ข้อมูลของสาวแอร์โฮสเตส

กงจิ้งคิดอยู่พักใหญ่ แล้วก็เริ่มถ่ายเซลฟี่ในหลากหลายมุม พร้อมคัดเลือกภาพเด็ด ๆ ไม่กี่รูปส่งให้หยางฟาน

〈ภาพ.jpg〉
〈ภาพ.jpg〉
〈ภาพ.jpg〉

ขณะที่หยางฟานกำลังจะโอนเงินให้เฉินซืออี๋ ก็เห็นข้อความแจ้งเตือนจากกงจิ้งเด้งเข้ามารัว ๆ ด้วยความสงสัยจึงกดเข้าไปดู

ข้างในเป็นภาพเซลฟี่ของกงจิ้งหลายรูปในชุดที่แทบไม่ปิดบังเรือนร่าง

เวรเอ๊ย!!

หุ่นของยัยนี่มันจะดีเกินไปแล้วนะ!?

เสียดายที่ค่าความสนิทยังต่ำไปหน่อย

แต่ก็นั่นแหละ สมเหตุสมผลอยู่ ถ้าตัวเลขสูงกว่านี้ คงไม่ทำอะไรแบบนี้หรอก

ขณะเขากำลังเพลิดเพลินกับการชมภาพอยู่ ข้อความใหม่จากอีกฝ่ายก็เด้งขึ้นมา

〈ห้ามเอาไปให้ใครดูนะ มีแค่นายคนเดียวที่ได้เห็น〉

จากนั้นไม่นาน ภาพทั้งหมดก็ถูกลบในทันที

“……”
เวร??

〈อย่าพึ่งลบน่า! ฉันยังไม่ได้กดบันทึกเลย〉

〈นายช้าเอง จะมาโทษฉันไม่ได้นะ〉

〈งั้นส่งมาอีกรอบดิ〉

〈ฝันไปเถอะ! รอไปก่อน เดี๋ยวฉันกลับไปแล้วค่อยว่ากัน〉

ชัดเลย นี่มันยั่วชัด ๆ!

ก็ได้ จะรอก็ได้

ว่าแล้วหยางฟานก็กลับไปโอนเงินต่อให้เฉินซืออี๋ แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะหลับไปแล้ว ไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับใด ๆ

ทางด้านสองพี่น้อง ไต้ไต้กับเหมาเหมาซึ่งกำลังไลฟ์สดอยู่ ก็ถึงกับเบรกการไลฟ์ทันทีหลังได้รับข้อความแจ้งยอดเงินเข้า ทำเอาแฟน ๆ ที่ดูอยู่ในไลฟ์งงกันเป็นแถว

สองสาวนั่งมองมือถือด้วยสีหน้าตกตะลึง และสบตากันนิ่งอยู่นาน

กระทั่งไต้ไต้เป็นฝ่ายพูดขึ้นด้วยเสียงแผ่วเบา

“พี่ ทำไมพี่เสี่ยวเหยาถึงโอนเงินให้เราเยอะขนาดนี้อีกแล้วอะ? เมื่อวานก็เพิ่งโอนมาตั้งแสนหนึ่งนะ”

เหมาเหมาก็ทำหน้างงไม่แพ้กัน

“เธอถามฉัน แล้วฉันจะไปถามใครล่ะ?”

“พี่หรือว่าพี่เสี่ยวเหยาจะชอบเราสองคนจริง ๆ?”

ได้ยินอย่างนั้น เหมาเหมาก็ชะงักไปเล็กน้อย

ยอมรับเลยว่าเป็นไปได้สูงมาก

ในฐานะคนที่คลุกคลีอยู่ในวงการสตรีมเธอรู้ดีว่านิทานระหว่างพี่ใหญ่กับสตรีมเมอร์สาวนั้นเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งแค่ไหน

แต่สำหรับตัวเธอเอง ไม่เคยคิดจะมีความสัมพันธ์แบบนั้นกับใครเลย จุดประสงค์ที่มาไลฟ์ก็แค่หาเงินค่าขนมเท่านั้น

หลังจากนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“พวกเราเหรอ?? ยัยบ้า! ฉันว่านะ เขาน่าจะชอบเธอมากกว่าแล้วล่ะ เขาออกจะเอ็นดูเธอตลอดเลย ไม่ผิดแน่”

พอได้ยินพี่สาวพูดแบบนั้น ไต้ไต้ก็ตกใจเล็กน้อย ก่อนที่ใบหน้าจะแดงจัดขึ้นมาทันที เธอเอามือจิกชายเสื้อตัวเองเบา ๆ พลางพูดอย่างเขินอาย

“เหมือนจะใช่นะ งั้นฉันควรทำยังไงดีล่ะ? ฉันยังไม่ถึงสิบแปดเลยนะ”

เหมาเหมาเห็นน้องสาวทำหน้าท่าทางเขินจัดแบบนั้นก็อดไม่ได้ที่จะกลอกตาอย่างเหนื่อยใจ

ยัยนี่คิดอะไรอยู่ในหัวกันแน่!?

