สาวน้อยแสนสวย (ฟรี)
เมื่อหยางฟานเห็นว่ากงจิ้งคนนี้กำลังพูดชื่นชมเขากับซาซ่าแบบอ้อม ๆ ราวกับช่วยเขาจีบสาวอยู่ก็ไม่ปาน
ในใจรู้สึกทั้งขบขัน ทั้งอดรู้สึกดีไม่ได้ ยอมรับว่าการกระทำของเธอในครั้งนี้ช่างถูกจริตเขาอย่างน่าประหลาด
กงจิ้งเองก็รู้ดีว่าไม่อาจกักหยางฟานไว้ได้ จึงหันมาให้ความร่วมมืออย่างเต็มใจราวกับช่วยคนทำชั่วเสียเอง
เธอในตอนนี้แทบจะเป็นคนละคนกับภาพลักษณ์เย็นชาไร้อารมณ์ที่เคยสร้างไว้ก่อนหน้านี้ กลับกลายเป็นคนที่มีความคิดลึกซึ้ง และรู้จักปรับตัวตามสถานการณ์
เธอเป็นคนประเภทที่ยืดหยุ่นกับขอบเขตของตัวเองอย่างมาก ขึ้นอยู่กับว่าอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบไหน
ระหว่างที่กำลังพูดคุยกับซาซ่า เธอก็เหลือบตามองหยางฟาน แล้วเห็นแววพึงพอใจบนใบหน้าของเขา ซึ่งนั่นก็ทำให้เธอรู้สึกพอใจอยู่ไม่น้อย
ในใจนึกประชดเบา ๆ ว่า
“คิดว่าฉันอยากทำแบบนี้นักหรือไง? ฉันน่ะชอบบทคุณหนูเย็นชาของตัวเองจะตายไปแต่นายดันให้ซะเยอะก็ช่วยไม่ได้จริง ๆ”
ตั้งแต่วินาทีที่เธอตกปากรับคำว่าจะช่วยเป็นสื่อกลางให้หยางฟาน เธอก็เลิกหวังไปแล้วว่าจะได้ครอบครองเขาเพียงผู้เดียว
ในเมื่อเป็นแบบนี้ ก็เน้นหาเงินเป็นหลักนั่นแหละดีที่สุดสอดคล้องกับผลประโยชน์ของเธอที่สุด
หยางฟานอยากทำอะไรก็จะให้ความร่วมมือทุกอย่างโดยไม่มีข้อแม้
ความคิดแบบนี้ พูดได้เต็มปากว่าถูกใจหยางฟานอย่างยิ่ง
ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือสาวคนนี้ไม่ยอมให้แตะเนื้อต้องตัวแม้แต่น้อย
หลังจากมื้ออาหารจบลง
กงจิ้งก็ยิ้มแล้วหันไปถามหยางฟาน
“จะไปไหนต่อเหรอ? ฉันส่งพวกคุณเสร็จแล้วจะได้ขอตัว ไม่เป็นก้างขวางคอใครน่ะ”
เห็นได้ชัดว่าเธอเองก็พอจะดูออกว่า วันนี้มีสาวสวยคนนี้อยู่ทั้งคน โอกาสจะได้อยู่กับหยางฟานตามลำพังนั้นแทบไม่มีเลย ดังนั้นจะรีบชิ่งออกให้ไวที่สุดจะดีกว่า
หยางฟานหันไปมองซาซ่าที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก่อนจะพูดว่า
“เย็นแล้ว เดี๋ยวไปเปิดห้องพักให้เธอก่อนละกัน พักผ่อนสักหน่อย พรุ่งนี้จะพาไปเที่ยว”
ซาซ่าได้ยินดังนั้น ร่างกายก็สั่นเล็กน้อยอย่างห้ามไม่อยู่
ในใจก็อดคิดไม่ได้ว่า
“กำลังจะเริ่มแล้วเหรอ?”
แม้ก่อนจะเดินทางมา เธอจะทำใจไว้ล่วงหน้าแล้ว คิดเสียว่าให้ทริปนี้เป็นเหมือนความฝันครั้งหนึ่ง
แต่พอถึงเวลาจริงกลับรู้สึกประหม่าอย่างไม่น่าเชื่อ
เธอทำได้เพียงพยักหน้าเบา ๆ อย่างฝืนใจ ก่อนจะเอื้อนเอ่ยเสียงแผ่วว่า
“อื้ม”
จากนั้นกงจิ้งก็พาสองคนไปส่งที่โรงแรมระดับห้าดาว
เธอไม่เพียงแต่ขับรถไปส่ง ยังอาสาไปเปิดห้องพักให้เรียบร้อยด้วยตัวเอง แล้วจึงโบกมืออำลา ทิ้งเพียงประโยคเดียวไว้ว่า
“อีกสองสามวันฉันจะติดต่อไปนะ!”
