บทที่ 305 หวนคืนสู่โลกมนุษย์(ฟรี)
บทที่ 305 หวนคืนสู่โลกมนุษย์(ฟรี)
ทุกสรรพสิ่งในโลกจันทร์สีเลือดเริ่มรูดม่านปิดฉากลง ต่อหน้าฝูงมดอันน่าสะพรึงกลัว ป่าทึบทั้งมวลได้กลายเป็นดินแดนต้องห้ามของราชินีมดไปเสียแล้ว
ในวันนั้น เสียงกู่ร้องโหยหวนของเหล่าสัตว์อสูรดังกึกก้องสะท้านฟ้า สิ่งที่ตามมาคือแต้มการเพาะเลี้ยงจำนวนมหาศาลที่หลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย
ราชินีมดอาลัยอาวรณ์อย่างสุดซึ้ง ทว่ามันตระหนักดีว่า... ถึงเวลาที่ผู้เป็นนายต้องจากไปแล้ว
บัดนี้ หลังจากกลืนกินซากสัตว์อสูรไปนับไม่ถ้วน ผนวกกับความช่วยเหลือของฟางฟาน มันได้ก้าวข้ามขีดจำกัด ทะลวงกำเนิดใหม่กลายเป็นสัตว์อสูรระดับเจ็ดโดยสมบูรณ์ ซึ่งเทียบเท่ากับยอดฝีมือ ‘ขอบเขตเหนือมนุษย์’ ในโลกมนุษย์เลยทีเดียว
“ช่วงระยะเวลานี้อย่าเพิ่งขยายอาณาเขต รอจนกว่าเรื่องราวทั้งหมดจะสงบลงเสียก่อน”
ฟางฟานเอ่ยเตือนราชินีมดก่อนจากไป ความเคลื่อนไหวสะเทือนเลื่อนลั่นที่เกิดขึ้นในป่าทึบ ย่อมล่วงรู้ไปถึงหูของเหล่าขุมกำลังอสูรผู้แข็งแกร่งในอาณาเขตอื่นเป็นแน่ การเก็บตัวเงียบไว้ก่อนจึงเป็นหนทางที่ดีที่สุด เพื่อมิให้ตกเป็นเป้าสายตาของพวกมัน
ซุ่มซ่อนบ่มเพาะพลังเงียบๆ นั่นแหละคือวิถีแห่งราชัน!
ก่อนหน้านี้ ในบรรดาแปดราชันทรราชแห่งป่าทึบ เจ็ดตนถูกสังหารสิ้น ทว่ามีเพียงตนเดียวที่หลบหนีไปได้ในวินาทีสุดท้าย และจนบัดนี้ก็ยังไร้ซึ่งร่องรอยให้ตามจับ
ฟางฟานอดกังวลอยู่ลึกๆ ไม่ได้ เพราะดูเหมือนว่าราชันอสูรตนที่หลบหนีไปนั้น จะได้เห็นใบหน้าของเขาเข้าเสียแล้ว
“หวังว่าฉันคงจะคิดมากไปเองนะ”
เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะสลัดความคิดนั้นทิ้งไป นัยน์ตาทอดมองราชินีมดที่กำลังให้กำเนิดฝูงมดกลายพันธุ์ชนิดพิเศษด้วยความรู้สึกเบิกบานใจ
ไม่นึกเลยว่าแนวคิดที่จู่ๆ ก็ผุดขึ้นมาในหัวก่อนหน้านี้ จะสามารถบันดาลให้กลายเป็นจริงได้
พรสวรรค์อื่นๆ สามารถนำมาหลอมรวมเข้ากับสิ่งมีชีวิตได้จริง! ทว่าเงื่อนไขแห่งปาฏิหาริย์นี้ ใช้ได้เฉพาะกับสัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษอย่างราชินีมดตัวนี้เท่านั้น
ราชินีมดสามารถผสานพรสวรรค์อันหลากหลายเข้าด้วยกัน เพื่อให้กำเนิด ‘ราชันมด’ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวขึ้นมาได้
ยกตัวอย่างเช่นราชันมดที่เพิ่งฟักตัวออกมา บัดนี้บนเรือนร่างดั้งเดิมของมัน กลับงอกปีกโปร่งใสคู่หนึ่งออกมาอย่างน่าทึ่ง อีกทั้งบริเวณส่วนท้องยังมีหอกแหลมคมที่แข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้ายื่นออกมา หอกนี้สามารถสลัดหลุดเพื่อใช้เป็นอาวุธคู่กาย หรือแม้กระทั่งพุ่งซัดราวกับหอกขว้างก็ยังได้
นี่คือผลลัพธ์จากการผสานพรสวรรค์ของ ‘ยุง’ เข้าไปในตัวมด!
มดบางตัวกลับมีพละกำลังเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด บางตัวมีความเร็วและปฏิกิริยาตอบสนองเป็นเลิศ บางตัวพ่นใยได้ หรือแม้กระทั่งผสานพรสวรรค์ของ ‘ตั๊กแตนตำข้าว’ เข้าไป ทำให้ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยอาวุธสังหารอันแหลมคม พลังรบพุ่งทะยานถึงขีดสุด!
สำหรับมดสายพันธุ์นี้ ฟางฟานตั้งชื่อให้มันว่า ‘มดตั๊กแตนสังหาร’
ทว่ายิ่งพวกมันทรงพลังมากเพียงใด ระยะเวลาในการฟักตัวก็ยิ่งเนิ่นนานขึ้น จำนวนก็น้อยลง และยังผลาญพลังงานของราชินีมดมากขึ้นตามไปด้วย
ฟางฟานเชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจว่า ในอีกไม่ช้า นามแห่ง ‘ราชินีอสูร’ จะต้องดังกระฉ่อนไปทั่วทั้งโลกจันทร์สีเลือดอย่างแน่นอน
เพราะพรสวรรค์ของราชินีมดนั้น... ช่างน่าสะพรึงกลัวเกินกว่าจะจินตนาการได้จริงๆ
ฟางฟานหมุนตัวก้าวเข้าสู่รอยแยกมิติ ทอดทิ้งโลกจันทร์สีเลือดไว้เบื้องหลัง พลันฟ้าดินหมุนคว้าง ทัศนียภาพเบื้องหน้าแปรเปลี่ยนไปอีกครา บัดนี้เขาได้มาปรากฏตัวอยู่ ณ ชั้นใต้ดินของสำนักยุทธ์เทียนหยวนแล้ว
“คงได้เวลาต้องไปแล้วสินะ”
“แต่ก่อนหน้านั้น คงต้องแวะกลับบ้านสักหน่อย”
ฟางฟานพึมพำแผ่วเบา ก่อนจะมุ่งหน้ากลับสู่เคหาสน์ของตน แม้เขาจะใช้เวลาอยู่ในโลกจันทร์สีเลือดเพียงแค่วันเดียว ทว่าการหายตัวไปอย่างกะทันหันของเขากลับสร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ให้กับโลกภายนอก
ในฐานะเจ้าเมืองเจียงไห่คนใหม่ การเร้นกายหายไปอย่างไร้ร่องรอย ย่อมทำให้เหล่ายอดฝีมือระดับขุนพลที่ต้องการหารือข้อราชการต่างพากันว้าวุ่น เพราะไม่ว่าจะพลิกแผ่นดินหาเช่นไรก็ไม่พบตัว
เรื่องนี้ถึงขั้นสั่นสะเทือนไปถึงฉินซวง บุคคลระดับสูงของเผ่าพันธุ์มนุษย์ แม้แต่นางก็ยังอดสงสัยไม่ได้ว่าฟางฟานหายตัวไปที่ใด ทว่านางรู้ดีว่าเขาไม่ได้ตกอยู่ในอันตรายใดๆ
ตราบใดที่นางยังรั้งอยู่ที่นี่ เผ่าอสูรย่อมไม่มีความกล้าพอที่จะลงมือ
ยิ่งไปกว่านั้น ข้างกายของฟางฟานยังมีถึงสองยอดยุทธ์ระดับเทพสงครามคอยพิทักษ์ หากจะมีใครต้องตกอยู่ในอันตราย คนผู้นั้นก็ย่อมต้องเป็นผู้อื่นต่างหาก!
