บทที่ 180 สัตว์อสูรระดับดาวบุกโจมตี(ฟรี)
บทที่ 180 สัตว์อสูรระดับดาวบุกโจมตี(ฟรี)
ถูกต้อง ในขณะนี้เอง พรสวรรค์การมองเห็นขั้นกลางในร่างกายของฟางฟานได้ทะลวงผ่านสู่ขั้นสูงแล้ว
และเหตุผลที่ทำให้เกิดผลลัพธ์นี้มีเพียงหนึ่งเดียว
นั่นคือฟางเตาในตอนนี้ได้ทะลวงขีดจำกัดความแข็งแกร่งของตน ก้าวเข้าสู่เส้นทางไร้เทียมทาน กลายเป็นยอดฝีมือระดับผู้คุ้มครอง!
แต่ทว่าในขอบเขตผู้คุ้มครองนั้น รูปแบบของชีวิตได้เริ่มวิวัฒน์ไปสู่การหลุดพ้น ทั้งร่างกายและจิตวิญญาณต่างได้รับการยกระดับถึงขีดสุด เรียกได้ว่าแข็งแกร่งอย่างหาที่เปรียบมิได้
และฟางฟานที่มีพลังเพียงแค่ระดับมหาปรมาจารย์ขั้นสูงสุดย่อมไม่อาจทนทานต่อเจตจำนงจากขอบเขตผู้คุ้มครองได้ ดังนั้นเพื่อปกป้องฟางฟาน ระบบจึงตัดการเชื่อมต่อระหว่างทั้งสอง
ดังนั้น แม้ฟางฟานจะรู้ว่าฟางเตาได้เลื่อนระดับเป็นยอดฝีมือระดับผู้คุ้มครอง แต่เขากลับไม่รู้ว่าตอนนี้ฟางเตาอยู่ที่ใด หรือได้เผชิญกับสิ่งใดมาบ้าง?
แล้วท่านเจ้าเมืองเล่าอยู่ที่ไหน!
ทุกสิ่งยังคงเป็นปริศนา
และพร้อมกับการเลื่อนระดับของพรสวรรค์การมองเห็นพลังของฟางฟานก็ได้รับการยกระดับอย่างน่าสะพรึงกลัว กลิ่นอายอันทรงพลังพลันระเบิดออกมา
“ตูม!”
การโจมตีอันน่าสะพรึงกลัวของสัตว์อสูรระดับหนึ่งดาวได้จู่โจมเข้ามา ผืนดินพลันสั่นสะเทือน ปรากฏหลุมยักษ์ขนาดร้อยเมตรขึ้น ที่ก้นหลุมนั้นยังคงหลงเหลือกลิ่นอายทรงพลังที่ไม่ยอมสลายไป
“เจ้าสำนักลมไฟ!”
เหล่ายอดฝีมือท่ามกลางฝูงชนเมื่อเห็นฉากนี้ ต่างตะโกนลั่น หรือดาวรุ่งดวงใหม่ที่กำลังฉายแสงจะต้องมาดับสิ้นเช่นนี้?
“พวกเจ้าเป็นห่วงตัวเองก่อนเถอะ!”
เสียงคำรามหนึ่งดังขึ้น ดึงสติของทุกคนกลับมา สัตว์อสูรระดับหนึ่งดาวอีกตัวเริ่มเข้าล้อมสังหารอย่างต่อเนื่อง
แต่เนื่องจากมีเหล่ามหาปรมาจารย์ขั้นสูงสุดและขั้นสูงอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้มันไม่สามารถทะลวงแนวป้องกันได้ในเวลาอันสั้น
“นาโด อย่ามัวโอ้เอ้!”
“รีบมาช่วยข้าเร็วเข้า!”
สัตว์อสูรระดับหนึ่งดาวที่กำลังต่อสู้กับเหล่ามหาปรมาจารย์ ตะโกนใส่นาโดที่ยังมีแก่ใจหยอกล้อกับมนุษย์ พลันรู้สึกโกรธจนเลือดขึ้นหน้า หากมัวเสียเวลาเช่นนี้ พวกมันทั้งสองอาจเดือดร้อนไปด้วยกัน
และนาโดที่มันเอ่ยถึง ก็คือสัตว์อสูรระดับหนึ่งดาวตัวที่ไล่ล่าฟางฟานก่อนหน้านี้นั่นเอง
ในตอนนี้ นาโดมีเรื่องทุกข์ใจแต่พูดไม่ออก จริงอยู่ที่ก่อนหน้านี้มันคิดจะหยอกล้อมนุษย์ผู้นี้เล่น แต่คาดไม่ถึงว่าในวินาทีสุดท้าย มนุษย์ผู้นี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่มันเองก็คาดไม่ถึง
“มนุษย์... เจ้าอยู่ไหน!”
