สี่สาวงามแห่งวงการแอร์โฮสเตส (ฟรี)
หยางฟานเห็นว่าอีกฝ่ายยอมรับตรง ๆ ก็ไม่คิดจะขุดคุ้ยเรื่องนั้นต่อให้เสียบรรยากาศ
“งั้นกลับเข้าเรื่องเดิมของเราต่อเลยแล้วกัน”
กงจิ้งก็ใช่ว่าจะขี้งอนอะไร ยังคงตอบกลับมาอย่างตรงไปตรงมา
“เข้าใจสิ่งที่นายต้องการแล้วในวงการของฉันก็มีสาวสวยแบบนั้นอยู่จริงนะ ตอนนี้เธอไม่ได้อยู่ในเมืองเป่ย์ซู แต่เราสนิทกันพอตัว ถ้านายอยากให้ฉันเป็นคนพูดกับเธอ ก็ต้องเปิดใจกับฉันหน่อยเข้าใจใช่ไหม?”
หยางฟานหัวเราะอย่างขำ ๆ แล้วพยักหน้า
“เข้าใจสิ! เข้าใจมากเลยด้วย เธอเป็นเพื่อนรัก เป็นพี่น้อง เป็นมือเป็นเท้าของเธองั้นก็แปลว่าต้องเพิ่มราคาใช่ไหมล่ะ?”
กงจิ้งถึงกับยกมือกุมหน้าผาก ทำหน้าเหมือนจะบอกว่า ฉันยอมแพ้กับตรรกะนายแล้วจริง ๆ
“ไม่ใช่อย่างนั้นซะหน่อย! ที่ฉันจะถามคือนายตั้งใจจะเล่น ๆ หรือว่าดูแลกันระยะยาว? ฉันจะได้พูดกับเธอถูกน่ะ ถ้านายแค่จะมาเล่นสนุกแล้วจากไปล่ะก็เธอไม่เอาหรอก เธออยากได้อะไรที่มั่นคงหน่อย แถมยังเลือกมากด้วยนะ คนตามจีบเธอมีแต่พวกฐานะดี ๆ แต่เธอก็ยังไม่สนเลย”
หยางฟานพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“อ้อ แบบนี้นี่เองงั้นถ้าเพื่อนของเธอคนนี้ทั้งตรงสเปคฉัน และรับได้ที่ฉันมีผู้หญิงคนอื่นด้วยล่ะก็เธอก็สามารถเป็นผู้หญิงของฉันได้แบบยาว ๆ เลยนะ”
กงจิ้งได้ยินก็ยิ้มอย่างพอใจ
“งั้นก็ค่อยพูดง่ายหน่อยว่ามาเลย นายจะเสนออะไรให้เธอถึงจะดึงความสนใจได้?”
หยางฟานทำหน้าเหมือนมองคนไร้สติ
“ยังไม่ได้เจอกันตัวเป็น ๆ จะให้ฉันเสนอเงื่อนไขยังไงล่ะ?”
กงจิ้งไม่ได้โกรธกับคำพูดของเขา แต่กลับยิ้มเล็กน้อยแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา
“ฉันมีรูปเธออยู่นะ ลองดูหน่อยไหม?”
พูดจบก็ลุกขึ้น เดินอ้อมมาด้านข้างของเขา
หยางฟานทำหน้าเอือม
“ไม่เอาอะ รูปในมือถือมันเชื่อถือได้ซะที่ไหน? เดี๋ยวก็เจอรูปผ่านแอป เหมือนโดนหลอกอีก”
กงจิ้งหัวเราะออกมา
“อะไร ฟังน้ำเสียงนี่เหมือนเคยโดนรูปปลอมเล่นงานมาแล้วล่ะสิ? แต่รูปนี้ฉันไม่ได้แต่ง ไม่ใช้ฟิลเตอร์เลยนะ เชื่อถือได้ระดับหนึ่ง ลองดูสักนิดแล้วค่อยตัดสินใจ”
ในจังหวะที่เธอก้มลงยื่นโทรศัพท์ให้เขาดู กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ลอยมากระทบจมูก
หยางฟานไม่รอช้า เอื้อมมือโอบตัวเธอเข้ามาทันที
“อ๊าย!!”