และทันทีที่ฟางฟานปรากฏตัวขึ้นจากสำนักยุทธ์เทียนหยวน ข่าวคราวนี้ก็แพร่สะพัดออกไปดั่งไฟลามทุ่ง ทำให้ผู้คนมากมายต่างถอนหายใจด้วยความโล่งอก ด้วยเกรงว่าเจ้าเมืองคนใหม่จะประสบกับเหตุร้ายใดๆ
“พ่อครับ แม่ครับ”
ทันทีที่ฟางฟานก้าวเท้าเข้าบ้าน ฟางโจวและเฉินซินก็เพิ่งกลับมาจากข้างนอกพอดี สำหรับเรื่องราวอันน่าเหลือเชื่อที่เกิดขึ้นกับบุตรชายของตน ทั้งสองยังคงรู้สึกเคลือบแคลงใจอยู่บ้าง... นี่ตอนคลอดลูกที่โรงพยาบาล พวกเขาอุ้มเด็กมาผิดคนหรือเปล่านะ?
ลูกชายของพวกเขาช่างยอดเยี่ยมเกินไปแล้ว!
ไม่สิ คำว่า ‘ยอดเยี่ยม’ คงไม่เพียงพอที่จะนำมาประเมินค่าได้อีกต่อไป ต้องเรียกว่าสัตว์ประหลาด หรือตัวประหลาดมหัศจรรย์เสียมากกว่า!
ในฐานะปุถุชนคนธรรมดา ฟางโจวและเฉินซินไม่เคยคาดคิดฝันเลยว่าลูกชายของตนจะก้าวขึ้นเป็นถึง ‘เจ้าเมืองเจียงไห่’ !
เดิมทีกระทั่งการได้เป็นยอดฝีมือระดับขุนพลก็ถือว่ายิ่งใหญ่คับฟ้าแล้ว
แต่ให้ตายเถอะ! ผ่านไปเพียงไม่กี่เดือน กลับผงาดขึ้นเป็นเจ้าเมืองเจียงไห่เสียนี่
เรื่องราวเหล่านี้ช่างดูราวกับภาพลวงตาที่ยากจะเชื่อว่าเป็นความจริง
ทว่าเมื่อนึกถึงชายชราผู้พลีชีพในสนามรบผู้นั้น ความเศร้าสลดก็อดไม่ได้ที่จะเอ่อล้นขึ้นมาในจิตใจของทั้งสอง
“ท่านเจ้าเมืองเจียงไห่ไฉนถึงมาเยือนบ้านข้าได้เล่า ตอนนี้ท่านควรจะนั่งว่าราชการอยู่ที่จวนเจ้าเมืองไม่ใช่หรือ?”
“ตอนนี้เมืองเจียงไห่กำลังต้องการตัวลูกนะ อย่ามัวแต่กลับบ้านจนเสียการใหญ่ล่ะ”
ฟางโจวเห็นหน้าลูกชายก็เอ่ยหยอกล้อ แน่นอนว่านั่นเป็นเพียงคำพูดหยอกเย้า เพราะมีพ่อแม่คนไหนบ้างล่ะที่ไม่อยากให้ลูกชายกลับมาเยี่ยมบ้านบ่อยๆ
ฟางโจวและเฉินซินหารู้ไม่ว่าบุตรชายของตนกำลังจะต้องออกเดินทางไปแดนไกลในไม่ช้า และยิ่งไม่รู้เลยว่าบัดนี้ระดับพลังของฟางฟานได้ถดถอยร่วงหล่นลงมาอยู่ที่ ‘ขอบเขตมหาปรมาจารย์’ แล้ว
“ผมกลับบ้านตัวเองไม่ได้หรือไงครับ?”
ฟางฟานทอดมองบุพการี ความรู้สึกอ้างว้างในใจพลันถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่น เขาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงออดอ้อนเล็กน้อย แม้บัดนี้เขาจะดำรงตำแหน่งเป็นถึงผู้ปกครองเมืองเจียงไห่ ทว่าต่อหน้าบุพการี เขาก็ยังเป็นเพียงลูกชายคนหนึ่งเท่านั้น
“ผมไม่ได้กินหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงฝีมือแม่มาตั้งนานแล้ว”
“แม่ทำให้ผมกินอีกสักมื้อสิครับ”
“พูดจาเหลวไหล ตอนลูกฟื้นขึ้นมาก็เพิ่งจะกินไปเอง ไม่ได้กินมาตั้งนานอะไรกันล่ะ”
เฉินซินเผยรอยยิ้มเปี่ยมเมตตาของคนเป็นแม่ แม้ปากจะบ่น ทว่ามือก็เอื้อมไปเปิดตู้เย็นซึ่งภายในเต็มไปด้วยวัตถุดิบที่นางเตรียมไว้ให้ฟางฟานล่วงหน้าอย่างพรั่งพร้อม
นางรู้ดีว่าบุตรชายแบกรับภาระหน้าที่อันหนักอึ้งและมีเวลาว่างเพียงน้อยนิด นางจึงตระเตรียมทุกสิ่งไว้รอคอย เพียงแค่ลูกเอ่ยปาก นางก็พร้อมลงมือปรุงอาหารให้ในทันที
หลังจากดื่มด่ำกับมื้ออาหารอันแสนอร่อยจนหนำใจ ฟางฟานก็จ้องมองบิดามารดาของตนอย่างเงียบงัน เขาไม่รู้เลยว่าการจากไปครั้งนี้ อีกเนิ่นนานเพียงใดจึงจะได้หวนกลับมาอีกครั้ง
“เป็นอะไรไป รสชาติไม่ถูกปากหรือ?”
