กู้รุ่ยเจี๋ยผู้ไม่เคยไปร้านนวด (ฟรี)
หลังจากเพลิดเพลินกับบริการสาวสวยป้อนข้าวอย่างเต็มอิ่ม หยางฟานก็นอนคว่ำอยู่บนเตียง ปล่อยตัวตามสบาย
ส่วนกู้รุ่ยเจี๋ยก็กำลังใช้ หมัดน้อย ๆ ของเธอตีลงบนแผ่นหลังของเขาอย่างต่อเนื่อง
ต้องบอกว่า แม้แรงจะเบาไปบ้าง แต่กับร่างกายที่ยังคงเมื่อยล้าอยู่จากเมื่อวาน มันก็รู้สึกสบายกว่าที่คิดไว้ไม่น้อย
แต่เพียงไม่ถึงยี่สิบนาที เสียงสาวเจ้าก็เริ่มเหนื่อยหอบ มือกุมข้อมือ พลางบ่นเสียงอ่อน
“พี่ หนูขอพักก่อนนะ มือหนูเมื่อยหมดแล้ว เดี๋ยวค่อยนวดต่อน้า”
หยางฟานหันไปมองเธอที่กำลังนวดข้อมืออย่างน่าสงสาร ก็หัวเราะเบา ๆ แล้วพูดว่า
“งั้นไม่เป็นไร ไปนวดร้านกันเถอะ ไปสปาผ่อนคลายให้สบายตัวหน่อย”
ที่จริงแล้ว เขารู้สึกว่าการถูกนวดมันช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยได้จริง เพียงแต่น้องสาวตรงหน้าแรงไม่พอ ก็เลยอยากไปหาผู้เชี่ยวชาญจัดให้เต็มสูตร
กู้รุ่ยเจี๋ยฟังแล้วถึงกับอึ้งเล็กน้อย รีบถามอย่างตกใจ
“หะ หนูไปด้วยเหรอ?”
หยางฟานขมวดคิ้วเล็กน้อย ทำหน้าสงสัย
“ก็แน่นอน มีอะไรเหรอ?”
“เปล่า ๆ แค่หนูแปลกใจนิดหน่อย”
แม้จะไม่เคยเข้าไปในร้านนวดมาก่อน แต่สมัยทำงานพาร์ตไทม์เป็นนางแบบก็เคยได้ยินสาว ๆ คนอื่นพูดถึงอยู่บ้าง
ว่าร้านพวกนั้นบางที่ไม่ค่อยจะธรรมดาเท่าไรผู้ชายชอบไปเพราะมันมีอะไรพิเศษกว่านวดธรรมดา
จริง ๆ แล้วเธอไม่อยากให้หยางฟานไปสถานที่แบบนั้นเท่าไหร่ แต่ถ้าเขาอยากไป เธอก็ไม่มีสิทธิ์จะห้าม
สิ่งที่เธอ ไม่คาดคิด คือ เขากลับชวนเธอไปด้วย!?
นั่นทำให้เธอรู้สึกโล่งใจและประหลาดใจในเวลาเดียวกัน
ไปด้วยกันก็ดีอย่างน้อยก็ไม่ต้องปล่อยให้พี่ไปโดนผู้หญิงคนอื่นแตะตัว
หยางฟานพอเห็นสีหน้าของเธอก็เข้าใจทันทีว่ากู้รุ่ยเจี๋ยคิดอะไรอยู่ จึงถามยิ้ม ๆ
“ยังไม่เคยเข้าร้านนวดเหรอ?”
เธอพยักหน้าตอบอย่างว่าง่าย
“อื้ม หนูไม่เคยไปเลย รู้สึกเหมือนพวกผู้ชายเท่านั้นที่ชอบไป”
หยางฟานยกมือขึ้นลูบหัวเธอเบา ๆ พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงเจือความขำ
“ใครมันไปบอกเธอแบบนั้น? สาว ๆ ก็ไปกันเยอะแยะนะ”
“หืม?”
