เป็นไปไม่ได้หรอก!

หยางฟานเดินไปเปิดประตูห้องส่วนตัว

“เอาล่ะ ๆ กินข้าวกันเถอะ”

เมื่อหญิงสาวเห็นดังนั้นก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ไม่พูดอะไรแม้แต่น้อย แล้วกลับไปนั่งที่เดิม

หลังจากทานอาหารเสร็จเห็นได้ชัดว่า หลี่เวยไม่อยากอยู่กับหยางฟานอีกแล้ว เธอตัดสินใจแน่วแน่จะไป โดยไม่แม้แต่จะเอ่ยลา ก็ขึ้นรถแท็กซี่จากไป

บนรถสีหน้าของหญิงสาวยังคงเต็มไปด้วยความไม่พอใจ แต่เมื่อเห็นถุงของขวัญสามใบในมือแล้ว ก็รู้สึกดีขึ้นไม่น้อย

หยางฟานยืนมองรถค่อย ๆ ขับออกไป พลางคิดในใจว่า

ผู้หญิงคนนี้แปลกจริง ๆ ไว้ค่อยสังเกตดูอีกทีแล้วกัน!

ยังไงซะ เขาก็มีเงินใช้เท่าไหร่ก็ไม่หมด เขาไม่เชื่อหรอกว่าจะจีบเธอไม่ได้

ก็ในเมื่อเป็นสาวสวยแท้ ๆ ที่หายากจะหาเจอ เขาจะปล่อยให้คนอื่นได้ไปก่อนงั้นเหรอ?

ขอโทษที เขาไม่ได้ใจดีขนาดนั้น

แม้ว่าเขาจะไม่ได้ยึดติดกับเรื่องความบริสุทธิ์นัก นั่นก็เพราะสภาพสังคมทุกวันนี้เป็นแบบนี้ จึงไม่อยากตั้งมาตรฐานสูงเกินไป

แต่เมื่อเจอสาวที่ทั้งสวยทั้งบริสุทธิ์ขนาดนี้ จะปล่อยให้หลุดมือไปง่าย ๆ ได้ยังไงกัน

ในใจเขาตอนนี้หลี่เวยก็ยังหอมหวานกว่าผู้หญิงที่ถูกคนอื่นคว้าไปก่อนหน้าอยู่ดี

จากนั้น หยางฟานก็เปิดหน้าจอตรวจดูระดับความสนิทสนมของผู้หญิงที่เขามีอยู่

ระดับความสนิทกับกู้รุ่ยเจี๋ยสูงที่สุดถึงแม้ว่าเด็กคนนี้จะเชื่อฟังน่ารัก แต่หลังจากแตะระดับเจ็ดสิบแล้ว ระดับก็ไม่ค่อยขยับขึ้นอีกเลย

เขาเข้าใจดีว่า ความสนิทสนมน่ะ ยิ่งสูงก็ยิ่งเพิ่มยากเป็นธรรมดา

ในช่วงนี้คงรีดอะไรจากเธอไม่ได้มากนัก เลยเปลี่ยนเป้าไปที่ เฉินซืออี๋ แทน

สาวคนนี้เป็นคนเมืองเป่ย์ซูโดยกำเนิด แถมยังออกจะเป็นพวกหลงรักจนหัวปักหัวปำอยู่หน่อย ๆ ระดับความสนิทก็ใกล้ถึงหกสิบเข้าไปแล้ว ลองใช้บัตรคืนเงินระดับสองสักใบก่อนแล้วกัน

คิดได้ดังนั้น เขาก็วิดีโอคอลหาเธอทันที

…..