อย่าบอกนะว่ากำลังคิดว่าจะตอบตกลงกับเขาดีไหม?

ชื่อเด็กตั้งไว้หรือยังจ๊ะ!?

“เธอพูดอย่างกับฉันถึงสิบแปดแล้วอย่างงั้นแหละ ฉันเกิดวันเดียวกับเธอนะยะ ฉันก็ อ๊ะ!”

จริงด้วย!!

พวกเราสองคนเพิ่งอายุ 17 เอง ยังเด็กอยู่เลย พี่เสี่ยวเหยาเขาไม่น่าคิดอะไรแบบนั้นหรอกมั้ง

เพราะแบบนั้นมันผิดกฎหมาย

ทันใดนั้น เหมาเหมาก็เหมือนปิ๊งขึ้นมาได้ รีบพูดเสียงจริงจัง

“เราน่าจะเข้าใจพี่เสี่ยวเหยาผิด เขาน่าจะรู้อายุตามบัตรเรานะ ใช่มั้ย?”

แต่ไต้ไต้ยังจมอยู่กับความคิดของตัวเอง ในใจเธอคิดว่าพี่เสี่ยวเหยาดีกับเธอแค่ไหน โอนเงินให้เยอะขนาดนั้น ให้เธอได้กินของอร่อย ใส่เสื้อผ้าสวย ๆ ไม่ขาดตกบกพร่องเลยสักอย่าง

ถ้าเธอปฏิเสธเขาไป เขาคงเสียใจมากแน่ ๆ เลยใช่มั้ย?

แถมเขายังรวยขนาดนี้ถ้าได้เป็นแฟนเขาล่ะก็ ชีวิตคงมีแต่ความสุขแน่นอนน่าเสียดายแค่อย่างเดียว ไม่รู้เลยว่าเขาหล่อรึเปล่า

“ยัยบ้า! เธอคิดอะไรอยู่เนี่ย!?”

เหมาเหมาเห็นน้องสาวใจลอย ไม่แม้แต่จะฟังที่ตัวเองพูด เลยเขย่าตัวแล้วตะโกนถาม

ไต้ไต้จึงได้สติ หันมาทำหน้างงๆ ตอบกลับมา

“หะ?? ฉันแค่คิดว่า ถ้าพี่เสี่ยวเหยามาสารภาพรักกับฉัน ฉันควรจะตอบรับดีไหมนะ”

“ป๊าดดดด ฮ่าๆๆๆๆๆ!!! เอิ้กๆๆๆๆ!!”

“เหมาเหมา!! หัวเราะอะไรของเธอเนี่ย! บ้า! คนบ้า!”

เหมาเหมาหัวเราะลั่นอยู่นาน ก่อนจะหยุดได้ แล้วฟาดมือลงบนหัวน้องสาวเบา ๆ หนึ่งที

“เราเข้าใจผิดกันหมดนั่นแหละ ฉันจำได้นะว่า พี่เสี่ยวเหยาเคยถามอายุเธอไปแล้วไม่ใช่เหรอ?”

ไต้ไต้ขมวดคิ้ว คิดทบทวน ก่อนจะพยักหน้าแบบงง ๆ

“อืม เคยถาม แล้วมันหมายความว่ายังไง?”

เหมาเหมาไหวไหล่

“นั่นแหละจบ เขารู้อยู่ว่าเรายังไม่ถึงสิบแปด เพราะงั้นเขาคงไม่ได้คิดอะไรแบบที่เราคิดกันหรอก”

“เหรอ? จริงเหรอ?”

เหมาเหมาเองก็ไม่ได้มั่นใจเต็มร้อย แต่ก็พยักหน้าเบา ๆ

“น่าจะจริง”

ไต้ไต้ได้ยินแล้วก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก แบบนี้เธอก็ไม่ต้องคิดอะไรให้ยุ่งยากแล้วแต่แปลกแฮะ ทำไมในใจรู้สึกเสียดายนะ?

จากนั้นทั้งสองก็ปรึกษากันอยู่นิดหน่อย แล้วเริ่มส่งข้อความไปขอบคุณหยางฟาน พร้อมชวนคุยอย่างเป็นกันเอง

แต่แล้ว ไต้ไต้ก็เผลอพูดบางอย่างที่เพิ่งคุยกับพี่สาวหลุดออกไปตอนแชทกับเขา

หยางฟานอ่านข้อความแล้วถึงกับหลุดหัวเราะ

ก็อีกแค่ปีเดียวก็จะครบสิบแปดแล้วนี่นา ไม่เห็นต้องรีบเลย!

