หยางฟานผู้ใจกว้าง
หลี่ซินหรานยิ้มออกมาเมื่อได้ยินถ้อยคำจากปลายสาย ก่อนจะเอ่ยเสียงอ่อนโยน
“แม่ ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ เขารู้เรื่องของหนูหมดแล้ว แล้วเขาก็ดีกับหนูมากด้วย”
เธอไม่กล้าบอกความจริงกับพ่อแม่ว่า ที่จริงแล้วเธอกำลังเป็นเพียงคนรักลับๆ ของใครบางคน เรื่องแบบนี้ จะต้องค่อย ๆ ให้ท่านทั้งสองค่อย ๆ รับรู้และยอมรับในภายหลัง
“งั้นก็ดีแล้ว ๆ งั้นพวกเธอก็สนุกกันไปเถอะ แม่จะไม่รบกวนแล้วล่ะ เรื่องถังถังไม่ต้องห่วงนะ แม่จะดูแลให้เอง อย่าลืมหาโอกาสพาเขากลับบ้านมากินข้าวด้วยกันล่ะ!”
เสียง ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด ดังขึ้นทันทีหลังจากแม่ของเธอพูดจบและวางสายไป
แม้จะจบการสนทนาไปแล้ว แต่หลี่ซินหรานก็ยังจับได้ถึงความยินดีในน้ำเสียงของแม่ ความรู้สึกหลากหลายพลันเอ่อล้นในใจ
ดูเหมือนว่าลูกสาวคนนี้จะทำให้พ่อแม่ต้องเป็นห่วงมามากจริง ๆ แต่ตอนนี้ ทุกอย่างก็กำลังไปได้ด้วยดี ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนไปในทางที่เธอไม่เคยคาดหวังมาก่อน
เมื่อคิดได้เช่นนั้น รอยยิ้มสดใสก็ผุดขึ้นบนใบหน้าโดยไม่รู้ตัว
ในขณะนั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ
“ยิ้มอยู่คนเดียวแบบนั้น คิดอะไรอยู่หรือเปล่า?”
หลี่ซินหรานสะดุ้งเล็กน้อย รีบหันไปมองชายหนุ่มที่ไม่รู้ว่าตื่นขึ้นมาตอนไหน และตอนนี้ก็กำลังนั่งอยู่บนเตียงพร้อมมองมาที่เธอด้วยแววตาขี้เล่น
เธอมีท่าทีเขินอายเล็กน้อย แล้วกล่าวขอโทษ
“ฉันทำให้พี่ตื่นเหรอ?”
หยางฟานส่ายหน้าอย่างไม่ถือสา
“ไม่หรอก บอกฉันหน่อยสิ ว่ามีเรื่องอะไรที่ทำให้เธอยิ้มได้ขนาดนั้น”
เมื่อเห็นเขาอ้าแขนออกเหมือนจะรอให้เธอเดินเข้าไป หลี่ซินหรานก็รู้สึกอบอุ่นในใจ ก่อนจะเดินเข้าไปหาด้วยท่าทีอ่อนโยน แล้วโผเข้าสู่อ้อมแขนของเขาอย่างเชื่อฟัง
ทั้งสองนั่งกอดกันอย่างเงียบ ๆ ซึมซับไออุ่นจากร่างกายของกันและกันโดยไม่จำเป็นต้องพูดคำใด
สุดท้าย เป็นหยางฟานที่ทำลายความเงียบนี้ลง
เขากระซิบถามเบา ๆ พลางโอบกอดเธอไว้อย่างแนบแน่น
“เธอมีความฝันอะไรบ้างไหม ที่ไม่ใช่แค่ให้ลูกกับพ่อแม่มีความสุขน่ะ?”