ช่วงนี้เฉินซืออี๋ค่อนข้างหดหู่หลังจากโดนหยางฟานล่อลวงให้เลิกกับแฟนไปแล้ว แฟนเก่าของเธอก็ตามตื๊ออยู่หลายครั้ง

มาดักเธอถึงหน้ามหาลัยพูดขอคืนดีไม่เลิก ซึ่งเธอก็เกือบใจอ่อนเพราะยังลืมเขาไม่ได้

โชคดีที่ทุกครั้งพอนึกถึงหยางฟานขึ้นมา ใจเธอก็กลับมาแน่วแน่

ในใจเธอมีความอยากเจอหยางฟานอยู่ไม่น้อย แต่ก็รู้สึกว่าตัวเองยังไม่พร้อม กลัวอีกฝ่ายจะเข้าใจผิด จึงได้แต่ลังเลอยู่ตลอดช่วงที่ผ่านมา

จนกระทั่งเมื่อคืน เธอได้รับการโอนเงินหนึ่งแสนหยวนพร้อมคำอวยพรวันเด็กจากเขา ถึงได้รู้ว่าอีกฝ่ายยังใส่ใจเธออยู่

ก็อดซาบซึ้งใจไม่น้อยเลยแสดงท่าทีตอบรับแบบอ้อม ๆ ว่าอยากให้ชวนไปกินข้าว

แต่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายกลับไม่ให้คำตอบชัดเจนแค่ตอบกลับมาคำว่าอืมแล้วก็เงียบไปเลย

ทำเอาเธอไม่พอใจอยู่ไม่น้อย รู้สึกว่าตัวเองออกตัวขนาดนี้ อีกฝ่ายยังทำเป็นเชิดใส่อีก

หยิ่งอะไรนักหนา?

ไม่สนใจก็ช่างสิ! ฉันก็ไม่สนใจนายเหมือนกัน!

ฮึ!!

ตอนนั้นเธอกำลังวิ่งจ๊อกกิ้งอยู่ข้างนอก พอได้รับสายวิดีโอจากหยางฟาน ก็รู้สึกดีขึ้นมาทันที

แรก ๆ ตั้งใจว่าจะปล่อยให้อีกฝ่ายรอนาน ๆ เป็นการลงโทษ แต่พอได้ยินเสียงเรียกเข้าดังซ้ำ ๆ มือของเธอก็ซื่อสัตย์เกินไป กดรับสายโดยไม่รู้ตัว

“ฮึ! โทรมาหามีธุระอะไรเหรอ?”

หยางฟานมองสาวสวยที่อยู่ในสายวิดีโอซึ่งกำลังเช็ดเหงื่อด้วยผ้าขนหนู แล้วถามด้วยน้ำเสียงสงสัย

“นี่ไปกินระเบิดมารึไง? ใครทำให้น้องสาวคลั่งรักของเราหงุดหงิดกันล่ะ?”

เฉินซืออี๋ได้ยินแบบนั้น ก็ทำหน้าบึ้งแล้วสวนกลับทันที

“แหวะ! พี่ต่างหากล่ะที่เป็นคนคลั่งรัก! มีอะไรก็รีบพูดมา ถ้าไม่มีจะวางแล้วนะ!”

หยางฟานแอบหัวเราะในใจอย่างขบขัน

“โอ้โห! นี่กำลังโกรธฉันอยู่เหรอ? ฉันไปทำอะไรให้งอนล่ะ?”

“ไม่มีซะหน่อย อย่ามามโนไปเองเถอะ”

“แล้วนี่เหงื่อเต็มหัวแบบนี้ ไปทำอะไรมาน่ะ?”

“เรื่องของฉัน พี่ยจะอยากรู้ทำไม?”

“พูดดี ๆ ได้มั้ยเนี่ย?”

“ไม่ได้!!”

“ออกมาเที่ยวกันมั้ย?”

“ได้!”

【ความสนิทสนมเฉินซืออี๋ +1】

???

“……”

สาวคนนี้เปลี่ยนอารมณ์แบบกะทันหันจนเขาแทบจะบิดหลังไม่ทัน งงไปพักใหญ่จนแอบสงสัยตัวเองว่าได้ยินผิดไปรึเปล่า

เฉินซืออี๋เห็นสีหน้าเขาเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม ก็หัวเราะ ออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่

“ยืนเหม่ออะไรอยู่ล่ะ? บอกมาสิว่าจะไปที่ไหน?”

“เอ่อ ดื่มเหล้าเป็นมั้ย? ไปนั่งบาร์ชิล ๆ กันมั้ย?”