หลังจากจบการแชท เงินก็ถูกโอนเข้าบัญชีต้นทุนของหยางฟานจึงเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว รวมแล้วมีมากกว่าหกแสนหยวน

เขาเดินไปอาบน้ำ ก่อนจะเอนตัวลงบนเตียงแล้วเปิดแอป โต่วหยู ขึ้นมาดูแบบสบายๆ

พอเข้าไปก็พบว่าเหล่าสตรีมเมอร์ที่คุ้นเคยอย่างซาซ่ากับอาลี่ต่างก็ปิดไลฟ์ไปหมดแล้ว มองดูเวลาสักพักก็เข้าใจว่าดึกมากแล้วเหมือนกัน

เขาจึงเปิดดูวิดีโอไปเรื่อยๆ อย่างไร้เป้าหมาย แต่ทุกครั้งที่เจอสตรีมเมอร์หญิงก็จะหยุดดูชั่วครู่ หวังว่าจะมีใครสักคนคะแนนถึง

แต่ดูไปนานเท่าไรก็ยังไม่มีใครเข้าเกณฑ์เลยสักคนเดียว จนเขาเริ่มจะถอดใจแล้ว คิดว่าจะเปลี่ยนไปเล่นเกมสักหน่อยก่อนนอน

และในตอนนั้นเอง

【ตรวจพบเป้าหมายที่มีศักยภาพ】

บนหน้าจอปรากฏภาพของหญิงสาววัยยี่สิบต้นๆ คนหนึ่ง

เธอสวยมาก!

มีเสน่ห์และบรรยากาศที่น่าหลงใหล!

ตอนนี้เธอกำลังพูดคุยกับผู้ชมในไลฟ์ของเธออยู่ หยางฟานกวาดตาดูชื่อ โต่วหยู ของเธอ พบว่าเธอใช้ชื่อว่า: หัวใจที่ไม่ยอมแพ้

เสื้อยืดที่เธอสวมเป็นลายทางสีแดงสลับขาว ธรรมดาๆ ไม่ได้โชว์เนื้อหนังอะไรทั้งสิ้น ผมยาวสีดำถูกทัดหูข้างซ้ายไว้อย่างเรียบร้อย ไม่มีความยุ่งเหยิงให้เห็นเลยแม้แต่น้อย

หน้าตาสวยงามแบบไม่ต้องพูดถึง แต่จะมีฟิลเตอร์หรือแอปปรับภาพช่วยแค่ไหน เขาก็ดูไม่ออกนัก

แต่ในเมื่อระบบแจ้งเตือน เท่ากับว่าอย่างน้อยเธอก็มีคะแนนความงามมากกว่า 80 แน่นอน

และที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่าก็คือเธออยู่เมืองเดียวกับเขา!

หยางฟานสนใจขึ้นมาทันที

ตอนนี้เธอกำลังเล่าเรื่องราวบางอย่างให้ผู้ชมฟัง

“แม่ฉันเคยบอกว่า ร้านขายของข้างล่างตึกเราน่ะ เจ้าของร้านชื่อหยางขาเป๋เสียชีวิตไปแล้ว ตอนฟังฉันก็รู้สึกใจหายอยู่นะ เขาเพิ่งอายุสี่สิบกว่าๆ เอง ฉันเคยซื้อของที่ร้านเขาบ่อยๆ เลย”

“หนึ่งอาทิตย์หลังจากนั้น วันหนึ่งฉันกลับจากที่ทำงาน ตอนนั้นดึกมากแล้วเพราะต้องทำโอที ระหว่างทางที่เดินกลับบ้าน พอใกล้จะถึง ก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งเดินกระเผลกๆ เข้ามาทางฉัน”

“พอฉันมองหน้าชัดๆ เท่านั้นแหละ ทั้งตัวฉันแข็งทื่อไปหมด เหงื่อเย็นไหลท่วมหลัง ขยับขาจะหนีก็ไม่ได้เลย”

“เพราะผู้ชายคนนั้นก็คือ ‘หยางขาเป๋’ คนที่ตายไปแล้วตั้งอาทิตย์หนึ่ง!! เขาถือกระเป๋าหนังสีดำอยู่ในมือ แล้วยังยิ้มให้ฉันอีกด้วย”



ตอนก่อน

จบบทที่ ข้อมูลของสาวแอร์โฮสเตส

ตอนถัดไป