นาโดคำรามลั่น ในหลุมยักษ์ที่เกิดจากการโจมตีนั้น ว่างเปล่าไร้เงาของฟางฟาน
ทันใดนั้น ดวงตาของนาโดก็หรี่ลง และลงมือในบัดดล
การโจมตีอันน่าสะพรึงกลัวนั้นแหวกทะลุอากาศจนมิติปริแตก พลังทำลายไม่ลดลงแม้แต่น้อย ซัดพื้นดินจนเกิดเป็นหลุมลึกอีกแห่ง
“ตายรึยัง?”
นาโดมองลงไปในหลุมลึก ปรากฏเพียงกองเลือดและเศษเนื้อ แต่เมื่อเห็นภาพนี้ มันกลับไม่รู้สึกยินดีแม้แต่น้อย
เพราะเศษเนื้อและเลือดเหล่านั้นเป็นเพียงของสัตว์อสูรระดับสามโชคร้ายตัวหนึ่งเท่านั้น
“ที่แท้... สัตว์อสูรระดับหนึ่งดาวอย่างเจ้าก็มีดีแค่นี้เองสินะ!”
ทันใดนั้น เสียงมนุษย์ที่มันเกลียดชังก็ดังขึ้น... จากใต้ท้องของมันเอง!
“ตายซะ!”
นาโดไม่ลังเลแม้แต่น้อย มันกระแทกร่างลงกับพื้นอย่างแรง หมายจะบดขยี้มนุษย์ผู้นั้นให้แหลกละเอียด แต่เสียงนั้นกลับยังไม่เงียบหายไป
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง มนุษย์ผู้นั้นก็มาปรากฏอยู่ตรงหน้ามันแล้ว
พลังของมนุษย์ผู้นี้แข็งแกร่งขึ้นถึงเพียงนี้ได้อย่างไร?
นาโดไม่เข้าใจอย่างยิ่ง แต่ยังไม่ทันได้คิด มนุษย์ผู้นั้นก็เหวี่ยงหมัดเข้าใส่ดวงตาของมันแล้ว ความเร็วของหมัดนั้นรวดเร็วจนมันไม่อาจตอบสนองได้ทัน
“ตูม!”
หลังจากฟาดหมัดสุดแรงเกิด ฟางฟานก็ถอยกลับอย่างรวดเร็ว หมัดนั้นไม่ใช่การโจมตีสุ่มสี่สุ่มห้า แต่เป็นผลจากการสังเกตมาเนิ่นนานจนพบจุดอ่อนบนร่างของมัน
สัตว์อสูรระดับหนึ่งดาวตัวนี้ทั่วร่างปกคลุมไปด้วยเกล็ด แม้กระทั่งใต้ท้องก็ยังมี ลักษณะคล้ายตัวนิ่มในชาติก่อนของเขา และส่วนเดียวบนร่างกายที่ไร้เกล็ดปกคลุม ก็คือดวงตาของมัน
หากมันต้องเสียดวงตาไป พลังของมันย่อมลดลงอย่างฮวบฮวบ
ฟางฟานที่ถอยกลับอย่างรวดเร็วมองดูสัตว์อสูรระดับหนึ่งดาวที่ยืนนิ่งงันด้วยความประหลาดใจ แต่สิ่งที่ตามมาคือเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
“ฮ่าๆๆๆ! ที่แท้พลังของเจ้าก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเท่าไหร่!”
“หมัดเมื่อครู่คงเป็นพลังทั้งหมดของเจ้าแล้วสินะ!”
“พลังทั้งหมดของเจ้ายังทำร้ายจุดอ่อนของข้าไม่ได้ด้วยซ้ำ ดูท่าแล้ว...สิ่งที่เปลี่ยนไปคงมีเพียงความเร็วและปฏิกิริยาของเจ้าเท่านั้น!”
“ถึงจะไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด แต่ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงชะตากรรมที่เจ้าต้องตายได้!”
สมแล้วที่เป็นสัตว์อสูรระดับหนึ่งดาว เพียงแค่หมัดเดียว มันก็วิเคราะห์ฟางฟานได้เกือบทั้งหมด
นาโดคำรามอย่างตื่นเต้น เดิมทีมันคิดว่ามนุษย์ตรงหน้าซ่อนพลังเอาไว้ และภายใต้หมัดเมื่อครู่ ดวงตาของมันคงไม่รอดแล้ว
แต่คาดไม่ถึงว่ามนุษย์ผู้นั้นจะยังทำร้ายมันไม่ได้แม้แต่น้อย
นี่หมายความว่า นอกจากปฏิกิริยาและความเร็วแล้ว พลังในด้านอื่นๆ ของมนุษย์ผู้นี้ยังคงอยู่ในขอบเขตมหาปรมาจารย์
มันอาจหลบได้เป็นพันเป็นหมื่นครั้ง แต่ขอเพียงโดนโจมตีแค่ครั้งเดียว ทุกอย่างก็จบสิ้น
นาโดไม่พูดพร่ำทำเพลง พุ่งเข้าสังหารฟางฟานทันที ส่วนฟางฟานในตอนนี้ก็มีสีหน้าเคร่งเครียด เขาคาดไม่ถึงว่าพลังป้องกันของสัตว์อสูรระดับดาวจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้
แม้พลังของเขาจะไม่ได้เพิ่มขึ้น แต่ก็อยู่ในระดับสูงสุดของมหาปรมาจารย์แล้ว ถึงกระนั้นก็ยังไม่สามารถทำลายจุดอ่อนของมันได้
หรือว่า...ช่องว่างระหว่างพลังมันจะมากมายถึงเพียงนี้จริงๆ?