เฉินซืออี๋ได้ยินแล้วก็นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ปกติเธอไม่ชอบไปสถานที่แบบนั้นเท่าไหร่ แต่พอนึกว่านี่คือการนัดครั้งแรกที่หยางฟานเป็นฝ่ายชวน เธอก็ไม่อยากปฏิเสธ

“ได้!”

“โอเค เดี๋ยวไปรับนะ”

“ไม่ต้อง พี่บอกพิกัดมาก็พอ ฉันจะกลับบ้านไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน”

หลังจากทั้งคู่ตกลงกันว่าจะเจอกันที่บาร์สไตล์สโลว์เทมโปแถวบ้านเธอในอีกหนึ่งชั่วโมง ก็วางสายกันไป

หยางฟานเพิ่งทานข้าวเสร็จ ก็ถือโอกาสเดินย่อยเล็กน้อยก่อนจะไปเรียกแท็กซี่

เมื่อไปถึงหน้าบาร์ เฉินซืออี๋ก็มารอก่อนแล้ว

เธอสวมเสื้อทีมชาติอาร์เจนตินาพร้อมรองเท้ากีฬาคู่หนึ่ง ดูสดใสมีชีวิตชีวาจนเกินต้าน

หยางฟานถึงกับงงอยู่ครู่หนึ่ง

เรานัดกันไปบาร์ไม่ใช่เหรอ

แต่งมาแบบนี้เพื่อ

ช่างเถอะ! สวยก็พอแล้ว

หยางฟานเดินเข้าไปหา เธอก็เห็นเขาทันที แล้วทำปากจู๋บ่นอย่างไม่พอใจ

“ทำไมพี่ช้ากว่าฉันอีก?”

“ก็อยู่แถวบ้านเธอนี่นา เธอมาถึงก่อนก็ไม่แปลกหรอก”

“ฮึ! ข้ออ้าง เข้าไปกันเถอะ!”

เห็นชัดว่าเธอไม่ได้จริงจังกับเรื่องที่เขามาช้า เพียงแค่แสดงความไม่พอใจเล็กน้อยเท่านั้น

ที่จริงแค่หาข้อแก้ตัวส่ง ๆ ไปเธอก็พอใจแล้ว

พอทั้งคู่เดินเข้าบาร์ หยางฟานก็ถึงบางอ้อว่าทำไมเฉินซืออี๋ถึงเลือกใส่ชุดทีมฟุตบอล

ระดับการดึงดูดสายตานี่มันสูงจนน่าตกใจ!

ไม่ใช่แค่ผู้ชายที่หันมองตาม แม้แต่ผู้หญิงยังแอบเหลือบมองอยู่หลายคน

เพราะตอนนี้ยังหัวค่ำ คนในบาร์เลยยังไม่เยอะ พนักงานต้อนรับจึงพาทั้งคู่ไปที่โต๊ะโซฟา ระหว่างเดินผ่านแท่นสูงที่ใช้แสดงโชว์

ทันใดนั้น

【ตรวจพบเป้าหมายที่มีศักยภาพ ต้องการดูข้อมูลหรือไม่】

หยางฟานหันไปมอง ก็เห็นชายหนึ่งคนหญิงสามคนกำลังดื่มกันอยู่ริมเวที ตอนนี้พวกเขาก็กำลังมองมาทางเฉินซืออี๋เช่นกัน

น่าจะเป็นหนึ่งในผู้หญิงสามคนนั้น

ด้วยความสงสัย เขาจึงเลือกดูข้อมูล

【ชื่อ】: หลิวเจีย
【อายุ】: 26
【ส่วนสูง】: 158
【น้ำหนัก】: 46
【ความงามโดยรวม】: 81
【——】: 66
【สถานะสุขภาพ】: มีโรคทางนรีเวชสองชนิด (ไม่ติดต่อ)
【ระดับความสนิท】: 0

“……”

หยางฟานนิ่งเงียบไปทันที

34??

เผ่นก่อนละกัน..

หยางฟานหมดความสนใจลงทันที

ผู้หญิงที่ชอบเที่ยวบาร์ ดูท่าก็ไม่ค่อยมีใครเป็นคนธรรมดาสักเท่าไหร่



ตอนก่อน

จบบทที่ เป็นไปไม่ได้หรอก!

ตอนถัดไป