กงจิ้งร้องเสียงหลง แล้วก็ถูกดึงให้นั่งคร่อมตักเขาแบบเฉียง ๆ โดยไม่ทันตั้งตัว
เธอปรายตาใส่เขาอย่างมีจริต ในใจก็อดคิดไม่ได้หึ! นึกว่าเขาไม่สนใจเรา ที่แท้ก็ยังมีไฟอยู่เหมือนกันนี่นา
แต่สำหรับเธอ นี่ถือเป็นเรื่องดี
เพราะถ้าความสัมพันธ์ของพวกเขามันเริ่มแนบแน่นขึ้นมาเมื่อไหร่ โอกาสที่เธอจะเก็บเกี่ยวจากเขาก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
ตรงกันข้ามถ้าหมอนี่ไม่มีใจให้เลย นั่นแหละต่างหากที่เธอต้องหนักใจ
ส่วนเรื่องสถานะอะไรพวกนั้นน่ะน่ะ? ตอนนี้ไม่มีเวลามานั่งคิดหรอก
หาเงินก่อนถึงจะมีความมั่นคงในชีวิต
ถ้าเธอสามารถมีอิสรภาพทางการเงินได้ ต่อให้ทั้งชีวิตไม่ต้องแต่งงานเลยก็ไม่ใช่ปัญหา
เธอคิดในใจถ้ามีเงินมากพอ จะไปเสียเวลากับผู้ชายทำไม?
ต้องมาเป็นแม่บ้าน ทำงานบ้าน รับมือกับแม่สามี ตอบสนองเขาเวลามีอารมณ์ ต้องเจ็บตัวท้องโตคลอดลูก เลี้ยงเด็กไปจนตัวเองกลายเป็น ป้าเฉาเฉากลางบ้าน
แถมสุดท้ายยังเสี่ยงโดนเขาพูดจาเหยียดหยาม หรือโดนนอกใจอีกต่างหาก
ไม่แน่ว่าเจอคนแย่ อาจจะต้องทนกับนิสัยแย่ ๆ หรือถึงขั้นโดนซ้อมก็เป็นได้
มันคุ้มเหรอ
กงจิ้งที่นั่งอยู่บนตักของหยางฟาน ใช้เวลาไม่กี่วินาทีในการวิเคราะห์ชีวิตคู่ที่ไม่เห็นจะน่ารื่นรมย์ตรงไหน
ถ้าอยากมีลูก เธอก็แค่หาพันธุกรรมดี ๆสักคนมาปั๊มเองก็ได้ ยังไงก็เลี้ยงไหวอยู่แล้ว ไม่ต้องไปทนอยู่กับใครให้เหนื่อยใจ
คิดได้แบบนั้น เธอก็ยกแขนข้างหนึ่งโอบรอบคอของหยางฟานไว้อย่างแนบชิด มืออีกข้างก็ยื่นโทรศัพท์ให้เขาดูภาพถ่ายอย่างว่าง่าย
บนหน้าจอมือถือ ปรากฏรูปถ่ายของสองสาวในชุดแอร์โฮสเตส
หนึ่งในนั้นแน่นอนว่าเป็นกงจิ้งคนที่กำลังนั่งอยู่บนตักเขา ซึ่งหยางฟานก็มองข้ามไปโดยอัตโนมัติ สนใจไปที่อีกคนทันที
ผู้หญิงคนนั้นเรียกได้ว่าเป็นของหายากระดับพรีเมียม
รูปร่างสูงเพรียวไม่แพ้กงจิ้ง หน้าตาสวยแบบคนละสไตล์ จัดเป็นคนละชั้นก็ว่าได้
แต่ที่ทำให้หยางฟานรู้สึกชอบมากเป็นพิเศษ กลับเป็นเพราะสัดส่วนที่เด่นชัดยิ่งกว่า
หน้าอกหน้าใจใหญ่กว่าอีกฝ่ายอย่างชัดเจน เอวคอด สะโพกผาย ชุดแอร์โฮสเตสยิ่งขับเน้นให้ดูเซ็กซี่จนเกินต้าน
เธอไม่ได้ดูใสซื่อแบบสาววัยแรกแย้ม แต่กลับเปล่งเสน่ห์ของ หญิงสาวที่สุกงอมพร้อมเก็บเกี่ยวเหมือนลูกพีชฉ่ำน้ำ
หยางฟานชมทันทีโดยไม่ต้องคิด
“ไม่เลว นี่แหละของจริงเลย”
กงจิ้งยิ้มรับอย่างภาคภูมิ
“แน่นอน เธอเป็นหนึ่งใน สี่สาวงามแห่งสายการบิน เลยนะ!”
หยางฟานได้ยินก็เอื้อมมือไปลูบขาเรียวยาวที่ถูกห่อหุ้มด้วยถุงน่องเนื้อดีของกงจิ้ง พร้อมพูดด้วยความประหลาดใจ
“เธอเป็นหนึ่งในสี่คน แล้วเธอยังรู้จักอีกสามคนด้วยเหรอ?”
“อีกสองคนฉันไม่ค่อยสนิทแถมพวกนั้นก็อาจไม่ตรงสเปคนายด้วย”
หยางฟานพยักหน้าอย่างเข้าใจใช่สิ จะให้ทั้งสวยระดับท็อปและมีค่าความบริสุทธิ์ต่ำตามที่ระบบต้องการ มันก็หายากอยู่หรอก
จากนั้นเขาก็ถามต่อไปแบบลอย ๆ
“แล้วอีกคนล่ะ? ไหนบอกว่ามีสี่คน?”