หญิงสาวชะงักไปเล็กน้อย
“หืม? ทำไมถึงต้องไม่ใช่เรื่องลูกกับพ่อแม่ล่ะ? นั่นแหละความฝันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฉันตอนนี้เลย”
หยางฟานหัวเราะเบา ๆ แล้วแตะหน้าผากเธอเบา ๆ
“ยัยบ๊อง ก็เพราะความฝันนั้น เธอสามารถทำให้มันเป็นจริงได้แล้วไง!”
เพียงคำพูดนั้นเพียงประโยคเดียว ก็ทำให้หลี่ซินหรานตระหนักได้ทันที ความตื้นตันแล่นขึ้นมาจุกอยู่ที่อก ความรู้สึกที่พยายามเก็บกดไว้พลันระเบิดออกมาโดยไม่อาจควบคุม มือที่โอบกอดเขาอยู่ก็กระชับแน่นขึ้นเรื่อย ๆ
“ขอบคุณ ขอบคุณมากเลย พี่ช่างใจดีเหลือเกิน”
เมื่อได้รับคำสัญญาจากหยางฟาน หญิงสาวก็ตื่นเต้นจนแทบระงับอารมณ์ไม่อยู่ เธอถึงขั้นแสดงความรู้สึกผ่านการกระทำทันที
“เฮ้ ๆ จะทำอะไรน่ะ? ฉันยังต้องรักษาหน้าบ้างไม่ใช่หรือไง?”
หลี่ซินหรานจึงหยุดมือ แล้วส่งสายตาหวานเยิ้มมองเขาอย่างออดอ้อน
“ขอโทษค่ะ เมื่อกี้ตื่นเต้นไปหน่อย ให้พี่ลงโทษฉันก็ได้นะ”
ให้ตายสิ
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
หยางฟานมองหลี่ซินหรานที่ซบอยู่ในอ้อมแขนด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงปนหัวเราะ
“เจ้าแม่มดน้อย ตอนนี้ดูเชื่อฟังขึ้นมาแล้วล่ะสิ? แต่คำถามที่ฉันถามไว้เมื่อกี้ เธอยังไม่ได้ตอบเลยนะ”
หญิงสาวตีเขาเบา ๆ อย่างเกียจคร้าน ราวกับกำลังอ้อยอิ่งในความสุขที่เพิ่งได้รับ
“ฮึ่ม! ก็เป็นเจ้าแม่มดน้อยน้อยของพี่คนเดียวนี่นา”
หลี่ซินหรานแสร้งทำเสียงงอน ก่อนจะเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงครุ่นคิด
“ถ้าถามถึงความฝัน ฉันก็บอกไม่ถูกเหมือนกันนะ ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ฉันก็แค่ทำหน้าที่แม่บ้าน ถ้าจะให้พูดถึงความฝันจริง ๆ ก็คงเป็นการหาเงินให้ได้เยอะ ๆ แบบที่ไม่ต้องมานั่งเครียดเรื่องเงินอีกต่อไป”
หยางฟานพยักหน้าเบา ๆ ความฝันแบบนี้ ถือว่าเป็นความปรารถนาที่สมเหตุสมผลของผู้ใหญ่คนหนึ่ง
อย่างน้อย ก็ยังดูเป็นไปได้มากกว่าความฝันในวัยเด็กของเขาที่เคยอยากเป็นนักวิทยาศาสตร์เสียอีก
“งั้นเธอเคยคิดอยากเริ่มธุรกิจเองบ้างไหม?”
แววตาของหญิงสาวพลันเปล่งประกายทันที
“พี่จะลงทุนให้ฉันเหรอ?”
หยางฟานหรี่ตามองเธออย่างเอือม ๆ
“แน่นอนอยู่แล้ว! ถ้าฉันไม่ลงทุนน่ะเหรอ เธอจะเอาเงินกระปุกไม่กี่เหรียญไปเริ่มอะไรได้?”