เฉินซินสังเกตเห็นท่าทีที่ผิดแผกไปของบุตรชาย นึกว่ารสชาติอาหารเปลี่ยนไป จึงเอ่ยถามด้วยความห่วงใย
“รสชาติยังอร่อยเหมือนเดิมเลยครับ”
ฟางฟานราวกับต้องการจดจำรสชาตินี้ สลักลึกไว้ในก้นบึ้งของหัวใจ การปล่อยให้พ่อกับแม่อยู่ที่เมืองเจียงไห่ต่อไป อาจจะเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับพวกท่านแล้ว
“จริงสิครับพ่อ แม่”
“ตอนนี้ผมก็เป็นถึงเจ้าเมืองเจียงไห่แล้ว ย้ายบ้านกันดีไหมครับ อยู่ที่นี่ต่อไปอาจจะไม่ค่อยปลอดภัย”
ฟางฟานเอ่ยถึงความกังวลของตน แม้จะมีคนล่วงรู้ตัวตนที่แท้จริงของเขาเพียงหยิบมือ ทว่านั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น
หากในช่วงเวลาที่เขาไม่อยู่ เกิดมีคนคิดร้ายมุ่งเป้ามาที่พ่อแม่ของเขา ถึงเวลานั้นต่อให้เสียใจก็คงไม่อาจแก้ไขอะไรได้อีก
“ลูกเอ๋ย พ่อเข้าใจความกังวลของลูกนะ แต่ลูกจะให้พ่อกับแม่ย้ายไปที่ไหนล่ะ?”
“พ่อกับแม่ก็เป็นแค่คนธรรมดา อยากจะใช้ชีวิตสงบสุขแบบปุถุชนทั่วไปเท่านั้นแหละ สำหรับเรื่องราวแปลกใหม่พวกนั้น พ่อกับแม่ไม่มีเรี่ยวแรงพอจะไปรับมือหรอกนะ”
เจตนารมณ์ของฟางโจวและเฉินซินนั้นชัดเจนยิ่งนัก พวกเขาไม่อยากจากสถานที่แห่งนี้ไป สถานที่แห่งใหม่ย่อมไร้ซึ่งผู้คนคุ้นเคย และชีวิตหลังจากนี้คงไม่ต่างอันใดกับสัตว์ที่ถูกขังอยู่ในสวนสัตว์ แม้จะได้รับการปกป้องคุ้มครองอย่างแน่นหนา ทว่าก็ต้องสูญเสียอิสรภาพไปเช่นกัน
“ที่จริงลูกไม่ต้องคิดมากหรอกนะ”
“หากลูกกังวลเรื่องความปลอดภัยของพ่อกับแม่ล่ะก็ เลิกคิดไปได้เลย ใครกันจะรนหาที่ตาย กล้ามาแตะต้องพ่อแม่ของท่านเจ้าเมือง”
“แต่ถ้าลูกยังไม่วางใจ จะส่งคนมาคุ้มกันเพิ่มอีกหน่อยก็ได้”
ฟางโจวกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ฟางฟานจึงไม่คาดคั้นอีกต่อไป จริงอย่างที่ว่า พ่อกับแม่ของเขาเป็นเพียงคนธรรมดา และพวกท่านก็ปรารถนาเพียงชีวิตที่เรียบง่าย
ดูเหมือนว่า ยอดฝีมือที่ส่งมาคุ้มกันก่อนหน้านี้ คงต้องยกระดับความแข็งแกร่งให้มากกว่านี้เสียแล้ว...