ซาซ่าผู้มาแรงแซงทางโค้ง (ฟรี)
หลังจากนั้น หยางฟานก็อยู่กับซาซ่าตลอดทั้งคืน แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรเกินเลย เขาแค่อยากให้เธอได้พักผ่อนอย่างสบายใจ
สาวน้อยเองก็รับรู้ได้ถึงความอ่อนโยนและถนอมน้ำใจจากเขา ซึ่งทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นไม่น้อย
แน่นอนว่าวันนี้เธอคงไม่มีแรงไปไลฟ์สตรีมได้อีกแล้ว สองคนจึงใช้เวลาทั้งคืนไปกับการพูดคุยและเล่นเกมด้วยกัน
จนกระทั่งดึกสงัดก็หลับไปในอ้อมแขนของกันและกัน
…..
เช้าวันรุ่งขึ้น
หยางฟานตื่นขึ้นมาแล้วเห็นซาซ่ากำลังซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนของเขาเหมือนลูกกระต่ายขาวนุ่มนิ่ม
บนใบหน้าของเขาปรากฏรอยยิ้มขึ้นโดยไม่รู้ตัว
เขาอดไม่ได้ที่จะหวนคิดถึงช่วงเวลาอันขมขื่นในอดีต แล้วรู้สึกว่าภาพตรงหน้าในตอนนี้เป็นสิ่งที่แม้แต่ในฝัน เขาก็ไม่กล้าฝันถึงมาก่อน
แต่แล้วไม่นาน เขาก็เริ่มรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย
เพราะอย่างที่รู้กัน ตอนเพิ่งตื่นนี่ร่างกายมักจะเป็นธรรมชาติหน่อย แล้วยิ่งมีสาวงามนอนอยู่ในอ้อมแขนอีก จะไม่เกิดอารมณ์ก็ยากอยู่
เขานึกถึงสภาพของสาวน้อยในตอนนี้แล้วก็อดที่จะรู้สึกทะนุถนอมไม่ได้
ขณะที่กำลังจะค่อย ๆ ลุกออกจากเตียง
ใครจะรู้ว่า เสียงขยับของเขาดันไปปลุกซาซ่าให้ตื่นขึ้นเสียก่อน
เธอ ผงะ! ลุกพรวดขึ้นมาทันที
กำลังจะกรีดร้องอยู่แล้ว แต่พอเห็นหน้าคนข้างกายชัด ๆ เธอก็กลืนเสียงนั้นลงคอทันที
หยางฟานเห็นเธอมองมาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกขำเล็ก ๆ
เขายิ้มแล้วพูดด้วยน้ำเสียงแหย่เล่นว่า
“อะไรเหรอ? ยังละเมออยู่หรือเปล่า?”
ซาซ่านึกเรื่องราวเมื่อคืนออกแล้ว ก็ค่อยโล่งใจ
ตอนที่เพิ่งตื่นมาแล้วรู้สึกว่ามีใครบางคนอยู่ข้างตัว มันทำให้เธอตกใจมาก
เพราะเธอชินกับการนอนคนเดียวมาตลอด แม้แต่แม่จะปลุกก็มักแค่เรียกอยู่ที่หน้าประตู ไม่ค่อยเข้ามาในห้องด้วยซ้ำ
พอตื่นในสภาพครึ่งหลับครึ่งตื่น เธอก็ยังคิดว่าอยู่ที่บ้าน เลยตกใจขนาดนั้น
ซาซ่าตบอกตัวเองเบา ๆ อย่างหวาดเสียวแล้วพูดอย่างเขิน ๆ
“ตกใจหมดเลย”
หยางฟานเห็นท่าทางน่ารักของเธอแล้วก็อดไม่ได้ที่จะหยอกอีกหน่อย แกล้งทำหน้าบึ้งบ่นว่า
“เมื่อกี้ใครกันแน่ที่ควรตกใจ? อยู่ ๆ เธอก็ผวาลุกขึ้นมาแบบนั้น คนที่โดนตกใจควรจะเป็นฉันมากกว่านะ”
สาวน้อยยิ้มกว้างขึ้นทันที
“หึ ๆ สมควรแล้วล่ะ!”