“เด็กน้อย ร้านนวดน่ะไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิดทั้งหมดหรอกนะ สมัยนี้คนทำงานเครียดกันจะตาย แค่ได้ผ่อนคลายบ้างก็เหมือนได้ต่อชีวิต ที่จริงแล้วร้านนวดก็จัดว่าเป็นธุรกิจดูแลสุขภาพนั่นแหละ”
กู้รุ่ยเจี๋ยได้ยินแบบนั้น ถึงจะยังรู้สึกแปลก ๆ อยู่บ้าง เพราะมันขัดกับภาพจำจากรุ่นพี่ในวงการนิดหน่อย แต่เธอก็เลือกจะเชื่อหยางฟาน
ในใจเริ่มมีทัศนคติที่ดีขึ้นต่อร้านนวด
“งั้นเหรอ? ถ้าแบบนั้น งั้นหนูไปลองดูก็ได้”
หยางฟานพยักหน้า ก่อนลุกจากเตียงอย่างคล่องแคล่ว
“งั้นลุยเลย!”
…
ยี่สิบนาทีต่อมา
ทั้งสองก็เดินออกจากโรงแรม และมาถึงร้านนวดเพื่อสุขภาพระดับพรีเมียมร้านหนึ่งที่อยู่ไม่ไกล
ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป ก็มีสาวสวยในชุดกี่เพ้าตัวรัดโชว์สัดส่วนเข้ามาต้อนรับทันที พร้อมโค้งตัวทักทายอย่างสุภาพ
“สวัสดีค่ะ คุณลูกค้า ยินดีต้อนรับค่ะ ขออนุญาตสอบถาม รับกี่ท่านคะ?”
หยางฟานไม่พูดมาก เพียงแค่ยิ้มเล็กน้อยแล้วตอบแบบชิล ๆ
“ก็เห็นอยู่ชัด ๆ นี่ครับ สองคน”
หญิงสาวในชุดกี่เพ้าเดินนำหยางฟานและกู้รุ่ยเจี๋ยไปยังเคาน์เตอร์หน้าร้าน โดยเธอกระทบเสียงส้นสูงเบา ๆ ไปตามจังหวะ กิริยาอ่อนช้อยแต่ไม่เกินพอดี
หลังจากที่ทั้งสองรับหมายเลขลูกค้าเรียบร้อยแล้ว พนักงานก็ยื่นรองเท้าแตะมาให้คนละคู่ พร้อมชี้ให้พวกเขาเปลี่ยนรองเท้าที่ชั้นล่างก่อน จากนั้นค่อยขึ้นไปยังชั้นสองซึ่งเป็นพื้นที่ให้บริการ
ระหว่างกำลังเปลี่ยนรองเท้า กู้รุ่ยเจี๋ยก็หันมาถามหยางฟานด้วยแววตาสงสัย
“พี่คะ ทำไมถึงต้องเปลี่ยนรองเท้าที่ชั้นล่างก่อนขึ้นไปข้างบนด้วยล่ะ? หรือว่ากลัวว่าลูกค้าบางคนหลังนวดเสร็จแล้วไม่ยอมจ่ายเงิน แล้วจะหนีไม่ได้เพราะไม่มีรองเท้าใส่!?”
???
หยางฟานได้ยินแล้วถึงกับกลั้นขำไม่อยู่
นี่มันตรรกะอะไรของเธอ!
แต่พอคิดดี ๆ เขาเองก็ไม่เคยนึกถึงประเด็นนี้มาก่อนเหมือนกัน
หรือว่าคนที่ออกแบบระบบร้านนี่ คิดอะไรคล้าย ๆ กับเธอจริง ๆ!
สุดท้ายเขาก็หัวเราะออกมาแล้วตอบตรง ๆ แบบไม่คิดมาก
“ฉันไม่รู้นะ แต่ถ้าเธออยากรู้จริง ๆ จะลองถามพนักงานดูก็ได้”
กู้รุ่ยเจี๋ยแลบลิ้นนิด ๆ แล้วทำหน้าเขิน
“ไม่เอาหรอก หนูไม่กล้าถามแบบนั้นหรอก”
เมื่อขึ้นมาถึงชั้นสอง ก็มีพนักงานสาวในชุดกี่เพ้าอีกคนเดินออกมาต้อนรับด้วยรอยยิ้ม แล้วโค้งตัวอย่างสุภาพ
“เรียนลูกค้าทั้งสองท่าน ไม่ทราบว่าต้องการห้องส่วนตัวหนึ่งห้อง หรือแยกเป็นสองห้องดีคะ?”
