ซาซ่าขอความช่วยเหลือจากเพื่อนสาว (ฟรี)
หยางฟานเองก็ยอมรับในตอนนั้น พร้อมพูดพลางหัวเราะ
“ก็แค่เดินดูเล่น ๆ น่ะ เผื่อมีอะไรที่เธอชอบบ้างก็ไง”
หญิงสาวส่ายหน้า
“ไม่มีหรอกค่ะ! แน่นอนว่าไม่มี”
พูดจบก็เห็นว่าเขาไม่มีทีท่าจะเดินออกจากโซน เธอจึงเกิดความคิดหนึ่งขึ้น
เธอเดินตรงไปยังบันไดเลื่อนฝั่งลง พร้อมหันมายิ้มพลางโบกมือให้เขา
“หนูกลับก่อนนะคะ! พี่เดินเล่นต่อเถอะ!”
หยางฟานได้แต่มองเธออย่างจนปัญญา ไม่เห็นการเคลื่อนไหวของค่าความใกล้ชิด จึงไม่แน่ใจว่าเธอแค่เกรงใจจริง ๆ ไม่อยากรับของขวัญอีก หรือว่ากำลังวางตัวเพื่อรักษาภาพลักษณ์ของตัวเองกันแน่
แต่ไม่เป็นไรใช้เวลาอีกสักพัก เดี๋ยวก็รู้ว่าเธอเป็นคนแบบไหน
ยิ่งไปกว่านั้น ความสนิทสนมของเธอก็ไม่ได้เพิ่มช้าเลย ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนเกินไป
เมื่อเขาเดินตามลงไป ก็เห็นว่าเธอดูเหมือนมีเรื่องให้ครุ่นคิดอยู่ตลอดเวลา
ตอนนี้เฟิงอวี่ถิงรู้สึกอึดอัด ไม่ได้ผ่อนคลายเหมือนตอนทานข้าว
เพราะในใจเธอมั่นใจแล้วว่าหยางฟานชอบเธอแน่ ๆ
แม้เธอจะไม่ได้ต่อต้านความรู้สึกนั้น และกำลังลองเปิดใจเพื่อทำความรู้จักเขา
แต่ที่ทำให้รู้สึกกดดันคือ วิธีที่อีกฝ่ายแสดงออกดูรุกเร็วเกินไป แค่ไม่กี่วันก็พยายามจะให้ของขวัญราคาแพงอีกแล้ว
เธอเองก็กลัวว่าเขาอาจจะสารภาพรักออกมาตรง ๆ ในเร็ว ๆ นี้ และเธอก็ยังไม่รู้เลยว่าจะตอบรับอย่างไรดี
แค่ครั้งก่อนที่รับเครื่องสำอางจากเขา เธอก็รู้สึกเกรงใจมากแล้ว ต่อให้ในอนาคตจะคบกันจริง ๆ เธอก็ไม่อยากรับของบ่อย ๆ ขนาดนั้น
ดังนั้น ตอนนี้เธอจึงเลือกเลี่ยงหนีดีกว่า
หยางฟานเห็นหญิงสาวเดินนำอยู่ข้างหน้าอย่างเหม่อลอย ก็เดาว่าเธอกำลังคิดเรื่องเมื่อกี้อยู่
แต่จะมองเขาว่าอย่างไรนั้นพอไม่มีความเคลื่อนไหวจากระบบ ก็เดาไม่ออก
เขาจึงไม่ได้พูดอะไร แค่คอยสังเกตว่าเมื่อหญิงสาวคิดทบทวนจนตกผลึกแล้ว ค่าความใกล้ชิดจะเพิ่มขึ้นหรือไม่
ทว่าจนกระทั่งทั้งคู่เดินออกจากห้าง ก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ
จนเมื่อหญิงสาวหันมาพูดว่า
“พี่ฟาน เวลาน่าจะเย็นมากแล้ว หนูขอตัวกลับก่อนนะคะ ไว้เราเจอกันวันหลังอีกที”