กงจิ้งกลอกตาใส่เขาอย่างไม่สบอารมณ์ พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงประชด
“อีกคนก็นั่งอยู่บนตักนายตอนนี้ไงล่ะ!”
หยางฟานชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมา
หญิงสาวทำหน้ามุ่ยทันที
“อะไร? อย่าบอกนะว่านายคิดว่าฉันไม่สวย? แล้วที่กอดฉันอยู่นี่มันอะไรกัน?”
หยางฟานส่ายหน้าเบา ๆ
“ก็แค่ยังตั้งตัวไม่ทันเฉย ๆถ้าเธออยู่ในระดับเดียวกับเพื่อนคนนั้น งั้นเรื่องหน้าตาก็คงไม่ต้องห่วงละนะ”
“หึ! ยังพอมีตาอยู่บ้างนะเนี่ย!”
พูดก็พูดเถอะด้วยคะแนนรูปลักษณ์รวมที่สูงถึง 89 กงจิ้งก็ถือว่าสวยระดับแนวหน้าในบรรดาผู้หญิงทั้งหมดที่หยางฟานรู้จัก
รองลงมาก็มีเพียงเฟิงอวี่ถิงที่ได้ถึง 90 เท่านั้นเอง
เสียดายก็แต่ค่าความบริสุทธิ์ของเธอค่อนข้างต่ำ แถมค่าความสนิทก็แทบไม่ขยับ
มันชัดเจนอยู่แล้วว่า เธอเข้าหาเขาเพราะเงินไม่ใช่เพราะชอบเขาในฐานะคนคนหนึ่ง
แม้จะยอมกอด ยอมนั่งตัก หรือแม้กระทั่งยอมทำบางอย่างที่ดูสนิทสนมกว่าปกติ
แต่ทั้งหมดนั้นก็เป็นเพียงการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์มากกว่าต่างฝ่ายต่างมีเป้าหมาย ไม่ได้มีความรู้สึกใด ๆ จริง ๆ
แบบนี้ต่อให้หน้าตาดีแค่ไหน ค่าความสนิทก็แทบไม่ขยับเลยก็ไม่แปลก
…..
หลังทานอาหารเสร็จ หยางฟานกล่าวล่ำลากงจิ้ง และย้ำให้เธอช่วยติดต่อนัดสาวสวยที่แนะนำไว้ให้เขา พร้อมบอกว่าถ้าอีกฝ่ายโอเค ก็ลองนัดเจอได้เลย
ตลอดมื้ออาหาร กงจิ้งไม่พูดถึงเรื่องค่าตอบแทนที่หยางฟานเคยพูดไว้ก่อนหน้านี้แม้แต่คำเดียวเงียบกริบ ไม่เอ่ยปากขออะไรเลย
เธอเชื่อมั่นอย่างเต็มที่ด้วยความใจกว้างและทุ่มไม่อั้นของหยางฟาน ขอแค่เธอจัดการเรื่องนี้ให้ เรียบร้อย สะอาด ไม่มีจุดพลาด รับรองได้ว่าเขาต้องตอบแทนเธออย่างสมน้ำสมเนื้อแน่นอน
ไม่จำเป็นต้องพูดเรื่องค่าตอบแทนอะไรให้ชัดเจนบนโต๊ะหรอกคนระดับนี้ ไม่ใช่พวกงกอยู่แล้ว
จากนั้น หยางฟานก็ออกจากร้านอาหารไปฟิตเนสต่ออย่างสบายใจ ท่ามกลางสายตาอึ้ง ๆ ปนขัดใจของกงจิ้งที่มองตามหลังเขา
พอเห็นเขาขึ้นรถจากไป หญิงสาวก็พึมพำกับตัวเองเบา ๆ
“นายหนีไม่รอดหรอก”
จากนั้นเธอก็ยิ้มบาง ๆ เดินกลับเข้าบ้านด้วยท่าทีผ่อนคลาย
เมื่อกลับมาถึง เธอก็ทิ้งตัวลงนอนอย่างเกียจคร้านบนโซฟาหนังภายในบ้าน ขาเรียวในถุงน่องสีดำไขว้กันอย่างเซ็กซี่พาดไว้บนที่วางแขน
เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แตะหน้าจอไม่กี่ครั้ง แล้วกดโทรออกหาผู้ติดต่อที่เซฟไว้ในชื่อว่าหลินเฉิน
ตื๊ด ตื๊ด
ปลายสายรับเร็วมาก ตามมาด้วยเสียงผู้หญิงโทนนุ่มลึกแฝงความมั่นใจแบบสาวใหญ่
“จิ้งจิ้ง เวลานี้เธอน่าจะถึงเมืองเป่ย์ซูแล้วสิ? อยู่ ๆ ถึงโทรหาฉัน มีเรื่องอะไรเหรอ?”