คำถามนี้ฟังดูเหมือนมาตรฐาน แต่ที่จริงมันแฝงนัยไว้เพราะถึงจะมาด้วยกันลูกค้าหลายคู่ก็มักเลือกห้องแยก
แต่ถ้าเป็นชายหญิงมาคู่กันแบบนี้ ส่วนใหญ่มักจะเลือกห้องคู่
หยางฟานเข้าใจเจตนาได้ทันที จึงพยักหน้าพลางตอบ
“เอาห้องคู่ แล้วก็ขอหมอนวดเอ่อ สามคนนะ ขอฝีมือดี ๆ หน่อย แล้วต้องเป็นผู้หญิง”
พนักงานถึงกับนิ่งไปครู่หนึ่ง
“สามคน ไม่ทราบว่าคุณลูกค้ายังมีเพื่อนจะตามมาหรือคะ?”
หยางฟานยิ้มมุมปาก พลางตอบเสียงเรียบ
“ไม่มี ฉันแค่อยากให้สองคนช่วยกันนวดฉันพร้อมกันเท่านั้นเอง”
ถ้าไม่ติดว่ามันอาจทำให้หมอนวดทำงานลำบาก เขาอยากจะสั่งเพิ่มด้วยซ้ำ
ยังไงก็ไม่ใช่เงินตัวเองอยู่ดี ในฐานะพ่อพระผู้เสียสละต้องมีวิสัยทัศน์กว้างไกล
พนักงานในชุดกี่เพ้าเข้าใจทันที แม้จะไม่ใช่คำสั่งแบบพบบ่อยนัก แต่ก็ไม่ได้แปลกจนเกินไป
เธอจึงยิ้มรับก่อนพาทั้งสองเข้าไปยังห้องส่วนตัวกว้างขวาง
ก่อนออกจากห้อง พนักงานแจ้งอย่างสุภาพว่า มีเครื่องดื่มและผลไม้ให้ฟรี หากยังไม่ได้ทานข้าว กลางวันก็มีบริการเช่นกัน
หยางฟานเพียงสั่งน้ำชาอย่างเดียว
พนักงานจึงเดินไปที่ตู้ หยิบชุดเสื้อผ้าสำหรับนวดมาให้สองชุด วางไว้บนเตียงก่อนพูดว่า
“รบกวนคุณลูกค้าเปลี่ยนชุดแล้วพักผ่อนสักครู่ เดี๋ยวหมอนวดจะเข้ามาดูแลนะคะ”
จากนั้นเธอก็ออกไปชงชา
กู้รุ่ยเจี๋ยไม่มีความเขินอายแม้แต่น้อยในการเปลี่ยนเสื้อผ้าต่อหน้าหยางฟาน ส่วนเขาเองก็เช่นกัน ทั้งสองเปลี่ยนชุดกันอย่างคล่องแคล่ว
ไม่ถึงสิบนาที
“ตึง ตึง ตึง!!” เสียงเคาะประตูดังขึ้น
“เรียนคุณลูกค้า ขออนุญาตเข้าไปได้ไหมคะ?”
“เข้ามาได้เลย”
กู้รุ่ยเจี๋ยในฐานะสาวน้อยผู้ไม่เคยเข้าสปามาก่อน มองไปทางประตูด้วยแววตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและอยากรู้อยากเห็น
ประตูค่อย ๆ เปิดออก
หญิงสาวคนแรกที่เดินเข้ามา สวมเสื้อเชิ้ตขาวทรงมืออาชีพ ผมยาวประบ่าเรียบร้อยสะอาดสะอ้าน ในมือถือกระเป๋าอุปกรณ์นวด
ตามหลังมาคือหญิงสาวในชุดแบบเดียวกันอีกสองคน
เมื่อทั้งสามเดินมาถึงหน้าเตียง ก็ยืนเรียงกันแล้วโค้งศีรษะอย่างพร้อมเพรียง
“สวัสดีค่ะคุณลูกค้า ยินดีให้บริการค่ะ”
ห้องที่เคยเงียบสงบ จู่ ๆ ก็มีออร่าแบบทีมมืออาชีพเข้าสนามกระจายไปทั่ว
“สวัสดีค่ะคุณลูกค้า ขณะนี้คือหมอนวดเบอร์ 7 18 และ 23 ยินดีให้บริการค่ะ ไม่ทราบว่าวันนี้คุณลูกค้าต้องการทำโปรแกรมอะไรคะ?”