หยางฟานก็รู้ดีว่าตอนนี้เธอดูมีเรื่องให้คิดเยอะ หากฝืนชวนไปทำอะไรต่อ อาจยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลง
เขาจึงพยักหน้ารับ
“ได้สิ งั้นเดินไปด้วยกันอีกหน่อยแล้วกัน ยังไงฉันก็ต้องกลับบ้านเหมือนกัน”
“ค่ะ ได้เลย”
ทั้งสองเดินไปจนถึงทางแยก
“พี่ฟาน บ้านยายหนูอยู่ในคอนโดด้านหน้านั่นเอง หนูไปก่อนนะคะ บ้านพี่ค่อนข้างไกลจากตรงนี้ ขากลับก็ระวังตัวด้วยนะคะ”
“โอเค ไว้เจอกันใหม่นะ”
หญิงสาวโบกมือให้เขาก่อนเดินเลี้ยวออกไป
หยางฟานเองก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เดินต่อไปอย่างสบาย ๆ
เขาไม่ทันสังเกตว่า พอเดินจากไปได้ไม่กี่ก้าว หญิงสาวที่เพิ่งหันหลังกลับไปนั้น ได้หันหลังกลับมามองเล็กน้อย พอเห็นว่าเขาเดินพ้นหัวมุมถนนไปแล้ว ก็ค่อย ๆ ถอนหายใจอย่างโล่งอก ความกดดันที่สะสมในใจเหมือนถูกปลดปล่อยออกไปในทันที
【ความสนิทสนม เฟิงอวี่ถิง +3】
หยางฟานที่เดินมาไกลแล้วอยู่ ๆ ก็ได้รับแจ้งเตือนว่าเธอเพิ่มความใกล้ชิดขึ้น ก็รู้สึกประหลาดใจ
หลังจากครุ่นคิดอยู่นาน เขาก็พอจะเข้าใจได้ว่า บางทีสิ่งที่เขาทำไปเมื่อครู่นี้อาจทำให้เธอรู้สึกกดดัน?
พอได้แยกจากกันแล้ว เธอผ่อนคลายมากขึ้น จึงทำให้ความสนิทสนมเพิ่มขึ้น
เขานึกในใจว่า ดูท่าแล้วกับผู้หญิงแบบนี้คงใช้วิธีรุกด้วยของหรูไม่ได้ผลนัก
มอบของขวัญครั้งหรือสองครั้งอาจไม่เป็นไร แต่ถ้ามากเกินไป ก็จะกลายเป็นแรงกดดัน กลายเป็นความกลัว และส่งผลตรงข้ามจากที่ตั้งใจ
เขาส่ายหน้ายิ้ม ๆ อย่างขำตัวเอง ก่อนจะเดินกลับบ้านต่อ
เมื่อกลับถึงบ้าน อาบน้ำเสร็จ เขาก็นอนลงบนเตียง หยิบมือถือเข้าแอป โต่วหยู ทันที
บรรดาสตรีมเมอร์สาวที่เขาคุ้นเคย ต่างก็ออนไลน์กันครบถ้วน
เขาเข้าไปชมทุกห้อง ไล่ดูแต่ละคนอย่างสบายใจ ยกเว้นห้องของซาซ่า
ไม่ว่าห้องไหนก็แวะไปหย่อนเหรียญ ส่งของขวัญเล่น ๆ พอให้รู้ว่ายังอยู่
กระทั่งดูห้องของอาลี่ที่กำลังเต้นอยู่ ก็เพิ่งสังเกตว่า ซาซ่าวันนี้ปิดไลฟ์เร็วกว่าปกติ
เขาไม่รู้เลยว่า การที่เขาห่างเหินจากซาซ่าในช่วงที่ผ่านมา ทำให้สาวน้อยคนนั้นเริ่มเสียสมดุลในใจ
วันนี้เธอก็เห็นเขาออนไลน์อยู่หลายชั่วโมง เข้าไปหาสตรีมเมอร์สาวคนอื่นครบหมด ยกเว้นห้องของเธอ
หัวใจของเธอจึงเริ่มกระวนกระวาย และสุดท้ายก็อารมณ์เสียจนปิดไลฟ์ไปก่อนเวลา
…..