【ความสนิทสนม หลี่ซินหราน +2】
แม้จะโดนเขาเหน็บแนมเบา ๆ แต่หัวใจของหลี่ซินหรานกลับเต็มไปด้วยความอบอุ่น รอยยิ้มหวานปรากฏบนใบหน้าอย่างห้ามไม่อยู่
การมีคนให้พึ่งพา มันดีแบบนี้นี่เอง
หยางฟานพร้อมจะออกทุนให้เธอ หากเธอยังลังเลอีก คงต้องบอกว่าโง่
ชัดเจนว่าเขาต้องการให้เธอมีหลักประกันในชีวิต ให้เธอสามารถใช้ชีวิตอย่างสงบในฐานะ นกขมิ้นในกรงทอง ได้อย่างไร้กังวล
เธอมองออกถึงความตั้งใจนี้ และก็ยิ่งมั่นใจมากขึ้นว่าตัวเองไม่ได้เลือกคนผิด
แต่แล้ว ความคิดหนึ่งก็ทำให้ใบหน้าเธอหม่นลงเล็กน้อย
“แต่ฉันไม่มีประสบการณ์เลยนะ ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดี พี่ช่วยแนะนำหน่อยได้ไหม? ฉันจะเชื่อพี่ พี่ให้ฉันทำอะไรก็ได้ ฉันจะทำ”
“ตอนมหาวิทยาลัยเธอเรียนสาขาอะไรนะ?”
“ฉันเรียนที่มหาวิทยาลัยด้านการเงิน สาขาวิชาการเงิน”
“งั้นก็ชัดเลย! ทำธุรกิจลงทุนสิ!”
“หา?”
ลงทุนเหรอ?
กับแค่ความรู้พื้นฐานนิด ๆ หน่อย ๆ ของเธอเนี่ยนะ?
หลี่ซินหรานอึ้งตาค้าง รู้สึกเหมือนเขากำลังเล่าเรื่องผีให้ฟังยังไงยังงั้น
“หาอะไรล่ะ? นั่นมันตรงกับสาขาที่เธอเรียนมาเป๊ะเลยไม่ใช่เหรอ?”
หญิงสาวได้แต่ยิ้มเจื่อน ๆ อย่างจนคำจะตอบ
“ที่รัก พอจะนึกออกไหมว่าฉันน่ะ เรียนได้แบบเฉียดฉิว จะสอบเข้าทำงานเป็นเจ้าหน้าที่หน้าธนาคารยังไม่ค่อยมั่นใจเลย แล้วจะให้ฉันไปลงทุนอะไรได้ล่ะ?”
หยางฟานมองเธออย่างพินิจ ก่อนจะพูดอย่างมั่นใจ
“ฉันว่ามันเหมาะกับเธอนะ ต้องมั่นใจในตัวเองหน่อยสิ!”
“……”
พี่น่ะมั่นใจในตัวฉัน แต่ฉันน่ะไม่มั่นใจในตัวเองเลย
แม้ข้อเสนอของเขาจะน่าลองแค่ไหน เธอก็ยังมีสติพอที่จะรู้ว่าตัวเองอยู่ตรงไหน
เธอไม่อยากทำให้เขาผิดหวัง ไม่อยากเอาเงินของเขาไปใช้เปล่า ๆ
เธออยากพิสูจน์ตัวเองให้เขาเห็นว่าสามารถทำอะไรได้จริง
หลี่ซินหรานจึงส่ายหัวแล้วตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ที่รัก เชื่อฉันเถอะ ฉันทำไม่ได้จริง ๆ ถ้าพี่ให้ฉันไปลงทุน มีหวังได้ขาดทุนจนหมดตัวแน่ ๆ!”
