหรอกนะ เพียงแต่เขาเพิ่งเข้ามาคลุกคลีในวงการสตรีมเมอร์ได้ไม่นาน ยิ่งไอ้ศึกชิงอันดับสตรีมเมอร์อะไรนี่ก็เพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรก เขาไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรเลย ต่อให้อยากจะสั่งการหรือแบ่งงาน ใจก็พร้อมแต่ความสามารถไม่ถึงอยู่ดี
ดังนั้นสู้โยนเรื่องพวกนี้ให้พวกรุ่นเก๋าในวงการอย่างไห่ชิงกับจิ้งเป่าจัดการโดยตรงเลยดีกว่า
แน่นอนว่าพรุ่งนี้เขายังไงก็ต้องไปดูอีเวนต์ประจำปีของวงการสตรีมเมอร์อยู่แล้ว
เพราะยังไงซะ โอกาสที่จะทำภารกิจรอง 'หนึ่งคนผงาด' รวมถึงภารกิจสุ่มที่ถูกระงับไว้ชั่วคราวให้สำเร็จ ก็น่าจะอยู่ในวันพรุ่งนี้ ดังนั้นมู่ไป๋ย่อมไม่พลาดแน่
ส่วนตอนนี้ เขาไม่ได้มัวเสียเวลาอยู่บนโลกออนไลน์อีกต่อไป
เพราะเผลอแป๊บเดียวก็ถึงวันที่ยี่สิบเก้าเดือนสิบสองตามปฏิทินจันทรคติแล้ว พรุ่งนี้ก็วันส่งท้ายปีเก่าแล้วสิ
มู่ไป๋เตรียมตัวจะออกไปเดินเล่นตอนบ่าย และแวะซื้อของเตรียมไว้สำหรับช่วงปีใหม่ด้วยเลย
ความจริงในวิลล่าก็ไม่ได้ขาดตกบกพร่องอะไร ไม่มีอะไรจำเป็นต้องซื้อมากมายนัก แต่วันปีใหม่ทั้งทีมันก็ต้องมีบรรยากาศบ้าง จะปล่อยให้บ้านเงียบเหงาแบบนี้ตลอดไปก็คงไม่ได้
อีกอย่าง ต้องรู้ไว้นะว่าในย่านหมู่บ้านคนรวยระดับท็อปอย่าง 'เสวียนอู่จงซาน' ถึงจะออกกฎว่าห้ามจุดพลุและประทัด แต่นิติบุคคลที่ไหนจะกล้าหือกับพวกเศรษฐีที่อาศัยอยู่ในนี้กันล่ะ
แถมลานกว้างทะเลสาบเสวียนอู่ที่อยู่ใกล้ๆ ก็อนุญาตให้จุดพลุได้ด้วย
ช่วงสิ้นปีของทุกปี ที่ลานกว้างนั่นมักจะมีการจุดพลุตระการตาราคาแพงหลากหลายรูปแบบทะยานขึ้นฟ้าเสมอ สิ่งนี้ทำให้ชาวเมืองที่อยู่ใกล้ย่านวิลล่าพากันมาที่ลานกว้างเพื่อชมความสวยงามประจำปีกันอย่างคึกคัก!
มู่ไป๋ที่พับหน้าจอแล็ปท็อปลงแล้ว หยิบมือถือขึ้นมาดูเวลา ก็พบว่าตอนนี้เที่ยงกว่าแล้ว ได้เวลากินข้าวกลางวันพอดี
หลังจากเดินออกจากห้องนอนและลงบันไดมาที่ห้องนั่งเล่น เขาก็เห็นว่าเสี่ยวชิงกำลังง่วนอยู่ในห้องครัว
เดิมทีเขากะจะพาเสี่ยวชิงออกไปกินข้าวข้างนอก แต่พอยังไม่ทันอ้าปาก ก็ได้กลิ่นหอมของอาหารลอยมาเตะจมูก ทำให้เขาต้องกลืนคำพูดนั้นลงคอไป
"บอสมู่ ลงมาแล้วเหรอคะ? มากินข้าวสิคะ ใกล้จะเสร็จแล้วล่ะ"
เสี่ยวชิงหันมาเห็นมู่ไป๋พอดี ใบหน้าสะสวยของเธอเต็มไปด้วยรอยยิ้มขณะเอ่ยชวน
"อืม ได้สิ"
มู่ไป๋พยักหน้า เดินไปที่โต๊ะอาหารแล้วหาที่นั่งลง
อาหารวันนี้ดูอลังการกว่าปกติ เห็นแล้วชวนน้ำลายสอ ดูออกเลยว่าฝีมือทำอาหารของเสี่ยวชิงในช่วงหลายวันนี้พัฒนาขึ้นมากทีเดียว
ไม่กี่นาทีต่อมา พอเสี่ยวชิงจัดการธุระเสร็จแล้วมานั่งลงที่โต๊ะ มู่ไป๋นึกขึ้นได้ว่าใกล้จะสิ้นปีแล้ว จึงเอ่ยขึ้นว่า "จริงสิ เสี่ยวชิง พรุ่งนี้ก็วันส่งท้ายปีเก่าแล้ว ฉันให้เธอหยุดยาวสักอาทิตย์นึงแล้วกันนะ ส่วนเงินเดือนช่วงนี้ เดี๋ยวฉันโอนเข้าบัญชีให้โดยตรงเลย"
พอได้ยินแบบนั้น เสี่ยวชิงก็หน้าตื่นลนลานทันที "เอ๊ะ... บอสมู่ นี่คุณจะไล่ฉันออกเหรอคะ? ขอร้องล่ะค่ะ อย่าทำแบบนี้เลยนะ ฉันทำอะไรไม่ดีตรงไหน คุณบอกมาตรงๆ ได้เลยนะคะ? ฉัน..."
