เข้าสู่แก๊งค์คุณลุงเรียบร้อยแล้ว (ฟรี)
ตอนนี้หยางฟานรู้สึกทั้งซับซ้อนและปั่นป่วนสุด ๆ
โชคดีที่คู่รักอื่น ๆ ในโรงหนังต่างก็มัวแต่ยุ่งอยู่กับเรื่องของตัวเอง ไม่มีใครสังเกตหรือสนใจพวกเขา ไม่อย่างนั้น คงได้ตายทั้งเป็นต่อหน้าสาธารณชนแน่
สวีซานยังคงขยับร่างกายเบา ๆ บนตักเขา พยายามจัดท่าให้หยางฟานขุดสำรวจได้สะดวกขึ้น แต่ความสุขนั้นก็อยู่ได้ไม่นานเพราะจู่ ๆ โชคชะตาอันมุ่งมั่นของเขากลับโดนสายฝนเย็นเฉียบสาดเข้าจัง ๆ
สวีซานที่ยังนั่งอยู่บนตักเขาถึงกับถอนหายใจออกมาแรง ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่งจัดชายกระโปรงของตัวเองให้เรียบร้อย แล้วกลับไปนั่งที่เก่าอย่างสง่างาม โดยมีสายตาอยากจะชกใครสักคนของหยางฟานมองตามไปติด ๆ
หญิงสาวโน้มหน้าเข้ามาใกล้ กระซิบถามเบา ๆ ข้างหู
“พอใจไหม?”
คำพูดนั้นยิ่งจุดไฟโทสะในใจของหยางฟานเข้าไปอีก เขาตอบกลับเสียงเข้มแต่ยังพยายามกดอารมณ์ไว้
“พอใจบ้าอะไรของเธอ!! กล้าขนาดนี้เลยเรอะ?”
สวีซานเม้มปากแล้วเบ้หน้าอย่างไม่ใส่ใจ
“อย่ามาทำเป็นพูดดีเลย พี่นัดหนูมาที่นี่ก็เพราะอะไร คิดว่าหนูเดาไม่ออกเหรอ?”
พอได้ยินแบบนั้น หยางฟานยิ่งฉุนกว่าเดิม
“ที่ได้เปรียบน่ะคือเธอต่างหาก! แล้วฉันล่ะ? จะไม่ใส่ใจกันหน่อยเลยหรือไง?”
“เอ๊ะ…”
สวีซานได้ยินแล้วถึงกับหลุดหัวเราะ ก่อนจะส่งเสียงกระเซ้าอย่างเจ้าเล่ห์
“ใครว่าไม่สนล่ะ? งั้นไปต่อกันเถอะเปลี่ยนที่ใหม่”
“……”
หยางฟานไม่พูดอะไรอีก เพราะตอนนี้เขาไม่มีอารมณ์จะดูหนังแล้วด้วยซ้ำ เขาพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนลุกขึ้นแล้วพาเธอเดินออกจากโรงหนัง
ไม่ช้าก็หาที่พักใกล้ ๆ แล้วเข้าไปเช็คอินด้วยกัน
……
สี่สิบนาทีต่อมา หยางฟานนั่งอยู่ข้างเตียง มองเวลาบนหน้าจอโทรศัพท์ ก่อนจะหันไปพูดกับหญิงสาวบนเตียง
“ลุกได้แล้ว ไปกินข้าวเย็นกันเถอะ”
สวีซานปรายตามองเขาอย่างขี้เกียจ ก่อนจะบ่นเสียงงอแง
“ไม่อยากลุก! ให้โรงแรมเอาอาหารขึ้นมาส่งเถอะ เรากินกันที่นี่แหละ”
หยางฟานไม่คิดมากกับคำขอของเธอ เพียงแค่ยิ้มบาง ๆ อย่างมีเลศนัย แล้วลุกไปหยิบโทรศัพท์ที่โต๊ะหน้าเตียง โทรสั่งอาหารกับพนักงานหน้าฟรอนต์
แต่เพียงแค่นั้นก็ทำให้สวีซานหงุดหงิดขึ้นมาทันที พุ่งตัวลุกขึ้นนั่งแล้วพูดเสียงแข็ง
“หัวเราะอะไรของพี่? ถ้าคิดว่าตัวเองแน่จริง งั้นมาสิ! ลุยกันต่อ!”
“……”
หยางฟานในสภาพที่กำลังทำสมาธิหลังเพิ่งผ่านบทฝึกหนัก ก็ทำได้แค่หัวเราะแห้ง ๆ
“ไม่เบาเลยนะเรา”
“ฮึ!”
หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นราวกับนกยูงตัวเมียที่เพิ่งชนะศึก เดินกลับไปทิ้งตัวลงนอนต่ออย่างสบายใจ
เมื่ออาหารมาเสิร์ฟถึงหน้าห้อง หยางฟานเปิดประตูรับแล้วเข็นรถอาหารเข้าไปในห้อง ก่อนจะหันไปเรียก
“มากินข้าวได้แล้ว!”
หญิงสาวยังคงนอนนิ่ง พูดเสียงออดอ้อนไม่ลุกขึ้น
“ไม่ลุก! หนูอยากให้พี่ป้อนหนู”
หยางฟานได้ยินก็ถึงกับหน้ามืด ส่งเสียงอุทานในใจทันที
“นี่เธอจะให้ฉันเดินเขาสู่อารามเซียนอีกแล้วเหรอ”
“ช่างไม่มีอารมณ์เลยนะ ฮึ! ผู้ชาย”
แม้สวีซานจะเอ่ยปากบ่นแบบนั้น แต่ร่างกายกลับซื่อตรงกว่าปากเสียอีกเธอลุกลงจากเตียง สวมรองเท้าแตะ แล้วเดินตรงมาทางเขาอย่างไม่ลังเล
หยางฟานเห็นเข้าก็ถึงกับกระตุกมุมปาก รู้สึกเหมือนเหงื่อเย็นซึมขึ้นมาตรงหน้าผาก
“ช่วยรู้จักระวังตัวหน่อยได้ไหม?”
หญิงสาวปรายตามองอย่างเบื่อหน่าย ก่อนจะบ่นพึมพำ
“จะมาแกล้งเป็นคนดีอะไรตอนนี้ล่ะ? เมื่อก่อนก็ไม่เห็นจะเคร่งขนาดนี้เลย จู้จี้จริงๆ”
แม้จะพูดพลางบ่นไป แต่สุดท้ายเธอก็ยอมทำตามคำพูดของเขาอย่างว่าง่าย
หลังจากทั้งคู่ทานข้าวเสร็จ หยางฟานก็เข็นรถอาหารออกไปไว้ที่ทางเดินนอกห้อง แล้วหันกลับมาถาม
“ฉันว่าจะออกไปเดินเล่นซักพัก เธอจะไปด้วยไหม?”
สวีซานที่เพิ่งทิ้งตัวกลับลงบนเตียงสะดุ้งเล็กน้อย ถามด้วยน้ำเสียงลังเล
“แล้ว จะกลับมาอีกใช่ไหม?”
“กลับสิ”
พอได้คำตอบชัดเจน หญิงสาวก็โล่งใจทันที
“งั้นหนูรออยู่ที่นี่ละกัน รีบไปรีบกลับล่ะ!”
หยางฟานไม่ได้คะยั้นคะยอ เธออยากรอก็ปล่อยรอไว้ก่อน จากนั้นเขาก็เดินออกจากห้องไป
ทันทีที่ลงมาถึงล็อบบี้ของโรงแรม
【ตรวจพบเป้าหมายที่มีศักยภาพ ต้องการดูข้อมูลหรือไม่】
เสียงเตือนจากระบบดังขึ้นมาในหัวพอดี
หยางฟานหันไปมองตามโดยสัญชาตญาณ ก็เห็นสาวคนหนึ่งไว้ผมสีน้ำตาลม้วนขึ้นเป็นเกลียว แต่งกายเรียบร้อยด้วยชุดสูทเข้ารูป และรองเท้าส้นสูงสีดำ
แม้จะเห็นแค่ด้านหลัง แต่รูปร่างที่สวยสะดุดตาก็ทำให้เขาแน่ใจว่านี่แหละคือเป้าหมายที่ระบบหมายถึง
เขาจึงภาวนาในใจว่า “ตรวจสอบ”
【ชื่อ】:หานเจวียน
【อายุ】:26
【ส่วนสูง】:166 ซม.
【น้ำหนัก】:53 กก.