การโจมตีของนาโดมาถึงในพริบตา ฟางฟานทำได้เพียงหลบหลีกอย่างต่อเนื่อง หนีหัวซุกหัวซุน
เพราะหากพลาดโดนโจมตีเข้าเมื่อไหร่ ชีวิตน้อยๆ นี้ก็คงรักษาไว้ไม่ได้
แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น ภาพที่เกิดขึ้นก็ยังทำให้ทุกคนตกตะลึง รวมถึงตัวตนที่กำลังต่อสู้อยู่บนฟากฟ้าด้วย
“พรสวรรค์ของเจ้าหนูมนุษย์นั่นแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ได้อย่างไร”
“เป็นเพียงยอดฝีมือระดับมหาปรมาจารย์ แต่ในด้านความเร็ว กลับสามารถเอาชนะสัตว์อสูรระดับหนึ่งดาวของเผ่าเราได้!”
“ถึงแม้นาโดจะไม่ถนัดด้านความเร็ว แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่มดปลวกตัวหนึ่งจะต่อกรได้”
“ดูท่าแล้ว ถึงจะไม่ใช่พรสวรรค์ระดับราชันย์ แต่ก็นับได้ว่าเป็นหัวกะทิในหมู่ยอดอัจฉริยะแล้ว!”
“แต่น่าเสียดาย... ตัวตนที่หาได้ยากยิ่งแม้แต่ในนครใหญ่ของเผ่าพันธุ์มนุษย์ บัดนี้จะต้องมาตายที่นี่!”
บนฟากฟ้า สัตว์อสูรระดับห้าดาวมองดูเหตุการณ์เบื้องล่างอย่างสนอกสนใจ คาดไม่ถึงว่ามนุษย์ผู้นั้นจะสร้างความประหลาดใจให้มันได้
การสังหารหัวกะทิในหมู่ยอดอัจฉริยะนั้นคุ้มค่ากว่าการสังหารมหาปรมาจารย์ธรรมดาๆ มากนัก
เติงซิงเหวินและซือจวิ้นเต๋อไม่ได้เอ่ยสิ่งใด แม้จะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของฟางฟาน แต่ตอนนี้การปกป้องที่ดีที่สุดสำหรับเขาก็คือการต่อสู้!
ขอเพียงแค่สกัดกั้นสัตว์อสูรระดับห้าดาวเบื้องหน้า และยื้อเวลาต่อไปอีกสักพัก... ท่านเจ้าเมืองก็จะกลับมา!
“ที่แท้...”
“สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดของเจ้าสำนักลมไฟไม่ใช่ร่างกายและพลัง แต่เป็นความเร็วของเขานี่เอง!”
“อสูรร้ายเช่นนี้... หรือว่าเขาจะเป็นตัวตนที่อยู่เหนือกว่าเหล่าอัจฉริยะ!”
“ร่างกายก็แข็งแกร่งปานปีศาจแล้ว ความเร็วยังทำให้คนสิ้นหวังได้ถึงขนาดนี้ เขาฝึกฝนมาได้อย่างไรกันแน่!”
เมื่อเห็นภาพอันน่าเหลือเชื่อนี้ ไม่มีผู้ใดไม่ทอดถอนใจในความเป็นอสูรร้ายของฟางฟาน เขาคือตัวประหลาดโดยแท้จริง
ด้วยความเร็วในขอบเขตมหาปรมาจารย์ แต่กลับเหนือกว่าสัตว์อสูรระดับหนึ่งดาว ถึงแม้สัตว์อสูรตรงหน้าจะมีจุดเด่นด้านการป้องกัน แต่มันก็คือสัตว์อสูรระดับหนึ่งดาว ระหว่างทั้งสองมีช่องว่างที่แทบไม่อาจข้ามผ่านได้
แต่ในตอนนี้ มีคนบอกพวกเขาว่า...ช่องว่างนั้นมีคนข้ามมันไปแล้ว
เขาคือฟางฟาน ผู้ที่ทำให้สัตว์อสูรระดับหนึ่งดาวต้องไล่ตามอย่างไม่ลดละ
เจ้าสำนักแห่งสำนักลมไฟ!
ในใจของทุกคน ภาพลักษณ์ของฟางฟานถูกยกระดับขึ้นไปอีกครั้ง บางคนถึงกับยกระดับไปสู่ขั้นเทิดทูนบูชา
แต่ฟางฟานไม่ได้รับรู้สิ่งเหล่านี้เลย
เขายังคงหมกมุ่นอยู่กับการคิดหาวิธี...ว่าจะจัดการกับสัตว์อสูรระดับหนึ่งดาวตัวนี้อย่างไรดี