เสี่ยวชิงทำหน้าตาน่าสงสารอ้อนวอนสุดชีวิต
ต้องยอมรับเลยว่า แม้เธออาจจะไม่ได้สวยหยาดเยิ้มระดับมู่เซียวเซียว เฉียนอีเหวิน หรือหานเมิ่งอวิ๋น แต่ถ้าวัดกับผู้หญิงทั่วไป เธอคือสาวสวยที่หาตัวจับยากคนหนึ่ง ถ้าไปอยู่ข้างนอก รับรองว่าต้องมีหนุ่มหล่อโปรไฟล์ดีมารุมจีบตรึมแน่นอน
การอ้อนวอนของสาวสวยระดับนี้ น้อยคนนักที่ผู้ชายจะต้านทานไหว
ส่วนมู่ไป๋ที่เจอลูกอ้อนแบบนี้เข้าไป ถึงจะไม่ได้ใจเต้นแรงอะไรนัก แต่ก็อดอมยิ้มออกมาไม่ได้
เดิมทีเขาหวังดีอยากจะให้เสี่ยวชิงหยุดช่วงปีใหม่ ยัยหนูนี้จะได้กลับไปอยู่กับครอบครัวบ้าง แต่ดูเหมือนว่าเธอจะเข้าใจผิดไปไกลเลย
เขาก็เลยพูดขำๆ ว่า "เอาล่ะ ยัยเด็กบ๊อง ฉันแค่จะบอกว่าปีใหม่แล้ว เลยให้เธอกลับไปอยู่กับครอบครัวบ้าง จะไปไล่เธอออกได้ยังไงล่ะ? ให้หยุดพักหนึ่งอาทิตย์ พอพ้นวันที่ห้า (วันที่ 5 หลังตรุษจีน) แล้วก็รีบกลับมาทำงานด้วยล่ะ"
หลังจากอธิบายไปชุดใหญ่ เสี่ยวชิงถึงได้กลับมายิ้มแฉ่งหน้าบานเหมือนเดิม "อื้มๆ ขอบคุณค่ะบอสมู่ ความจริงปีนี้ฉันกะจะไม่กลับบ้านแล้วอยู่เป็นเพื่อนคุณที่นี่นะคะ แต่ในเมื่อบอสมู่เจ้านายที่แสนดีที่สุดในโลกของฉันอนุญาตให้หยุดพัก ฉันก็จะกลับไปค่ะ ถ้าคุณต้องการให้ฉันช่วยอะไร ก็โทรเรียกได้ตลอดเลยนะคะ ฉันจะรีบกลับมาให้เร็วที่สุดเลย"
น้ำเสียงของเสี่ยวชิงเต็มไปด้วยความดีใจและความจริงใจ ส่วนไอ้ความรู้สึกประจบประแจงที่เจือมาด้วยนั้น เธอไม่ได้รู้สึกตะขิดตะขวงใจเลยสักนิด กลับมองว่าเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลด้วยซ้ำ
เพราะเธอรู้สึกว่าการเอาใจบอสของตัวเองมันไม่ต้องมีเหตุผลอะไรหรอก ยิ่งเป็นบอสที่ใจดี อ่อนโยน แถมยังหน้าตาหล่อเหลาสะอาดสะอ้านแบบนี้ด้วยแล้วล่ะก็...