กู้รุ่ยเจี๋ยหันไปมองหยางฟานทันที สีหน้าดูงง ๆ เพราะเธอไม่รู้ว่า โปรแกรม ที่ว่านี่คืออะไร ควรจะเลือกแบบไหนถึงจะดี
หยางฟานเองก็เหลือบตามองหญิงสาวทั้งสามที่ยืนอยู่ หน้าตา รูปร่างก็ถือว่าใช้ได้ แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นที่ระบบจะเด้งแจ้งเตือนใด ๆ
เอาเถอะ วันนี้ไม่ได้มาล่าสาวอยู่แล้ว
เหตุผลที่เขาเลือกหมอนวดหญิงก็เพราะว่า ไม่ชอบให้ผู้ชายมาจับเนื้อต้องตัว เท่านั้นเอง
ส่วนกู้รุ่ยเจี๋ย เขายิ่งไม่ยอมให้ผู้ชายคนไหนมาแตะตัวเธอเด็ดขาด
ดังนั้นเขาก็ตอบออกไปอย่างไม่ใส่ใจนัก
“เอาตามแพ็กเกจที่แพงที่สุดของร้านพวกคุณเลยละกัน เมื่อวานฉันออกกำลังกายเยอะไปหน่อย ปวดเมื่อยไปหมด อยากได้แบบที่ช่วยคลายกล้ามเนื้อเต็มที่”
หมอนวดทั้งสามได้ยินดังนั้นก็ตกใจเล็กน้อย แล้วหันไปมองกู้รุ่ยเจี๋ยที่นอนอยู่บนเตียงอีกฝั่งอย่างมีนัย
จากนั้นพวกเธอก็เหลือบมองกันเองแล้วยิ้มจาง ๆ คนที่เป็นผู้นำกลุ่มจึงเดินเข้ามาใกล้หยางฟานแล้วพูดเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่มีความหมาย
“คุณลูกค้าคะ ดิฉันแนะนำแพ็กเกจนวดของทางร้านก่อนจะดีกว่านะคะ”
น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความระวังเหมือนจะเตือนอย่างอ้อม ๆ ว่าแพ็กเกจที่แพงที่สุดของร้านอาจจะไม่เหมาะกับสถานการณ์แบบนี้
หยางฟานพอเห็นอีกฝ่ายส่งสัญญาณแบบนั้นก็เข้าใจทันที
อ้อ ที่ว่าแพงสุดน่ะ สงสัยจะมีบริการแฝงที่ไม่ค่อยเหมาะกับตอนมีสาวมาด้วย
เขารีบแก้คำสั่งแล้วอธิบายเจตนาอย่างชัดเจนว่า เขาแค่อยากนวดให้สบายตัว ไม่ได้ต้องการบริการพิเศษแต่อย่างใด
พอเรื่องเคลียร์แล้ว หมอนวดทั้งสามก็เริ่มลงมือ
…
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ตอนนี้หยางฟานกับกู้รุ่ยเจี๋ยอยู่ที่นี่มากว่า สามชั่วโมง แล้ว แถมยังต่อเวลาเพิ่มไปอีกหนึ่งรอบเต็ม ๆ
กล้ามเนื้อที่เมื่อเช้ายังปวดระบมอยู่ ตอนนี้เบาสบายราวกับมีคนถอดกระดูกออกมานวดแล้วใส่กลับเข้าไปใหม่
แบบนี้แหละ คุ้มทุกหยวน!
หลังจากหมอนวดทั้งสามออกจากห้องไปแล้ว กู้รุ่ยเจี๋ยก็รีบกระโดดลงจากเตียง แล้วเดินมานั่งแนบข้างเขาอย่างเป็นธรรมชาติ
หยางฟานหันไปมองเธอพร้อมรอยยิ้ม แล้วถามขึ้น
“รู้สึกยังไงบ้าง?”
สาวน้อยตอบอย่างซื่อตรงตามสไตล์
“ตอนแรกมันแอบเจ็บนิดนึง แต่หลัง ๆ เริ่มรู้สึกดีเลย สบายมากกก”