ก่อนจะหมุนตัวออกจากประตูแล้วขับรถจากไปอย่างรวดเร็ว
หยางฟานพาซาซ่า ซึ่งตั้งแต่หลังมื้อเย็นก็ดูจะเงียบไปขึ้นไปยังห้องพักแบบเพรสซิเดนเชียลสวีท
สำหรับกงจิ้งแล้ว ห้องนี้ไม่ใช่ราคาถูกเลย
แม้ว่าก่อนหน้านี้หยางฟานจะโอนเงินให้เธอไปส่วนหนึ่ง แต่ก็ยังนับเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงอยู่ดี
ทว่าเธอกลับยินดีจะทำแบบนี้
เพราะมั่นใจว่าเมื่อลงแรงไปแล้ว หยางฟานไม่มีทางปล่อยให้เธอต้องขาดทุนดังนั้นแม้แต่คำเดียวเธอก็ไม่เอ่ยถึง
หยางฟานเห็นซาซ่านั่งลงบนโซฟาทันทีที่เข้าห้อง
เธอก้มหน้าก้มตา เล่นอยู่กับชายเสื้อของตัวเองอย่างกระสับกระส่าย ดูก็รู้ว่าไม่สบายใจเอาเสียเลย
เขาเดินไปที่ตู้เย็น หยิบขวดน้ำออกมาสองขวด ก่อนจะกลับมานั่งลงข้าง ๆ แล้วส่งให้เธอขวดหนึ่ง พลางพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ดูเหมือนเธอจะตื่นเต้นมาก ดื่มน้ำสักหน่อยนะ”
สาวน้อยตอบกลับเสียงเบา
“ขอบคุณค่ะ”
ก่อนจะรับขวดน้ำไว้ในมือทั้งสอง แต่ก็ไม่ได้เปิดดื่ม
อาจเพราะบรรยากาศของโรงแรมทำให้รู้สึกประหม่าเกินไป
เธอเอาแต่นั่งก้มหน้า ไม่แม้แต่จะสบตาหยางฟาน
คนละลุคกับตอนอยู่สนามบินที่ทั้งร่าเริงและมั่นใจโดยสิ้นเชิง
ตอนนี้ซาซ่าไม่ได้แค่รู้สึกประหม่าเท่านั้น
แต่ยังรู้สึกหวาดหวั่นกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า
หากไม่ใช่เพราะนึกถึงความเอื้อเฟื้อฟุ่มเฟือยของเขาที่เคยเปย์ของขวัญให้เธอไม่ยั้งเธออาจจะหนีกลับไปตั้งแต่ยังไม่ก้าวเข้าประตูห้องเสียด้วยซ้ำ
หยางฟานมองออกอย่างชัดเจนถึงสภาพจิตใจของเธอในตอนนี้
เขาจึงไม่เร่งเร้า หรือกดดันใด ๆ แต่กลับพูดปลอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ไม่ต้องเครียดขนาดนั้นก็ได้ ถ้าเธอไม่พร้อม ฉันไม่มีทางบังคับแน่นอน
ที่เธอรีบตามฉันมาแบบนี้ ฉันก็คิดว่าเธอเตรียมใจไว้แล้วเสียอีก”
แม้ในชาตินี้เขาจะเกิดมาเป็นผู้เสียสละตลอดชีวิต
แต่เขาก็ไม่เคยคิดจะบังคับใคร เรื่องนี้ยังมีศักดิ์ศรีพอจะรักษาไว้
ซาซ่าได้ยินแบบนั้นก็ลังเลไปชั่วครู่
เธอเองก็เคยคิดว่าตัวเองพร้อมแล้วจริง ๆ
แต่พอถึงเวลาจริงกลับหวั่นไหวอย่างน่าประหลาด
ถึงอย่างนั้น เธอก็สูดหายใจเข้าลึก ๆ รวบรวมความกล้าเงยหน้าขึ้นสบตาเขา
ก่อนจะพูดติด ๆ ขัด ๆ ว่า
“ฉัน ฉันเตรียมใจไว้แล้วค่ะ!”
พูดจบ เธอก็หลับตาปี๋ พร้อมทำหน้าทำตาเหมือนคนที่กำลังจะเดินเข้าสู่ลานประหาร
【ความสนิทสนม อู๋ซาซ่า -1】
【ความสนิทสนม อู๋ซาซ่า -1】
【ความสนิทสนม อู๋ซาซ่า -1】
!!!
บ้าเอ๊ย
หยางฟานเห็นตัวเลขความใกล้ชิดลดลงรัว ๆ รีบยกสองนิ้วเคาะไปที่หน้าผากเล็ก ๆ ของเธออย่างไม่คิดชีวิต
“ป๊อก!”
“โอ๊ย! เจ็บนะ!”
ซาซ่าสะดุ้งลืมตาขึ้น รีบเอามือจับหน้าผากตัวเองป้อย ๆ แล้วหันมามองเขาอย่างงุนงงเต็มขั้น
“พี่เสี่ยวเหยา ตีหัวหนูทำไมคะ?”