ดูเหมือนว่าสภาพจิตใจของเธอจะดีขึ้นกว่ามาก กลับมาเป็นสาวน้อยสดใสคนเดิมแล้วในที่สุด
หยางฟานเห็นแล้วก็ยิ้มบาง ๆ พูดว่า
“เดี๋ยวฉันจะโทรสั่งอะไรมากินสักหน่อยนะ”
พูดจบก็ลุกจากเตียง เดินออกไปโทรหาเคาน์เตอร์หน้าโรงแรม
หลังจากอาหารเช้ามาถึง ทั้งสองก็นั่งกินด้วยกัน
ระหว่างนั้นเอง หยางฟานก็ได้รับสายจาก หลี่ซินหราน
เพราะว่าวันนี้คือวันที่เขามีนัดกับถังถัง
เขามองไปยังซาซ่าที่กำลังนั่งเล่นมือถืออยู่บนเตียง จากนั้นก็เดินเข้าไปหาแล้วพูดขึ้นว่า
“เธอพักผ่อนให้เต็มที่นะ เดี๋ยวฉันต้องออกไปจัดการธุระสักหน่อย ไม่เกินตอนเย็นก็จะกลับมาแล้ว พรุ่งนี้จะพาเธอไปเที่ยวอีกที”
ซาซ่าเองก็ไม่ได้ติดใจอะไรนัก เพราะจุดประสงค์หลักของเธอในการมาครั้งนี้ก็ถือว่าบรรลุแล้ว
ยังไงก็ไม่ใช่มาเที่ยวจริงจังอยู่แล้ว เรื่องสถานที่ท่องเที่ยวหรืออะไรก็ยังมีโอกาสอีกมากในอนาคต
แต่เธอก็ยังอดไม่ได้ที่จะพูดบ่นเล็กน้อย
“หนูจะกลับพรุ่งนี้แล้วนะ ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้เจอกันอีก คราวนี้มีธุระอะไรสำคัญนัก ถึงกับทิ้งหนูไว้คนเดียวแบบนี้”
หยางฟานกอดเธอไว้ในอ้อมแขนแล้วพูดปลอบเสียงอ่อน
“เรื่องนี้ฉันรับปากไว้ก่อนเธอจะมาแล้วนะเดี๋ยวอีกไม่นานฉันจะไปหาที่เทียนฝู่เอง”
“จริงเหรอ?”
“แน่นอนสิ!”
“ก็ได้ งั้นรีบกลับมานะ!”
หยางฟานจึงทิ้งซาซ่าไว้ในโรงแรม แล้วออกไปตามลำพัง
…..
ผ่านไปไม่กี่สิบนาที
เมื่อหยางฟานมาถึงหน้าสวนสนุกฮวานเล่อกู่ก็ได้ยินเสียงใส ๆ ดังขึ้นจากบริเวณใกล้เคียง
“คุณลุง!!”
เขาหันไปมองตามเสียง ก็เห็นนางฟ้าตัวน้อยคนหนึ่งกางแขนวิ่งถลาเข้ามาหาด้วยขาสั้น ๆ กับรอยยิ้มเปล่งประกายสดใส บริเวณด้านหลังก็มีหญิงสาวรูปร่างเย้ายวนเดินตามมา
ปรากฏว่าเป็นหลี่ซินหรานกับหนูน้อยถังถังที่มาก่อนเวลา
หยางฟานรีบเดินเข้าไป แล้วก้มลงอ้าแขนรับตัวหนูน้อยขึ้นมากอดไว้แน่น
เจ้าตัวน้อยยิ้มหวานอยู่ในอ้อมอกเขา
“คิกคิกคิก ลุงมาซักที”
หยางฟานยิ้มรับแล้วพูดเสียงนุ่ม
“อื้ม นางฟ้าตัวน้อยของพวกเรารอนานเลยใช่ไหม?”
หนูน้อยได้ยินก็เริ่มใช้นิ้วน้อย ๆ นับเวลา
“ก็ ก็ อืม”
แต่ยังไม่ทันจะนับจบ หลี่ซินหรานที่เดินตามมาก็พูดแทรกขึ้นอย่างนุ่มนวล
“เราเพิ่งมาถึงไม่นานเองค่ะ”
ทว่าเจ้าตัวเล็กกลับเบะปากอย่างไม่พอใจ
“แม่โกหก พวกเรารอตั้งหลายนาทีเลยนะ!”
หยางฟานหัวเราะออกมาอย่างเอ็นดู แล้วพูดหยอก
“ลุงผิดเอง ลุงมาสาย งั้นลุงต้องโดนลงโทษสินะ ขอจุ๊บแก้มนางฟ้าตัวน้อยสักทีเป็นการไถ่โทษได้ไหมครับ?”
“ได้เลย ได้เลย!”
หยางฟานก้มลงหอมแก้มหนูน้อยฟอดหนึ่งทันทีจุ๊บเจ้าตัวเล็กหัวเราะคิกคักอย่างมีความสุข
หลี่ซินหรานที่ยืนมองอยู่ ก็รู้สึกอบอุ่นหัวใจ ภาพตรงหน้าดูอบอุ่นกลมกลืนราวกับพ่อกับลูกสาวไม่มีผิด
ในใจของเธอคิดเงียบ ๆ ว่า ถ้าพวกเขาได้เป็นพ่อลูกกันจริง ๆ ก็คงดีไม่น้อย
หยางฟานอุ้มถังถังเดินไปซื้อตั๋วเข้าสวนสนุก ระหว่างทางก็หันกลับมาเรียกหลี่ซินหรานที่ยังยืนเหม่อ
“ยืนตะลึงอะไรอยู่? ไปกันได้แล้ว”
“อ๊ะ! ค่ะ!”
ในตอนนี้ ภาพของทั้งสามคนดูแล้วไม่ต่างจากครอบครัวพ่อแม่ลูกที่แสนจะธรรมดาเลยแม้แต่น้อย