“ไม่เป็นไร ฉันไม่กลัวขาดทุน ขาดทุนก็แค่ให้เพิ่มอีก เอาไว้เป็นประสบการณ์ไงล่ะ เอาบัญชีธนาคารมาให้ฉันสิ”
ความคิดของหยางฟานเรียบง่ายอย่างเหลือเชื่อ ยังไงเสียเงินพวกนี้ก็ให้ผู้หญิงของตัวเองใช้ จะให้นั่งใช้ไปวัน ๆ หรือเอาไปลองทำธุรกิจดู อย่างน้อยก็ได้เรียนรู้ ไม่เสียเปล่า
วันหน้าเธออาจจะเติบโตขึ้น จนสามารถก้าวเข้าสู่แวดวงธุรกิจ เปิดบริษัทลงทุนเป็นของตัวเอง หรือแม้แต่สร้างกิจการอื่น ๆ ทั้งแบบดั้งเดิมหรือในโลกออนไลน์ ใครจะรู้ล่ะ?
ในเมื่อเขาไม่กลัวขาดทุน จะขาดทุนสักกี่ครั้งก็แค่เติมเงินเข้าไปใหม่เพราะยังไงเขาก็เป็น คนโง่ที่เต็มใจ อยู่แล้วนี่
เมื่อเห็นว่าเขาจริงจังเสียขนาดนี้ หลี่ซินหรานก็ถึงกับไม่รู้ว่าจะซาบซึ้งใจหรือหัวเราะออกมาดี
“ถ้าพี่อยากให้ฉันกลับไปใช้ความรู้ที่เคยเรียนมา แล้วลองทำการลงทุนดูฉันก็จะเชื่อพี่ แต่ขอพูดไว้ก่อนนะ! ถ้าขาดทุน อย่ามาว่าฉันทีหลังก็แล้วกัน!”
พูดจบ เธอก็ส่งเลขบัญชีธนาคารให้เขา
หยางฟานไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาโอนเงินหกแสนหยวนให้ทันที
“ขาดทุนฉันก็ไม่โทษเธอ ฉันจะทยอยโอนเงินให้เรื่อย ๆ เธอก็แค่สบายใจแล้วลองทำดูให้เต็มที่”
เมื่อเห็นข้อความแจ้งยอดเงินหกแสนหยวนเข้าบัญชีในมือถือ หลี่ซินหรานแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ น้ำตาแห่งความซาบซึ้งเอ่อขึ้นเต็มสองตา
เธอไม่คิดเลยว่า ความสุขจะมาเร็วขนาดนี้
ในขณะที่ยังไม่มีหลักประกันใด ๆ ทั้งสิ้น ชายคนนี้กลับมอบเงินหกแสนให้เธอโดยไม่ลังเล นี่มันคือความเชื่อใจที่ลึกซึ้งจนเกินจะบรรยาย
“ติงดง!”
ขณะเธอยังซาบซึ้งใจอยู่ เสียงแจ้งเตือนใหม่ก็ดังขึ้นอีกครั้ง
อีกข้อความหนึ่งปรากฏขึ้นการโอนเงินอีกหกแสนเข้าบัญชี ยอดเงินในบัญชีขณะนี้พุ่งขึ้นเป็น 1.2 ล้านกับอีกห้าพันหยวน
เธอเบิกตากว้างแล้วหันขวับไปมองชายหนุ่มข้างกาย
“มองตาโตขนาดนั้นทำไมกัน? ฉันนึกขึ้นได้ว่าเธอยังต้องยกระดับคุณภาพชีวิตของพ่อแม่กับลูกสาวอีก หกแสนนั่นคงไม่พอ งั้นอีกหกแสนที่โอนไปเมื่อกี้ เอาไว้ใช้ดูแลครอบครัวเธอก็แล้วกัน”
“……”
【ความสนิทสนม หลี่ซินหราน +3】
หลี่ซินหรานมองชายตรงหน้า ผู้ซึ่งจดจำและใส่ใจในทุกรายละเอียดเกี่ยวกับเธอ ความรู้สึกอบอุ่นเอ่อท้นขึ้นเต็มหัวใจ เธอไม่เคยรู้สึกซาบซึ้งได้เท่านี้มาก่อนเลยในชีวิต