มณฑลเทียนฝู่
ในห้องพักอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง
เด็กสาวหน้าตาน่ารักในลุคผมเปียสองข้างนั่งอยู่บนเก้าอี้ หน้าผากขมวดมุ่น ราวกับมีเรื่องให้ครุ่นคิดมากมาย
เธอนิ่งอยู่แบบนั้นเกือบสิบกว่านาที ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออก
ตู๊ด ตู๊ด
เมื่อปลายสายรับสาย เธอก็รีบพูดออกมาอย่างร้อนรน
“พี่เสวียน พี่เสี่ยวเหยาเขาออนไลน์หลายชั่วโมงแล้ว แต่วันนี้ก็ยังไม่เข้ามาดูไลฟ์ของหนูเลย”
น้ำเสียงของเธอฟังดูเศร้าเล็กน้อย
ปลายสายพูดขึ้น
“ใจเย็น ๆ ก่อน เขายังเหมือนวันก่อน ๆ ใช่ไหม? เข้าไปหาห้องอื่นหมดเลย?”
“อืม ใช่เลยค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ยิ่งชัด เขาไม่ได้โกรธเธอ หรือไม่อยากยุ่งกับเธอ แต่กำลัง เตือนเธอต่างหาก ไม่งั้นจะตั้งใจทำแบบนี้ไปทำไม?”
“แต่ แต่หนูพยายามดูแลเขาอย่างดีแล้วนะ ทำไมต้องมาละเลยหนูคนเดียวล่ะ”
ฝั่งตรงข้ามหัวเราะเบา ๆ
“มีสองความเป็นไปได้นะ หนึ่ง เธอเป็นคนแรกที่เขาสนใจจริง ๆ ไม่เหมือนใคร เขาจึงคาดหวังกับเธอมากกว่าใคร แต่เธออาจยังไม่ตอบสนองตามที่เขาหวังไว้ เขาเลยทำแบบนี้ เพื่อให้เธอคิดและเลือกทางเอง”
ซาซ่าฟังแล้วก็นิ่งไป ชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง
“แล้วความเป็นไปได้ที่สองล่ะคะ?”
“ความเป็นไปได้ที่สองก็คือ คนอื่นเขาตอบสนองหมดแล้ว เหลือแค่เธอไม่แสดงท่าที ถ้าเขาจะกดดันใคร ก็ต้องเป็นเธอสิ”
“……”
ซาซ่าเงียบไป สีหน้าแสดงความลังเลชัดเจน เธอเข้าใจดีว่าการตอบสนองที่พี่พูดถึงหมายถึงอะไร
ในวงการนี้ เธอย่อมเข้าใจทุกอย่างดี
แต่ตัวเธอเริ่มต้นจากแค่ต้องการใช้ความสามารถและรูปลักษณ์หาเงินค่าขนมเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น ไม่เคยคิดจะยอมยกตัวให้ใคร
แต่พอพี่เสี่ยวเหยาปรากฏตัว ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป
เพียงแค่สิบกว่าวัน เขาก็มอบเงินให้เธอมากกว่าที่เคยคาดคิดไว้มาก ทำให้เธอเริ่มเปลี่ยนใจ และอยากได้เงินมากขึ้นเรื่อย ๆ
ดังนั้นเธอจึงทุ่มเทดูแลเขาเต็มที่ หวังว่าเขาจะเป็นพี่ใหญ่ของเธอไปนาน ๆ
แต่โลกความจริงไม่ง่ายขนาดนั้น
ในสถานการณ์ตอนนี้ ถ้าเธอไม่ทำอะไรสักอย่าง ก็อาจจะต้องเสียเขาไปจริง ๆ
ยิ่งคิดถึงจำนวนเงินที่เขาให้เพียงไม่กี่วัน และจินตนาการถึงสิ่งที่อาจได้รับอีกมากในอนาคต
เด็กสาวก็เริ่มรู้สึกว่าความทะเยอทะยานของเธอกำลังค่อย ๆ ขยายตัว
ในตอนนั้น เสียงของพี่ก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“เรื่องนี้ต้องเป็นการตัดสินใจของเธอเองนะ ฉันแค่เตือนว่ารีบตัดสินใจให้เร็วที่สุดเถอะ ผู้ชายหลายคนก็แค่อารมณ์พาไป ไฟติดเร็ว แต่ก็ดับเร็วเหมือนกัน ถ้าเธอช้าไป เดี๋ยวเขาเบื่อแล้วไปหาใหม่ ทีนี้แหละจะไม่มีทางได้คืนอีกเลย”