【คะแนนหน้าตาโดยรวม】:81
【——】:97
【สถานะ】:ปกติ
【ความสนิทสนม】:0
“อือ”
หลังดูข้อมูลแล้ว หยางฟานรู้สึกหายอยากขึ้นมาทันที
แม้ค่าเฉพาะตัวบางช่องจะน่าสนใจ แต่คะแนนภาพรวมถือว่าธรรมดาไปหน่อย สำหรับเขาในตอนนี้ มันไม่เพียงพอที่จะทำให้เขาอยากเข้าไปคุยด้วย
แต่บังเอิญว่า พอออกจากหน้าโรงแรมไปได้ไม่ไกล เขาก็เจอสาวคนเดิมอีกครั้ง
คราวนี้เธอกำลังคุยอยู่กับชายวัยกลางคนที่น่าจะอายุเกินสี่สิบ ปี ดูจากท่าทางที่ค่อนข้างแนบชิด ก็น่าจะเป็นความสัมพันธ์ลักษณะพิเศษอะไรสักอย่าง
หยางฟานไม่ได้สนใจนัก ไม่แม้แต่จะฟังว่าอีกฝ่ายพูดอะไรกัน เดินผ่านไปเฉย ๆ
เพราะในความคิดของเขาเขากับผู้ชายคนนั้นก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่ จะเรียกว่าพี่น้องร่วมอุดมการณ์ก็ยังได้
หลังจากนั้น เขาก็เดินเตร่ไปเรื่อย ๆ อย่างไร้จุดหมาย
ระหว่างทางกลับโรงแรม เขาเห็นเด็กสาวคนหนึ่งยืนอยู่ริมถนน ข้างแผงขายดอกไม้เล็ก ๆ
ดูจากอายุแล้วน่าจะอยู่ราว ม.ต้น แต่งตัวสะอาดสะอ้าน ไม่เหมือนคนที่เดือดร้อนเรื่องเงิน คงออกมาเรียนรู้ชีวิตตามแนวทางของผู้ปกครอง
หยางฟานอดชื่นชมไม่ได้
เมื่อเด็กสาวเห็นเขามองแผงดอกไม้ ก็รีบส่งยิ้มหวานแล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงร่าเริง
“คุณลุง! ซื้อดอกไม้สักช่อไหมคะ? หนูเลือกเองทุกดอกแล้วจัดเป็นช่ออย่างดีเลยนะ!”
คุณลุง?
หยางฟานแทบสำลักลมหายใจ
เขายกมือเกาหัวอย่างเขิน ๆ ในใจอดตั้งคำถามกับตัวเองไม่ได้หรือว่านี่เขากลายเป็นคุณลุงโดยไม่รู้ตัวแล้วจริง ๆ?
พอหวนคิดกลับไป ช่วงเวลาในมัธยมยังคงชัดเจนเหมือนเพิ่งผ่านไปเมื่อวาน
บางครั้งตอนฝันยังเห็นตัวเองนั่งเรียนอยู่ในห้องด้วยซ้ำ
แต่ถึงจะรู้สึกกระอักกระอ่วน เขาก็ไม่ได้แสดงท่าทีไม่พอใจอะไร กลับเดินเข้าไปใกล้แล้วพูดอย่างอารมณ์ดี
“แบบนี้ไม่ได้นะ เดี๋ยวพี่สอนให้ถ้าอยากขายดอกไม้ได้มากกว่านี้ เวลาผู้ชายเดินมา เรียกเขาว่าพี่ส่วนผู้หญิงเรียกพี่สาวส่วนพวกที่ดูมีอายุหน่อยค่อยเรียกลุงป้า เข้าใจไหม?”
เด็กสาวพยักหน้ารับแบบงง ๆ แต่ก็ยังถามกลับด้วยเสียงสดใส
“เข้าใจแล้วค่ะงั้นพี่ลุงจะซื้อดอกไม้ไหมคะ?”
“……”
หยางฟานหัวเราะออกมาอย่างช่วยไม่ได้
“เรียกพี่!”
เด็กสาวชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหน้าแดงแล้วกระซิบอาย ๆ
“พี่”
“ดีมาก แบบนี้แหละถูกต้อง เอาช่อที่ใหญ่ที่สุดให้พี่เลย”
เด็กสาวรีบยิ้มกว้างทันที
“ขอบคุณนะคะพี่ ช่อนี้แปดสิบหยวนค่ะ”
ราคาแบบนี้เรียกได้ว่าซื่อสัตย์มาก ถ้าเป็นร้านดอกไม้จริง ๆ คงไม่ต่ำกว่าสองร้อยแน่นอน
หยางฟานจ่ายเงินผ่านวีแชทแล้วยิ้มพลางรับดอกไม้
“เห็นไหม? เรียกพี่หน่อยก็ขายได้แล้ว จำไว้ล่ะ”
เด็กสาวยิ้มหวานอย่างดีใจ พยักหน้ารัว ๆ
“จำได้แล้วค่ะ พี่!”