“……”
‘ถ้าฉันไม่หยุดเธอไว้ แบบนี้ค่าความใกล้ชิดจะไม่ดิ่งลงเหวไปหมดเหรอ? นี่มันเรื่องงานของฉันเลยนะ’
เขาหัวเราะออกมาเบา ๆ
“เธอพร้อมหรือเปล่า ฉันก็ดูออกนั่นแหละ อย่าหวาดกลัวไปเลย
เราลองคุยกันก่อนดีมั้ย? เผื่อจะช่วยให้ผ่อนคลายขึ้นบ้าง”
สาวน้อยได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกโล่งใจเล็กน้อย
เธอพยักหน้าเบา ๆ
“ก็ได้ค่ะ แล้วพี่เสี่ยวเหยาอยากคุยเรื่องอะไรเหรอ?”
หยางฟานนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถามกลับไปอย่างจริงจังว่า
“ฉันดูออกว่าเธอเป็นเด็กดีนะ บอกฉันหน่อยได้ไหมว่าทำไมถึงเลือกมาหาฉันถึงที่นี่?”
【ความสนิทสนม อู๋ซาซ่า +1】
เมื่อได้ยินคำชมว่าเป็นเด็กดี หัวใจของเธอก็อบอุ่นขึ้นอย่างไม่ทันรู้ตัว
แต่พอได้ยินคำถามถัดมา เธอก็อดจะบ่นในใจไม่ได้ว่า
‘ทำไมถึงมาเหรอ? พี่ก็รู้อยู่เต็มอกไม่ใช่หรือไง
ก็เพราะโดนพี่ผลักไปอยู่ชายขอบไงล่ะ ฉันก็ต้องหาทางแก้เกมบ้างสิ!’
ถึงในใจจะคิดอย่างนั้น แต่ปากกลับไม่กล้าพูดตรง ๆ
เธอจึงตอบกลับไปอย่างตั้งใจ
“พูดตรง ๆ ได้ไหมคะก็เพราะพี่ให้ฉันมากเกินไปน่ะค่ะ”
“……”
ตรงไปตรงมาดีจริง ๆ
หยางฟานถึงกับหลุดหัวเราะออกมาอย่างอดไม่อยู่
“ถ้าเป็นคนอื่นที่ให้มากกว่าล่ะเธอจะยอมโดดร่มให้เขาไหม?”
“ไม่มีทาง”
คำถามนี้ถือว่าคมไม่เบา
สาวน้อยตอบออกมาแทบจะทันทีโดยไม่ต้องคิด
แต่พอเห็นสีหน้าของเขาที่ดูเหมือนยิ้มแต่ไม่ยิ้ม รอยยิ้มที่ฟังดูแฝงความหมายบางอย่าง เธอก็ชะงักคำพูดที่เหลือเอาไว้ทันที
เธอก้มหน้าต่ำลงแล้วเอ่ยเบา ๆ
“อย่างน้อยถ้ามีพี่เสี่ยวเหยาอยู่ หนูก็จะไม่ทำแบบนั้นค่ะ”
แน่นอนว่าเธอไม่ใช่คนโง่ จะพูดอะไรไม่คิดต่อหน้าหยางฟานได้ยังไง
แม้เธอจะพูดว่าไม่มีทาง
แต่หยางฟานก็เข้าใจดีในใจ
ในเมื่อเธอสามารถยอมโดดร่มมาเจอเขาได้เพราะเงิน
หากวันใดที่เขาหยุดเปย์เธอ แล้วมีใครอีกคนเข้ามาเปย์มากกว่า
เขาเชื่อว่าเธอก็จะโดดไปหาคนคนนั้นแทนอย่างไม่มีข้อแม้
ผู้หญิงแบบเธอ ที่ทั้งหน้าตา รูปร่าง ความสามารถ รวมถึงภาพลักษณ์โดยรวม ล้วนจัดว่าเกรดพรีเมียม
หากเขาไม่รีบคว้าไว้ อย่างไรเสียวันหนึ่งก็ต้องตกอยู่ในมือของใครอีกคนที่พร้อมจะทุ่มเหมือนกัน
ในเมื่อสุดท้ายแล้วก็จะตกเป็นของคนอื่นอยู่ดี
เขาย่อมเลือกให้เป็นของตัวเองจะดีกว่า
อย่างน้อยเขาก็สามารถมอบสิ่งที่เธอต้องการได้ในระดับสูงที่สุด
ในเมื่อเธอเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะมอบครั้งแรกให้กับความรัก
เขาก็ไม่จำเป็นต้องมีความรู้สึกผิดใด ๆ ในใจให้มากความ
เขาไม่ถามต่อให้ลึกลงไป
แต่เปลี่ยนหัวข้อแทน
“แล้วตอนนี้เธอกำลังกังวลเรื่องอะไรอยู่?”
ซาซ่าได้ยินคำถามนั้นก็ส่ายหน้าช้า ๆ ก่อนจะตอบเบา ๆ ว่า
“ไม่ได้กังวลอะไรค่ะ แค่ หนูแค่รู้สึกกลัวนิดหน่อย หนูโตมาในครอบครัวที่เข้มงวด แล้วหนูเองก็ระวังตัวเรื่องนี้มาตลอด ไม่เคยมีแฟนมาก่อนเลย หนู หนูยังบริสุทธิ์ค่ะ”